로그인#เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ช่วงเย็นๆ ของสองวันต่อมา มารีนออกมาเดินเล่นที่ริมทะเลเงียบๆ คนเดียว เธอเดินไปเรื่อยเปื่อยฟังเสียงคลื่นทะเล มองดูน้ำทะเลซัดเข้าฝั่ง ลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามาทำให้อารมณ์ของเธอมันสงบและรู้สึกโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ขณะที่กำลังเดินไปเรื่อย เธอก็คิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน กว่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้ เธอต้องผ่านอะไรมาสารพัด เกือบตายก็มี มันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ได้ยาวนานเลย แต่เธอกลับผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย “มารีน.. มาอยู่นี่เอง ตามหาตั้งนาน” เสียงของไทม์ดังขึ้นจากด้านหลัง “ฉันแค่ออกมาหาที่สงบๆ เดินเล่นน่ะค่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า?” “ไม่มีหรอก แค่ไม่เห็นเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอไปไหน” “ฉันจะไปไหนได้ล่ะคะ” มารีนตอบ ก่อนที่เธอจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปมองไทม์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง “ก็ฉันรักคุณไปแล้วนี่ จะให้หนีไปไหนได้อีก” “มะ มารีน...” “รักคุณนะคะ” “......” ไทม์หน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศเพราะถูกบอกรักเป็นครั้งแรก ที่ผ่านมามีแค่เขาที่ทำอะไรแบบนี้จนเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับมารีน นี่คือครั้งแรกที่เธอพูดมันออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ “เขินเหรอคะ หน้าแดงเชียว”
#เวลาผ่านไปอีกเกือบปี หลังจากผ่านเรื่องราววุ่นวายมาด้วยกันมากมาย ชีวิตของทั้งสองคนก็ค่อยๆ สงบลง ไม่มีเรื่องที่น่าปวดหัวมาให้กวนใจ เรื่องราวร้ายๆ หลายอย่างมันค่อยๆ คลี่คลายลงไปในทางที่ดี กลุ่มมาเฟียที่ตามราวีมารีนก็ถูกล้างบางไปในที่สุด และทำให้เธอกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจอีกครั้ง ต้องขอบคุณเขาจริงๆ ที่ช่วยเธอมากขนาดนี้ ถ้าไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ ในหลายๆ ครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตราย เธอก็คงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้หรอก “หือหื้ออ ~ ฮืมฮาาา~” เสียงของมารีนกำลังฮัมเพลงอยู่ในครัวด้วยท่าทางอารมณ์ดี เธอกำลังทำเค้กเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของไทม์ ตรงกับที่เป็นวันหยุดของเธอพอดี ส่วนเขาก็ออกไปทำงานตามปกติ ไม่รู้ว่าลืมหรือเปล่าว่าวันนี้น่ะวันเกิดของตัวเอง แต่ลืมก็ดีนะ เพราะเธอจะได้เซอร์ไพรส์เขายังไงล่ะ และที่สำคัญวันเกิดคราวนี้เป็นวันรวมตัวของเพื่อนๆ ในองค์กรของเขาด้วย เป็นครั้งแรกที่มารีนได้รู้อะไรใหม่ๆ กฎขององค์กรว่าไว้ ใครมีคนรักหรือคิดจะแต่งงาน ต้องพาคนนั้นมาแนะนำให้กับทุกๆ คนรู้จัก เรื่องนี้เธอรู้มาจากทรานส์อีกที ...... และในที่สุดช่วงเวลาที่แสนพิเศษก็มาถึง ไทม์ได้รับข้อความจากม
“พ่อกับแม่ฉันใจร้อนน่ะ เห็นว่าที่เธอไม่ยอมมีหลานให้ น่าจะเป็นเพราะยังไม่ได้แต่งงานกันมากกว่า”“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย ฉันบอกแล้วไงว่าฉันแค่ยังไม่พร้อม”“เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ถ้าน้ำยาของฉันมันดี ไม่นานก็คงจะได้มีลูกด้วยกันแหละ”“หมกมุ่นอะไรขนาดนั้นคุณ”“ฉันก็อยากจะรู้ไงว่า มารีนกับไทม์ผสมกันแล้วมันจะออกมาเป็นยังไง”“คิกคิกคิก พูดอะไรอย่างนั้น คนนะคุณไม่ใช่ของเหลว”มารีนหัวเราะจนหัวไหล่สั่น เพราะตลกกับคำพูดของไทม์ที่ยกขึ้นมาเปรียบเทียบ ไม่รู้ไปสรรหาคำพูดพวกนี้มาจากไหน ช่างจะพูดจริงๆ เลย“ก็ฉันพูดจริงๆ นี่ อยากรู้ว่าลูกจะหน้าตาเหมือนใคร เป็นแบบไหน”“ขนาดนั้นเชียว”“ถ้าเป็นผู้ชายนะ ก็จะให้เรียนสูงๆ เรียนเก่งๆ แล้วรับหน้าที่ต่อจากฉัน แต่ถ้าเป็นผู้หญิง ก็จะให้เรียนสูงๆ เหมือนกัน แต่จะไม่ให้ทำงานที่มันอันตราย อาจจะให้เปิดร้านอาหาร หรือไม่ก็ร้านเสื้อผ้า ให้เรียนดีไซน์ จะได้รักสวยรักงาม”“......” มารีนมองภาพที่ไทม์กำลังวางแผนอนาคตให้กับลูกตัวเองแล้วอดยิ้มไม่ได้จริงๆ นี่ขนาดยังไม่มีลูกเลยนะ เขาวางแผนอนาคตเอาไว้จนเห็นภาพแล้ว ดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่นเป็นพ่อที่อบอุ่นขึ้นมาเลยทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่พั
มารีน Talk ถ้าย้อนกลับไปถามตัวฉันในวันแรกที่รู้จักกับคุณไทม์ ฉันคงไม่มีวันเชื่อแน่ๆ ว่า ผู้ชายคนนั้นจะกลายมาเป็นคนที่ดูแลฉันดีที่สุดในชีวิตได้ขนาดนี้ เพราะคุณไทม์ในตอนนั้นกับตอนนี้แทบจะเป็นคนละคนกันเลยเขาเคยเป็นคนเอาแต่ใจ ปากร้าย ชอบพูดแรงๆ ชอบทำตัวเหมือนไม่แคร์ความรู้สึกใคร แล้วก็ใช้ชีวิตแบบไม่สนอะไรทั้งนั้น อยากทำอะไรก็ทำ อยากไปไหนก็ไป เหมือนคนที่ไม่เคยคิดจะหยุดเพื่อใครจริงๆแต่พอเวลาผ่านไป ฉันกลับได้เห็นอีกด้านของเขาเรื่อยๆ ด้านที่ไม่มีใครเคยเห็น ด้านที่อ่อนโยนกว่าที่คิด แล้วก็รักใครสักคนได้มากกว่าที่ตัวเขาเองเคยคิดว่าจะทำได้ ตลอดระยะเวลาที่อยู่ด้วยกัน เขาไม่เคยทำให้ฉันต้องเสียใจอีกเลย ไม่เคยทำให้ฉันต้องกลับไปจมอยู่กับความระแวงแบบเมื่อก่อน ไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่า ตัวเองสำคัญน้อยลง ตรงกันข้าม เขากลับทำให้ฉันรู้สึกว่า ฉันถูกใส่ใจอยู่ตลอดเวลาทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ บางเรื่องฉันยังมองข้ามตัวเองด้วยซ้ำ แต่เขากลับจำได้หมดเขารู้ว่าฉันชอบกินอะไร รู้ว่าฉันไม่ชอบอะไร และฉันชอบเที่ยวสถานที่แบบไหนมากที่สุด เมนูโปรดรสชาติโปรด เขาจำได้ทุกอย่างราวกับจดมันไว้ในหัวจนหลายครั้งฉันอดคิดไม่ได้ว
ครืด ครืด ครืดRrrrr...โทรศัพท์ของไทม์สั่นขึ้นมาเพราะมีสายโทรเข้า เจ้าตัวมองหน้าจอ พอเห็นว่าใครโทรมาก็รีบรับทันที และไม่ลืมที่จะเปิดลำโพงคุยด้วย เพราะเขายังนั่งเล่นเกมอยู่“เออ”( ไอ้ไทม์ อาทิตย์นี้มึงจะเข้าคาสิโนไหม )มารีนหันมองหน้าของไทม์ทันที แต่ไม่ใช่เพราะเธอห้ามเขาไปหรอกนะ แค่ตกใจที่อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้ เพราะเธอเพิ่งจะคุยกับเขาหยกๆ อยู่เลยกับเรื่องนี้“ไม่แน่ใจว่ะมีอะไรวะ?” ไทม์ถาม( นัดคุยงานกับไอ้พวกเหี้ยนั่นไง ไม่ได้เจอกันนานละ ก็เลยจะสังสรรค์สักหน่อย )พวกที่ทรานส์พูดถึงก็เป็นบรรดากลุ่มเพื่อนของพวกเขานั่นแหละ ถึงจะนัดดื่มกินกันบ่อย แต่ทุกคนก็ทำงานเหมือนกัน และก็ไม่ใช่ว่าจะได้เจอกันบ่อยขนาดนั้นด้วย“ขอดูก่อน ยังไม่แน่ใจ” ไทม์ตอบ( อะไรวะ อย่าบอกนะเมียห้ามเที่ยว )“เปล่า แค่อยากอยู่ห้อง”( โหย น้ำท่วมภูเขาแน่ๆ มึงเลิกแดกเหล้าได้เนี่ย )“เป็นคนดีแล้วครับคุณทรานส์ ไม่เที่ยวหญิง ไม่กินเหล้า ไม่มั่วแล้วครับ ใครอยากจะทำอะไรกันก็เชิญ”( ถุย!! กูอยากจะอ้วก )เสียงปลายสายที่ทั้งด่าและแซวไม่เลิกมันทำให้มารีนที่นั่งฟังอยู่อดหัวเราะไม่ได้จริงๆ เธอก็ไม่ได้อยากจะเสียมารยาทหรอก แต่เจ้าข
#คอนโดของไทม์..ช่วงหลังๆ มานี้ชีวิตของมารีนวนอยู่กับคำว่าเสมอต้นเสมอปลายของไทม์ จนใครที่ได้เห็นต่างก็พากันอิจฉาในความโชคดีของเธอ ไม่ใช่แค่ช่วงโปรโมชั่น ไม่ใช่แค่ช่วงคลั่งรักแรกๆ แต่เป็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันจนเธอเริ่มรู้สึกได้ว่า ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปจริงๆ ต่อให้ยุ่งกับงานแค่ไหน เขาก็ยังโทรมาหาเหมือนเดิม ต่อให้ประชุมหนักทั้งวัน กลับมาถึงบ้านก็ยังเดินมากอดเธอก่อนอย่างแรกบางครั้งกลับมาดึก เหนื่อยล้าจนหน้าโทรมไปหมด แต่พอเห็นเธอนั่งรออยู่บนโซฟาที่เดิม เขาก็ยังยิ้มออกมาได้ทันทีเหมือนความเหนื่อยทั้งหมดหายไปเองแล้วสิ่งที่มารีนเพิ่งสังเกตเห็นก็คือ ไทม์แทบไม่ออกไปเที่ยวอีกเลย ไม่เที่ยวผับไม่เที่ยวบาร์ ไม่มีนัดดื่มกับเพื่อนบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน แม้กระทั่งงานที่คาสิโนก็ยังไม่ได้ไปบ่อยเหมือนเมื่อก่อนเลยชีวิตของเขาหลังเลิกงาน มีแค่บริษัทกับคอนโดและคอนโดนั้นก็มีเธออยู่ช่วงเย็นของวันหยุดเป็นที่รู้ดีกันว่า ทั้งสองมักจะหาอะไรมาทำกินด้วยกันที่คอนโด มากกว่าจะออกไปหาอะไรกินข้างนอก เพราะมารีนเธอชอบอะไรแบบนี้มากกว่า มันมีความสุขมันอบอุ่น ถึงจะกินข้าวกันสองคน แต่มันก็ไม่เหงาเลย“ช่วงนี้คุ
สักพักต่อมา.... มารีนแต่งตัวแล้วมายืนรอไทม์ที่รถตามคำสั่งของเขา ไม่นานนักก็มีเสียงคนเดินเข้ามา แต่ไม่ใช่ไทม์ “มารีน...” “คุณหญิง... ไปด้วยหรอคะ” “เปล่าหรอก เห็นเธอยืนอยู่ก็เลยเดินเข้ามาทักน่ะ” “ค่ะ” “เธอจะไปไหน?” “คุณไทม์บอกจะเข้าโรงงาน ให้ฉันมายืนรอที่รถค่ะ” “ไปตอนบ่ายนี่ ทำไมรีบมาร
“เอ่อ...” มารีนนั่งเงียบ อ้ำอึ้งไม่ยอมตอบ มันก็เรื่องจริงที่เธอเอาคืนเขาในแบบฉบับของตัวเอง แต่ก็ไม่คิดว่าคุณหญิงรฐาจะรู้เรื่องนี้ด้วย “หึหึ ฉันไม่ได้จะว่าอะไรเธอหรอกนะ ดีซะอีกที่ลูกชายตัวแสบของฉัน มีคนที่สมน้ำสมเนื้อกัน ตราบใดที่ไม่แรงถึงขั้นเลือดตกยางออกน่ะนะ” “ค-ค่ะ คุณหญิง...” มารีนก้มหน้าลง
#ไร่ตะวันภูเมฆ มารีนอ่านป้ายชื่อไร่ที่เขียนไว้ตัวใหญ่ๆ ตรงทางที่รถเลี้ยวเข้าไป ชื่อเดียวกับบริษัทเลย แสดงว่านี่ก็เป็นไร่ของเขาอีกสินะ รวยใช้ได้เลยนะเนี่ย มีทั้งไร่ ทั้งบริษัท ทั้งมหาลัย แล้วยังมีอะไรอีกล่ะที่เธอไม่รู้ ไม่นานนักรถก็มาจอดที่หน้าบ้านหลังใหญ่หลังนึง ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง สวย
...หลายวันต่อมา BB บริษัทตระกูลตะวันภูเมฆ “ห๊ะ? อะไรนะคะ ไปกับเขา!” มารีนร้องออกมาเสียงดัง เมื่อได้ยินคำพูดของหัวหน้าแผนกที่มาบอกว่า ไทม์เจ้านายบ้าอำนาจของเธอ ต้องการให้เธอไปกับเขาที่ไร่ทางภาคเหนือ “คำสั่งตรงมาเลย ต้องเป็นเธอเท่านั้น” “คนอื่นก็มีนะคะ เลขาของเขาก็มี เอาจริงๆ นะคะ นี่มันไม่ใช่







