Masuk“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน
“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด” ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบฟุตเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ กว่าจะลากเขามาถึงเชิงบันไดได้ ตัวเธอก็เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ พอนึกขึ้นได้ว่าเตรียมของขวัญเรียนจบไว้ให้เขาด้วย ก็ไม่อยากรอช้า ...รีบเอาให้ตอนนี้ดีกว่า เผื่อพรุ่งนี้ไม่มีโอกาสได้เจอกัน “คุณนนท์ นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ น้ำขิงจะไปหยิบของขวัญเรียนจบที่ห้องมาให้” “ไม่อาว... เพ่... ไปด้วย...” เสียงยานคางไล่หลังมา แต่หญิงสาวเดินลิ่วหนีไปไกลเกินจะได้ยินแล้ว ห้องนอนของเธออยู่ชั้นล่าง ติดกับห้องครัว เป็นห้องที่ปรับปรุงใหม่ตามคำสั่งของปรางทิพย์ หลังยายของเธอเสียชีวิตลง เธอก็ได้ย้ายจากเรือนพักแม่บ้านมาอยู่ในตัวบ้าน ในฐานะ ‘หลานสาวบุญธรรม’ แม้สถานะจะแตกต่าง แต่ครอบครัวนี้ก็ดูแลเธออย่างดีเสมอ โดยเฉพาะคนตัวโตที่ชอบตีหน้ามึนกวนประสาทเธอคนนั้น ขณะที่มือเล็กกำลังเปิดกระเป๋านักเรียน หยิบของขวัญที่ตั้งใจจะให้เขาออกมา แต่เสียงเปิดประตูจากด้านหลังกลับดังขัดขึ้นมาเสียก่อน ตรัสสาหันขวับไปตามเสียง แล้วก็ต้องชะงัก เพราะคนที่ทำให้เกิดเสียงนั้นกำลังเดินเซเข้ามาในห้อง “คุณนนท์เข้ามาทำไมคะ” เธอถามเสียงสูงด้วยความตกใจ ตั้งแต่เธอขึ้นชั้นมัธยมมา เขาก็เว้นระยะห่างกับเธอเสมอ แต่วันนี้กลับบุกเข้ามาถึงในห้อง ชายหนุ่มใช้มือยันกำแพงด้านข้างไว้เพื่อพยุงตัว “เพ่… จะนอน ที่นี่” “ไม่เอาค่ะ ห้องนอนน้ำขิงเล็กมาก คุณนนท์นอนไม่สบายหรอก” เธอรีบปฏิเสธ พยายามเข้าไปพยุงหวังจะให้เขากลับออกไป แต่คนหน้ามึนกลับดันเธอออกหน้าตาเฉย แถมยังเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง เหยียดขายืดยาวจนเลยขอบเตียงออกมา “ไม่เอา… จะนอนตรงนี้” “คุณนนท์ ลุกค่ะ นี่ห้องน้ำขิงนะ” ตรัสสาพยายามฉุดแขนเขาขึ้นเต็มแรง แต่มันไม่ขยับเลยสักนิด “ขิง… นุ่ม…” เขาพึมพำ แล้วแนบหน้าลงกับหมอนเธออย่างสบายใจ “โอ๊ย คุณนนท์ ลุกค่ะ ไม่งั้นน้ำขิงโทรหาคุณป้านะ!” เธอยกแม่เขามาขู่ แต่แทนที่ณณณจะกลัว เขากลับหัวเราะในลำคอเบา ๆ ราวกับกำลังสนุก “กล้าก็โทรเลย… เพ่ ไม่กลัว” พูดจบเขาก็ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัวเองเฉย เธอกัดฟันกรอด พยายามกระชากผ้าห่มคืนสุดแรง แต่เขากลับรั้งไว้แน่น ยื้อกันอยู่ไม่กี่วินาที… ฟึ่บ! เธอก็เสียหลักล้มลงทับบนตัวเขาเต็มแรง แขนแกร่งรวบกอดเธอไว้ทันควัน กลายเป็นหมอนข้างจำเป็นในพริบตา “พี่นนท์ ปล่อยน้ำขิงนะ เหม็นเหล้ามาก น้ำขิงจะเมาตามแล้วนะ” เธอดิ้นสุดแรง แต่เขากอดแน่นยิ่งกว่าเดิม “ไม่ปล่อย… น้ำขิงหอมจัง” เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดใบหู แล้วตามมาด้วยจมูกโด่งที่กดฝังลงบนแก้มเธอ ฟอดดดด!! มะ… เมื่อกี้พี่นนท์หอมแก้มเราเหรอ!? ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ร่างกายชาหนึบราวกับถูกฟ้าผ่าเข้าจัง ๆ จนสติของเธอกระเจิดกระเจิงไปหมดแล้ว “พี่นนท์…” เธอคิดว่าตัวเองกำลังตะเบ็งเสียงดุเขา แต่เสียงที่ออกมาดันเป็นเสียงแค่กระซิบเบา ๆ ทั้งสั่น ทั้งหวาบไหว ทั้งปนเขินแบบไม่ตั้งใจ หน้าแดงจนร้อนวูบขึ้นถึงใบหู สติที่ยังไม่ทันกลับมาก็ต้องกระเจิดกระเจิงอีกครั้ง เมื่อริมฝีปากร้อนชื้นของเขาบดจูบลงมาอย่างรวดเร็ว แม้แรกสัมผัสจะแผ่วเบา แต่มันเต็มไปด้วยแรงปารถนาบางอย่างที่เธอปฏิเสธไม่ลง “อื้อ~” เสียงหวานครางประท้วงในลำคอ ใจดวงน้อย ๆ ของเธอ ตอนนี้เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาให้ได้ เธอพยายามยื้อสติกลับมา แต่ยิ่งเขาแนบชิดมากเท่าไหร่ สติของเธอก็ยิ่งห่างออกไปไกลมากเท่านั้น ณณณกอดรัดคนในอ้อมแขนแน่นขึ้น เขากลัว... กลัวเธอจะหายไป “น้ำขิง…” เสียงทุ้มที่กระซิบชิดใบหูมาพร้อมกับลมหายใจร้อนผ่าวที่รินรดผิวแก้ม ปลุกปั่นให้ขนอ่อนทุกเส้นบนร่างกายสาวสะท้านวาบ ริมฝีปากหยักได้รูปไล้สัมผัสไปตามแนวกรอบหน้าอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น เน้นย้ำทุกความรู้สึกจนเกินกว่าที่เธอจะต้านทานไหว “พี่นนท์… อย่า…” สองมือเล็กพยายามจะยันแผงอกแกร่งไว้เป็นปราการด่านสุดท้าย แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับมลายหายไปกับรสจูบที่เขามอบให้จนหมดสิ้น “น้ำขิง.. น้ำขิง..” ณณณกระซิบเรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ น้ำเสียงแหบพร่าที่เต็มไปด้วยกระแสอารมณ์นั้นสั่นคลอนหัวใจคนฟังจนสั่นระรัว ตรัสสามองเขาด้วยความสับสน เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน... ไม่เคยแสดงความอ่อนแอและต้องการเธอมากขนาดนี้ ‘งื้อ... ทำไมพี่นนท์ถึงได้ดูเซ็กซี่ขนาดนี้นะ’ ศีรษะเล็กสะบัดเบาๆ พยายามขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านที่กำลังครอบงำสติ “อย่าไปไหนนะ น้ำขิง... อย่าไปไหน รอพี่ได้ไหม ได้ไหมครับ” น้ำเสียงนั้นเว้าวอนสั่นพร่า มาพร้อมกับดวงตาคมที่จ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอ ‘เขากำลังร้องขอ... ขออะไร พี่นนท์หมายความว่ายังไง เราจะไปไหน หรือเขาจะไปไหนนะ’ เธอได้แต่ตั้งคำถามในใจ ยังไม่ทันที่เธอจะหาคำตอบจากคำพูดคลุมเครือนั้นได้ ริมฝีปากหยักก็บดเบียดลงมาอีกครั้ง ปิดกั้นทุกความคิดให้อันตรธานหายไป จุมพิตคราวนี้ลึกซึ้งและโหยหายิ่งกว่าครั้งแรก สัมผัสที่เนิ่นนาน หนักแน่นราวกับเขาต้องการจะสื่อสารทุกความรู้สึกที่เคยเก็บกักไว้ในส่วนลึก มือหนาประคองแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม ทำอย่างกับว่าเธอเป็นหญิงสาวบอบบาง จนอาจแตกสลายได้หากเขาพลั้งมือรุนแรง นิ้วเรียวไล้ปลายนิ้วผ่านลำคอขาวสะอาด เธอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว... แต่เป็นเพราะร่างกายของเธอมันตอบรับสัมผัสจากเขาจนน่าอับอาย “พี่นนท์… ดะ… เดี๋ยว” เสียงหวานกระซิบสั่นพร่า มือเล็กพยายามคว้าข้อมือหนาที่กำลังซุกซนวนเวียนอยู่แถวอกอวบอิ่มที่สะท้อนขึ้นลงรัวเร็วตามแรงอารมณ์ แต่มันกลับไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อร่างกายของเธอไม่ยอมฟังคำสั่ง แรงบีบเคล้นที่ทรวงอกเพิ่มขึ้นตามระดับเพลิงปรารถนาที่ถูกจุด มือหนาฟอนเฟ้นหนักสลับเบาปลุกปั่นความซ่านสยิวจนร่างเล็กต้องแอ่นอกเข้าหาฝ่ามือเขา “อื้อ... พี่นนท์...” “น้ำขิงหอมจัง…” เสียงพร่ากระซิบหยอกเย้าอยู่ข้างหู ก่อนที่จมูกโด่งจะกดซบลงบนพวงแก้ม แล้วลากผ่านลำคอระหงลงมาสู่จุดที่มือเขากำลังทำหน้าที่อย่างไม่น้อยหน้า ริมฝีปากร้อนผ่าวไล่เลียสลับขบเม้มทิ้งรอยรักไว้บนผิวเนียนละเอียดจนเธอต้องจิกนิ้วลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความเสียดเสียว สุดท้ายตรัสสาก็พ่ายแพ้ต่อสัญชาตญาณ... เธอตัดสินใจหลับตาลง ปล่อยให้ความรู้สึกที่เก็บซ่อนไว้ตลอดหลายปีหลุดออกมา มือเล็กย้ายไปแตะที่แก้มของเขาเบา ๆ ดวงตาสองคู่สบกันเพียงชั่วอึดใจ ก่อนจะหลับลงพร้อมกัน ปล่อยให้สติสัมปชัญญะหลุดลอยไปตามแรงอารมณ์ที่กำลังพัดพาคนทั้งคู่เข้าสู่ห้วงแห่งความหวานล้ำแต่ไม่ใช่…ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาในแบบที่คนทั่วไปอาจมองว่าน่าดึงดูด เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนอย่างลวก ๆ ท่าทางสบาย ๆแต่สำหรับเธอแล้ว... ไม่มีใครหล่อเทียบพี่นนท์ได้อยู่ดี!ดวงตาเรียวของชายที่เพิ่งเดินเข้ามาจับจ้องเรือนร่างบอบบางทรงตัวอยู่ได้เพราะจับเก้าอี้เอาไว้ ด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อชั้นดี แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม แต่ออร่าบางอย่างกับฉายชัดยิ่งกว่าดาราสาวหลายคนที่เขารู้จัก“คุณเป็น.. ใคร เข้ามาทำไม” เสียงของหวานสั่นพร่า อีกทั้งร่างกายก็แทบยืนไม่ไหวชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะตอบคำถาม แต่หมุนตัวไปล๊อคประตูแน่นหนาเป็นคำตอบ เสียงกริ๊กของกลอนดังสะท้อนในหัวเธอเหมือนระฆังเตือนภัย...จะเอาตัวรอดยังไงดี คิดสิไอ้น้ำขิง“ผม… ว่าที่สามีใหม่ของคุณไงครับ” รอยยิ้มเอื่อย ๆ กั
“รีบไปรับคุณป้ากันเถอะค่ะ” เสียงใสพูดพลางเปิดประตูรถที่จอดรออยู่หน้าสถาบัน ตรัสสา ยิ้มให้เอกภพกับพนักงานพร้อมโบกมือลาดวงตาคมของเอกภพมองตามหลังรถตู้คันหรูไปจนลับสายตา แม้ใจเขาจะยังปวดหน่วง ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอหญิงสาว แต่ก็รู้สึกยินดีกับรุ่นน้องสาวคนนี้จากใจจริง ที่ปรับความเข้าใจกับคนในใจได้ และมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เด็กคนนี้ลำบากมากร่างเล็กมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ใกล้จะสองทุ่มเต็มที ตรัสสารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาแม่สามี“อยู่ไหนแล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสายตรัสสากลั้วหัวเราะ พยายามหยอดมุกแซว “แหม่! คุณป้าก็... คิดถึงน้ำขิงขนาดนั้นเลยนะเนี่ย”ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง กำลังพยายามประมวลผลคำพูดที่จะใช้ในการตอบโต้ยัยเด็กปากดี “รีบมา แล้ว... กินอะไรหรือยัง”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่
มาถึงหน้าสถาบันกวดวิชาที่เอกภพเปิด ตรัสสาก็เงยหน้ามองตึกพาณิชย์สูงสี่ชั้นสามคูหาติดกันด้วยแววตาตะลึง เธอไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้สถาบันนี้คือธุรกิจที่เธอร่วมลงทุนกับเอกภพตอนที่เริ่มฝึกงานใหม่ ๆ เธอลงเงินไปแค่หนึ่งในสาม แต่ช่วยเขาอัดคลิปสอนในวิชาหมวดวิทยาศาสตร์ให้ครบทั้งระดับมัธยมต้นและปลาย คลิปติวเหล่านั้นทำให้เด็กสมัครเรียนพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาไม่กี่เดือนขณะที่ยังยืนอึ้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้มแบบหนุ่มใต้ก็รีบสาวเท้ายาวออกมาต้อนรับ แววตาอบอุ่นทันทีที่เห็นรุ่นน้องสาวที่เขาแอบปลื้มมายืนอยู่ตรงหน้า“เจอกันได้สักทีนะ ยัยหนู” เอกภพทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้างเขาเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ามาก ทั้งยังแอบรักข้างเดียวมาแบบยาวนานอีกตังหาก เพราะสนิทกันมาก เลยรู้ว่าหญิงสาวมีคนในใจแล้ว เขาเลยต้องกลบความรู้สึกที่เกินเลยลงไป เหลือเพียงพี่น้องที่ดีต่อกัน“สว
ตรัสสา สว่างรักษ์ ...น้ำขิงลูกแม่และในวินาทีนั้นเอง หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมา จนนัยน์ตาสีน้ำตาลทองสบเข้ากับดวงตาของหญิงวัยกลางคนที่จ้องมองมาอยู่เต็ม ๆตรัสสาชะงักกับสายตาของคนที่จ้องมองมาไม่วางตาใบหน้านี้… เธอจำได้ดีแม้นี่จะเป็นเพียงการเจอกันครั้งที่สองหลังจากทิ้งเธอไป แต่มันไม่ใช่แค่ผ่านตาเหมือนครั้งก่อน เพราะต่างฝ่ายต่างมองสบตากันด้วยความตกตะลึงครั้งที่แล้วที่เจอกัน มารดาของเธอดูเร่งรีบ คงไม่ทันได้สังเกตเภสัชกรที่ทำหน้าที่จ่ายยาให้ ส่วนครั้งนี้... จากสายตาที่มองมา แม้ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่เธอรู้สึกว่า… แม่อาจจะจำเธอได้ แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะเจ็บใบหน้าสวยหลุบตาลงช้า ๆ ซ่อนบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอกหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินผ่านประตูห้องฉุกเฉินออกไป สองขาเล็กก้าวผ่านหน้าแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยท่าทีสงบ เด็กสาวไม่เอ่
ตรัสสายืนมองประตูห้องยาชั้นหนึ่งแล้วถอนหายใจยาวอย่างอดไม่ได้…หมดเวรหมดกรรมเสียที ร่างกายเธอแทบแหลกกับการควงเวรมาราธอนมาตลอดสองเดือนเต็ม ๆตรัสสาพาตัวเองเปิดประตูห้องยาเข้าไปด้านใน ห้องยาชั้นหนึ่งเป็นห้องยาประจำแผนกฉุกเฉิน เป็นห้องยาขนาดเล็กที่มีเภสัชกรเข้าเวรเพียงช่วงละสองคน กับผู้ช่วยเภสัชกรอีกหนึ่งคนที่ผลัดเวรกันอยู่ แผนกนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ณัฐวัชร เพื่อนรักของเธอเคยฝึกงานมาก่อนเธอเดินตรงเข้าไปหาหัวหน้าห้องยาก่อนเป็นอันดับแรก“สวัสดีค่ะพี่หญิง” เสียงหวานเอ่ยทักยุวเรจ หัวหน้าห้องยาที่เคยเจอกันตอนงานเลี้ยงส่งมาแล้วรอบหนึ่งตอนนั้นเธอกับพี่ ๆ จากห้องยาทั้งสามก็เข้ากันได้ดี แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ของเธอกับผู้อำนวยการที่หล่อเกินเบอร์อย่างณณณ ไม่รู้ว่าตอนนี้สายตาที่พวกเขามองมาจะเปลี่ยนไปไหม…แต่ความกังวลนั้นก็สลายทันทีเมื่อยุวเรจยิ
“หืม… ยังพอมีเวลาสักชั่วโมง ต้องไถ่โทษให้พี่ก่อนสิ”“ไม่อาวววววว น้ำขิงง่วงงงงงงง” เสียงเบะปากนั้นน่าฟัดจนเขาเผลอยิ้มที่มุมปาก ร่างเล็กพูดจบก็ปิดตาหลับไปทันทีแบบไม่สนอะไรอีก…ทว่าเสียงนั้นไม่มีผลกับเขาเลยแม้แต่น้อย เมื่อคนตัวโตตั้งใจไว้แล้วว่าคืนนี้จะจัดการลงโทษยัยเด็กดื้อให้เข็ดหลาบณณณรีบวางไอแพดลงบนโต๊ะข้างเตียง แล้วพลิกตัวคร่อมร่างบอบบางเอาไว้ เขามองแพขนตางอนยาวของภรรยาที่หลับปุ๋ยด้วยแววตาร้อนแรง ลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลงเป็นจังหวะยิ่งยามที่ริมฝีปากอวบอิ่มเผยอเล็ก ๆ เหมือนลูกพีชสุกฉ่ำที่ยั่วให้อยากลิ้มลอง มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นลูบไล้แก้มนวลเนียน ก่อนจะเลื่อนลงมาจับคางเรียวสวย บีบเบา ๆ ให้ตากลมโตลืมขึ้นมาสบตาเขาเสียงของเขาแหบพร่า เต็มไปด้วยแรงปรารถนา “เมียจ๋า… ลืมตามามองหน้าพี่หน่อย”เสียงที่เอ่ยเรียกเธอช่าง
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล







