LOGIN“ผมโสดครับ” อ็องตวนตอบออกไปราวกับคนเมา
“ไม่อยากเชื่อนะคะว่าคนหล่อๆอย่างคุณจะโสด” ธิรักษ์มองหน้าชายหนุ่มที่เริ่มแดง อดขำไม่ได้ ไม่คิดว่าอ็องตวนจะหน้าแดงเพียงแค่ผู้หญิงเอ่ยปากชม “คุณเคยบอกว่าคุณบริหารงานที่ต่างประเทศ คุณมาที่นี่มาพักผ่อนเหรอคะ” “นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ ผมกลับมาพักผ่อน และมาดูงานที่นี่บ้าง คงไม่เกินสัปดาห์หน้าคงต้องกลับฝรั่งเศสแล้วล่ะครับ” อ็องตวนตีหน้าเศร้าเมื่อต้องกลับฝรั่งเศส “คุณยังมีงานอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ” ธิรักษ์ถามอย่างสงสัย ไม่คิดว่าเขาจะมีธุรกิจอยู่ที่ประเทศไทยด้วย “ครับ” เริ่มต้นคุยกันอย่างถูกคอ เวลาล่วงเลยมานาน จนเธอเกือบลืมแผนการทั้งหมดไปเสียแล้ว เธอทำท่าทางยกมือขึ้นปิดปากหาวนอน “ดูท่าคุณจะง่วงแล้วนะครับ ผมว่าเรากลับดีกว่า” ชายหนุ่มเอ่ยปาก มองนาฬิกาที่ข้อมือก็ล่วงเลยถึงเที่ยงคืนเสียแล้ว “ค่ะ ก็ดีเหมือนกัน” ธิรักษ์ลุกขึ้นยืน ทรงได้ไม่ถึงนาทีก็เริ่มเดินเซ จนอ็องตวนที่มองอยู่เข้าไปประคอง “คุณคงง่วงมาก” อ็องตวนพึมพำ ไม่สังเกตสายตาของธิรักษ์ที่วาววับเมื่อแผนของเธอใกล้สำเร็จ “ค่ะ ปกติฉันไม่ค่อยนอนดึก” เธอบอกชายหนุ่มที่ช่วยประคอง “คุณไหวหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวให้ผมไปส่งไหมครับ” “ฉันว่าฉันกลับแท็กซี่ดีกว่า” ธิรักษ์ตอบ ทว่าคำตอบของเธอนั้นกลับทำให้อ็องตวนฉุกคิด “ไหนคุณบอกว่าเอารถมาไงครับ” อ็องตวนถามอย่างงงๆ “เออ คือพอดีฉันเจอเพื่อนเมื่อกี้ เขาบอกมีธุระด่วนเลย ฉันเลยให้เขาลืมรถนะคะ” ธิรักษ์แก้ตัวน้ำขุ่น ใช้โอกาสที่เธอคุยกับสุดาให้เกิดประโยชน์ โดยไม่ทำให้เขาต้องเคลือบแคลงใจ “อ้อ ครับ” ชายหนุ่มไม่ติดใจสงสัยอะไร ออกจะดีด้วยซ้ำถ้าหญิงสาวกลับกับเขา “ไม่เป็นไรครับ ผมยินดีไปส่งคุณอยู่แล้ว” “ค่ะ” หญิงสาวตอบรับสั้นๆ พลางหลบตาลงเล็กน้อย ภายในใจก็กลัวว่าเขาจะสงสัยเธอขึ้นมา “ถ้างั้นผมว่าคุณไปดื่มกาแฟที่ห้องผมดีกว่า ถ้าหายง่วงแล้วผมจะไปส่งคุณที่บ้าน ผมให้สัญญาว่าจะไม่ทำอะไรคุณ” อ็องตวนยังสนุกกับการที่ได้คุยกับเธอ ถ้ามีเวลาคงได้มีโอกาสสานสัมพันธ์กับเธอมากกว่านี้ “เอ่อ คือ..” ธิรักษ์อยากจะกระโดดโลดเต้นแต่ต้องเก็บอาการไว้ เมื่อเขาเป็นคนออกปากเอง “นะครับ” อ็องตวนรบเร้า “ค่ะ” เธอตอบรับ เดินตามชายหนุ่มที่นำเธอมายังรถสปอร์ตของเขา ชายหนุ่มบริการเธออย่างสุภาพบุรุษด้วยการเปิดประตูรอรับเธอ “เชิญครับ” ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างเล็กน้อย ธิรักษ์คลี่ยิ้มกับความเป็นสุภาพบุรุษของเขา ก่อนที่เขาจะรีบมาฝั่งคนขับ “พร้อมหรือยังครับ” ชายหนุ่มถามหญิงสาวข้างกาย “ค่ะ แค่กาแฟนะคะ” “ถ้าอย่างอื่นด้วยล่ะครับ” อ็องตวนเสนอ ยิ่งชอบหญิงสาวเข้าไปใหญ่เมื่อเธอรู้จักตอบโต้เขา “คงไม่ได้ค่ะ ถ้ามากไป” อ็องตวนยิ้มกับคำตอบของเธอ เขาไม่ตอบ เริ่มออกรถไปสู่จุดหมาย หญิงสาวหวังลึกๆว่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด มองขวดยาเสน่ห์ให้มาในมือ ถ้าเธอไม่สามารถดึงดูดใจของชายหนุ่มพอ คงต้องพึ่งยาขวดนี้จริงๆ “คุณเจนเป็นอะไรไปครับ เห็นเงียบๆ” อ็องตวนเพ่งสมาธิกับการขับรถ เหล่มองธิรักษ์นั่งเม้มปากแน่นเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่าง จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอกำลังวิตกเรื่องอะไร“แน่ใจว่าแค่คุยกันเฉย”วิทูรหรี่ตามอง เขาไม่คิดว่าอ็องตวนจะแค่คุยเรื่อยเปรื่อยกับหลานสาว และสีหน้าแช่มชื่นก็พอจะเดาได้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น “มาทานข้าวเถอะเดี๋ยวจะเย็นหมด” รตีเอ่ยชวนก่อนที่วิทูรจะชวนหลานเขยทะเลาะกันไปมากกว่านี้ เพราะเท่าที่เป็นอยู่ก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว “คุณค่ะ เก็บของเสร็จหรือยัง” กรองแก้วที่เตรียมข้าวของใส่ในกระเป๋าเสร็จแล้วตระโกนถามสามี กว่าที่ราฟาเอลจะว่างเว้นจากงานได้ทำเอาเธอแทบหัวหมุน ตั้งคอยออกคำสั่งคนบ้างานที่ลืมเลือนแม้กระทั่งงานแต่งงานลูกชายที่ใกล้จะถึงนี้ “คุณลืมแล้วหรือไงว่าลูกชายตัวดีของคุณกำลังจะแต่งงาน” “ที่รัก ผมไม่ได้ลืมเรื่องนี้หรอกนะ ผมแค่ต้องการเคลียร์ที่นี่ให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้นเราสองคนก็จะได้พักกันยาวๆไงจ๊ะ”ราฟาเอลเดินมาสวมกอดอ้อนภรรยาสุดขีด “รีบเก็บของเถอะ ฉันตื่นเต้นที่จะได้เห็นเจ้าสาวของอ็องตวนจะแย่แล้ว” กรองแก้วคลายอ้อมกอด พลางเตือนให้สามีสนใจในการเดินทางมากกว่าพิรี้พิไรกับเธอแบบนี้ คงต้องเลื่อนเที่ยวบินไปอีกแหละ “ตามนั้นเลยจ๊ะ” ราฟาเอลพยักหน้า ตามใจกรองแก้วที่ดูตื่นต้น
ชายหนุ่มยังลืมตาโพลงลูบแผ่นหลังบางอย่างเบามือ ความอิ่มเอิบแทบจะล้นออกมาจากใจ รับรู้ถึงความรักของเธอที่มีต่อเขา แม้ว่าเธอยังไม่เคยเอื้อนเอ่ยออกมาให้เขาได้รับรู้ก็ตาม แต่มันไม่สำคัญอีกต่อไปแล้วถ้ายังมีหญิงสาวอยู่ในอ้อมกอดเช่นนี้ “ผมรักคุณ” อ็องตวนกระซิบข้างหู “ค่ะ” หญิงสาวพึมพำรับ ก่อนความเหนื่อยเข้ามาคืบคลาน ผ่อยหลับไปอย่างง่ายดาย สายของวันใหม่ อ็องตวนตื่นขึ้นมาทำกิจวัตรตามปกติ สายตาอาลัยอาวรณ์กับร่างเปลือยเปล่าใต้ผ้าห่ม อยากปลุกด้วยบทรักยามเช้าแสนอบอุ่น ถ้าทำแบบนั้นเขาคงถูกหาว่าเป็นคนมักมาก ไม่หยุดไม่หยอน แม้ว่าเมื่อคืนจะอิ่มเอมสักเพียงไหน “ตื่นได้แล้วจ๊ะที่รัก เดี๋ยวลุงวิทูรกับป้ารตีจะสงสัยเอาน่า ถ้าเราสองคนลงไปทานข้าวช้า” อ็องตวนไม่พูดเปล่า มือสอดเข้าไปใต้ผ้าห่มลูบไล้ไหล่เนียนลากลงมาหยุดตรงบริเวณทรวงอกที่เริ่มขยัยเตรียมพร้อมสำหรับทารกน้อย ธิรักษ์หัวเราะคิกคักทั้งที่ยังหลับตาแน่น รั้งลำคอโน้มกายแกร่งมารับจุมพิตอ่อนหวานในยามเช้า “ถ้าคุณไม่ตื่น จากอาหารเช้าคงกลายเป็นอาหารเที่ยง และคงต้องหาคำแก้ตัวดี
“อื้อ..ปล่อยนะคะ” เธอวอนขอแผ่วเบา ความร้อนในสิ่งเธอโอบรัดรับรู้ถึงความปรารถนาของเขาที่เต็มเปี่ยม “มายั่วผมแล้ว มีหรือผมจะยอมปล่อยไปง่ายๆ สัมผัสมันสิ แล้วจะรู้ว่ามันภักดีกับคุณมากแค่ไหน” เมื่อเริ่มทนทานต่อความร้อนรุมจากการแน่นิ่งของเธอ ทำให้เขาต้องเว้าวอนให้เธอเห็นใจ ปราณีชายหนุ่มที่อยู่ในอาณัติของเธอ ธิรักษ์กัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด สายตาหลุบต่ำมองมือของตัวเองที่อยู่ภายใต้กางเกงตัวใหญ่ ที่สำคัญคือเธอกำลังทำในสิ่งที่น่าอาย ทว่าความอยากรู้ อยากลองว่าคนตัวโตจะมีปฏิกิริยาต่อเธอเหมือนอย่างที่เขาพูดหรือไม่ อ็องตวนเพิ่มความมั่นใจของเธอ ด้วยการรูดกางเกงพร้อมชั้นใน เหลือแต่อ็องตวนน้อยที่รอความปราณี ยิ่งเห็นแววตาบ่งบอกถึงความลังเล ชายหนุ่มน้อมใบหน้านวลมารับจุมพิตนุ่มนวลละมุ่นละไม พร้อมกระซิบอย่างแหบห้าว “ที่รัก ไม่ต้องกลัว มันรักคุณมากนะ” ดังนั้น ธิรักษ์สูดลมหายใจลึกๆ เริ่มต้นขยับตามแรงชักจูงจากการนำพาของเขา และยิ่งเธอเริ่มเพิ่มจังหวะที่ถี่รัว ใบหน้าคมสันแดงก่ำ เส้นเลือดปูดโปนตามลำคอ ส่งเสียงครางแหบห้าวราวกับทรมานอย่างยิ่งยวด ธิรักษ์
เมื่อหัวถึงหมอน อ็องตวนแทบจะหลับในทันที ร่างกายเมื่อยขบตามร่างกาย พยายามไล่ความหงุดหงิดออกจากใจ รู้ดีว่าธิรักษ์ไม่ได้คิดพิศวาสติณณ์ แต่เมื่อเห็นผู้หญิงของตนอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่นก็อดหวงไม่ได้ เสียงเปิดประตูและเสียงฝีเท้าในจังหวะมั่นคงไม่ได้ทำให้เขาอยากปรือตาขึ้นมองบุคลที่สามที่เข้าอยู่ในห้อง “ป้ารตีมีอะไรหรือเปล่าครับ” อ็องตวนถามออกไปทั้งที่เปลือกตายังปิดสนิท เขาเดาว่าคงเป็นใครไม่ได้นอกจากรตีที่อาจจับสังเกต และคงมาถามถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น “อะ..เอ่อ เปล่าค่ะ คืนนี้ฉันขอนอนด้วย...จะเป็นไรไหมคะ” เสียงหวานนุ่มละมุ่นราวกับเสียงระฆังแก้วปลุกอ็องตวนขึ้นจากฝันทันทีทันใด ชันตัวขึ้นนั่งมองหญิงสาวให้เต็มตา “ทะ..ที่รัก คุณเข้ามาได้ยังไง” เขาตอบตะกุกตะกักไม่ต่างจากหญิงสาว ในวินาทีคำถามของเขาอย่างกับเด็กปัญญาอ่อน เพราะสมองถูกร่างอรชรสุดเซ็กซี่ ธิรักษ์ยืนนิ่งอยู่ตรงระหว่างประตูห้องนอน มือประสานกันแน่อย่างไม่มั่นใจปิดบังกลางกายที่มีเพียงกางเกงขาสั้นสีดำตัวจิ๋ว และเสื้อกล้ามที่ไร้ยกทรงปกปิดทำให้ยอดทรวงหดเป็นตุ่มไต เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคออ
“คนเขากำลังจะแต่งงาน ยังจะจีบเขาอีก ไม่กลัวผิดศีลข้อสามเลยหรือไง” สุดาแขวะเจ้านาย โดยสายตามองเลื่อนลอย “ขอบคุณนะคะสำหรับดอกไม้ แต่ฉันคงรับไม่ได้หรอกค่ะ” “รับเถอะครับ ถ้าคุณธิรักษ์ไม่รับ ผมก็จะ..ไม่มาทำงานอีก คุณทำเหมือนรังเกียจผม” ติณณ์งอแงราวเด็กน้อยร้องขอจากผู้ใหญ่ “คำขู่อย่างกับเด็กประถม” สุดากระซิบข้างหูเพื่อน เอือมระอากับท่านรองประธานคนนี้เสียเหลือเกิน รู้ทั้งรู้ว่าธิรักษ์กำลังจะมีครอบครัวยังคิดจะจีบอีก “ไม่ต้องพูดทุกเรื่องก็ได้ยัยดา” ธิรักษ์หน้าเมื่อยยอมรับดอกกุหลาบช่อใหญ่ “คุณติณณ์ต้องสัญญากับรักษ์ก่อนนะคะว่าจะมาทำงานให้ตรงเวลา และทำงานตามที่ท่านประธานสั่งให้ครบ” “ครับ” ติณณ์โผล่ตัวกอดหญิงสาวด้วยความดีใจ ไม่นำพาต่ออาการดิ้นรนขัดขืนของเธอ “เอ่อ..คุณติณณ์ไม่ต้องกอดฉันแน่นขนาดนี้ก็ได้นะคะ” ธิรักษ์รีบผละตัวออกจากติณณ์ทันที เมื่อเจอยักษ์ปักลั่นยืนอยู่หน้าประตูจ้องเขม็งมาที่เธอ “อะ..แฮ่ม ผมคงต้องขอให้คุณติณณ์ปล่อยมือออกจากตัวของภรรยาผมด้วยนะครับ” อ็องตวนส่งเสียงเตือนชายหนุ่มที่สวมกอด
“นี่รักษ์ แกเลิกนั่งทำหน้าบูดได้แล้ว คุณอ็องตวนไม่ทำการบ้านหรือไงฮึ” สุดาเอ่ยทักเพื่อนที่นั่งถอนหายใจหลายครั้งในวันเดียว “เปล่า” หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ไม่กล้าสบตาสุดาแม้สักนิด “อย่ามาปฏิเสธเลย ฉันรู้ว่าแกกำลังหนักใจเรื่องคุณอ็องตวน หนุ่มหล่อ สุภาพบุรุษสุดๆ ผู้หญิงทั้งบริษัทอิจฉาแกทั้งนั้นที่กำลังจะแต่งงานกับคุณอ็องตวน แล้วจะมาหนักใจอะไรอีก” สุดาพูดถึงว่าที่เจ้าของเธอ พร้อมทำสายตาหยาดเยิ้มจนเธออยากจะควักลูกตาคู่นั่นออกมานัก “ก็เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงหนักใจ” “หมายความว่ายังไง” สุดาเลิกคิ้วสงสัย “คุณอ็องตวน เขามีเสน่ห์เกินไป...ไม่ว่าจะสาวน้อยสาวใหญ่ก็ต้องตกหลุมรักเขาทั้งนั้น จนฉันกลัวว่าวันหนึ่งเขาจะทิ้งฉันไปนะสิ” ธิรักษ์สารภาพ ประสานมืออย่างลังเล พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปเดินมา เป็นการกระทำที่ทำให้สุดาอึ้ง เพราะสาวมั่นอย่างธิรักษ์ไม่เคยลังเลกับอะไรง่ายๆ สุดท้ายก็ต้องมาจนมุมให้กับความรักเสมอ “แกรู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา แกรักคุณอ็องตวนเข้าเต็มเปาแล้วล่ะ” กลับกลายเป็นคนฟังอึ้งทึ่ง ตกตะลึง ด







