Se connecter“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน
“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด” ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบฟุตเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ กว่าจะลากเขามาถึงเชิงบันไดได้ ตัวเธอก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ พอนึกขึ้นได้ว่าเตรียมของขวัญเรียนจบไว้ให้เขาด้วย ก็ไม่อยากรอช้า ...รีบเอาให้ตอนนี้ดีกว่า เผื่อพรุ่งนี้ไม่มีโอกาสได้เจอกัน “คุณนนท์ นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ น้ำขิงจะไปหยิบของขวัญเรียนจบที่ห้องมาให้” “ไม่อาว... เพ่... ไปด้วย...” เสียงยานคางไล่หลังมา แต่หญิงสาวเดินลิ่วหนีไปไกลเกินจะได้ยินแล้ว ห้องนอนของเธออยู่ชั้นล่าง ติดกับห้องครัว เป็นห้องที่ปรับปรุงใหม่ตามคำสั่งของปรางทิพย์ หลังยายของเธอเสียชีวิตลง เธอก็ได้ย้ายจากเรือนพักแม่บ้านมาอยู่ในตัวบ้าน ในฐานะ ‘หลานสาวบุญธรรม’ แม้สถานะจะแตกต่าง แต่ครอบครัวนี้ก็ดูแลเธออย่างดีเสมอ โดยเฉพาะคนตัวโตที่ชอบตีหน้ามึนกวนประสาทเธอคนนั้น ขณะที่มือเล็กกำลังเปิดกระเป๋านักเรียน หยิบของขวัญที่ตั้งใจจะให้เขาออกมา แต่เสียงเปิดประตูจากด้านหลังกลับดังขัดขึ้นมาเสียก่อน ตรัสสาหันขวับไปตามเสียง แล้วก็ต้องชะงัก เพราะคนที่ทำให้เกิดเสียงนั้นกำลังเดินเซเข้ามาในห้อง “คุณนนท์เข้ามาทำไมคะ” เธอถามเสียงสูงด้วยความตกใจ ตั้งแต่เธอขึ้นชั้นมัธยมมา เขาก็เว้นระยะห่างกับเธอเสมอ แต่วันนี้กลับบุกเข้ามาถึงในห้อง ชายหนุ่มใช้มือยันกำแพงด้านข้างไว้เพื่อพยุงตัว “เพ่… จะนอน ที่นี่” “ไม่เอาค่ะ ห้องนอนน้ำขิงเล็กมาก คุณนนท์นอนไม่สบายหรอก” เธอรีบปฏิเสธ พยายามเข้าไปพยุงหวังจะให้เขากลับออกไป แต่คนหน้ามึนกลับดันเธอออกหน้าตาเฉย แถมยังเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง เหยียดขายืดยาวจนเลยขอบเตียงออกมา “ไม่เอา… จะนอนตรงนี้” “คุณนนท์ ลุกค่ะ นี่ห้องน้ำขิงนะ” ตรัสสาพยายามฉุดแขนเขาขึ้นเต็มแรง แต่มันไม่ขยับเลยสักนิด “ขิง… นุ่ม…” เขาพึมพำ แล้วแนบหน้าลงกับหมอนเธออย่างสบายใจ “โอ๊ย คุณนนท์ ลุกค่ะ ไม่งั้นน้ำขิงโทรหาคุณป้านะ!” เธอยกแม่เขามาขู่ แต่แทนที่ณณณจะกลัว เขากลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ ราวกับกำลังสนุก “กล้าก็โทรเลย… เพ่ ไม่กลัว” พูดจบเขาก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเองเฉย เธอกัดฟันกรอด พยายามกระชากผ้าห่มคืนสุดแรง แต่เขากลับรั้งไว้แน่น ยื้อกันอยู่ไม่กี่วินาที… ฟึ่บ! เธอก็เสียหลักล้มลงทับบนตัวเขาเต็มแรง แขนแกร่งรวบกอดเธอไว้ทันควัน กลายเป็นหมอนข้างจำเป็นในพริบตา “พี่นนท์ ปล่อยน้ำขิงนะ เหม็นเหล้ามาก น้ำขิงจะเมาตามแล้วนะ” เธอดิ้นสุดแรง แต่เขากอดแน่นยิ่งกว่าเดิม “ไม่ปล่อย… น้ำขิงหอมจัง” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู แล้วตามมาด้วยจมูกโด่งที่กดฝังลงบนแก้มเธอ ฟอดดดด!! มะ… เมื่อกี้พี่นนท์หอมแก้มเราเหรอ!? ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ร่างกายชาหนึบราวกับถูกฟ้าผ่าเข้าจัง ๆ จนสติของเธอกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว “พี่นนท์…” เธอคิดว่าตัวเองกำลังตะเบ็งเสียงดุเขา แต่เสียงที่ออกมาดันเป็นเสียงแค่กระซิบเบา ๆ ทั้งสั่น ทั้งหวาบไหว ทั้งปนเขินแบบไม่ตั้งใจ หน้าแดงจนร้อนวูบขึ้นถึงใบหู สติที่ยังไม่ทันกลับมาก็ต้องกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง เมื่อริมฝีปากร้อนชื้นของเขาบดจูบลงมาอย่างรวดเร็ว แม้แรกสัมผัสจะแผ่วเบา แต่มันเต็มไปด้วยแรงปารถนาบางอย่างที่เธอปฏิเสธไม่ลง “อื้อ~” เสียงหวานครางประท้วงในลำคอ ใจดวงน้อย ๆ ของเธอ ตอนนี้เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้ เธอพยายามยื้อสติกลับมา แต่ยิ่งเขาแนบชิดมากเท่าไหร่ สติของเธอก็ยิ่งห่างออกไปไกลมากเท่านั้น ณณณกอดรัดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น เขากลัว... กลัวเธอจะหายไป “น้ำขิง…” เสียงทุ้มที่กระซิบชิดใบหูมาพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดผิวแก้ม ปลุกปั่นให้ขนอ่อนทุกเส้นบนร่างกายสาวสะท้านวาบ ริมฝีปากหยักได้รูปไล้สัมผัสไปตามแนวกรอบหน้าอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น เน้นย้ำทุกความรู้สึกจนเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไหว “พี่นนท์… อย่า…” สองมือเล็กพยายามจะยันแผงอกแกร่งไว้เป็นปราการด่านสุดท้าย แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับมลายหายไปกับรสจูบที่เขามอบให้จนหมดสิ้น “น้ำขิง.. น้ำขิง..” ณณณกระซิบเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ น้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยกระแสอารมณ์นั้นสั่นคลอนหัวใจคนฟังจนสั่นระรัว ตรัสสามองเขาด้วยความสับสน เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน... ไม่เคยแสดงความอ่อนแอและต้องการเธอมากขนาดนี้ ‘งื้อ... ทำไมพี่นนท์ถึงได้ดูเซ็กซี่ขนาดนี้นะ’ ศีรษะเล็กสะบัดเบาๆ พยายามขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่กำลังครอบงำสติ “อย่าไปไหนนะ น้ำขิง... อย่าไปไหน รอพี่ได้ไหม ได้ไหมครับ” น้ำเสียงนั้นเว้าวอนสั่นพร่า มาพร้อมกับดวงตาคมที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ ‘เขากำลังร้องขอ... ขออะไร พี่นนท์หมายความว่ายังไง เราจะไปไหน หรือเขาจะไปไหนนะ’ เธอได้แต่ตั้งคำถามในใจ ยังไม่ทันที่เธอจะหาคำตอบจากคำพูดคลุมเครือนั้นได้ ริมฝีปากหยักก็บดเบียดลงมาอีกครั้ง ปิดกั้นทุกความคิดให้อันตรธานหายไป จุมพิตคราวนี้ลึกซึ้งและโหยหายิ่งกว่าครั้งแรก สัมผัสที่เนิ่นนาน หนักแน่นราวกับเขาต้องการจะสื่อสารทุกความรู้สึกที่เคยเก็บกักไว้ในส่วนลึก มือหนาประคองแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ทำอย่างกับว่าเธอเป็นหญิงสาวบอบบาง จนอาจแตกสลายได้หากเขาพลั้งมือรุนแรง นิ้วเรียวไล้ปลายนิ้วผ่านลำคอขาวสะอาด เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว... แต่เป็นเพราะร่างกายของเธอมันตอบรับสัมผัสจากเขาจนน่าอับอาย “พี่นนท์… ดะ… เดี๋ยว” เสียงหวานกระซิบสั่นพร่า มือเล็กพยายามคว้าข้อมือหนาที่กำลังซุกซนวนเวียนอยู่แถวอกอวบอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงรัวเร็วตามแรงอารมณ์ แต่มันกลับไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อร่างกายของเธอไม่ยอมฟังคำสั่ง แรงบีบเคล้นที่ทรวงอกเพิ่มขึ้นตามระดับเพลิงปรารถนาที่ถูกจุด มือหนาฟอนเฟ้นหนักสลับเบาปลุกปั่นความซ่านสยิวจนร่างเล็กต้องแอ่นอกเข้าหาฝ่ามือเขา “อื้อ... พี่นนท์...” “น้ำขิงหอมจัง…” เสียงพร่ากระซิบหยอกเย้าอยู่ข้างหู ก่อนที่จมูกโด่งจะกดซบลงบนพวงแก้ม แล้วลากผ่านลำคอระหงลงมาสู่จุดที่มือเขากำลังทำหน้าที่อย่างไม่น้อยหน้า ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่เลียสลับขบเม้มทิ้งรอยรักไว้บนผิวเนียนละเอียดจนเธอต้องจิกนิ้วลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความเสียดเสียว สุดท้ายตรัสสาก็พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณ... เธอตัดสินใจหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ตลอดหลายปีหลุดออกมา มือเล็กย้ายไปแตะที่แก้มของเขาเบา ๆ ดวงตาสองคู่สบกันเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะหลับลงพร้อมกัน ปล่อยให้สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังพัดพาคนทั้งคู่เข้าสู่ห้วงแห่งความหวานล้ำ“โอ๊ย!!!”พลั่ก! พลั่ก!“โอ๊ย!! พอแล้ว… ยะ—ยอมแล้ว!!” เสียงร้องโอดครวญดังสะท้อนก้องในห้องมืดสลัวรองเท้าหนาหนักกระทืบซ้ำลงที่ชายโครงจนร่างกระตุก เสียงแหลมของคนเจ็บปนมากับแรงปะทะแทบจะพร้อม ๆ กันใบหน้าหล่อเหลาบนปกนิตยสารบันเทิงหลายเล่ม กลับฟกช้ำบวมปูดจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้ เลือดเลอะเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า ตาซ้ายปิดไม่สนิท มุมปากแตก ฟันหน้าหายไปสองซี่ ลมหายใจเข้าออกแต่ละทีเจ็บลามลึกเหมือนซี่โครงจะร้าวรูปร่างสมส่วนที่เคยยืนเด่นท่ามกลางแสงแฟลช ตอนนี้นอนคุดคู้บนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ ภายในห้องนอนเล็กที่ไร้แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือไฟเพดาน ดวงตาเรียวที่เปิดแทบไม่ขึ้นมองไปที่แสงไฟซีดขาวเพียงดวงเดียวที่ถูกเอามาแขวนโดยคนพวกนั้น มันส่งแสงเยียบเย็นลงบนร่างเขาที่แทบจะกระดิกไม่ไหว“มึงบอกยอม แล้วพวกกูต้องหยุดรึไง” เสียงลอดไรฟันของหนึ่งในบอดี้การ์ดดังต่ำ พวกเขาไม่ได้ทำแค่เพราะคำสั่ง แต่ตั้งใจระบายความแค้นแทนนายหญิงของตนด้วย ก่อนหมัดหนักจะซัดเข้าใส่หน้าท้องอีกชุดใหญ่พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!จีราวัฒน์ตัวงอ น้ำลายผสมเลือดทะลักออกจากปาก เขาสำลักไอจนตัวสั่น ร่างทั้งร่างเหมือนจะหายใจไม่ทัน“กะ… กู… จะแจ้
“ดี! ขอให้พี่หมอนนท์โกรธแกนาน ๆ เลย! ครั้งหน้าแกจะได้ไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้อีก!”รุจิราที่เพิ่งคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จเดินเข้ามาสมทบ มองใบหน้าสวยที่จ๋อยสนิทของภรรยาเจ้านาย ก่อนถอนหายใจแรง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งของตัวเอง คงโดนไม้เรียวฟาดไปแล้ว ที่กล้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้โชคดีอยู่อย่าง… เจ้านายของเธอไม่เคยวางใจอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะกับเด็กสาวคนนี้ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณณณสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนคอยติดตามภรรยาเขาอย่างเงียบเชียบในระยะปลอดภัย แม้ทั้งคู่จะกลับมารักกันดีแล้ว ก็ไม่เคยยกเลิกคำสั่งนั้น มีแค่ขยับระยะห่างให้มากขึ้นและเพราะความ 'ห่างแต่ไม่หาย' นั่นแหละ ถึงทำให้ตอนที่ณณณมาถึง บอดี้การ์ดจึงสามารถพาเขาอ้อมไปยังมุมอับของกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้าน ช่วยให้เขาปีนรั้วเข้าไปได้อย่างรวดเร็วแต่… ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ยังช้ากว่าผู้ร้ายอีกคนที่ไหวตัวหนีไปได้ก่อนห
“พี่นนท์…” เสียงเรียกเบาหวิวออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ยามที่ตากลมโตมองเห็นสภาพของเขาแค่มองก็รู้... ว่าเขาร้อนใจมากแค่ไหนจนอยากจะยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่กรอบหน้าให้แต่ก็ไม่กล้า แพขนตายาวงอนสั่นระริก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนน้ำขิง... สำนึกผิดแล้วพี่นนท์อย่าโกรธได้ไหมคะ น้ำขิงขอโทษแต่คนตัวโตกลับเลือกที่จะเมิน ณณณหันหลังแทบทันที เขามองตรงไปที่ร่างสมส่วนที่นั่งคุดคู้อยู่อีกฝั่งของห้องแทนใบหน้าคมสลักแน่นตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สองมือกำแน่น จนเส้นเอ็นขึ้นตึงชัดเขาโกรธ...โกรธมาก โกรธจนแทบขาดสติ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ทั้งยังเป็นญาติ แค่คิดว่าหากยัยเด็กดื้อของเขาเป็นอะไรไป เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะห้ามใจไม่ให้ฆ่าหญิงชั่วตรงหน้าได้ไหมไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังเข้ามาจากด้านนอก รุจิรา บอดี้การ์
“เช็คการ์ด ส่งเข้าอีเมล อย่าให้ใครเห็น”มือเล็กสอดเมมโมรี่การ์ดไว้ในห่อเดียวกับโพสต์อิท แล้วหยิบขนมเพิ่มอีกสองห่อ กับน้ำอัดลมจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำทั้งหมดไปชำระเงินเมื่อได้ของแล้ว เธอก็เดินขึ้นไปยังห้องยาชั้นสาม มุ่งหน้าไปยังจุดที่ศศิธรกำลังเข้าเวรในวันนี้ พอดีกับจังหวะที่เพื่อนรักรูปร่างสูงโปร่งสไตล์หมวยอินเตอร์กำลังยืนจัดยาให้คนไข้ที่หน้าเคาน์เตอร์และแน่นอน… คุณหัวหน้าที่รักยังคงลอบติดตามอยู่ไม่ห่าง ดวงตารีของหล่อนจับจ้องที่ริมฝีปากของร่างเล็กที่กำลังยื่นถุงจากร้านสะดวกซื้อให้เพื่อนด้วยท่าทางยิ้มแย้ม แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนา แต่ก็พยายามอ่านปากของอีกฝ่ายเต็มที่หญิงสาวพูดเพียงประโยคสั้น ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับคนบ้าอยู่ตลอดเวลา “ฉันซื้อขนมมาฝาก มีของที่แกชอบมากด้วยนะ ถ้าดูแล้วถูกใจรีบบอกฉันด้วย”ประโยคแปลก ๆ จากเพื่อนรัก ทำให้ศศิธรเงยหน้าขึ้นมาอย่างมึน ๆ ตามสไตล์ “มาแปลกนะยะ แต่เพื่อไม่ให้เพื่อนรักเสียใจ ฉันจะยัดทุกอย่างลงท้องเอง”เมื่อเพื่อนสาวรับถุงใส่ของจากร้านสะดวกซื้อไปเรียบร้อย มือเล็กโบกมือลาเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องยาที่เธอประจำอยู่ ไม่มีแม้แต่การหันก
“คุณฉีดยาอะไรเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกว่าผู้พูดกำลังหัวเสียไม่น้อย ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน“จะรอให้นังเด็กนี่มันแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินหรือไง” เสียงหวานใสกระซิบตอบเครียด“แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”“สองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะฟื้นแล้ว รีบพาหล่อนออกไป แล้วอย่าปล่อยให้กลับออกมาได้อีก”“หึ... ภาวนาให้ผู้อำนวยการของคุณตามนังนี่ไม่เจอเถอะ”อีกฟากหนึ่งที่ห้องยา...แม้จะมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนที่วางไว้ต้องสำเร็จ แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นัยนาก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้ ร่างอวบเดินวนไปมาอยู่กลางห้องยา จนเรียกสายตาจากหลายคู่ให้เผลอเหลือบมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากถามร่างท้วมได้แต่ภาวนาให้ชายคนนั้นไม่ทำพลาด เพราะถ้าเรื่องดันโป๊ะแตก หลานชายคนเก่งของเธอไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว เธอก็ทำทีเป็นชะเง้อมองประตูหน้าห้องยาอย่างคนที่กำลังรอใครบางคน“ไปนานเกินไปแล้ว… แอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนหรือเปล่านะ”เสียงบ่นลอดริมฝีปากในจังหวะที่ยกข้อมืออวบขึ้นดูเวลา ตาก็แสร้งเหลือบไปทางประตูเป็นระยะเหมือนคนเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังนับเ
“หัวหน้า… อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ ถ้าน้ำขิงตาย ต้องเสียเวลากำจัดศพอีก” เสียงหวานสั่นเครือ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กถอยร่นจากเตียงไปจนชิดผนัง มือทั้งสองยกขึ้นเหนือหัวในท่ายอมจำนนริมฝีปากของนัยนาเหยียดยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดแน่นลึกอยู่ในใจ “หึ หึ… สายไปแล้ว แกทำให้ฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมานานนับเดือน”มืออวบส่ายมีดไปมาตรงหน้า “ชาตินี้… ก็จำไว้ให้ดี ชาติหน้าอย่าไปเสือกเรื่องของคนอื่นอีก”สิ้นคำพูด ร่างสมส่วนก็พุ่งเข้าใส่ทันที ความเร็วของหญิงวัยห้าสิบไม่น่าจะมากเท่านี้ แต่แรงแค้นผลักให้เธอเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษที่พร้อมฉกเหยื่อ มีดในมือแฉลบแสงสะท้อนวูบวาบ พุ่งตรงมายังลำตัวของตรัสสาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแควก!เสียงมีดกรีดผ่านผ้าม่านอย่างแรง เฉียดเอวบางไปเพียงเส้นผมเดียว ตรัสสาเบี่ยงตัวหลบได้หวุดหวิด“หัวหน้า… อย่าทำ
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




