LOGIN“มาทำไม” เสียงทุ้มเย็นชาตอบกลับ สายตาคมเบือนจากใบหน้าสวยหันไปมองอีกทาง แต่ไม่ได้ผลักร่างเล็กที่นั่งทับอยู่บนหน้าท้องออก“มาง้อพี่นนท์”ณณณเลือกใช้ความเงียบตอบกลับ เห็นเขายังเมิน สองแก้มเนียนก็พองลมออก ริมฝีปากอวบอิ่มเบ้ลง สองแขนเล็กยกขึ้นกอดอก“จะเย็นชาใส่น้ำขิงให้ได้ใช่ไหม”เมื่อยังได้ความเงียบเป็นคำตอบ สองแขนที่กอดอกก็ลดลง เลื่อนมือไปจับใบหน้าหล่อเหลาให้หันกลับมา แล้วโน้มหน้าเขาไปใกล้ หมายจะจุ๊บริมฝีปากหยักออดอ้อน แต่มือหนากลับยกขึ้นปิดปากตัวเองไว้“ขอจุ๊บหน่อยนะ ๆ” มือเล็กพยายามรั้งมือเขาออก แต่แรงเธอสู้แรงเขาไม่ได้เลยสักนิดณณณมองยัยเด็กดื้อที่พยายามออดอ้อน เหมือนเห็นลูกหมาตัวน้อยที่รู้ตัวว่าทำผิด และกำลังสำนึกผิด หูหางลู่ น้ำตาคลอเบ้า ดวงตาคมหลุบลง ไม่ให้หญิงสาวเห็นประกายยิบยับในแววตา“น้ำขิงขอโทษ ต่
“พาตัวเองเข้ามาค่ะ... มาตามง้อสามี”ตรัสสาฉีกยิ้มกว้าง ส่งสายตาปริ๊ง ๆ ให้แม่สามี ที่ยังยืนหน้าตึงเปรี๊ยะ สงสัยกำลังชั่งใจว่าจะไล่ยัยเด็กปากดีอย่างเธอออกจากบ้านไปยังไงล่ะสิท่าและดูท่าว่า... จะไม่ยอมหลีกทางให้เธอง่ายๆ แน่“คุณแม่ทานมื้อกลางวันหรือยังคะ” เสียงใสพูดต่อแบบไม่ยี่หระต่อบรรยากาศเย็นยะเยือกที่แม่สามีก่อขึ้นเอาสิ... ต่อให้แม่เสือจะยืนขวางนิ่ง ตีหน้ายักษ์ใส่ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้หรอกนะ ครั้งนี้นอกจากตั้งใจมาง้อสามีแล้ว ยังตั้งใจมาละลายน้ำแข็งในใจคุณป้า ให้กลับมารักใคร่เอ็นดูเธอเหมือนเดิมให้ได้ปรางทิพย์ยังไม่ยอมขยับ ริมฝีปากเม้มแน่น นัยน์ตาคมจ้องลูกสะใภ้ที่ตนไม่เต็มใจจะยอมรับนิ่งสนิท ไม่ใช่เพราะหมดคำจะพูด แต่เป็นเพราะคำที่บุตรชายเล่าให้ฟังเมื่อตอนเช้า ยังวนเวียนอยู่ในหัวเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ปรางทิพย์ย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อสิบสี่ปีก่อน วันที่ชีวิตครอบครัวเธอเกือบพังลงเพราะความไว้ใจคนผิด เหตุก
“ไงยะ หล่อน หน้าซีดเป็นไก่ต้มเลย” เสียงทักดังขึ้นทันทีที่ร่างเล็กเดินเข้ามาในร้านกาแฟหน้าโรงพยาบาล ร้านเดิมที่เธอนั่งกับวาสนาเมื่อวานนี้ ตากลมโตหม่นเศร้า ขณะมองสองเพื่อนรักที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว“เมื่อคืนพี่นนท์ไม่กลับคอนโด โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความไปก็เงียบ…”ตรัสสาบ่นเบา ๆ เธอเฝ้ารอเขากลับมาทั้งคืน ตั้งใจจะง้อให้รู้เรื่อง แต่เขาดันไม่อยู่ให้ง้อ รู้ตัวว่าเธอผิด แต่เขาจำเป็นต้องโกรธเธอเบอร์นี้ด้วยหรอ“สมควรแล้ว!” เสียงณัฐวัชรฟาดเข้าใส่ยัยเพื่อนตัวดี “แกเสือกเรื่องที่ไม่ใช่หน้าที่ ไหนจะปิดบัง ไหนจะแส่เข้าไปในที่อันตราย ไม่แปลกหรอกที่พี่หมอนนท์จะโกรธ ตั้งแต่แรกที่รู้เรื่องนี้ แกควรอยู่เฉย ๆ แล้วแจ้งให้ฝ่ายบริหารจัดการ ไม่ใช่สวมบทบาทโคนันลุยเองแบบนี้”ศศิธรที่รู้เรื่องเป็นคนสุดท้ายก็ไม่วายใช้สายตาตำหนิ ตอนแรกเธอได้รับการไหว้วานจากยัยเพื่อนรั
“โอ๊ย!!!”พลั่ก! พลั่ก!“โอ๊ย!! พอแล้ว… ยะ—ยอมแล้ว!!” เสียงร้องโอดครวญดังสะท้อนก้องในห้องมืดสลัวรองเท้าหนาหนักกระทืบซ้ำลงที่ชายโครงจนร่างกระตุก เสียงแหลมของคนเจ็บปนมากับแรงปะทะแทบจะพร้อม ๆ กันใบหน้าหล่อเหลาบนปกนิตยสารบันเทิงหลายเล่ม กลับฟกช้ำบวมปูดจนจำเค้าเดิมแทบไม่ได้ เลือดเลอะเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า ตาซ้ายปิดไม่สนิท มุมปากแตก ฟันหน้าหายไปสองซี่ ลมหายใจเข้าออกแต่ละทีเจ็บลามลึกเหมือนซี่โครงจะร้าวรูปร่างสมส่วนที่เคยยืนเด่นท่ามกลางแสงแฟลช ตอนนี้นอนคุดคู้บนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบ ภายในห้องนอนเล็กที่ไร้แม้แต่เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน หรือไฟเพดาน ดวงตาเรียวที่เปิดแทบไม่ขึ้นมองไปที่แสงไฟซีดขาวเพียงดวงเดียวที่ถูกเอามาแขวนโดยคนพวกนั้น มันส่งแสงเยียบเย็นลงบนร่างเขาที่แทบจะกระดิกไม่ไหว“มึงบอกยอม แล้วพวกกูต้องหยุดรึไง” เสียงลอดไรฟันของหนึ่งในบอดี้การ์ดดังต่ำ พวกเขาไม่ได้ทำแค่เพราะคำสั่ง แต่ตั้งใจระบายความแค้นแทนนายหญิงของตนด้วย ก่อนหมัดหนักจะซัดเข้าใส่หน้าท้องอีกชุดใหญ่พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!จีราวัฒน์ตัวงอ น้ำลายผสมเลือดทะลักออกจากปาก เขาสำลักไอจนตัวสั่น ร่างทั้งร่างเหมือนจะหายใจไม่ทัน“กะ… กู… จะแจ้
“ดี! ขอให้พี่หมอนนท์โกรธแกนาน ๆ เลย! ครั้งหน้าแกจะได้ไม่กล้าทำเรื่องเสี่ยงตายแบบนี้อีก!”รุจิราที่เพิ่งคุยกับเจ้าหน้าที่เสร็จเดินเข้ามาสมทบ มองใบหน้าสวยที่จ๋อยสนิทของภรรยาเจ้านาย ก่อนถอนหายใจแรง ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งของตัวเอง คงโดนไม้เรียวฟาดไปแล้ว ที่กล้าเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงขนาดนี้โชคดีอยู่อย่าง… เจ้านายของเธอไม่เคยวางใจอะไรง่าย ๆ โดยเฉพาะกับเด็กสาวคนนี้ตลอดหกปีที่ผ่านมา ณณณสั่งให้บอดี้การ์ดสองคนคอยติดตามภรรยาเขาอย่างเงียบเชียบในระยะปลอดภัย แม้ทั้งคู่จะกลับมารักกันดีแล้ว ก็ไม่เคยยกเลิกคำสั่งนั้น มีแค่ขยับระยะห่างให้มากขึ้นและเพราะความ 'ห่างแต่ไม่หาย' นั่นแหละ ถึงทำให้ตอนที่ณณณมาถึง บอดี้การ์ดจึงสามารถพาเขาอ้อมไปยังมุมอับของกล้องวงจรปิดรอบตัวบ้าน ช่วยให้เขาปีนรั้วเข้าไปได้อย่างรวดเร็วแต่… ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ยังช้ากว่าผู้ร้ายอีกคนที่ไหวตัวหนีไปได้ก่อนห
“พี่นนท์…” เสียงเรียกเบาหวิวออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่ม ยามที่ตากลมโตมองเห็นสภาพของเขาแค่มองก็รู้... ว่าเขาร้อนใจมากแค่ไหนจนอยากจะยื่นมือไปเช็ดเหงื่อที่กรอบหน้าให้แต่ก็ไม่กล้า แพขนตายาวงอนสั่นระริก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนน้ำขิง... สำนึกผิดแล้วพี่นนท์อย่าโกรธได้ไหมคะ น้ำขิงขอโทษแต่คนตัวโตกลับเลือกที่จะเมิน ณณณหันหลังแทบทันที เขามองตรงไปที่ร่างสมส่วนที่นั่งคุดคู้อยู่อีกฝั่งของห้องแทนใบหน้าคมสลักแน่นตึงเครียด กรามขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน สองมือกำแน่น จนเส้นเอ็นขึ้นตึงชัดเขาโกรธ...โกรธมาก โกรธจนแทบขาดสติ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง ทั้งยังเป็นญาติ แค่คิดว่าหากยัยเด็กดื้อของเขาเป็นอะไรไป เขาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าจะห้ามใจไม่ให้ฆ่าหญิงชั่วตรงหน้าได้ไหมไม่นานก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่ดังเข้ามาจากด้านนอก รุจิรา บอดี้การ์
ร่างเล็กยิ้มบาง ส่ายหน้าให้เพื่อนอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบเบา ๆ กับตัวเอง “ไม่ได้มีสเปคอะไร แค่ต้องเป็นเขาเท่านั้น…”“ว่าไงนะนังชะนี พูดอะไรนะ” ณัฐวัชรตะโกนถามย้ำ แต่เสียงเพลงกลบคำพูดไปหมดในอีกมุมหนึ่งของผับ โต๊ะที่ดูเงียบสงบกว่าบร
เสียงเพลงจากผับดังทะลุออกมาจนถึงถนนด้านนอก คิวหน้าร้านยาวเหยียดไปจนเกือบถึงมุมตึก ผู้คนต่อแถวรอตรวจบัตรประชาชนและตรวจอาวุธก่อนเข้าไปด้านใน บรรยากาศครึกครื้นเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ปะปนกับความคึกคักของคนที่พร้อมจะปล่อยตัวให้สนุกไปกับคืนวันศุกร์แต่ในหมู่ฝูงชนที่แน่นขนัดนั้น สายตาหลายคู่กลับ
ดวงตากลมโตเหลือบมองเพื่อนรักทั้งสองที่นั่งจ้องไม่วางตา หากคลาดสายตาไปเพียงวินาที คงกลัวว่าเธอจะละลายหายไปกับอากาศล่ะมั้ง ตรัสสาถอนใจเบา ๆ แล้วหันกลับมาสนใจน้อง ๆ มัธยมปลายสามคนที่กำลังนั่งล้อมโต๊ะตรงหน้าต่อ สีหน้าเด็ก ๆ จริงจังอย่างกับจะเข้าสนามสอบพรุ่งนี้“โจทย์ข้อนี้มันเป็นระบบปิดนะ เพราะงั้นไม่ต
บรรยากาศร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าคณะเภสัชศาสตร์เต็มไปด้วยกลุ่มนักศึกษาปีห้าที่กำลังจะก้าวสู่ปีสุดท้าย ทุกคนต่างนั่งจับกลุ่มติวข้อสอบกันอย่างเคร่งเครียด บ่ายนี้เป็นการสอบวิชาสุดท้ายก่อนที่แต่ละคนจะแยกย้ายกันไปฝึกงาน ลมเอื่อย ๆ พอช่วยลดไอร้อนจากแดดได้บ้าง แต่กลับไม่ช่วยให้สมองเบาขึ้นเลยสักนิดในบรรดาก







