LOGINสายฝนต้นฤดูใบไม้ผลิพรำลงมาตั้งแต่รุ่งเช้า เม็ดฝนละเอียดโปรยลงบนหลังคากระเบื้องสีหม่น ส่งเสียงดังแผ่วเบาไปทั่วจวนแม่ทัพ
หลินเสี่ยวอวี่ยืนเหม่อมองสายฝนอยู่ใต้ชายคา แม้เหตุการณ์ที่ค่ายทหารจะผ่านมาสามวันแล้ว แต่ภาพของจางลู่ที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอไม่จางหาย
ทุกครั้งที่หลับตา...เธอจะเห็นใบหน้าของเขา เห็นอู๋เฉิงร้องไห้และได้ยินคำพูดของตัวเอง "คนที่ควรตาย...ไม่ใช่เขา" ยิ่งคิด หัวใจก็ยิ่งหนักอึ้ง
"คุณหนู" ชิงเอ๋อร์ถือร่มเดินเข้ามา
"ฝนตก อากาศเย็น ท่านอย่ายืนตากลมนานเลยเจ้าค่ะ"
หลินเสี่ยวอวี่เพียงยิ้มบาง ๆ
"ข้าแค่อยากอยู่เงียบ ๆ"
ชิงเอ๋อร์มองนายหญิงอย่างเป็นห่วง
ตั้งแต่กลับจากค่ายทหาร หลินเสี่ยวอวี่แทบไม่หัวเราะอีกเลย แม้ท่านแม่ทัพจะส่งของบำรุงมาให้ทุกวัน หรือแวะมาถามอาการทุกเช้า นางก็ยังดูเศร้าราวกับกำลังโทษตัวเองอยู่ตลอดเวลา
ในจังหวะนั้นเอง...เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นจากทางเดิน
ชิงเอ๋อร์รีบย่อตัวคำนับ
"ท่านแม่ทัพ"
หลินเสี่ยวอวี่หันไปตามเสียง เซียวจิ่นอันเดินเข้ามาในชุดสีกรมท่าเข้ม ปล่อยให้ละอองฝนเกาะอยู่บนบ่ากว้างเล็กน้อย เขามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ริมระเบียง ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนทุกครั้ง
"เหตุใดไม่พัก แผลยังไม่หายดี"
หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มจาง ๆ
"ข้าไม่ได้เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ"
เซียวจิ่นอันไม่ได้ตอบทันที เขาเดินเข้ามาหยุดข้างนาง ก่อนยื่นถุงผ้าเล็ก ๆ มาให้
"อะไรหรือเจ้าคะ"
"ยา" เขาตอบสั้น ๆ
"หมอหลวงบอกว่าใช้ลดรอยแผล"
หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก เธอค่อย ๆ รับถุงยามา
"ท่าน...ไปถามหมอหลวงเรื่องนี้หรือ"
"อืม" คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธออดยิ้มไม่ได้
คนตรงหน้าคงไม่รู้เลยว่า การที่เขายอมใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ เช่นนี้ แตกต่างจากแม่ทัพเย็นชาที่เธอเคยอ่านในนิยายมากเพียงใด
เซียวจิ่นอันเหลือบมองรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง ก่อนมุมปากของเขาจะยกขึ้นเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาเสียจนแทบมองไม่เห็น แต่หลินเสี่ยวอวี่กลับเห็นเต็มตา เธอถึงกับนิ่งไป
"..."
"..."
ทั้งคู่สบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหญิงสาวจะหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ
"ท่านยิ้มแล้ว"
เซียวจิ่นอันเลิกคิ้วนิดหนึ่ง
"แปลกหรือ"
"มาก"
หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้ารัว
"ตั้งแต่ข้ารู้จักท่านมา นี่เป็นครั้งแรกเลย"
แม่ทัพหนุ่มมองนางนิ่ง ๆ ก่อนตอบเรียบ ๆ
"ข้ายิ้มเป็น"
คำตอบนั้นทำให้ชิงเอ๋อร์หลุดหัวเราะทันที แม้แต่หลินเสี่ยวอวี่เองก็หัวเราะจนต้องยกมือปิดปาก
"ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น"
"แต่...ตอนท่านยิ้ม ดูต่างจากปกติมาก"
เซียวจิ่นอันส่ายหน้าอย่างจนใจ
"เจ้านี่..."
แม้เขาจะไม่ได้หัวเราะเสียงดัง แต่แววตาที่เคยเย็นชากลับอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
ชิงเอ๋อร์แอบมองภาพตรงหน้าพลางอมยิ้ม
หากเป็นเมื่อก่อน คงไม่มีใครเชื่อว่าแม่ทัพเซียวผู้เย็นชาจะยืนคุยเล่นกับสตรีผู้หนึ่งท่ามกลางสายฝนเช่นนี้ แต่ก่อนที่บรรยากาศอบอุ่นจะดำเนินต่อไป องครักษ์คนหนึ่งก็รีบเดินเข้ามา
"ท่านแม่ทัพ"
"วังหลวงส่งราชโองการมา"
เซียวจิ่นอันรับม้วนผ้าไหมมาเปิดอ่าน เพียงไม่นาน เขาก็พับเก็บดังเดิม
"ฮ่องเต้ทรงจัดงานชมบุปผาในอีกสามวัน"
"เชิญขุนนางทุกคนเข้าร่วม"
ชิงเอ๋อร์ยิ้มกว้าง
"ปีนี้องค์หญิงใหญ่ก็เสด็จด้วยนี่เจ้าคะ"
องครักษ์พยักหน้า
"ได้ยินว่า...องค์หญิงทรงสนพระทัยเรื่องการศึก"
"จึงอยากพบแม่ทัพเซียวเป็นพิเศษ"
หลินเสี่ยวอวี่ที่กำลังยิ้มอยู่เมื่อครู่ กลับชะงักทันที
องค์หญิง...เธอจำได้แล้ว
ในนิยาย...องค์หญิงหย่งหนิงเคยแสดงความสนใจเซียวจิ่นอันอยู่พักหนึ่ง แม้สุดท้ายพระเอกจะปฏิเสธ แต่ช่วงนั้น...องค์หญิงตามติดเขาแทบทุกงาน หลินเสี่ยวอวี่เม้มริมฝีปากโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไม แค่คิดถึงภาพนั้น หัวใจก็รู้สึกหน่วงแปลก ๆ เซียวจิ่นอันสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของนาง
"เป็นอะไร"
"เปล่าเจ้าค่ะ"
หญิงสาวรีบยิ้ม
แต่รอยยิ้มนั้น...กลับดูฝืนจนแม้แต่แม่ทัพผู้ไม่ถนัดเรื่องความรู้สึก ยังมองออก เขาไม่รู้ว่าเหตุใดนางจึงดูไม่สบายใจ แต่เขารู้สึกเพียงว่า...เขาไม่ชอบเห็นนางยิ้มแบบนี้เลย
สามวันต่อมา
พระราชอุทยานหลวงคึกคักกว่าทุกวัน
ดอกโบตั๋น ดอกเหมย และดอกหลานนับพันต้นกำลังผลิบานสะพรั่ง แต่งแต้มพระราชอุทยานให้ราวกับภาพวาด เหล่าขุนนางพร้อมครอบครัวทยอยเดินทางมาร่วมงานชมบุปผาตามราชโองการ เสียงหัวเราะและเสียงบรรเลงพิณดังแว่วมาตามสายลม
หลินเสี่ยวอวี่เดินเคียงข้างฮูหยินหลิน แต่สายตากลับกวาดมองไปรอบงานอย่างเงียบ ๆ เธอไม่ได้กำลังชมดอกไม้ แต่กำลังมองหา...เซียวจิ่นอัน
"เสี่ยวอวี่"
ฮูหยินหลินหัวเราะเบา ๆ
"ลูกมองหาอะไรหรือ"
หญิงสาวสะดุ้ง
"มะ...ไม่ได้มองหาอะไรเจ้าค่ะ"
ผู้เป็นแม่ยิ้มอย่างเอ็นดู
"ตั้งแต่ลูกฟื้นจากบาดเจ็บ ดูร่าเริงขึ้นมาก"
"แม่ดีใจ"
หลินเสี่ยวอวี่ยิ้มตอบ แต่ในใจกลับพึมพำ
'ไม่ใช่ร่าเริง...แค่กำลังมองหาแม่ทัพต่างหาก'
จังหวะนั้นเอง...เสียงขันทีประกาศก็ดังขึ้น
"แม่ทัพใหญ่เซียวจิ่นอันมาถึง!"
หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่เต้นแรงทันที เธอเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ท่ามกลางสายตาของผู้คน ชายหนุ่มในชุดพิธีการสีดำปักดิ้นเงินกำลังเดินเข้ามาอย่างสง่างาม แม้จะไม่ได้สวมชุดเกราะแต่ความน่าเกรงขามกลับไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย ทุกก้าวของเขามั่นคง สุขุมและสง่างาม จนบุตรสาวขุนนางหลายคนแอบหน้าแดง
หลินเสี่ยวอวี่เองก็เผลอยิ้มออกมา
'หล่ออีกแล้ว...วันนี้ก็หล่อ...' เธอแอบบ่นในใจ
ก่อนจะรีบก้มหน้าลงเมื่อเซียวจิ่นอันหันมาทางเธอ แต่ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ทักทายกัน เสียงหวานใสดังก็ลอยเข้ามา
"ท่านแม่ทัพเซียว"
หญิงสาวในชุดฉลองพระองค์สีแดงสดก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ใบหน้างดงาม กิริยาสูงศักดิ์ ทุกคนรีบก้มศีรษะทำความเคารพ
"ถวายพระพรองค์หญิง"
หลินเสี่ยวอวี่เองก็รีบค้อมตัวเช่นกัน
'หย่งหนิง...'
ใช่จริง ๆ ด้วย องค์หญิงหย่งหนิง คนที่เคยสนใจเซียวจิ่นอันในนิยาย องค์หญิงยิ้มอย่างอ่อนโยน
"หลายปีแล้วที่ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่าน วันนี้ในที่สุดก็ได้พบตัวจริง"
เซียวจิ่นอันค้อมศีรษะตามธรรมเนียม
"ถวายพระพรองค์หญิง"
คำตอบของเขาสุภาพ แต่เรียบเฉย ไม่มีแม้แต่รอยยิ้ม
หากเป็นหลินเสี่ยวอวี่เมื่อก่อน เธอคงดีใจ เพราะรู้ว่าเขาไม่ได้สนใจองค์หญิง แต่ตอนนี้...เมื่อเห็นองค์หญิงยืนคุยกับเขาใกล้ ๆ กลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก
'ทำไมต้องยืนใกล้ขนาดนั้น...อีกนิดก็จะจับแขนแล้ว'
เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามบอกตัวเองว่า
'ใจเย็น'
'นี่เป็นเนื้อเรื่องเดิม เขาไม่ได้คิดอะไร'
แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งอดมองไม่ได้ องค์หญิงหย่งหนิงกำลังหัวเราะ ก่อนชี้ไปยังต้นโบตั๋นด้านใน
"ท่านแม่ทัพ"
"ได้ยินว่าท่านไม่เคยชมสวนหลวง เดินเป็นเพื่อนข้าสักครู่ได้หรือไม่"
หลินเสี่ยวอวี่เผลอกำชายแขนเสื้อแน่น หัวใจหน่วงลงทันที เซียวจิ่นอันนิ่งไปเล็กน้อย ตามมารยาท เขาปฏิเสธองค์หญิงไม่ได้
"เชิญ"
เขาตอบสั้น ๆ ก่อนเดินเคียงข้างองค์หญิงเข้าไปในสวน
หลินเสี่ยวอวี่มองภาพนั้นเงียบ ๆ รอยยิ้มที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปจนหมด
ชิงเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แอบมองนายหญิง
"คุณหนู...เจ้าคะ"
"ท่านเป็นอะไร"
"หน้าดูบึ้ง ๆ"
หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้ง
"ข้าหรือ"
"เจ้าค่ะ"
"ไม่เห็นรู้ตัวเลย"
หญิงสาวรีบคลี่ยิ้ม
"ไม่มีอะไร ข้าแค่..."
เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
"...ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว" พูดจบ
ก็หันหลังเดินออกจากงานทันที โดยไม่รู้เลยว่า เซียวจิ่นอันซึ่งกำลังคุยกับองค์หญิง กลับหันมามองแผ่นหลังของเธอพอดี เมื่อเห็นหญิงสาวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาแม้แต่ครั้งเดียว หัวใจของเขากลับรู้สึกแปลก ๆ ราวกับ...ทำของสำคัญบางอย่างหล่นหาย
องค์หญิงหย่งหนิงกำลังตรัสเรื่องดอกไม้ แต่เซียวจิ่นอันกลับไม่ได้ยินแม้แต่คำเดียว สายตาของเขา...เอาแต่มองไปยังทิศที่หลินเสี่ยวอวี่เดินจากไปและเป็นครั้งแรกในชีวิตที่แม่ทัพผู้ไม่เคยไล่ตามผู้ใด อยากเดินตามใครสักคน
สายลมอ่อนพัดผ่านพระราชอุทยาน หลินเสี่ยวอวี่เดินออกจากงานโดยไม่รู้ตัวว่าตัวเองมาถึงสวนด้านหลังตั้งแต่เมื่อไร ที่นี่เงียบกว่าด้านหน้า มีเพียงศาลาไม้เล็ก ๆ ริมสระบัว และต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่ง หญิงสาวถอนหายใจยาว ก่อนทรุดตัวนั่งลงบนม้านั่งหิน
"เราเป็นอะไรไปนะ..." เธอพึมพำกับตัวเอง
ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงหย่งหนิงไม่ได้เป็นนางร้าย ทั้งที่รู้ว่าในนิยาย เซียวจิ่นอันไม่เคยมีใจให้องค์หญิง แต่พอเห็นทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน หัวใจกลับรู้สึกเหมือนถูกบีบรัด
"ก็แค่...คนที่เคยชอบตัวละครในนิยาย"
"จะไปหวงอะไรเขา"
หลินเสี่ยวอวี่หัวเราะกับตัวเองเบา ๆ แต่ยิ่งหัวเราะ ดวงตากลับยิ่งร้อนผ่าวเธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ความรู้สึกที่มีต่อเซียวจิ่นอัน...ไม่ใช่แค่ความชื่นชมในฐานะแฟนนิยายอีกต่อไป หากเป็นผู้ชายคนหนึ่งเดินคุยกับผู้หญิงคนอื่น เธอคงไม่รู้สึกอะไร แต่พอเป็นเขา...เธอกลับอดน้อยใจไม่ได้
"คุณหนูหลิน" เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง
หลินเสี่ยวอวี่ตัวแข็งก่อนรีบหันกลับไป เซียวจิ่นอันยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ใบหน้าหล่อเหลายังคงสงบนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตากลับจับจ้องมาที่เธอเพียงคนเดียว
"ท่าน..." หญิงสาวเบิกตา
"เหตุใดท่านมาอยู่ที่นี่"
"ข้ามาตามเจ้า" คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอชะงัก
"ตามข้าหรือ"
"อืม"
"องค์หญิงเล่า"
เซียวจิ่นอันตอบอย่างเรียบง่าย
"ข้าขอตัว"
หลินเสี่ยวอวี่กะพริบตาปริบ ๆ
"...ขอตัว?"
"อืม"
"แต่...องค์หญิงกำลังคุยกับท่านไม่ใช่หรือ"
แม่ทัพหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนถามกลับ
"สำคัญหรือ"
คำถามนั้นทำให้หลินเสี่ยวอวี่ไปไม่เป็น
"ก็..."
"ท่าน..."
"นางเป็นองค์หญิง"
เซียวจิ่นอันพยักหน้า
"ข้ารู้...แล้ว..."
เขามองนางตรง ๆ
"เจ้าหนีมาทำไม"
หญิงสาวหลบสายตา
"ข้าไม่ได้หนี"
"งั้นหรือ"
"เจ้าค่ะ"
"ถ้าเช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมมองข้าตั้งแต่เมื่อครู่"
"..."
"เหตุใด จึงเดินหนีทันทีที่เห็นข้าคุยกับองค์หญิง"
หลินเสี่ยวอวี่อ้าปาก แต่กลับเถียงไม่ออก เธอคิดว่าแอบเดินออกมาเงียบ ๆ แล้ว ไม่คิดว่าเขาจะสังเกตเห็น เซียวจิ่นอันมองใบหน้าแดงเรื่อของหญิงสาว ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย
"เจ้า...กำลังงอนข้าหรือ"
ประโยคนั้นทำให้หลินเสี่ยวอวี่รีบส่ายหน้ารัว
"ไม่ใช่!"
"ข้าไม่ได้งอน"
"จริงหรือ"
"จริง!" นางตอบเสียงดังเกินปกติ จนแม้แต่ตัวเองยังรู้ว่าไม่มีน้ำหนัก
เซียวจิ่นอันมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหลุดหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะจริง ๆ ไม่ใช่เพียงรอยยิ้มบาง ๆ เหมือนที่ผ่านมา หลินเสี่ยวอวี่ถึงกับตาค้าง
"ท่าน...หัวเราะ..."
"แปลกมากหรือ"
"มาก" นางพยักหน้าแรง ๆ
"ข้าไม่เคยคิดว่าท่านจะหัวเราะได้"
เซียวจิ่นอันส่ายหน้าอย่างจนใจ
"เจ้านี่..."
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนสีหน้าจะจริงจังขึ้น
"องค์หญิงเชิญข้าเดินชมสวน เพราะต้องการถามเรื่องการศึก"
"มีเพียงเท่านั้น"
หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้น
"จริงหรือ"
"อืม"
"แล้ว..."
"ข้าปฏิเสธไปแล้ว"
หญิงสาวเบิกตากว้าง
"ปฏิเสธ?"
"เพราะเห็นเจ้าเดินออกมา"
"ข้าคิดว่า..." เขาหยุดไปเล็กน้อย เหมือนกำลังหาคำพูด
"...เจ้าคงมีเรื่องสำคัญ"
หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่เต้นแรง
คนตรงหน้า...ตามเธอออกมาเพราะแบบนี้หรือ นางเม้มริมฝีปาก ก่อนพูดเสียงเบา
"ข้าไม่มีเรื่องสำคัญหรอก"
"มี" เซียวจิ่นอันตอบทันที
"สำหรับข้า"
"เจ้าสำคัญกว่า"
คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ จนแม้แต่เจ้าตัวเองก็ชะงัก ทั้งคู่สบตากัน บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที มีเพียงเสียงลมพัดผ่านใบเหมย หลินเสี่ยวอวี่รู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เขา...เมื่อครู่พูดว่าอะไรนะ
เซียวจิ่นอันกระแอมเบา ๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าพูดเกินไป
"ข้าหมายถึง...เจ้ารู้เรื่องที่อาจช่วยบ้านเมืองได้"
"จึงสำคัญ"
ยิ่งอธิบาย กลับยิ่งฟังดูแก้ตัว หลินเสี่ยวอวี่หลุดหัวเราะออกมา รอยยิ้มสดใสที่หายไปหลายวันกลับมาอีกครั้ง เมื่อเห็นนางหัวเราะ เซียวจิ่นอันก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"...แบบนี้ค่อยเหมือนเจ้า" เขาพึมพำเบา ๆ
หญิงสาวเงยหน้ามอง
"อะไรนะ"
"ไม่มีอะไร" แม่ทัพหนุ่มตอบเรียบ ๆ ก่อนหันไปมองสระบัว
ผ่านไปครู่หนึ่ง...เขาค่อย ๆ ยื่นมือข้างหนึ่งออกมา
"กลับงานกัน"
หลินเสี่ยวอวี่มองมือใหญ่ตรงหน้า ก่อนมองหน้าเขา
"ท่าน..."
"กลัวเจ้าหลง" เขาตอบสั้น ๆ
แต่ปลายหูของแม่ทัพผู้ไม่เคยหวั่นเกรงศัตรู กลับแดงขึ้นเล็กน้อย หลินเสี่ยวอวี่อมยิ้ม ก่อนค่อย ๆ วางมือลงบนฝ่ามือของเขา มือของเซียวจิ่นอันอุ่นกว่าที่คิดและใหญ่จนสามารถกุมมือของเธอไว้ได้ทั้งหมด เขากระชับมือเบา ๆ ก่อนพาเธอเดินกลับไปยังพระราชอุทยาน โดยไม่รู้เลยว่าภาพของทั้งสองคนที่เดินจับมือกันอยู่ใต้ต้นเหมย กำลังมีใครอีกคนมองเห็นจากศาลาสูง ดวงตาคู่นั้นค่อย ๆ หรี่ลง ก่อนเจ้าของสายตาจะยกยิ้มเย็นชา
"ที่แท้...แม่ทัพเซียวก็มีจุดอ่อนเช่นกัน"
ลมเย็นพัดผ่านอีกครั้ง ไม่มีใครรู้เลยว่า ตั้งแต่วินาทีที่มือทั้งสองประสานกัน เงามืดครั้งใหม่...ก็กำลังเริ่มเคลื่อนไหว
หนึ่งปีต่อมาฤดูใบไม้ผลิกลับมาเยือนเมืองหลวงอีกครั้ง สายลมอ่อนพัดผ่านต้นเหมยที่กำลังผลิดอกสีขาวสะพรั่งตลอดสองฟากถนนเมืองหลวงในวันนี้แตกต่างจากเมื่อหนึ่งปีก่อนอย่างสิ้นเชิงกำแพงเมืองที่เคยเต็มไปด้วยประกาศจับกุม บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยประกาศลดภาษีและการฟื้นฟูบ้านเมืองหอประวัติศาสตร์หลวงซึ่งเคยถูกไฟไหม้ ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ตามพระราชโองการ พร้อมเปิดห้องเก็บต้นฉบับประวัติศาสตร์ให้ตรวจสอบได้โดยเหล่าขุนนางผู้รับผิดชอบ เพื่อไม่ให้เรื่องราวของผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียวกลายเป็นความจริงของคนทั้งแผ่นดินอีกราชพงศาวดารฉบับใหม่ถูกเรียบเรียงขึ้น ในนั้นไม่มีชื่อของ "กบฏเซียวจิ่นอัน" มีเพียงชื่อของแม่ทัพผู้ปกป้องแผ่นดินด้วยชีวิตหลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่หน้าระเบียงเรือนใหญ่ของจวนแม่ทัพ นางทอดสายตามองทหารหนุ่มจำนวนหนึ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่ในลานกว้าง เสียงหัวเราะของเหล่าทหารดังเป็นระยะภาพเช่นนี้หาได้ยากในอดีตครั้งหนึ่งจวนแห่งนี้เต็มไปด้วยความกดดัน ความหวาดระแวง และเงาของการเมืองแต่บัดนี้...ที่นี่กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา"ฮูหยิน" เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง"ได้เวลาแต่งตัวแล้วเจ้าค่ะ"หลินเสี่ยวอวี่หันกลับมา ยิ้
รุ่งอรุณวันถัดมาเหนือกำแพงเมืองหลวง กลุ่มควันสีดำค่อย ๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หลินเสี่ยวอวี่ยืนอยู่บนไหล่เขา มองไปยังปลายทางด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง"หอประวัติศาสตร์..." นางพึมพำเบา ๆแม้จะอยู่ห่างออกมาหลายลี้ แต่ยังมองเห็นควันไฟได้อย่างชัดเจน พวกเขามาช้าไปหรือเซียวจิ่นอันยืนเคียงข้างนาง สีหน้าสงบนิ่ง แต่ดวงตากลับเย็นเฉียบ"ไม่" เขาตอบสั้น ๆ"หากพวกมันเผาหลักฐาน...แปลว่าหลักฐานนั้นมีอยู่จริง"หลินเสี่ยวอวี่หันมองเขา แม้สถานการณ์จะเลวร้ายเพียงใด ชายคนนี้ก็ยังมองเห็นโอกาสจากวิกฤตเสมอในเวลานั้นเองเสียงม้าควบก็ดังขึ้นจากเชิงเขา เฉินเฟิงนำทหารกลุ่มหนึ่งมาหยุดตรงหน้า ทุกคนสวมเสื้อคลุมธรรมดาเพื่ออำพรางตัว แต่สีหน้ากลับเต็มไปด้วยความเร่งรีบ"ท่านแม่ทัพ!" เฉินเฟิงรีบลงจากหลังม้า"คนของเรากลับมาแล้ว""เป็นอย่างไร"เฉินเฟิงสูดหายใจลึก"เมื่อคืนมีคนบุกเข้าไปในหอประวัติศาสตร์จริง""เกิดเพลิงไหม้หลายจุด""แต่..." เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากถุงผ้า"ก่อนไฟจะลาม""บรรณารักษ์ชราคนหนึ่งแอบส่งสิ่งนี้ให้คนของเรา"เซียวจิ่นอันรับกล่องไม้มาถือไว้ ตัวกล่องทำจากไม้จันทน์เก่า แกะสลักตราหอประวัต
รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนอย่างเงียบงันหมอกสีขาวลอยปกคลุมหุบเขา บ้านไม้ร้างที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่าดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก หลินเสี่ยวอวี่สะดุ้งตื่นเพราะเสียงขวานกระทบฟืน นางลืมตาขึ้นก็พบว่าเซียวจิ่นอันกำลังผ่าฟืนอยู่หน้าบ้าน แม้เพิ่งหลบหนีจากคุกหลวงได้เพียงคืนเดียว แต่เขากลับสงบนิ่งราวกับเป็นเพียงเช้าวันธรรมดาเมื่อเห็นนางเดินออกมา เขาก็วางขวานลงทันที"ตื่นแล้วหรือ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้าเบา ๆ เมื่อคืนหลังเปิดเผยความจริงทั้งหมด นางกลับหลับสนิทที่สุดนับตั้งแต่ย้อนเวลามา เพราะไม่มีความลับให้ต้องแบกอีกต่อไปเซียวจิ่นอันยื่นถ้วยน้ำอุ่นให้นาง"อากาศเย็น ดื่มเสียหน่อย"หญิงสาวรับมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ ยังไม่ทันเอ่ยอะไร เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากท้ายป่าเฉินเฟิง เขาวิ่งมาจนเสื้อผ้าเปียกโชก หายใจหอบหนัก ก่อนหยุดลงตรงหน้าทั้งสอง"ท่านแม่ทัพ!""มีข่าวหรือ"เฉินเฟิงพยักหน้า สีหน้าของเขาเคร่งเครียดผิดปกติ"เมื่อคืนหลังพาท่านออกมา คนของเราลอบเข้าไปที่จวนแม่ทัพ""ข้ากลัวว่าทางวังจะค้นเอกสารสำคัญ จึงให้พวกเขาเก็บของทุกอย่างที่เหลืออยู่"เขาหยิบห่อผ้าสีหม่นออกมาวางบนโต๊ะไม้"ตอนแรกคิดว่าเป็นเพียงบ
กลางดึกคืนนั้น สายฝนโปรยปรายลงเหนือเมืองหลวงไม่ขาดสาย ทั่วทั้งคุกหลวงถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงคบเพลิงที่สั่นไหวไปตามกำแพงหินเย็นเยียบหลินเสี่ยวอวี่ดึงผ้าคลุมสีดำให้ปิดใบหน้าแน่นขึ้น ข้างกายนางคือเฉินเฟิงและทหารคนสนิทอีกสามนาย ทุกคนล้วนสวมชุดชาวบ้านธรรมดา ไม่มีผู้ใดพูดแม้แต่คำเดียว เพราะต่างรู้ดีว่า...หากพลาดเพียงก้าวเดียว ความผิดฐานช่วยนักโทษหลบหนี มีโทษถึงประหารชีวิตเฉินเฟิงหยุดอยู่ใต้กำแพงด้านทิศตะวันตก"คุณหนู" เขาพูดเสียงเบาที่สุด"คนของเราซื้อเวรยามไว้เพียงครึ่งก้านธูป""หลังจากนั้น จะมีทหารผลัดใหม่เข้ามา""พวกเราต้องรีบ"หลินเสี่ยวอวี่พยักหน้า หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย แต่เป็นเส้นทางที่นางเลือกเอง เฉินเฟิงเคาะกำแพงหินเบา ๆ สามครั้งครืด...อิฐก้อนหนึ่งค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องลับแคบ ๆ ที่ถูกซ่อนไว้"เมื่อครั้งสร้างคุกหลวง" เฉินเฟิงกล่าว"ท่านแม่ทัพเป็นผู้ค้นพบทางนี้""ไม่คิดเลยว่าวันหนึ่ง...""...จะต้องใช้มันช่วยตัวเอง"ทุกคนเงียบลง ก่อนทยอยก้มตัวเดินเข้าไปในอุโมงค์...กลิ่นอับชื้นของดินและหินโชยเข้ามา หยดน้ำตกลงจากเพดานเป็นระยะ หลินเสี่ยวอ
ประตูตำหนักใหญ่ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ เสียงบานประตูไม้หนักเสียดสีกันดังก้องไปทั่วโถงอันโอ่อ่าเซียวจิ่นอันก้าวเข้าไปก่อน หลินเสี่ยวอวี่เดินตามอยู่ครึ่งก้าว ทันทีที่ทั้งสองเข้าสู่ท้องพระโรง ความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ยืนเรียงแถวอยู่สองฝั่ง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำ แต่สายตาหลายคู่กลับจับจ้องมายังแม่ทัพหนุ่มไม่วางหลินเสี่ยวอวี่รู้สึกได้ถึงบรรยากาศผิดปกติ มันไม่ใช่การเรียกเข้าเฝ้าตามปกติ หากเป็นการรอคอยบางสิ่ง...บางสิ่งที่เตรียมไว้แล้ว"ถวายบังคมฝ่าบาท"เซียวจิ่นอันคุกเข่าลงอย่างสงบนิ่ง หลินเสี่ยวอวี่รีบคุกเข่าตาม ฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมา พระพักตร์เคร่งเครียดกว่าทุกครั้ง"เซียวจิ่นอัน""เจ้ารู้หรือไม่...เหตุใดจึงถูกเรียกตัว"แม่ทัพหนุ่มก้มศีรษะ"กระหม่อมไม่ทราบ"ฮ่องเต้ยังไม่ทันตรัสตอบ เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากแถวขุนนาง"กระหม่อมมีเรื่องจะกราบทูล"หลินเสี่ยวอวี่เงยหน้าขึ้นโดยอัตโนมัติ บุรุษหนุ่มในฉลองพระองค์สีทองก้าวออกมา ใบหน้าหล่อเหลา รอยยิ้มอ่อนโยน หากแต่ดวงตากลับเย็นเยียบจนทำให้ผู้คนไม่กล้าสบตา รัชทายาท เพียงเห็นใบหน้านั้น หัวใจของหลินเสี่ยวอวี่ก็เต้นแรง คนตรงหน
รุ่งเช้าหลังคืนอันเงียบสงบเมืองหลวงกลับไม่สงบอย่างที่ควรจะเป็น เสียงกลองประกาศจากหอคอยกลางเมืองดังขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างตึง! ตึง! ตึง!ผู้คนต่างเปิดประตูบ้านออกมามองถนนด้วยความสงสัย ขุนนางหลายคนรีบขึ้นรถม้ามุ่งหน้าเข้าวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองราวกับไฟลามทุ่ง"ฮ่องเต้ทรงกริ้วอย่างหนัก""กรมพระคลังถูกตรวจค้นตั้งแต่รุ่งเช้า""มีขุนนางถูกจับหลายสิบคน"ภายในจวนสกุลหลินหลินเสี่ยวอวี่กำลังอ่านหนังสืออยู่ริมหน้าต่าง เมื่อได้ยินเสียงเอะอะด้านนอก นางก็รีบเดินออกไป"เกิดอะไรขึ้น"ชิงเอ๋อร์วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา"คุณหนู!...ในวังเกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ""ได้ยินว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้จับกุมขุนนางกรมพระคลังหลายคน"หลินเสี่ยวอวี่ชะงัก"ตอนนี้เลยหรือ""เจ้าค่ะ"หัวใจของนางเต้นแรง เป็นไปไม่ได้ในนิยาย...เหตุการณ์นี้ต้องเกิดอีกหลายเดือน ไม่ใช่ตอนนี้หญิงสาวรีบย้อนคิดถึงเนื้อเรื่องทั้งหมด หลังจากรัชทายาทเริ่มเคลื่อนไหว ควรมีงานล่าสัตว์หลวงก่อน จากนั้นจึงเกิดคดีโกงเสบียง แล้วถึงจะมีการกวาดล้างกรมพระคลังแต่ตอนนี้...ทุกอย่างกลับสลับลำดับกันหมด"หรือว่า..." นางพึมพำกับตัวเอง"...เพราะเรา"ทุก

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


