LOGINแสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหน
ดวงตากลมโตเบิกกว้างตกใจ เมื่อนึกขึ้นได้ว่า เมื่อคืนนี้เธอเมาจนภาพตัด“หรือว่าเรา…”
ตรัสสารีบก้มสำรวจตัวเอง ใจที่หล่นวูบแทบกระแทกพื้นก็เริ่มค่อย ๆ กลับขึ้นมา เมื่อไม่รู้สึกถึงความผิดปกติอะไรบนร่างกาย มีแค่ชุดนอนของผู้ชายตัวโคร่ง ที่ความยาวของแขนเสื้อกับขากางเกงมีขนาดที่ยาวเกินไป เมื่อเทียบกับร่างกายสั้น ๆ ของเธอ มันก็เลยถูกพับขึ้นมาอย่างเป็นระเบียบ
“แสดงว่าเมื่อคืนไม่มีอะไรเกิดขึ้น” เธอพึมพำกับตัวเองเสียงเบา แต่แล้วความรู้สึกประหลาดกลับแล่นขึ้นมาวูบหนึ่ง “หรือเรามีเสน่ห์ไม่มากพอ”
เพียะ! มือเล็กตบหน้าผากตัวเองดังลั่น “บ้า คิดอะไรของแก ไอ้น้ำขิง อยากมีอะไรกับเขาหรือไง” เธอบ่นตัวเองไม่หยุด โดยไม่รู้เลยว่าคนข้างตัวที่แกล้งหลับอยู่นั้น… กำลังพยายามกลั้นขำจนไหล่สั่น
ยัยเด็กลามก… ณณณคาดโทษในใจ
คนตัวเล็กเผลอเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาที่ยังหลับตาพริ้ม เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเผลอจ้องมองเขานานแค่ไหน หกปีที่ผ่านมาเขาเปลี่ยนไปมากจริง ๆ
เดิมเขาก็หล่อมากอยู่แล้ว… ตอนนี้กลับดูหล่อขึ้นอีกไปอีก ยิ่งกล้ามโต ๆ กับบุคลิกสุขุมเยือกเย็นของเขา มันทำให้เธอละสายตาได้ยากลำบาก ได้จ้องมองเขาแบบนี้ ความคิดถึงที่เก็บไว้ในส่วนลึกสุดก็เอ่อล้นขึ้นมา
น้ำขิงคิดถึงพี่นนท์จัง...
ร่างสูงที่ตื่นก่อนนานแล้วแต่แกล้งหลับต่อ ปล่อยให้หญิงสาวได้มองอย่างเต็มตา อยากรู้ว่ายัยเด็กดื้อของเขาจะทำอะไรต่อ และก็ไม่ผิดหวังเมื่อได้รับสัมผัสจากมือเล็กที่แนบลงบนแก้มของณณณอย่างโหยหา
“พี่นนท์…” เสียงเรียกเบาเหมือนกระซิบ ทำเอาความอดทนของเขาพังทลาย ดวงตาคมเปิดขึ้นเผยนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ปิดความดีใจเอาไว้ไม่มิด มือใหญ่คว้ามือเธอไว้แน่น
“ยังชอบแอบจับหน้าพี่เหมือนเดิมเลยนะ”
“คุณนนท์!” ตรัสสาสะดุ้งเฮือก รีบดึงมือกลับ แต่ไม่ทัน คนมือไวคว้าไว้หมับและจับไว้แน่นยิ่งกว่ากาว ซ้ำยังยกขึ้นไปกดจูบหนัก ๆ บนหลังมือ
“อืมม... มือเมียใครนะ หอมจัง นุ่มด้วย”
“อย่ามาโมเม ฉันไม่ใช่เมียคุณ ปล่อยค่ะ อยากเข้าห้องน้ำ”
รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังฉายชัดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ริมฝีปากหยักยื่นมากระซิบริมใบหู “พี่จะปล่อย ถ้าน้ำขิงยอมเรียกว่า… พี่นนท์”
ในสถานการณ์ที่ข้าศึกบุกประชิดประตูเมืองขนาดนี้ แค่เรียกเขาว่า ‘พี่’ ทำไมจะไม่ได้ “พี่นนท์... ปวดฉี่จะราดแล้วค่ะ”
เธอทำเสียงเข้มกลบเกลื่อนความเขิน พยายามดันตัวออกจากอ้อมแขนหนา แต่เมื่อเหลือบมองชุดที่ใส่นอนอีกรอบ ก็เปลี่ยนใจถาม หวังว่าเขาจะมีแม่บ้านมาช่วยเปลี่ยนให้เธอนะ
“เมื่อคืน ใครเปลี่ยนชุดให้ฉัน”
“พี่เอง”
คำตอบสั้น ๆ แต่ความหวังก็พังทลายในเสี้ยววินาที
“คุณนนท์!”
“แต่ไม่ต้องห่วงนะ พี่ไม่ได้ยุ่งกับส่วนสำคัญของน้ำขิงแน่นอน สาบานได้”
“ไม่แตะต้องตัวฉันเลย... จะดีที่สุด” เธอแยกเขี้ยวใส่ แต่เขากลับหัวเราะเบา ๆ
ก่อนจะยอมปล่อยมือเธอออก คนเจ้าเล่ห์ยังแอบโน้มหน้าลงไปกดจูบหนัก ๆ ที่ริมฝีปากอวบอิ่มอีกหนึ่งทีโดยไม่ให้ตั้งตัว
เพียะ!!
ด้วยความตกใจ ฝ่ามือเล็กฟาดเข้าที่แก้มเขาเต็มรัก หญิงสาวนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหลุบลง ความรู้สึกผิดวิ่งพล่านไปทั่วอก
ส่วนคนที่โดนตบ นอกจากไม่โกรธแล้ว เขายังไม่สะทกสะท้านอีกด้วย “ยังต้องการไปห้องน้ำอยู่ไหมครับ ห้องน้ำอยู่ในห้องแต่งตัว ซ้ายมือ แต่ถ้าต้องการให้พี่ต่อจากเมื่อกี้ก็ได้นะ”
ไม่รอให้เขาขู่อะไรอีก ตรัสสาดีดตัวลุกพรวดออกจากเตียงทันที เรียกเสียงหัวเราะของเขาดังตามหลังมา ทำเอาหน้าเธอแดงขึ้นอีกครั้ง
ตาบ้า... หัวเราะอะไรนักหนา โดนตบจนสมองเพี้ยนไปแล้วหรือไง
พอออกมาจากห้องน้ำที่กว้างขวางยิ่งกว่าคอนโดของเธอ ก็เห็นว่าเขาแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืด กางเกงขาสั้น แต่เป็นแบรนด์เนมราคาแพงทั้งคู่ กำลังนั่งไขว้ขาสบาย ๆ บนเก้าอี้
เธอมองแขนเสื้อที่โอบรัดกล้ามแขนของเขาเอาไว้แล้ว ก็ตาลุกวาว
อืม... กล้ามเขาน่ากัดจัง
อะแฮ่ม! ยัยบ้า หยุดความคิดลามกเดี๋ยวนี้เลยนะ
ตรัสสาสั่งสมองของตนเองให้ดึงสายตาออกจากภาพล่อตาล่อใจ เพื่อมองหาเสื้อผ้าของตัวเองต่อ
“ชุดเมื่อคืนอยู่ที่ไหนคะ”
“ทิ้งไปแล้ว” เขาตอบกลับหน้าตาย
“หา!? ทำแบบนั้นทำไม” เสียงแหวมาพร้อมกับมือเล็กที่ยกขึ้นเท้าเอวทันที ท่าทางของเธอตอนนี้พร้อมกางกรงเล็บตะปปชายหนุ่มตรงหน้า
“มันโป๊”
“แล้วแบบนี้ฉันจะใส่อะไรกลับ จะให้ใส่เสื้อผ้าตัวเท่าช้างของคุณหรือไง”
ณณณไม่สนใจท่าทางกระฟัดกระเฟียดราวลูกแมวขี้หงุดหงิดนั้น “กินข้าวเช้าก่อน เดี๋ยวมีคนเอาชุดใหม่มาส่ง” พูดจบก็คว้าข้อศอกเล็กให้เดินตามออกไป
ออกมาจากห้องนอนเธอก็ต้องตกตะลึงกับความกว้างขวางของห้องพักอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งอัศจรรย์ใจกับขนาดของห้องน้ำไปก่อนหน้า ถัดจากห้องนอนมาเป็นโถงนั่งเล่น และต้องเดินทะลุส่วนนี้ไปถึงจะเป็นห้องอาหารที่ติดกับห้องครัว
กลิ่นหอมกรุ่นโชยมาแตะจมูก ตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นอาหารบนโต๊ะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าบนโต๊ะมีอะไรบ้าง โจ๊กหมูที่ต้องใส่ไข่ต้มยางมะตูม น้ำเต้าหู้ไม่ใส่เครื่อง ชาเขียวนมสด และแคนตาลูปหั่นพอดีคำ
ทุกจานตรงหน้า… ล้วนเป็นของโปรดเธอทั้งนั้น
ณณณมองปฏิกิริยานั้นด้วยรอยยิ้ม “นั่งกินก่อน เรามีเรื่องต้องคุยกัน”
“ฉันไม่หิว มีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ เสร็จแล้วจะรีบกลับ”
“พี่ไม่ให้กลับ” เขาก้าวเข้ามาใกล้ มือใหญ่จับข้อมือเล็กลากให้นั่งลงบนเก้าอี้โดยไม่สนเสียงประท้วง “กินข้าวก่อน เดี๋ยวปวดท้อง น้ำขิงเป็นโรคกระเพาะไม่ใช่หรือ”
คนตัวเล็กชะงัก ตวัดมองเขาด้วยสายตาจับผิด “คุณรู้ได้ยังไง ว่าฉันเป็นโรคกระเพาะ” โรคกระเพาะเธอเพิ่งเป็นตอนเรียนปีสามเอง และตอนนั้นเขาไม่ได้อยู่ไทยด้วยซ้ำ
“พี่รู้ทุกเรื่องของน้ำขิง”
น้ำเสียงเขาเรียบนิ่งมาก… แต่ฟังแล้วใจเธอกลับไม่นิ่งตาม
ตรัสสาส่งสายตาเป็นคำถาม แต่เขาเพียงยักไหล่เบา ๆ แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ กลับไปนั่งเฉย ๆ ไม่พูดอะไรอีก
เมื่อไรก็ตามที่คนตัวโตเงียบใส่ไม่พูดไม่จาแบบนี้ แปลว่าเขากำลังจงใจยั่วโมโหเธอชัด ๆ ณณณรู้ดี ว่าเธอแพ้ทางเวลาเขาใช้ความเงียบมาเป็นอาวุธ แต่ครั้งนี้เขาคิดผิดแล้ว
เพราะ... เธอไม่ใช่เด็กสาวคนเดิมในความทรงจำเขาอีกต่อไป
ตรัสสาเลือกนั่งกอดอก เมินหน้ามองไปที่นอกหน้าต่างบานใหญ่ ไม่ยอมแตะอาหารสักคำ เอาสิ… ใครจะแพ้ก่อนกัน เอาให้รู้ดำรู้แดงไปเลย
หึ… ตอนนี้เธออดทนเก่งกว่าแต่ก่อนเยอะ!
ผ่านไปเกือบสิบวินาที ไม่สิ เกือบสิบ นาที!
สุดท้าย... คนที่อดทนไม่ไหวก่อนก็ไม่ใช่... เขา แต่เป็นเธออีกแล้ว!
ชั่งมันเถอะ แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยชนะเขาอยู่แล้ว งั้นขอด่าความหน้ามึนของเขาหน่อยละกัน
“จะ-“
ณณณที่รอจังหวะอยู่ด้วยความอดทน เมื่อเห็นปากเล็กเปิดออกเตรียมด่าเขาแน่ ๆ มือหนาก็คว้าช้อนขึ้นด้วยความรวดเร็ว ราวกับฝึกทำแบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน ตักข้าวขึ้นมายัดใส่ปากได้ตรงจังหวะแบบพอดิบพอดี
“กินก่อน ไม่งั้นพี่ไม่คุย ไม่ให้กลับด้วย” น้ำเสียงยังเรียบเหมือนเดิม แต่คิ้วหนากลับเลิกขึ้นข้างหนึ่ง บวกกับมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย เขาจงใจแสดงใบหน้าของผู้ชนะ
คิดจะมาสู้กับพี่เหรอ ยังเร็วไปสิบปีไอ้เด็กดื้อ...
ตรัสสาจำต้องเคี้ยวหมูที่เขาตักให้ตุ้ย ๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาตที่แพ้ทางเขาอีกครั้ง เธอมองรอยยิ้มกวนบาทาและน่าหมั่นไส้นั้น มือเผลอกำเข้าหากันแน่น
ถ้าต่อยเบ้าหมอจนต้องพักงานหลายวัน จะโดนค่าปรับเท่าไหร่กันนะ...
ปรางทิพย์ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างที่ห่างออกไปเรื่อย ๆ ความเจ็บในอกไหลทะลักขึ้นมาพร้อมหยดน้ำตาที่คลอเต็มสองตา ดวงตาคมกริบที่ลูกชายถอดแบบไปทั้งดวงยามนี้สั่นระริก มือที่เคยมั่นใจทุกการเคลื่อนไหวยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหูอย่างไร้ทิศทางไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงสะอื้นก็หลุดลอดออกจากลำคอทันทีที่ปลายสายกดรับ “คะ…คุณภพ ฮือ… ฉันทำเรื่องไม่ดีขึ้นแล้ว ฉันทำให้มันแย่ลง… ฮืออ”เสียงสะอื้นของปรางทิพย์ขาดเป็นห้วง เธอรู้ดีว่าทุกอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้น มันหนักหนาสาหัสแค่ไหนสำหรับลูกผู้หญิงคนหนึ่งหากบุตรชายของเธอมาช่วยไว้ไม่ทัน แต่เธอสาบานเลยว่าไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้แม้เธอจะไม่ได้เรียนหมอ แต่ก็ไม่โง่พอจะดูไม่ออกว่าเด็กคนนั้น โดนวางยาแน่ ๆ แต่เธอก็ไม่ได้เป็นคนสั่ง ไม่ได้เป็นคนลงมือ แม้กระทั่งตอนนี้ ตัวเธอเองยังสับสนไปหมด ว่าที่จริงแล้ว...มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่“คุณรอผมอยู่ตรงนั้น ห้ามไปไหนนะ ผมกำลังไปรับ” เ
แต่ไม่ใช่…ชายแปลกหน้าคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างมั่นใจ ใบหน้าหล่อเหลาในแบบที่คนทั่วไปอาจมองว่าน่าดึงดูด เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนอย่างลวก ๆ ท่าทางสบาย ๆแต่สำหรับเธอแล้ว... ไม่มีใครหล่อเทียบพี่นนท์ได้อยู่ดี!ดวงตาเรียวของชายที่เพิ่งเดินเข้ามาจับจ้องเรือนร่างบอบบางทรงตัวอยู่ได้เพราะจับเก้าอี้เอาไว้ ด้วยแววตาเป็นประกาย เหมือนนักล่าที่เจอเหยื่อชั้นดี แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้แต่งตัวแต่งหน้าจัดเต็ม แต่ออร่าบางอย่างกับฉายชัดยิ่งกว่าดาราสาวหลายคนที่เขารู้จัก“คุณเป็น.. ใคร เข้ามาทำไม” เสียงของหวานสั่นพร่า อีกทั้งร่างกายก็แทบยืนไม่ไหวชายคนนั้นไม่ได้สนใจจะตอบคำถาม แต่หมุนตัวไปล๊อคประตูแน่นหนาเป็นคำตอบ เสียงกริ๊กของกลอนดังสะท้อนในหัวเธอเหมือนระฆังเตือนภัย...จะเอาตัวรอดยังไงดี คิดสิไอ้น้ำขิง“ผม… ว่าที่สามีใหม่ของคุณไงครับ” รอยยิ้มเอื่อย ๆ กั
“รีบไปรับคุณป้ากันเถอะค่ะ” เสียงใสพูดพลางเปิดประตูรถที่จอดรออยู่หน้าสถาบัน ตรัสสา ยิ้มให้เอกภพกับพนักงานพร้อมโบกมือลาดวงตาคมของเอกภพมองตามหลังรถตู้คันหรูไปจนลับสายตา แม้ใจเขาจะยังปวดหน่วง ๆ ทุกครั้งที่ได้เจอหญิงสาว แต่ก็รู้สึกยินดีกับรุ่นน้องสาวคนนี้จากใจจริง ที่ปรับความเข้าใจกับคนในใจได้ และมีชีวิตที่ดีอย่างทุกวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ เด็กคนนี้ลำบากมากร่างเล็กมองนาฬิกาข้อมือ ตอนนี้ใกล้จะสองทุ่มเต็มที ตรัสสารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาแม่สามี“อยู่ไหนแล้ว” เสียงเย็นชาดังขึ้นทันทีที่อีกฝ่ายกดรับสายตรัสสากลั้วหัวเราะ พยายามหยอดมุกแซว “แหม่! คุณป้าก็... คิดถึงน้ำขิงขนาดนั้นเลยนะเนี่ย”ปลายสายเงียบไปอึดใจหนึ่ง กำลังพยายามประมวลผลคำพูดที่จะใช้ในการตอบโต้ยัยเด็กปากดี “รีบมา แล้ว... กินอะไรหรือยัง”คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่
มาถึงหน้าสถาบันกวดวิชาที่เอกภพเปิด ตรัสสาก็เงยหน้ามองตึกพาณิชย์สูงสี่ชั้นสามคูหาติดกันด้วยแววตาตะลึง เธอไม่คิดว่ามันจะใหญ่โตขนาดนี้สถาบันนี้คือธุรกิจที่เธอร่วมลงทุนกับเอกภพตอนที่เริ่มฝึกงานใหม่ ๆ เธอลงเงินไปแค่หนึ่งในสาม แต่ช่วยเขาอัดคลิปสอนในวิชาหมวดวิทยาศาสตร์ให้ครบทั้งระดับมัธยมต้นและปลาย คลิปติวเหล่านั้นทำให้เด็กสมัครเรียนพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวในเวลาไม่กี่เดือนขณะที่ยังยืนอึ้ง ๆ อยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวเข้มแบบหนุ่มใต้ก็รีบสาวเท้ายาวออกมาต้อนรับ แววตาอบอุ่นทันทีที่เห็นรุ่นน้องสาวที่เขาแอบปลื้มมายืนอยู่ตรงหน้า“เจอกันได้สักทีนะ ยัยหนู” เอกภพทักทายพร้อมรอยยิ้มกว้างเขาเอ็นดูหญิงสาวตรงหน้ามาก ทั้งยังแอบรักข้างเดียวมาแบบยาวนานอีกตังหาก เพราะสนิทกันมาก เลยรู้ว่าหญิงสาวมีคนในใจแล้ว เขาเลยต้องกลบความรู้สึกที่เกินเลยลงไป เหลือเพียงพี่น้องที่ดีต่อกัน“สว
ตรัสสา สว่างรักษ์ ...น้ำขิงลูกแม่และในวินาทีนั้นเอง หญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นมา จนนัยน์ตาสีน้ำตาลทองสบเข้ากับดวงตาของหญิงวัยกลางคนที่จ้องมองมาอยู่เต็ม ๆตรัสสาชะงักกับสายตาของคนที่จ้องมองมาไม่วางตาใบหน้านี้… เธอจำได้ดีแม้นี่จะเป็นเพียงการเจอกันครั้งที่สองหลังจากทิ้งเธอไป แต่มันไม่ใช่แค่ผ่านตาเหมือนครั้งก่อน เพราะต่างฝ่ายต่างมองสบตากันด้วยความตกตะลึงครั้งที่แล้วที่เจอกัน มารดาของเธอดูเร่งรีบ คงไม่ทันได้สังเกตเภสัชกรที่ทำหน้าที่จ่ายยาให้ ส่วนครั้งนี้... จากสายตาที่มองมา แม้ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองแต่เธอรู้สึกว่า… แม่อาจจะจำเธอได้ แต่เธอก็ไม่กล้าเสี่ยงที่จะเจ็บใบหน้าสวยหลุบตาลงช้า ๆ ซ่อนบางอย่างที่ตีตื้นขึ้นมาในอกหญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะเดินผ่านประตูห้องฉุกเฉินออกไป สองขาเล็กก้าวผ่านหน้าแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยท่าทีสงบ เด็กสาวไม่เอ่
ตรัสสายืนมองประตูห้องยาชั้นหนึ่งแล้วถอนหายใจยาวอย่างอดไม่ได้…หมดเวรหมดกรรมเสียที ร่างกายเธอแทบแหลกกับการควงเวรมาราธอนมาตลอดสองเดือนเต็ม ๆตรัสสาพาตัวเองเปิดประตูห้องยาเข้าไปด้านใน ห้องยาชั้นหนึ่งเป็นห้องยาประจำแผนกฉุกเฉิน เป็นห้องยาขนาดเล็กที่มีเภสัชกรเข้าเวรเพียงช่วงละสองคน กับผู้ช่วยเภสัชกรอีกหนึ่งคนที่ผลัดเวรกันอยู่ แผนกนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ณัฐวัชร เพื่อนรักของเธอเคยฝึกงานมาก่อนเธอเดินตรงเข้าไปหาหัวหน้าห้องยาก่อนเป็นอันดับแรก“สวัสดีค่ะพี่หญิง” เสียงหวานเอ่ยทักยุวเรจ หัวหน้าห้องยาที่เคยเจอกันตอนงานเลี้ยงส่งมาแล้วรอบหนึ่งตอนนั้นเธอกับพี่ ๆ จากห้องยาทั้งสามก็เข้ากันได้ดี แต่ตอนนั้นยังไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ของเธอกับผู้อำนวยการที่หล่อเกินเบอร์อย่างณณณ ไม่รู้ว่าตอนนี้สายตาที่พวกเขามองมาจะเปลี่ยนไปไหม…แต่ความกังวลนั้นก็สลายทันทีเมื่อยุวเรจยิ
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้นบรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”“คุณมีสิทธิ์อะไรมา
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล
เสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทนใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้







