Masuk“ไม่ค่ะ ร้อน” เธอสะบัดเสียงอย่างดื้อรั้น
บรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เพื่อน ๆ เห็นท่าไม่ดี จึงค่อย ๆ ทยอยลุกออกจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งคู่อยู่เคลียร์ใจกันตามลำพัง ร่างเล็กเห็นเพื่อนตัวเองชิ่งหนี ก็เตรียมจะลุกหนีเหมือนกัน
“ถ้าลุกขึ้นจากโต๊ะ พี่จะพากลับทันที”
“คุณมีสิทธิ์อะไรมาบ่งการชีวิตฉัน”
“หึหึ” เขาไม่ตอบ แต่กลับหัวเราะในลำคอ
เขาจะเอายังไงกันแน่… ตรัสสาคิดในใจอย่างหงุดหงิด
มือบางยื่นแจ็กเก็ตคืนให้ แต่ร่างสูงไม่ยอมรับ เธอจึงวางไว้ข้างตัวเขา ก่อนจะลุกย้ายไปนั่งอีกฝั่งของโต๊ะเพื่อหลีกเลี่ยงความใกล้ชิด ยังไม่ทันจะนั่งลงดี ณณณก็คว้าแจ็กเก็ตขึ้นมาและเดินอ้อมโต๊ะมาอีกครั้ง
“ใส่ซะ” เขาออกคำสั่งนิ่ง ๆ แล้วลงมือใส่ให้เธอเสร็จสรรพ ก่อนจะก้มลงกระซิบชิดใบหู “อย่าให้พี่เอาจริงนะครับ” ริมฝีปากเขาแตะลงบนแก้มเธออย่างจงใจ และเขายังกดค้างเอาไว้ชั่วครู่
“พี่นนท์!” ตรัสสาร้องเสียงหลง สายตารีบกวาดมองรอบโต๊ะอย่างลนลานว่ามีใครเห็นไหม หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบกระเด้งกระดอนออกมา
“อย่าทำแบบนี้ได้ไหมคะ”
“พี่จะทำยิ่งกว่านี้ ถ้าเด็กดื้อแถวนี้ ยังกล้าถอดเสื้อพี่ออกอีก”
เขากลับไปนั่งที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มีแต่เธอที่หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่ได้
ภาพความทรงจำในวัยเด็กระหว่างเธอกับเขาค่อยๆ ผุดขึ้นมาแทนที่ภาพตรงหน้า ทุกเรื่องราวแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ร่างเล็กจมอยู่ในภวังค์ครู่ใหญ่
จนกระทั่งเสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นใกล้ตัว ดึงสติเธอให้หลุดออกจากภาพในอดีตที่ฉายซ้ำไปมาอยู่ในหัว
“เอ... นี่ใช่ นักศึกษาหนีเรียนมาเที่ยวหรือเปล่าครับ”
ตรัสสาเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของเสียงทัก หรืออาจารย์เจมส์สุดหล่อที่ณัฐวัชรและศศิธรเอาแต่พูดถึง เขายืนยิ้มอยู่ตรงหน้า ทำให้เธอต้องรีบปรับสีหน้าแล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงร่าเริง “สวัสดีค่ะอาจารย์ ใครเขาหนีเรียนกันเวลานี้ล่ะคะ อาจารย์มาเที่ยวหรอคะ”
อีกฝ่ายหัวเราะเบา ๆ หางตาเหลือบมองชายหนุ่มอีกคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาแปลก ๆ ความหล่อเหลาและไอความน่าเกรงขามที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลย
แต่จีราวัฒน์ก็กดความรู้สึกนั้นไว้ ส่งยิ้มกว้างให้หญิงสาวตรงหน้าที่เขาชื่นชอบมากกว่า “ครับ กำลังเดินหาโต๊ะ บังเอิญเห็นน้ำขิงก่อน สองสาวไม่มาด้วยหรือ”
เธอชี้นิ้วไปทางหน้าเวทีให้เขามองตาม เห็นศศิธรกับณัฐวัชรกำลังเต้นกันสุดเหวี่ยง เหมือนหลุดเข้าไปอยู่อีกโลกหนึ่ง
“แล้วทำไมน้ำขิงไม่ไปเต้นกับเพื่อนด้วยล่ะ หืม” เขาถามต่อด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
“ไม่ไหวค่ะ ช่วงนี้แบตเตอรี่อ่อน”
“หาเวลาพักผ่อนบ้าง ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้ก็บอกนะครับ”
จีราวัฒน์ยื่นขอเสนอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาเป็นอาจารย์พิเศษจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สอนวิชาเลือกที่สามสาวเลือกลงเรียน ทำให้มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับตรัสสา และไม่ปิดบังเลยว่า เขาชอบเธอมาก แม้จะเคยถูกร่างเล็กตรงหน้าปฏิเสธไปแล้วหนึ่งครั้ง แต่ก็ไม่คิดจะยอมแพ้
ณณณที่นั่งฟังเงียบ ๆ มาได้พักใหญ่ เริ่มกำมือแน่น ความรู้สึกไม่พอใจพุ่งขึ้นสูง เขาไม่ชอบสายตาที่ไอ้อาจารย์หน้าจืดคนนี้ใช้มองผู้หญิงของเขาเลยสักนิดก่อนที่ความอดทนของณณณจะหมดลง ศศิธรที่มองสถานการณ์อยู่ก็โฉบเข้ามาทันเวลา
“สวัสดีค่ะอาจารย์เจมส์สุดหล่อ” ศศิธรเมาได้ที่ยิ้มแฉ่ง เดินเซๆ เข้ามาทักทาย
จีราวัฒน์หัวเราะเบา ๆ มองลูกศิษย์ตรงหน้าด้วยความเอ็นดูปนระอา“ครับ เหนื่อยไหม”
“ไม่เหนื่อยค่ะ อาจารย์ไปเต้นกับมู่หลานดีกว่าค่ะ”
ไม่พูดเปล่า มือเรียวก็คว้าแขนเขาแล้วลากออกไปหน้าตาเฉย ทิ้งตรัสสากับณณณไว้ที่โต๊ะตามลำพังอีกครั้ง
บรรยากาศรอบตัวเย็นยะเยือกกะทันหัน ราวกับมวลอากาศหนักอึ้งถูกกดทับด้วยสายตาคมดุของเขา เธออยากลุกหนี แต่สายตาคู่นั้นกลับรั้งเอาไว้ ราวกับโซ่ล่องหนที่พาดพันรอบตัว บีบรัดให้เธอนั่งนิ่งโดยไร้ทางหลีกหนี
“น้ำขิง” เสียงทุ้มของเขาเรียกเธอขึ้นอีกครั้ง
ร่างเล็กสะดุ้งเบา ๆ สบตากับเขาอย่างไม่ตั้งใจ
“กลับกับพี่”
“ไม่ค่ะ” คำตอบหลุดออกทันควัน โดยไม่ต้องผ่านสมองให้เสียเวลา ใครจะกล้าไปกับเขาในสภาพนี้ ดูรังสีที่ปล่อยออกมาสิ อย่างกับพายุที่พร้อมจะถล่มทุกอย่างให้พังพินาศ
“จะกลับดีๆ ไหม” น้ำเสียงกดต่ำและแฝงความเด็ดขาดของเขา ทำให้รู้ว่าเขาเอาจริง
“คืนนี้มู่หลานกับแนนนี่จะไปค้างที่ห้อ-” ไม่ทันจบ มือใหญ่ก็คว้ากระเป๋าสะพายของเธอไปเปิดค้นต่อหน้าต่อตา ไม่สนใจสายตาตกใจจากเจ้าของอย่างเธอเลยสักนิด
“จะทำอะไรคะ”
ภายในกระเป๋ามีทั้งของใช้ส่วนตัว และสิ่งของสำคัญต่าง ๆ แต่สิ่งที่เขาหยิบออกมาคือ พวงกุญแจตุ๊กตาเด็กหญิงมัดจุกกลางหัว
มือของเขาชะงัก สายตานิ่งมองมันเงียบ ๆ ใบหน้าที่เคร่งขรึมดูอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อความทรงจำบางอย่างผุดขึ้นในหัว
มันเป็นของที่เขาซื้อให้เมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ต้องแวะไปรับเธอจากโรงเรียนแทนลุงปองที่ป่วย เด็กหญิงลูกเสี้ยวยุโรปในชุดนักเรียนกำลังยืนมองมันอยู่ที่หน้าร้านขายของข้างโรงเรียน มันเป็นพวงกุญแจแบรนด์ดัง ทำให้ราคาของมันค่อนข้างสูง เขาเลยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดล่วงหน้า
“ยังเก็บไว้อีกเหรอ” เสียงของเขาอ่อนลง
“มันแพง เสียดายถ้าจะทิ้ง”
ดวงตาคมมองคนปากแข็งด้วยความรู้สึกหลากหลายชั่วครู่ แล้วลุกขึ้นจากโต๊ะไปทางหน้าเวที โดยไม่พูดอะไรต่อ
ตรัสสามองตามหลังเขาอย่างงุนงง
ณณณสะกิดณัฐวัชรที่กำลังเต้นสะบัดผมยาวสลวยแบบสุดเหวี่ยง “แนนนี่... พี่จะพาน้ำขิงกลับก่อน นี่กุญแจห้องของน้ำขิง” เขายื่นพวงกุญแจให้
ณัฐวัชรรับไว้อย่างรู้ทัน ก่อนจะกระซิบตอบ “รับทราบค่า พี่หมอนนท์ ขอให้คืนนี้... เป็นคืนที่สุข สุข สุข นะค้า”
คำพูดของณัฐวัชรทำให้ณณณหัวเราะออกมา เขาหันไปพยักหน้าให้เพื่อนอีกสองคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล “กูไปก่อนนะ ฝากดูแลเพื่อน ๆ เมียกูด้วย”
“อ้าว ไอนี่ ชิ่งก่อนตลอด” ปัธนัยบ่นตามหลัง แต่ไม่ได้เดินตามไป
ตรัสสายังงุนงงกับสถานการณ์ ไม่ทันได้โต้แย้งหรือหาทางเลี่ยง ก็พบว่าตัวเองกำลังถูกเขานำตัวออกไปจากผับ โดยไม่มีใครขัดขวาง
“ดี! ขอให้พี่หมอนนท์โกรธแกนาน ๆ เลย! ครั้งหน้าแกจะได้ไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้อีก!”รุจิราที่เพิ่งคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จเดินเข้ามาสมทบ มองใบหน้าสวยที่จ๋อยสนิทของภรรยาเจ้านาย ก่อนถอนหายใจแรง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งของตัวเอง คงโดนไม้เรียวฟาดไปแล้ว ที่กล้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้โชคดีอยู่อย่าง… เจ้านายของเธอไม่เคยวางใจอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะกับเด็กสาวคนนี้ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณณณสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนคอยติดตามภรรยาเขาอย่างเงียบเชียบในระยะปลอดภัย แม้ทั้งคู่จะกลับมารักกันดีแล้ว ก็ไม่เคยยกเลิกคำสั่งนั้น มีแค่ขยับระยะห่างให้มากขึ้นและเพราะความ 'ห่างแต่ไม่หาย' นั่นแหละ ถึงทำให้ตอนที่ณณณมาถึง บอดี้การ์ดจึงสามารถพาเขาอ้อมไปยังมุมอับของกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้าน ช่วยให้เขาปีนรั้วเข้าไปได้อย่างรวดเร็วแต่… ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ยังช้ากว่าผู้ร้ายอีกคนที่ไหวตัวหนีไปได้ก่อนห
“พี่นนท์…” เสียงเรียกเบาหวิวออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ยามที่ตากลมโตมองเห็นสภาพของเขาแค่มองก็รู้... ว่าเขาร้อนใจมากแค่ไหนจนอยากจะยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่กรอบหน้าให้แต่ก็ไม่กล้า แพขนตายาวงอนสั่นระริก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนน้ำขิง... สำนึกผิดแล้วพี่นนท์อย่าโกรธได้ไหมคะ น้ำขิงขอโทษแต่คนตัวโตกลับเลือกที่จะเมิน ณณณหันหลังแทบทันที เขามองตรงไปที่ร่างสมส่วนที่นั่งคุดคู้อยู่อีกฝั่งของห้องแทนใบหน้าคมสลักแน่นตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สองมือกำแน่น จนเส้นเอ็นขึ้นตึงชัดเขาโกรธ...โกรธมาก โกรธจนแทบขาดสติ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ทั้งยังเป็นญาติ แค่คิดว่าหากยัยเด็กดื้อของเขาเป็นอะไรไป เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะห้ามใจไม่ให้ฆ่าหญิงชั่วตรงหน้าได้ไหมไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังเข้ามาจากด้านนอก รุจิรา บอดี้การ์
“เช็คการ์ด ส่งเข้าอีเมล อย่าให้ใครเห็น”มือเล็กสอดเมมโมรี่การ์ดไว้ในห่อเดียวกับโพสต์อิท แล้วหยิบขนมเพิ่มอีกสองห่อ กับน้ำอัดลมจำนวนหนึ่ง จากนั้นนำทั้งหมดไปชำระเงินเมื่อได้ของแล้ว เธอก็เดินขึ้นไปยังห้องยาชั้นสาม มุ่งหน้าไปยังจุดที่ศศิธรกำลังเข้าเวรในวันนี้ พอดีกับจังหวะที่เพื่อนรักรูปร่างสูงโปร่งสไตล์หมวยอินเตอร์กำลังยืนจัดยาให้คนไข้ที่หน้าเคาน์เตอร์และแน่นอน… คุณหัวหน้าที่รักยังคงลอบติดตามอยู่ไม่ห่าง ดวงตารีของหล่อนจับจ้องที่ริมฝีปากของร่างเล็กที่กำลังยื่นถุงจากร้านสะดวกซื้อให้เพื่อนด้วยท่าทางยิ้มแย้ม แม้จะไม่ได้ยินบทสนทนา แต่ก็พยายามอ่านปากของอีกฝ่ายเต็มที่หญิงสาวพูดเพียงประโยคสั้น ๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับคนบ้าอยู่ตลอดเวลา “ฉันซื้อขนมมาฝาก มีของที่แกชอบมากด้วยนะ ถ้าดูแล้วถูกใจรีบบอกฉันด้วย”ประโยคแปลก ๆ จากเพื่อนรัก ทำให้ศศิธรเงยหน้าขึ้นมาอย่างมึน ๆ ตามสไตล์ “มาแปลกนะยะ แต่เพื่อไม่ให้เพื่อนรักเสียใจ ฉันจะยัดทุกอย่างลงท้องเอง”เมื่อเพื่อนสาวรับถุงใส่ของจากร้านสะดวกซื้อไปเรียบร้อย มือเล็กโบกมือลาเพื่อนรักอย่างอารมณ์ดี ก่อนหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องยาที่เธอประจำอยู่ ไม่มีแม้แต่การหันก
“คุณฉีดยาอะไรเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกว่าผู้พูดกำลังหัวเสียไม่น้อย ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน“จะรอให้นังเด็กนี่มันแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินหรือไง” เสียงหวานใสกระซิบตอบเครียด“แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”“สองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะฟื้นแล้ว รีบพาหล่อนออกไป แล้วอย่าปล่อยให้กลับออกมาได้อีก”“หึ... ภาวนาให้ผู้อำนวยการของคุณตามนังนี่ไม่เจอเถอะ”อีกฟากหนึ่งที่ห้องยา...แม้จะมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนที่วางไว้ต้องสำเร็จ แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นัยนาก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้ ร่างอวบเดินวนไปมาอยู่กลางห้องยา จนเรียกสายตาจากหลายคู่ให้เผลอเหลือบมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากถามร่างท้วมได้แต่ภาวนาให้ชายคนนั้นไม่ทำพลาด เพราะถ้าเรื่องดันโป๊ะแตก หลานชายคนเก่งของเธอไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว เธอก็ทำทีเป็นชะเง้อมองประตูหน้าห้องยาอย่างคนที่กำลังรอใครบางคน“ไปนานเกินไปแล้ว… แอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนหรือเปล่านะ”เสียงบ่นลอดริมฝีปากในจังหวะที่ยกข้อมืออวบขึ้นดูเวลา ตาก็แสร้งเหลือบไปทางประตูเป็นระยะเหมือนคนเป็นห่วง ทั้งที่ความจริงแล้วกำลังนับเ
“หัวหน้า… อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ ถ้าน้ำขิงตาย ต้องเสียเวลากำจัดศพอีก” เสียงหวานสั่นเครือ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กถอยร่นจากเตียงไปจนชิดผนัง มือทั้งสองยกขึ้นเหนือหัวในท่ายอมจำนนริมฝีปากของนัยนาเหยียดยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดแน่นลึกอยู่ในใจ “หึ หึ… สายไปแล้ว แกทำให้ฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมานานนับเดือน”มืออวบส่ายมีดไปมาตรงหน้า “ชาตินี้… ก็จำไว้ให้ดี ชาติหน้าอย่าไปเสือกเรื่องของคนอื่นอีก”สิ้นคำพูด ร่างสมส่วนก็พุ่งเข้าใส่ทันที ความเร็วของหญิงวัยห้าสิบไม่น่าจะมากเท่านี้ แต่แรงแค้นผลักให้เธอเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษที่พร้อมฉกเหยื่อ มีดในมือแฉลบแสงสะท้อนวูบวาบ พุ่งตรงมายังลำตัวของตรัสสาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแควก!เสียงมีดกรีดผ่านผ้าม่านอย่างแรง เฉียดเอวบางไปเพียงเส้นผมเดียว ตรัสสาเบี่ยงตัวหลบได้หวุดหวิด“หัวหน้า… อย่าทำ
เอี๊ยด!!!!!ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา เสียงยางบดถนนหยาบก็ดังลั่น ตัดกับความเงียบรอบ ๆ บ้าน นัยนารีบจอดรถ ก่อนผลักประตูบ้านเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงโซฟาในท่าทางสบายอารมณ์ ขัดกับสีหน้าที่ดูพร้อมจะฆ่าใครให้ตายเสียให้ได้ มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มองร่างท้วมที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยสายน่ากลัว ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหาหันแน่นนัยนาพยายามทำตัวเข้มแข็งเข้าไว้ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงยามสบตากับชายตรงหน้า กลัวเขาจะบ้าดีเดือด ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายเธอ ที่ทำให้เขาไม่สามารถตะครุบเหยื่อเนื้ออ่อนได้ในตอนนี้“ไม่มีใครตามมาใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามลอดไรฟัน หลังจีราวัฒน์ยกรีโมตในมือขึ้นกด เลื่อนประตูรั้วปิดอัตโนมัติหญิงร่างท้วมพยักหน้าตอบกลับส่ง ๆ ใครจะตามมาได้ ในเมื่อไม่มีใครรู้ ตอนออกมาจากโรงพยาบาลเธอแอบเช็คแล้วว่าหลานชายติดผ่าตัดด่วนถึงรู้... ไม่มีทางตามมาได้ตอนนี้แน่ ๆนัยนาเปลี่ยนเป็นถามหาหญิงสาวที่ตนต้องการจะจัดการแทน“นังนั่นอยู่ไหน” แม้จะหวาดกลัวสีหน้าท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็พยายามทำเสียงแข็งใส่ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกดข่มเธอได้ดวงตาเรียวจ้องกดดันหญิงร่า
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง
มือเรียวรีบคว้าแขนเขาลงจากเวทีแบบไม่คิดชีวิต ใบหน้าสวยแดงจัดด้วยความอับอาย เพราะสายตาหลายคู่ในผับจับจ้องมาที่พวกเขา บ้างยิ้มกรุ่มกริ่ม บ้างกระซิบกระซาบกันเบา ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือทั้งคู่ดูเหมาะสมราวกับหลุดออกมาจากพระนางในซีรีส์จีนตรัสสาลากเขากลับมาที่โต๊ะอย่างไว พอถึงปุ๊บก็รีบปล
ร่างเล็กยิ้มบาง ส่ายหน้าให้เพื่อนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง “ไม่ได้มีสเปคอะไร แค่ต้องเป็นเขาเท่านั้น…”“ว่าไงนะนังชะนี พูดอะไรนะ” ณัฐวัชรตะโกนถามย้ำ แต่เสียงเพลงกลบคำพูดไปหมดในอีกมุมหนึ่งของผับ โต๊ะที่ดูเงียบสงบกว่าบร







