Share

คู่กรณี

Author: Yaygoh
last update Last Updated: 2026-01-24 15:04:07

 

เราเลือกร้านกาแฟที่ใกล้ที่สุดนั่งคุยกัน

“สั่งอะไรมั้ย” ฉันถามแฮคหลังจากก้าวเข้ามาในร้าน

“ช็อกโกแลตเย็น ฝากด้วย”

พูดจบเขาก็ผละไปหาที่นั่งทันที ท่าทางสบายอกสบายใจไม่ทุกข์ร้อนจนน่าหมั่นไส้

“เขาคือคนที่แกเล่าให้ฟังเหรอ” ยะหยาที่ตามมาห่างๆ รีบใช้โอกาสนี้ถามทันที ก่อนหน้านั้นเธอเอาแต่เก็บปากเงียบไม่พูดไม่จาคงจะอึดอัดน่าดู ยะหยาเป็นเพื่อนสนิทฉันที่มหา’ลัย มีเรื่องอะไรก็จะคอยปรึกษาพูดคุยกันตลอด จึงไม่แปลกถ้าฉันจะระบายเรื่องผิดพลาดในคืนนั้นให้ยะหยาฟัง

“อืม” ฉันพยักหน้ายืนยันข้อสงสัยของยะหยา ขยับมาที่หน้าเคาน์เตอร์หลังจากถึงคิว “เอาช็อกโกแลตเย็นกับชาเบอร์รี่ค่ะ แกเอาไร...”

“ไม่เป็นไร ฉันสั่งเอง” ยะหยาบอกปัดพร้อมกับยิ้มอ่อน ท่าทางเกรงใจ

“สั่งเลยจะได้จ่ายพร้อมกัน”

“เอางั้นเหรอ”

“อืม ไม่ต้องเกรงใจ ไหนๆ ก็มาแล้วฉันดูแลเอง”

“ก็ได้ เอาชาเขียวปั่นแล้วกัน” พยักหน้าเอออออย่างเสียไม่ได้

“เพิ่มชาเขียวปั่นแก้วหนึ่งค่ะ” ฉันหันไปบอกกับพนักงานที่รอรับออร์เดอร์ หลังสั่งเสร็จก็เดินมาหาแฮคที่โต๊ะ ยอมรับว่าเทสต์ในการเลือกที่นั่งของเขาค่อนข้างดี เพราะโต๊ะที่แฮคนั่งรออยู่ติดผนังกระจก วิวดี ที่สำคัญโต๊ะใกล้เคียงไม่มีคนนั่ง ทำให้รู้สึกว่าเป็นส่วนตัว ไม่ต้องพะวงว่าใครจะได้ยิน

“แกคุยกันเลยนะ เดี๋ยวฉันไปนั่งโต๊ะอื่น เอาใบเสร็จมา ถ้าได้แล้วเดี๋ยวไปเอาให้” ยะหยาสะกิดก่อนถึงโต๊ะที่แฮคอยู่ไม่กี่ก้าวแล้วเดินแยกออกไปโดยไม่รอให้ฉันบอก ฉันชอบตรงนี้แหละ ถึงเราจะสนิทกันแต่ยะหยาก็เป็นคนรู้กาลเทศะ รู้ว่าเมื่อไหร่ควรเว้นระยะห่าง เมื่อไหร่ควรเข้าหา

“ว่ามา”

นัยน์ตาคมดุดันปรายมองฉันรอบหนึ่ง หลังจากที่ฉันนั่งลงบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วแต่ดันนิ่งเงียบ ฉันก็ไม่ได้คิดจะถ่วงเวลาหรือดึงเกม เรื่องที่อยากพูดมันเรียบเรียงออกมาเป็นถ้อยคำยากเหมือนกัน เพราะงั้นฉันเลยเปิดสัญญาโมเดลลิ่งที่ถ่ายไว้ในสมาร์ตโฟนให้แฮคดู

“แล้ว?”

เขาไล่สายตามองปราดเดียวก็เลิกคิ้วขึ้นมองหน้าฉัน ไม่เข้าใจว่าฉันต้องการจะสื่ออะไร

“จำไม่ได้จริงๆ เหรอ”

ฉันฉวยสมาร์ตโฟนในมือแฮคคืน สัญญาโมเดลลิ่งคงไปสะกิดใจเขาเข้า ถึงได้จ้องมองฉันด้วยสายตาสุขุมกว่าเดิมนิดหน่อย ย้ำว่าแค่นิดหน่อย

“เราเคยเจอกันมาก่อนงั้นสิ งานไหนล่ะ อืม... จะว่าไป มองไปมองมาหน้าเธอก็คุ้นๆ”

คืนนั้นฉันแต่งหน้าทำผม แต่ตอนนี้ฉันตบแค่คุชั่นกับเขียนคิ้วบางๆ ปากก็ทาแค่ลิปกลอส ผมมัดรวบเป็นโดนัทด้านหลัง คนละลุคกับวันนั้นชัดเจน ทว่าก่อนแต่งกับหลังแต่งมันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมากหรอกเพราะยังไงฉันก็สวยอยู่แล้ว

“คืนนั้นที่บาร์ในโรงแรม...” ฉันพูดชื่องาน สถานที่ และวันเวลา รวมถึงสถานการณ์ที่พอจะจำได้คร่าวๆ “...ฉันดื่มค็อกเทล แล้วนายก็ช่วยพยุงฉัน จำได้ยัง”

“อ๋อ... เธอคือผู้หญิงในตอนนั้นนี่เอง”แฮคทำหน้าถึงบางอ้อ แต่ผู้หญิงในตอนนั้นเหรอ... ทำไมฟังดูไร้ค่าอย่างนี้นะ

“แล้วมีอะไร”

แฮคหรี่นัยน์ตาคมกริบลงไม่เหลือเศษเสี้ยวความหวานแม้แต่น้อย ท่าทางเร่งรัดเอาความ เตือนให้รู้ว่าเขาไม่ได้มีความอดทนมากมายนัก

ความรู้สึกกดดันบีบรัดอยู่ในอก ฉันเค้นเสียงพูดออกมา

“คือ... ฉันก็ไม่ได้จะเรียกร้องให้รับผิดชอบอะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ว่าฉันไม่ได้เซ็นสัญญานี่น่ะ ฉันท้วงโมเดลลิ่งไปแล้ว แต่ก็... ไม่ได้อะไร”

“แล้วที่เธอมาบอกฉัน ต้องการอะไร” แฮคกระตุกมุมปากในน้ำเสียงรู้สึกได้ถึงความดูถูกดูแคลน นัยน์ตาคมยังคงหรี่เล็ก ทว่าสายตากลับจ้องเขม็งราวกับจะมองคนให้ทะลุปรุโปร่ง

ฉันสูดหายใจลึก มาขนาดนี้แล้วจะถอยไม่ได้เด็ดขาด

“ส่วนต่าง ฉันต้องการเงินเท่ากับในสัญญา”

กลั้นใจพูดออกไปจนได้ ลึกๆ ฉันอายแทบแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้วที่ต้องมาทวงเงินค่าตัวจากผู้ชายที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วย

ให้ปล่อยผ่านเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้อยู่หรอก แต่ว่าฉันก็ไม่อยากเสียเปรียบไง อย่างน้อยๆ ก็ต้องทวงถามผลประโยชน์ที่ควรจะได้ดูก่อน ดีกว่าไม่ทำอะไรแล้วเอาแต่นั่งคิดเวทนาตัวเองไม่จบไม่สิ้น

“อุบ! ฮ่าๆ”

แฮคหน้าเครียดอยู่ดีๆ ก็หลุดหัวเราะออกมา

            ฉันเลิ่กลั่กก่อนจ้องเขาเขม็ง มีอะไรน่าขำกัน

            “ไม่ตลกนะ” ฉันถลึงตาใส่แฮคที่เสียงดังจนตกเป็นเป้าสายตาของคนในร้าน ก่อนจะเหลือบไปเห็นยะหยาที่อยู่อีกโต๊ะ ตรงหน้ามีเครื่องดื่มที่สั่งเอาไว้วางอยู่ ไม่รู้ว่าไปเอามาตอนไหน ฉันมัวแต่จดจ่ออยู่กับแฮคจนไม่ได้ฟังเสียงเรียกคิวของพนักงาน แต่ยะหยาก็ไม่ได้ถือเครื่องดื่มมาให้ฉันกับแฮคที่โต๊ะเหมือนไม่อยากเข้ามาขัดจังหวะ

            “ฮ่าๆ โทษที มันผิดคาดน่ะ” แฮคเอามือปิดปาก กลืนเสียงหัวเราะลงคอ ก่อนจะปรับสีหน้าจริงจังขึ้นทว่าแววขบขันก็ยังหลงเหลืออยู่ในดวงตาคมคายที่เห็นแล้วอยากเอานิ้วทิ่มให้เจ็บตาย

            ฉันไม่อยากซักไซ้ว่าเขาผิดคาดเรื่องอะไร ไหนๆ ก็เปิดใจคุยขนาดนี้แล้ว ก็ต้องเอาให้มันชัดเจนไปเลย มัวแต่กระมิดกระเมี้ยนแล้วแฮคไม่อยู่รอฟังฉันนี่แหละจะเสียใจ

“ตกลงว่านายจะจ่ายส่วนที่เหลืออีกครึ่งหรือเปล่า”

            “ปกติแล้วเรซจะเป็นคนจัดการเรื่องเงิน แต่มันไม่เคยทำบัญชีพลาด”

            “แปลว่าอะไร” พูดจากำกวม ตอบไม่ตรงคำถาม ได้กลิ่นคนขี้โกงโชยมาแล้ว

            “ต้องไปเช็กกับเรซก่อนว่ามันจ่ายค่าตัวครบตามสัญญาหรือเปล่า”

            “สัญญา? ก็ฉันบอกว่าไม่ได้เซ็น ที่ว่าจ่ายค่าตัวครบมันหมายความว่ายังไง พูดให้ชัดๆ หน่อย” คิ้วฉันกระตุก อุตส่าห์บากหน้ามาพูดขนาดนี้แล้วแต่กลับโดนบ่ายเบี่ยงง่ายๆ เลยเนี่ยนะ

            ไม่สิ... ฉันมัวแต่คิดในมุมตัวเอง เข้าข้างตัวเองว่ายังไงก็ต้องได้ในสิ่งที่ควรได้ พอสถานการณ์ไม่เป็นตามที่คิดก็หน้าแตกยับเยิน ทั้งโกรธทั้งเสียหน้าจนมือไม้สั่นไปหมด

            เสียงสมาร์ตโฟนแฮคดังได้จังหวะพอดี เขามองหน้าจอแล้วลุกขึ้นปุบปับ พูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ เหมือนที่คุยกับฉันอยู่นี่ไม่มีอะไรสำคัญ

“ไว้จะเช็กให้แล้วกัน”

ได้ยินแล้วไม่พอใจอย่างแรง

“เช็กเหรอ! แล้วจะให้เชื่อได้ยังไง” ฉันโพล่งเสียงดัง ก่อนที่แฮคจะก้าวออกจากโต๊ะแล้วก็โดนเขาทำหน้าฉุนเฉียวใส่ทันที

“กลัวไม่ได้เงิน หรือว่าที่จริงเธอมีจุดประสงค์อื่น”

“หา? พูดอะไร” ฉันโดนสายตาแฮคไล่ต้อน สมองเป็นอัมพาตชั่วขณะ งง ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร แต่จากสายตากับน้ำเสียงเดาได้ว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ แต่แฮคไม่คิดสาธยายคำพูดให้ฉันเข้าใจสักนิด เขาสบประมาทฉันเสร็จก็เดินออกไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

“เดี๋ยวสิ!”  คิดว่าฉันจะยอมให้จากไปง่ายๆ เหรอ “แฮครอก่อน เรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ”

ฉันไล่ตามเขาไปติดๆ ดึงแขนแฮคเอาไว้ได้ทันตรงประตูร้านกาแฟพอดี ตอนนี้ไม่สนแล้วว่าใครจะมองด้วยสายตายังไง

ฉันแค่รู้สึกว่าถ้าปล่อยแฮคไปตอนนี้จะไม่มีโอกาสได้เจอเขาอีก แล้วความพยายามของฉันในวันนี้ก็จะสูญเปล่า แบบนั้นมันน่าโมโหยิ่งกว่าตกเป็นเป้าสายตาตอนนี้หลายเท่า

“ปล่อย เธอกำลังทำฉันรำคาญ”

แฮคสะบัดแขนทีเดียวก็หลุด แรงเยอะชะมัด

ฉันจะคว้าแขนเขาอีกแต่เขาเบี่ยงหลบไม่ยอมให้จับง่ายๆ เป็นแบบนั้นอยู่สองสามตลบ จนเสียงสมาร์ตโฟนที่เงียบไปแล้วของแฮคดังขึ้นมาใหม่ เขาชะงักแวบหนึ่งแล้วจู่ๆ รอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจก็ผุดขึ้นบนมุมปาก

“หรือว่าเธอจะร้อนเงิน”

“....” ฉันชะงัก ไม่ตอบรับแต่ก็ไม่ปฏิเสธ ถึงจะไม่ขนาดนั้น แต่ก็ใช่ว่าเงินจะไม่ขาดมือ

“ว่าไง จะตามมาก็ได้นะ ฉันมีข้อเสนอ”

“ข้อเสนอ?”

“....” มุมปากแฮคยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ท่าทางไม่น่าไว้ใจ แต่ฉันก็อยากรู้ว่าข้อเสนอของเขาคืออะไร

            “ขอฟังดูก่อน” ฉันเชิดหน้าขึ้น มีความเล่นตัวนิดๆ

            “ตามมา เดี๋ยวจะอธิบายระหว่างทาง”

            “เอ้า!?”

แฮคเดินนำลิ่วไปโน่นแล้ว

โธ่เอ๊ย ฉันสบถลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ จ้ำอ้าวตามร่างสูงของแฮคไป ไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   กลับสู่ความจริง

    ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็ร้องไห้อยู่บนเตียงในหอพักตัวเอง หอพักที่ฉันไม่ได้กลับมานานจนฝุ่นเกาะ เต็มไปด้วยร่องรอยรกร้าง และถูกทอดทิ้งผ่านไปหนึ่งวัน... สองวัน... ความเสียใจยังไม่จางหาย แต่เพราะมีงานถ่ายแบบรออยู่ ฉันเลยต้องฉุดตัวเองขึ้นมา ยิ่งคิดว่าเป็นงานที่ทำให้ฉันกับแฮคมีปัญหากันก็ยิ่งรู้สึกหน่วงในอกและไม่อยากทำ ใจอยากยกเลิกด้วยซ้ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคำว่ารับผิดชอบมันค้ำคอฉันกล้ำกลืนเก็บกระเป๋ามาสนามบินตามนัด นอกจากมะนาวแล้วก็มีคนคุ้นหน้าอีกหลายคนแต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว บางคนก็เป็นพริตตี้ นางแบบ แม้แต่ดาราก็มี... ฉันมองคนเหล่านั้นแล้วแปลกใจนิดหน่อย โมเดลลิ่งไม่ได้บอกไว้ว่ามีนางแบบกี่คน และถึงจะรู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะมากันเยอะแบบนี้ แถมแต่ละคนเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ขนาดฉันที่ว่าสวยแล้วพอมายืนเทียบกับคนอื่นนี่ถึงกับดอรปไปเลย ทุกคนงานดีหมด ฉันตะลึงไปเลยที่ถูกโมเดลลิ่งตามจีบอยู่หลายรอบเพื่อให้รับงานนี้ว่าแต่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันกวาดตามองเพื่อนร่วมงานเงียบๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนกระทั่งถึงโรงแรมที่ภูเก็ตทีมงาน

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   ผิดที่เขาใจร้ายหรือเราห้ามใจตัวเองไม่ได้

    แฮคเงียบงันทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขของฉัน บรรยากาศหนักอึ้งตกลงรอบด้าน ฉันรู้สึกเหมือนโดนความเคร่งเครียดตรงหน้ากดทับขนาดหายใจยังลำบาก มองใบหน้าเฉยชาของแฮคนัยน์ตาสั่นไหว“เธอกำลังล้ำเส้น”เสียงเยือกเย็นดังออกมา ตอกย้ำความเจ็บปวดในหัวใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วฉันถอยกลับไม่ได้“ฉันชอบนายแฮค ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรล้ำเส้น... แต่ แต่ฉันพยายามแล้ว ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ”ฉันสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองใบหน้าเยือกเย็นของแฮคนัยน์ตาพร่ามัว“เธอก็แค่อ่อนไหวเพราะอยู่ใกล้ฉันมากเกินไป”แฮคพูดออกมาได้ใจร้ายมาก“ฉัน”“ถ้ายังอยากอยู่ต่อ ก็หยุดความรู้สึกบ้าๆ ของเธอซะ”“ไม่เอา ความรู้สึกมันหยุดง่ายๆ ได้ที่ไหน ทำไม ทำไมฉันจะชอบนายไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็เข้ากันได้ดีมาตลอดนี่ ทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญาบ้าบอนั่นแล้วมาลองคบกันจริงๆ ดูล่ะ อาจจะเวิร์กก็ได้นะ”ฉันร้อนรน พรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ทว่าสายตาแฮคที่จ้องมองมากลับยิ่งห่างเหิน แฮคอยู่ตรงหน้าฉันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกว่าเขาห่างไกลออกไปจนเอื้อมไม่ถึง“มันไม่มีทางเวิร์กจูน”“รู้ได้ไงว่าไม่เวิร์ก ยังไม่ได้ลอง...”ยังพูดไม่จบแฮคก็สวนขึ้นมาซะก่อนราวกับทนฟังฉั

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   เหมือนจะสำคัญ (ตัวผิด)

    หลายวันต่อมาวันนี้อาจารย์งดสอน ฉันเลยถือโอกาสเอางานที่ค้างมานั่งเคลียร์ในห้องคอมฯ แฮคเพราะบางงานต้องใช้เครื่องพิมพ์เอกสารแน่นอนว่าฉันต้องขอเขาก่อน แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเขาจะยอมให้ใช้เครื่องมั้ย ถ้าไม่ยอมฉันก็จะออกไปทำข้างนอก แต่เขาดันใจกว้าง แถมยังลงมาซื้อกระดาษที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดเป็นเพื่อนฉันอีกความจริงร้านมีเดลิเวอรี่แต่ฉันอยากลงมาเลือกเอง ไม่คิดว่าแฮคจะตามมาด้วย“ที่จริงฝากซื้อก็ได้นะ” ฉันมองของในมือเขาสองสามอย่าง แล้วรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสียสละเวลาอันมีค่าลงมาเดินที่ร้านสะดวกซื้อกับฉันเห็นว่ากำลังเร่งทำงานเขียนโปรแกรมของบริษัทหนึ่งให้เสร็จก่อนวันไปเชียงราย แล้วยังต้องวางแผนการแข่งรถรวมไปถึงรับผิดชอบงานปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพถนนที่จะไปแข่งอีก ไม่กี่วันมานี้แฮคดูงานรัดตัวกระทั่งไม่เวลามากอดฉันแต่กลับกันเขาใช้เวลาอยู่คอนโดมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮคโดนงานรุม แต่ทุกครั้งเขามักจะลอยไปลอยมา ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนผี อาทิตย์หนึ่งมาค้างคอนโดนับครั้งได้ หนักกว่านั้นคือบางคืนแค่แวะมาเอากันแล้วก็ไปทว่าระยะหลังมานี้เขาก

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   คิดเลยไปไกล NC++

    “เดี๋ยวแฮค”ฉันกดแก่นกายแข็งกร้าวใต้น้ำเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้จุดอ่อนไหว“หืม” แฮคซุกซอกคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่“ฉัน... ไม่อยากทำ” ความรู้สึกเศร้าเกาะกุมจิตใจ“ทำเสร็จเดี๋ยวโอนค่าตัวให้”ราวกับมีมีดปักลงกลางหัวใจ ฉันส่ายหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว“ฉันไม่อยากได้เงิน”“อะไรอีก” ใบหน้าคมคายละจากต้นคอ จ้องมองฉัน สายตามีแววไม่สบอารมณ์นิดๆ แฝงอยู่“ฉัน...” ฉันหลุบตาลงจ้องระลอกผิวน้ำกระเพื่อมไหวรอบๆ ตัวขณะพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอ“....”“ฉัน...” ไม่ได้อยากเป็นแค่แฟนจ้าง ความคิดในหัวแล่นไปไกล ทว่าน้ำเสียงกลับจุกตันอยู่แค่คอหอย เอ่ยสิ่งที่อยู่ข้างในใจไม่ออกสายตาดุดันของแฮคบีบคั้นเกินไป ทำให้ความกล้าของฉันที่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเหือดหายไปตอนนี้นอกจากจะเกลียดแฮคแล้ว ฉันยังเกลียดตัวเองที่ขี้ขลาด...ไม่กล้าทำตัวชัดเจนเพราะกลัวจะเสียสถานะตรงหน้าไป“ไม่มีอะไร แค่ไม่มีอารมณ์” ฉันส่ายหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผลักแฮคออกห่าง หันหน้าเข้าหาขอบสระกำลังจะปีนขึ้น แต่กลับถูกแฮครั้งเอวเอาไว้“แฮค...”แผ่นหลังฉันโดนดึงกลับไปแนบชิดกับลำตัวด้านหน้าของเขา ท่อนเนื้อแข็งกร้าวดุนดันก

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   ฝืนเข้มแข็ง NC++

    เสียงออดที่ประตูห้องช่วยคลี่คลายบรรยากาศคุกรุ่นระหว่างเราทั้งคู่ แฮคไม่เสียเวลา เขาลุกขึ้นเดินออกไปดู สักพักก็กลับมาพร้อมจานสเต๊กในมือ“....”ฉันมองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่รู้สึกหิวสักนิด ยิ่งเจอคำพูดแฮคเข้าไปก็ยิ่งกินอะไรไม่ลง โชคดีที่มีไวน์ให้ย้อมใจ“ขึ้นมากินก่อน” แฮควางจานเอาไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาเรียก ท่าทางไม่ได้ตระหนักสักนิดว่าทำใจฉันเจ็บฉันมองแก้วไวน์ในมือที่หมดแล้วเงียบๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้บันไดลงสระ ปีนขึ้นไปช้าๆ โดยที่มืออีกข้างยังถือแก้วไวน์เอาไว้ร่างในชุดว่ายน้ำทูพีชสีขาวม้าลายขึ้นจากขอบสระได้ครึ่งตัว ผ้าคลุมสีขาวก็กางเอาไว้รอแล้วหัวใจพลันกระตุกไหว“....” ฉันไล่สายตามองมือที่จับผ้าคลุมขึ้นไป สบประสานกับแววตาคมเข้มของแฮค นึกถึงคำพูดเย็นชาของเขาก่อนหน้านี้แล้วรวดร้าวอยู่ในอก แอบซ่อนสายตาเจ็บปวดเอาไว้ ก้าวขึ้นจากสระ หันหลังสอดแขนสวมเสื้อคลุมที่แฮคเตรียมไว้ให้ รวบสายรัดเอวอย่างไม่ใส่ใจมองจานสเต๊กบนโต๊ะด้วยสายตาเฉยเมย“ฉันไม่หิว นายกินเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้ว”“จูน เดี๋ยวก่อน...”แฮครวบแขนฉันเอาไว้ ไม่ยอมให้ผละไปง่ายๆ ฉันถอนหายใจหันกลับมามองแฮคด้วยสายตาเบื่อหน่าย“....”“รีบไปไหน กิน

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   ฝันตื่นหนึ่ง

    นอกจากแวะไหว้พระขอพรแล้ว ฉันก็ขอให้แฮคพาไปจุดเช็กอินในบางแสนอีกหลายจุด แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาจึงไปได้แค่ไม่กี่ที่เท่านั้น“กินมั้ย” ฉันถือข้าวหลามกระบอกเล็กๆ ในมือ ข้างในเป็นข้าวเหนียวดำ เอาส้อมที่แถมมาด้วยจิ้มข้าวหลามออกมาแล้วยื่นไปใกล้ๆ ปากแฮคเขาเลิกคิ้วมองครู่หนึ่งก็อ้าปากงับของกินที่ฉันยื่นให้“เป็นไง อร่อยมั้ย”“อือ พอกินได้”“ไม่ชอบเหรอ” สีหน้าเฉยเมยของแฮคทำฉันหม่นหมองไปชั่วขณะ“เฉยๆ”“แล้วแฮคชอบกินอะไร”สรรพนามที่เรียกเขาเปลี่ยนไป ฉันไม่ได้เผลอ แค่จงใจ... จงใจให้ดูเหมือนว่ากำลังเผลอปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เราจะเรียกกันด้วยชื่อเพื่อให้ดูเหมือนสนิทสนม แต่พออยู่กันสองคนจะเรียก ‘ฉัน’ กับ ‘นาย’ แม้จะไม่ได้พูดคุยตกลงกันจริงจัง แต่ก็เหมือนจะกลายเป็นข้อกำหนดที่ตายตัวระหว่างเราไปแล้ว“อะไรก็ได้ที่อร่อย” เขาตอบหลังจากทำหน้านึกอยู่พักหนึ่งแต่กลับระบุอาหารแบบเจาะจงไม่ได้“อืม...” ฉันลอบถอนหายใจเหนื่อยหน่าย สังเกตสีหน้าที่ยังคงปกติของแฮค ดูเหมือนเขาจะไม่ทันสังเกตเรื่องที่ฉันเรียกชื่อเขา... หรือเขาแค่แกล้งไม่สนใจกันแน่นะช่างเถอะ“แวะร้านตรงนั้นได้มั้ย” ฉันชี้ไปที่แผงขายเครื่องประดับเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status