로그인เวลาหนึ่งทุ่มตรง ห้องยาใหญ่ของโรงพยาบาลยังไม่วายคลาคล่ำไปด้วยเสียงจัดยา เภสัชกรประจำแผนกเกือบสิบช
เวลาหนึ่งทุ่มตรง ห้องยาใหญ่ของโรงพยาบาลยังไม่วายคลาคล่ำไปด้วยเสียงจัดยา เภสัชกรประจำแผนกเกือบสิบชีวิตยังนั่งประจำตำแหน่งกันอย่างแข็งขันนับรวมหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็แอบลงมติกันลับหลังแล้วว่า 'สวยกว่านางเอกเบอร์หนึ่ง' กับ 'ปากแจ๋วระดับท็อป' อย่างภรรยาตัวน้อยของท่านผู้อำนวยการหนุ่มหล่อ ที่ปะทะกับแม่สามีและนางเอกเบอร์หนึ่งไปเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้ยังคงก้มหน้าคัดแยกยามือเป็นระวิง แม้จะหมดเวรเช้ามาแล้วก็ตามวันนี้เธอไม่ควรจะต้องนั่งตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่เพราะคุณหัวหน้าที่รัก… สั่งให้สลับเวรกับเจ้าหน้าที่อีกคน ด้วยเหตุผลว่า 'อีกฝ่ายต้องพาลูกไปหาหมอ'“น้ำขิง”ตรัสสาขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อแบบปกติจากคนที่ไม่น่าจะยอมเรียกชื่อเธอดี ๆ ได้ มือเล็กไม่ได้หยุดทำงาน เพียงแค่ปรายตามองไปที่คนพูดเล็กน้อยนึกถึงผี ผีก็มา คริคริ“มีอะไรให้รับใช้คะ ท่านหัวหน้า”หญิงวัยห้าสิบที่แต่งตัวด้วยชุดตัวในสีสันจัดจ้าน คลุมทับด้วยกราวน์สั้น ยืนกอดอก ส่งยิ้มแปลก ๆ มาให้ ไม่นำพาต่อน้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่อีกฝ่ายจงใจพูดใส่จู่ ๆ ตรัสสาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
... ไม่เหมือนยัยเด็กแสบ ปากกล้าเสียไม่มี เถียงคำไม่ตกฟากไม่นานทั้งหมดก็มาหยุดอยู่หน้าห้องยา ห้องยานี้เรียกกันติดปากในโรงพยาบาลว่า ‘ห้องยาใหญ่’ เพราะเป็นแผนกที่มีเภสัชกรปฏิบัติงานมากที่สุด เพื่อรองรับผู้ป่วยในจากหลายวอร์ดก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะกระจกหน้าช่องรับยาดังขึ้น ตรัสสาที่กำลังจัดยาอยู่ด้านในเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นเจ้าหน้าที่ในชุดยูนิฟอร์มโรงพยาบาล เธอก็รีบเดินมาเลื่อนกระจกเปิดออก“สวัสดีค่ะ ต้องการติดต่ออะไรคะ”“สวัสดีค่ะ พี่พาผู้บริจาคเงินมาเดินชมโรงพยาบาลน่ะค่ะ” เจ้าหน้าที่การเงินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนหลบให้เห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นแขกที่มาเยี่ยมชมในระยะสายตา ดวงตากลมโตของตรัสสาเบิกกว้างในเสี้ยววินาที รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้า เธอปิดหน้าต่างช่องทางสำหรับติดต่อ แล้วเดินออกมาที่หน้าห้องยาด้วยตนเอง“สวัสดีค่ะคุณแม่” ตรัสสาทักทายผู้บริจาคหน้าคุ้นด้วยน้ำเสียงหวานจัดใบหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งวันนี้ถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง มองเลยไปที่หญิงสาวที่ตามติดแม่สามีมา ก่อนจะเลื่อนสายตากลับคล้ายเป็นมองไม่เห็น แต่ในสมองหมุนแล่น คิด
ครึ่งชั่วโมงถัดมา เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง“เชิญครับ” เสียงทุ้มเรียบขานอนุญาตโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่อ่านอยู่ในมือประตูเปิดออกช้า ๆ ชายหนุ่มทำเพียงแค่เหลือบตาขึ้นมองผ่านกรอบแว่นเพียงแว่บเดียว ตามด้วยเสียงถอนหายใจที่แสดงออกถึงอาการเหนื่อยใจลึก ๆ ไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนเข้าหาใครกันแน่ ระหว่างแม่ของเขา หรือกิตติยานางเอกเบอร์ต้นที่มองดูแบบไม่ผ่านสมองให้ต้องเหนื่อยกลั่นกรอง ก็รู้ว่าอยากจะได้บทลูกสะใภ้ตระกูลเพทาพิทักษ์เต็มประดาแต่ก็ต้องถามเขาก่อน... ว่าเขาจะ ‘เอา’ ไหม!คนที่เดินนำเข้ามาก่อนคือบุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในช่วงเวลานี้ มารดาบังเกิดเกล้าตามหลังมาคือหญิงสาวในชุดเดรสเรียบหรูสีฟ้าอ่อนราคาแพง ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน เพราะเจ้าตัวต้องการให้ลุคของตัวเองในวันนี้แลดูประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์ผู้มีใจโอบอ้อมอารี สะโพกกลมมนพลิ้วไหวตามจังหวะ รองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นอย่างมั่นใจ มีผู้จัดการสาวร่างอวบเกาะชายกระโปรงตามมาติด ๆใบหน้าสวยคลี่ยิ้มละมุนถูกจัดไว้อย่างพอเหมาะพอดี ให้ดูอ่อนโยน และน่าทะนุถนอมให้มากที่สุด แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับช
ร่างสูงเปิดประตูเข้าห้องทำงานด้วยสภาพครึ่งคนครึ่งผี มองสภาพเพื่อนรักทั้งสองที่ดูดีกว่าเขาอยู่หน่อยหนึ่ง ทั้งคู่มารอเจอตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ตอนนี้กลับพากันงีบหลับอยู่คนละมุมของโซฟาณณณไม่คิดจะปลุก เป็นหมอเหมือนกัน ย่อมเข้าใจว่าการได้งีบหลับนั้น มันคือช่วงเวลาที่แสนวิเศษมากแค่ไหน ดวงตาคมมองเลยไปที่กองแฟ้มที่ถูกวางเรียงกันเต็มโต๊ะ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่“แบบนี้จะให้มีเวลาอยู่กับเมียได้ยังไงวะ ไม่เป็นแล้วได้ไหมหมอ…” เขาบ่นกับตัวเองอย่างหัวเสียมือหนายกข้อมือดูเวลาบนหน้าปัด ตอนนี้สิบโมงแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นจนถึงเมื่อครู่นี้ เขาเข้าผ่าตัดติดกันมาสามเคส ไม่มีเวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่จะหยิบมือถือขึ้นมาดูว่าภรรยาสุดที่รักแอบส่งอะไรน่ารักๆ มาอ้อนอีกหรือเปล่ามือหนาโยนเสื้อกาวน์ที่ถือติดมือมาด้วยพาดไว้บนพนักเก้าอี้ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำด้านใน เพื่อชำระร่างกาย ให้น้ำเย็นๆ ช่วยชะล้างความเครียดที่สะสมจากเคสผ่าตัดไม่นานนัก ร่างสูงก็เดินออกมาพร้อมเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบสะอาด กางเกงสแล็กเข้ารูป มือหนึ่งถือผ้าขนหนูซับเส้นผมที่ยังเปียกหมาด เหลือบมองไปที่โซฟาอี
ตลอดสามวันที่ผ่านมา สองสามีภรรยาไม่ได้เจอหน้ากันเลย แม้แต่โอกาสจะคุยเรื่องของนัยนาที่ตั้งใจไว้ก็ไม่มี เวลาที่เธอว่าง เขาก็ติดผ่าตัด ทุกครั้งที่เขาว่าง เธอก็ต้องเข้าเวร และเธอไม่อยากคุยเรื่องสำคัญผ่านโทรศัพท์ยิ่งช่วงสองสามวันนี้ มีเคสอุบัติเหตุใหญ่ติดกันหลายเคส เมื่อวานก็มีรถทัวร์ที่พานักเรียนไปทัศนศึกษาพลิกคว่ำ คนเจ็บกระจายกันอยู่หลายวอร์ด ในโรงพยาบาลวุ่นวายจนเหมือนเป็นสนามรบย่อม ๆผู้ปกครองของเด็ก ๆ มากันเต็มหน้าโรงพยาบาล นักข่าวก็พากันแห่มาทำข่าว พื้นที่ที่ควรสงบเพื่อรักษาผู้ป่วย กลับวุ่นวายกว่าทุกวันและสามีสุดที่รัก... ในฐานะผู้อำนวยการ และศัลยแพทย์ทรวงอก ต้องรับบทหนักกว่าใคร ไม่มีเวลาแม้แต่จะพักผ่อนดี ๆ เธอทำได้เพียงส่งข้าว ส่งน้ำ ส่งของบำรุงผ่านทางเลขาส่วนตัวของเขาเท่านั้นคนอย่างน้ำขิงถือคติ ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่จะลืมอ้อนหลัวไม่ได้!ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะกระจกดังขึ้นหน้าช่องติดต่อของห้องยาภานิกาที่กำลังจัดของเตรียมตัวลงเวรเช้าพลันหยุดมือ หันไปเปิดบานกระจกหน้าต่างเลื่อนออก“ติดต่อเรื่องอะไรคะ”หญิงวัยกลางค
เพราะมันเป็นไปไม่ได้น่ะสิ!!ปรางทิพย์ร้องลั่นในใจ ถ้าหาทางให้บุตรชายเอ่ยปากขอหย่าได้ จะถ่อมาให้เด็กมันถอนหงอกถึงที่เหรอ แต่ตอนนี้มีลูกสะใภ้ในใจแล้ว ต้องหาทางทำให้สองคนนี้แยกทางกันให้ได้แต่... เรื่องนี้ เอาไว้ก่อน เธอมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องคุย“ทำไมต้องคอยหาเรื่องแป้น”ตรัสสาขมวดคิ้ว “แป้น?” ใครกัน ชื่อคุ้นๆ แต่จำไม่เห็นได้ว่าเคยรู้จัก“ใครคะ น้ำขิงไม่รู้จัก”“ก็ หัวหน้าเธอ ยังไงล่ะ”“อ๋อออ…” ตรัสสาลากเสียงยาว ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกออก ที่ทำงานก็เรียกกันแต่หัวหน้า ไม่เห็นมีใครเรียกยัยหัวหน้าโรคจิตด้วยชื่อเล่นสักคน“หัวหน้าที่รักของน้ำขิงชื่อเล่นว่าแป้นนี่เอง” เธอยิ้มบาง หยิบแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างใจเย็น“แต่… น้ำขิงไม่ได้คอยหาเรื่องค่ะ แค่กำลังหาหลักฐานที่เขาทำความผิดเฉย ๆ ”ตรัสสาเห็นแม่สามีขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจ ต้องเป็นเธอไหมล่ะ ที่ไม่เข้าใจมากกว่า “แล้วทำไมน้ำขิงต้องจ้องจับผิดเขาด้วยคะ”“เพราะเขาเป็นน้าของตานนท์ เธอเลยต้องการกำจัดคนที่จะคาบข่าวมาฟ้องฉันสินะ”“เดี๋ยวนะคะคุณป้า มโนเรื่องกันเก่งมากเลย ค
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด”ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบฟุตเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ กว่าจะลากเขามาถึงเชิงบันไดได้
เสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทนใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้







