LOGIN“หัวหน้า… อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยนะคะ ถ้าน้ำขิงตาย ต้องเสียเวลากำจัดศพอีก” เสียงหวานสั่นเครือ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ร่างเล็กถอยร่นจากเตียงไปจนชิดผนัง มือทั้งสองยกขึ้นเหนือหัวในท่ายอมจำนนริมฝีปากของนัยนาเหยียดยิ้มเหี้ยม นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นที่อัดแน่นลึกอยู่ในใจ “หึ หึ… สายไปแล้ว แกทำให้ฉันต้องอยู่อย่างหวาดระแวงมานานนับเดือน”มืออวบส่ายมีดไปมาตรงหน้า “ชาตินี้… ก็จำไว้ให้ดี ชาติหน้าอย่าไปเสือกเรื่องของคนอื่นอีก”สิ้นคำพูด ร่างสมส่วนก็พุ่งเข้าใส่ทันที ความเร็วของหญิงวัยห้าสิบไม่น่าจะมากเท่านี้ แต่แรงแค้นผลักให้เธอเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษที่พร้อมฉกเหยื่อ มีดในมือแฉลบแสงสะท้อนวูบวาบ พุ่งตรงมายังลำตัวของตรัสสาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยแควก!เสียงมีดกรีดผ่านผ้าม่านอย่างแรง เฉียดเอวบางไปเพียงเส้นผมเดียว ตรัสสาเบี่ยงตัวหลบได้หวุดหวิด“หัวหน้า… อย่าทำ
เอี๊ยด!!!!!ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา เสียงยางบดถนนหยาบก็ดังลั่น ตัดกับความเงียบรอบ ๆ บ้าน นัยนารีบจอดรถ ก่อนผลักประตูบ้านเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็ว ที่ชั้นล่างของตัวบ้าน ชายหนุ่มนั่งเอนหลังพิงโซฟาในท่าทางสบายอารมณ์ ขัดกับสีหน้าที่ดูพร้อมจะฆ่าใครให้ตายเสียให้ได้ มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มองร่างท้วมที่ยืนหอบหายใจเล็กน้อยด้วยสายน่ากลัว ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหาหันแน่นนัยนาพยายามทำตัวเข้มแข็งเข้าไว้ แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงยามสบตากับชายตรงหน้า กลัวเขาจะบ้าดีเดือด ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายเธอ ที่ทำให้เขาไม่สามารถตะครุบเหยื่อเนื้ออ่อนได้ในตอนนี้“ไม่มีใครตามมาใช่ไหม” เสียงทุ้มต่ำถามลอดไรฟัน หลังจีราวัฒน์ยกรีโมตในมือขึ้นกด เลื่อนประตูรั้วปิดอัตโนมัติหญิงร่างท้วมพยักหน้าตอบกลับส่ง ๆ ใครจะตามมาได้ ในเมื่อไม่มีใครรู้ ตอนออกมาจากโรงพยาบาลเธอแอบเช็คแล้วว่าหลานชายติดผ่าตัดด่วนถึงรู้... ไม่มีทางตามมาได้ตอนนี้แน่ ๆนัยนาเปลี่ยนเป็นถามหาหญิงสาวที่ตนต้องการจะจัดการแทน“นังนั่นอยู่ไหน” แม้จะหวาดกลัวสีหน้าท่าทางของชายหนุ่มตรงหน้า แต่เธอก็พยายามทำเสียงแข็งใส่ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายกดข่มเธอได้ดวงตาเรียวจ้องกดดันหญิงร่า
“คุณฉีดยาอะไรเข้าไป” เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน บ่งบอกว่าผู้พูดกำลังหัวเสียไม่น้อย ที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน“จะรอให้นังเด็กนี่มันแหกปากร้องให้คนอื่นได้ยินหรือไง” เสียงหวานใสกระซิบตอบเครียด“แล้วจะฟื้นเมื่อไหร่”“สองถึงสามชั่วโมงก็น่าจะฟื้นแล้ว รีบพาหล่อนออกไป แล้วอย่าปล่อยให้กลับออกมาได้อีก”“หึ... ภาวนาให้ผู้อำนวยการของคุณตามนังนี่ไม่เจอเถอะ”อีกฟากหนึ่งที่ห้องยา...แม้จะมั่นใจเต็มร้อยว่าแผนที่วางไว้ต้องสำเร็จ แต่เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา นัยนาก็อดรู้สึกกระสับกระส่ายไม่ได้ ร่างอวบเดินวนไปมาอยู่กลางห้องยา จนเรียกสายตาจากหลายคู่ให้เผลอเหลือบมองด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่มีใครกล้าเปิดปากถามร่างท้วมได้แต่ภาวนาให้ชายคนนั้นไม่ทำพลาด เพราะถ้าเรื่องดันโป๊ะแตก หลานชายคนเก่งของเธอไม่มีทางปล่อยเธอไว้แน่ ๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยพอสมควรแล้ว เธอก็ทำทีเป็นชะเง้อมองประตูหน้าห้องยาอย่างคนที่กำลังรอใครบางคน“ไปนานเกินไปแล้ว… แอบไปอู้งานอยู่ที่ไหนหรือเปล่านะ”เสียงบ่นลอดริมฝีปากในจังหวะที่ยกข้อมืออวบขึ้นดูเวลา ตาก็แสร้งเหลื
เวลาหนึ่งทุ่มตรง ห้องยาใหญ่ของโรงพยาบาลยังไม่วายคลาคล่ำไปด้วยเสียงจัดยา เภสัชกรประจำแผนกเกือบสิบชีวิตยังนั่งประจำตำแหน่งกันอย่างแข็งขันนับรวมหญิงสาวที่ใคร ๆ ต่างก็แอบลงมติกันลับหลังแล้วว่า 'สวยกว่านางเอกเบอร์หนึ่ง' กับ 'ปากแจ๋วระดับท็อป' อย่างภรรยาตัวน้อยของท่านผู้อำนวยการหนุ่มหล่อ ที่ปะทะกับแม่สามีและนางเอกเบอร์หนึ่งไปเมื่อตอนกลางวัน ตอนนี้ยังคงก้มหน้าคัดแยกยามือเป็นระวิง แม้จะหมดเวรเช้ามาแล้วก็ตามวันนี้เธอไม่ควรจะต้องนั่งตรงนี้ด้วยซ้ำ แต่เพราะคุณหัวหน้าที่รัก… สั่งให้สลับเวรกับเจ้าหน้าที่อีกคน ด้วยเหตุผลว่า 'อีกฝ่ายต้องพาลูกไปหาหมอ'“น้ำขิง”ตรัสสาขนลุกซู่ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกชื่อแบบปกติจากคนที่ไม่น่าจะยอมเรียกชื่อเธอดี ๆ ได้ มือเล็กไม่ได้หยุดทำงาน เพียงแค่ปรายตามองไปที่คนพูดเล็กน้อยนึกถึงผี ผีก็มา คริคริ“มีอะไรให้รับใช้คะ ท่านหัวหน้า”หญิงวัยห้าสิบที่แต่งตัวด้วยชุดตัวในสีสันจัดจ้าน คลุมทับด้วยกราวน์สั้น ยืนกอดอก ส่งยิ้มแปลก ๆ มาให้ ไม่นำพาต่อน้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่อีกฝ่ายจงใจพูดใส่จู่ ๆ ตรัสสาก็รู้สึกถึงความผิดปกติ
... ไม่เหมือนยัยเด็กแสบ ปากกล้าเสียไม่มี เถียงคำไม่ตกฟากไม่นานทั้งหมดก็มาหยุดอยู่หน้าห้องยา ห้องยานี้เรียกกันติดปากในโรงพยาบาลว่า ‘ห้องยาใหญ่’ เพราะเป็นแผนกที่มีเภสัชกรปฏิบัติงานมากที่สุด เพื่อรองรับผู้ป่วยในจากหลายวอร์ดก๊อก ก๊อก ก๊อก...เสียงเคาะกระจกหน้าช่องรับยาดังขึ้น ตรัสสาที่กำลังจัดยาอยู่ด้านในเงยหน้าขึ้นมอง พอเห็นเจ้าหน้าที่ในชุดยูนิฟอร์มโรงพยาบาล เธอก็รีบเดินมาเลื่อนกระจกเปิดออก“สวัสดีค่ะ ต้องการติดต่ออะไรคะ”“สวัสดีค่ะ พี่พาผู้บริจาคเงินมาเดินชมโรงพยาบาลน่ะค่ะ” เจ้าหน้าที่การเงินเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ก่อนหลบให้เห็นคนที่ยืนอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นแขกที่มาเยี่ยมชมในระยะสายตา ดวงตากลมโตของตรัสสาเบิกกว้างในเสี้ยววินาที รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนใบหน้า เธอปิดหน้าต่างช่องทางสำหรับติดต่อ แล้วเดินออกมาที่หน้าห้องยาด้วยตนเอง“สวัสดีค่ะคุณแม่” ตรัสสาทักทายผู้บริจาคหน้าคุ้นด้วยน้ำเสียงหวานจัดใบหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งวันนี้ถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง มองเลยไปที่หญิงสาวที่ตามติดแม่สามีมา ก่อนจะเลื่อนสายตากลับคล้ายเป็นมองไม่เห็น แต่ในสมองหมุนแล่น คิด
ครึ่งชั่วโมงถัดมา เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง“เชิญครับ” เสียงทุ้มเรียบขานอนุญาตโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่อ่านอยู่ในมือประตูเปิดออกช้า ๆ ชายหนุ่มทำเพียงแค่เหลือบตาขึ้นมองผ่านกรอบแว่นเพียงแว่บเดียว ตามด้วยเสียงถอนหายใจที่แสดงออกถึงอาการเหนื่อยใจลึก ๆ ไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนเข้าหาใครกันแน่ ระหว่างแม่ของเขา หรือกิตติยานางเอกเบอร์ต้นที่มองดูแบบไม่ผ่านสมองให้ต้องเหนื่อยกลั่นกรอง ก็รู้ว่าอยากจะได้บทลูกสะใภ้ตระกูลเพทาพิทักษ์เต็มประดาแต่ก็ต้องถามเขาก่อน... ว่าเขาจะ ‘เอา’ ไหม!คนที่เดินนำเข้ามาก่อนคือบุคคลที่เขาไม่อยากเจอที่สุดในช่วงเวลานี้ มารดาบังเกิดเกล้าตามหลังมาคือหญิงสาวในชุดเดรสเรียบหรูสีฟ้าอ่อนราคาแพง ให้ความรู้สึกอ่อนหวาน เพราะเจ้าตัวต้องการให้ลุคของตัวเองในวันนี้แลดูประหนึ่งนางฟ้านางสวรรค์ผู้มีใจโอบอ้อมอารี สะโพกกลมมนพลิ้วไหวตามจังหวะ รองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นอย่างมั่นใจ มีผู้จัดการสาวร่างอวบเกาะชายกระโปรงตามมาติด ๆใบหน้าสวยคลี่ยิ้มละมุนถูกจัดไว้อย่างพอเหมาะพอดี ให้ดูอ่อนโยน และน่าทะนุถนอมให้มากที่สุด แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับช
“แกล้งเมาใช่ไหมเนี้ย…” ตากลมโตหรี่ลงจับผิด แต่พอเห็นผิวขาว ๆ ของเขา ขึ้นสีแดงจัดกับดวงตาที่ปรือปรอยแทบจะปิดอยู่ร่อมร่อ เธอก็ยอมปล่อยผ่าน“ไปค่ะ เข้าบ้านได้แล้ว เดี๋ยวยุงกัดน้ำขิงเป็นรอยหมด”ร่างเล็กใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดพยุงชายหนุ่มที่สูงกว่าเกือบฟุตเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ กว่าจะลากเขามาถึงเชิงบันไดได้
เสียงเพลงอึกทึกในร้านอาหารกึ่งผับบีบให้ทุกบทสนทนาต้องกลายเป็นเสียงตะโกนหรือกระซิบชิดใบหู ในมุมลึกสุดของร้าน ชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของส่วนสูง 186 เซนติเมตร นั่งพิงพนักเก้าอี้ด้วยสภาพเหนื่อยล้าเต็มทนใบหน้าของเขาคมเข้มโดดเด่นราวกับลูกรักของสวรรค์ ไล่ตั้งแต่ดวงตาคมจัด จมูกโด่งเป็นสัน จนถึงริมฝีปากหยักได้
แสงแดดอ่อนจากหน้าต่างเล็ดลอดเข้ามากระทบเปลือกตา ทำให้ร่างเล็กที่กำลังนอนหลับสบายต้องขมวดคิ้วน้อย ๆ เธอพยายามจะพลิกตัวหนีแสง แต่กลับทำไม่ได้ เพราะติดอะไรบางอย่าง พอก้มมองก็เห็นสาเหตุ ท่อนแขนวางพาดอยู่บนเอว ทั้งมือใหญ่ก็กำชายเสื้อนอนของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหนีหายไปไหนดวงตากลมโตเบิกกว
“ปล่อยฉันนะ”มือเล็กพยายามแงะมือที่จับแขนเธอไว้แน่น แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งบีบแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บ “เจ็บนะ…” เธอร้องบอกเขาร่างสูงชะงักทันทีที่ได้ยิน เขาคลายแรงบีบลง… แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย“ไม่ดื้อกับพี่… ได้ไหม” เสียงทุ้มฟัง







