LOGINบรรยากาศด้านนอกเงียบเชียบผิดกับด้านในลิบลับจนนึกว่าอยู่คนละที่ อากาศเย็นเยียบแม้จะถูกโอบเอวเดินอย่างชิดใกล้ก็ไม่ช่วยคลายความอยากเข้าห้องน้ำได้เลย ยิ่งเย็นท้องน้อยก็ยิ่งปวดหนักขึ้น
“ห้องน้ำอยู่ไกลจัง”
ฉันประท้วงเสียงอู้อี้หลังเดินมาได้สักพักแล้วแต่ยังไม่ถึงสักที รู้สึกคอแห้งด้วย อยากดื่มน้ำจัง
“อยู่ข้างหน้านี่เอง”
พอได้ยินแบบนั้นอาการกระสับกระส่ายก็สงบลง แต่ว่านี่มันทางเดินห้องพักโรงแรมไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นห้องน้ำสำหรับแขกทั่วไปไม่น่าจะอยู่ลึกขนาดนี้นี่ ปกติแล้วควรจะอยู่ติดกับบาร์ด้วยซ้ำ เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ นะ
“แฮค?” ชั่วขณะที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ แขนเรียวยาวก็ยื่นออกไปสแกนคีย์การ์ดกับประตู โอบเอวฉันเดินเข้าห้อง “นี่...?”
พรึบ! ไฟอัตโนมัติทำงาน ทั่วทั้งห้องสว่างวาบ ห้องสวีทสไตล์ลัคชูรี่เรียบหรูสะท้อนเข้ามาในสายตารวมถึงกลิ่นหอมปรับอากาศอ่อนๆ ที่อบอวลอยู่ในห้องช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ บรรยากาศน่าพักมาก ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติฉันคงตื่นเต้นมากกว่านี้
“ห้องน้ำ” ฉันแทบจะกลั้นไม่ไหว ผลักแฮคออก สืบเท้าเร็วๆ เดินหาห้องน้ำ ถึงจะเป็นห้องสวีทที่ค่อนข้างกว้างขวางแต่ก็เป็นห้องชั้นเดียว ผังห้องไม่ซับซ้อน แค่หาห้องน้ำมันไม่เกินความสามารถคนเมาหรอก
ว่าแต่ทำไมแฮคต้องเดินตามหลังมาจับเอวด้วยล่ะ เป็นห่วงกลัวฉันล้มขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงจะเมาแต่ฉันก็ยังพอมีสติอยู่นะ
ช่างเถอะ
ฉันผลักประตูห้องน้ำ รีบเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวอย่างไม่ใส่ใจ
ฮู้วว ค่อยสบายตัวหน่อย
โล่งแล้วก็จริงแต่ปวดหัวชะมัด รู้สึกหนักหน่วงเหมือนมีอะไรกดทับ ตาจะปิดอยู่รอมร่อแต่ร่างกายกลับรุ่มร้อนแปลกๆ ผิวหนังมีอาการวูบๆ วาบๆ ไม่รู้ว่าร้อนหรือหนาว
ทรมาน...
ฉันทรุดตัวลงนั่งเกาะชักโครก ความรู้สึกหัวหมุนทำให้ภาพห้องน้ำเอียงวูบไปด้วย เวียนหัวจนต้องหลับตานิ่งครู่หนึ่ง
ถ้าอ้วกออกมาจะรู้สึกดีขึ้นมั้ยนะ
ที่รู้สึกแย่แบบนี้ก็เพราะกินของแสลงเข้าไป ถ้าได้เอาออกมาอาจจะดีขึ้นก็ได้ ฉันยื่นหน้าไปที่ชักโครก เอานิ้วแหย่ปาก กำลังจะโก่งคออ้วกประตูห้องน้ำก็เปิดพรวดเข้ามา
ฉันชะงัก หันกลับไปมอง แต่เพราะมึนเมาจึงเคลื่อนไหวเชื่องช้า แค่หันหน้าทีก็รู้สึกเวียนหัวจนจะอ้วกออกมาจริงๆ โดยไม่ต้องล้วงคอให้เหนื่อย แต่มีคนอื่นอยู่ด้วย ฉันไม่เหี้ยมหาญขนาดนั้นหรอก ฉันกลืนก้อนแข็งที่มีกลิ่นบูดลงคอ
“ทำอะไรน่ะ”
ขาเรียวยาวขยับไม่กี่ก้าวก็เข้าถึงตัวฉันที่นั่งกอดชักโครก น้ำเสียงทุ้มตะเบ็งถามพร้อมกับนัยน์ตาดุดันที่เจือแววตำหนิปนเป็นห่วง หรือเปล่านะ... ดูไปดูมาเหมือนเขาแค่หงุดหงิดกับสภาพที่ดูไม่ได้ของฉันเลย
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ข้อสรุปก็โดนหิ้วปีกขึ้นยืน นิ้วรวบโดนหน้าอกด้านข้าง ฉันรู้ว่าเขาคงไม่ตั้งใจลวนลามแต่ร่างกายกลับร้อนวูบวาบแค่ถูกสัมผัสจากเพศตรงข้ามก็รู้สึกตื่นตัว
ไม่นะ จู่ๆ ก็รู้สึกต้องการขึ้นมา
พลุ่งพล่านจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ทิ้งตัวพิงซบอกกว้าง ถูไถแผ่นหลังกับลำตัวด้านหน้าของเขา คลายความกระสับกระส่ายที่ยากอธิบาย
อาการครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับโดนไออุ่นจากร่างตรงหน้าดูดซับออกไป ฉันซุกกายเข้าหาแฮคอย่างโหยหา
ยิ่งอิงแอบแนบชิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกดี ยิ่งรู้สึกดีก็ยิ่งต้องการมากขึ้น ไม่ต่างจากการเสพติดอย่างกะทันหันและรุนแรง
“ตั้งใจจะล้วงคออ้วกงั้นเหรอ ไม่เสียดายของที่กินเข้าไปหรือไง”
เสียงทุ้มพึมพำ ลมหายใจร้อนกรุ่นพ่นรดซอกคอ วาบไหวจนต้องเอียงคอหนี
“ก็มันปวดหัวนี่” ฉันตอบก่อนหัวเราะคิกคักกับเสียงทักท้วงของเขา หันหน้าเข้าหาพร้อมกับโอบคอแฮค จ้องตอบดวงตาคมหวานสะกดจิตอย่างไม่เคอะเขิน
“ไม่ได้เมาขนาดนั้นสักหน่อย”
“เหรอ” ฝ่ามือหนาเลื่อนลงเคล้นเอว ความรู้สึกจั๊กจี้ปนหวามไหวทำให้หลุดเสียงครางออกมา
“อื้อ~”
ฉันสูดหายใจลึก ดุนดันหน้าขาใส่เป้ากางเกงยีนแข็งกระด้าง ความร้อนรุ่มบริเวณช่วงล่างยั่วยุให้เข้าหาเขา เรียกร้องสัมผัสเพื่อบรรเทาอาการปั่นป่วนของร่างกาย
“ชอบความกระตือรือร้นของเธอจริงๆ” แฮคเหยียดยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมระริกไหวฉายแววตื่นเต้นราวกับได้ของเล่นใหม่
แสงไฟนวลในห้องน้ำสะท้อนเสี้ยวหน้าหล่อเหลา เห็นแล้วเคลิ้มใจละลาย ฉันรู้ว่าเขาหน้าตาดีแต่ไม่คิดว่าพอมองใกล้ๆ แล้วจะดึงดูดใจขนาดนี้
ระยะห่างถูกทำลายลง กระทั่งเรียวปากอ่อนไหวสัมผัสกันราวกับแม่เหล็กต่างขั้วดึงดูดเข้าหากัน
กลิ่นอายเร่าร้อนคละคลุ้งไปทั่วริมฝีปาก ผลัดกันดื่มด่ำความหวานหอมจากอีกฝ่ายไม่ลดละ เสียงหอบหายใจสั่นพ้องตามแรงปรารถนาที่กำลังปะทุ
เส้นเลือดทุกแขนงในร่างกายเดือดพล่านเต็มไปด้วยความปรารถนาล้ำลึก
ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
ต่อให้สมองส่งสัญญาณเตือนแต่ใจกลับใฝ่หาความสุขตรงหน้าแบบไม่สนสี่สนแปด เผลอไผลไปกับเรียวลิ้นอ่อนนุ่มของแฮคที่กำลังหยอกเย้าอยู่บนริมฝีปาก เคลิบเคลิ้มตัวเบาหวิว
พรึบ!
ชุดเดรสที่แสนเปราะบางหลุดลงไปกองกับพื้น ไม่รู้โดนปลดตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือโดนปลดออกได้ยังไง ฉันไม่นึกสงสัยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั่นเลยสักนิด
ตรงข้าม กลับรู้สึกเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น เอื้อมมือลงไปปลดกางเกงแฮคอย่างไม่ยอมเสียเปรียบ
หมับ!
เรื่องมือไวใจเร็วฉันเองก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน แทรกมือเข้าไปจับเป้ากางเกงด้านในทันทีที่ปลดตะขอกางเกงยีนเขาออก ลูบคลำลำเนื้อแข็งร้อนที่อุดอู้อยู่ใต้เนื้อผ้า
“ท่าทางจะอึดอัดน่าดู” ฉันกระซิบหยอกเย้า น้ำเสียงแฝงแววขี้เล่นพลางหัวเราะใส่อีกฝ่ายหลังจากริมฝีปากเป็นอิสระ
แฮคเลื่อนลงซุกไซ้ซอกคอพลางส่งเสียง “หึ” ผสานมากับจังหวะลมหายใจวาบหวามทว่าหนักหน่วง
“อ๊ะ~”
เขาสอดมือเข้ามาใต้ซับในลูกไม้ จับเนื้อสะโพกอุ่นนิ่มบีบขยำ ฉันสะดุ้งเฮือกเพราะปลายนิ้วที่แทรกลงต่ำ สัมผัสผิวอ่อนไหวที่ไวต่อความรู้สึก ท้องนิ้วลูบคลำเบาๆ ราวกับให้เวลาเตรียมใจแม้จะเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม ก่อนกดเน้นเข้าไปด้านใน
จึ้ก!~ เหมือนได้ยินเสียงดังในหัวพร้อมกับข้อนิ้วแข็งทะลุเข้ามาในช่องทางร้อนรุ่ม...
“อึก... แฮค อา...”
ฉันกัดริมฝีปากอย่างคนที่กำลังพึงพอใจต่อนิ้วที่ขยับเข้าออกของแฮค เสียงฝืดเคืองค่อยๆ มีเสียงลื่นไหลเจือปน ทั่วร่างราวกับถูกความต้องการบีบรัด ขาอ่อนเปลี้ยยืนเกือบจะไม่ไหว
ตึก!
“อ๊ะ...”
แผ่นหลังชนกับผนัง ลมหายใจกรุ่นกระหายตามติด
ริมฝีปากที่ราวกับปกคลุมไปด้วยหนามพิษจุมพิตร้อนผ่าวลงกลางอก ส่งคลื่นร้อนรุ่มแพร่กระจายไปทั่วทั้งตัวฉัน
พรึบ... บราปีกนกสีกลมกลืนกับผิวถูกดึงออกในคราวเดียว ทรวงอกที่โดนกดปิดไว้ชูสพรั่งต่อหน้าแฮค เย้ายวนให้สัมผัส
กึด! ฟันขบกับยอดอกทันทีทันใด
ฉันสะดุ้งเฮือก ไม่มีเวลาได้อาลัยอาวรณ์กับบราที่โดนกระชากหลุดด้วยซ้ำ ไหล่สั่นสะท้านไปกับความเสียวกระสันที่ยากจะทนไหว มือควานสะเปะสะปะลูบผ่านกล้ามหน้าท้องแข็งแกร่งลงไปหาสิ่งที่แข็งยิ่งกว่า ล้วงออกมาอย่างถือวิสาสะ
ฉันมองไม่เห็นเพราะถูกศีรษะที่ซุกอยู่ตรงอกของแฮคบัง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวที่มีแรงปรารถนาชี้นำ
จับๆ คลำๆ จนฝ่ามือรับรู้ถึงความร้อนชื้นที่สดใหม่
ตอนที่กำลังเพลิดเพลินกับท่อนเนื้อในกำมือ เรียวขาก็ถูกจับยกลอยเหนือพื้น สิทธิ์ในการครอบครองแก่นกายกลับไปอยู่ในมือเจ้าตัว ผ้าผืนน้อยแทบไม่ส่งผลใดๆ ต่อความต้องการของเราทั้งคู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามือใครเป็นคนแหวกผ้าออก ท่อนลำแข็งขึงจ่อชิดร่องเนื้อฉ่ำอย่างไร้สิ่งกีดขวาง กำลังดุนดันเข้ามาทีละนิดทั้งที่อบอวลไปด้วยคลื่นปรารถนารุนแรงแต่กลับไม่รีบร้อน
“แฮค...”
ความรู้สึกคับแน่นร้อนระอุราวโดนสุมไฟปะทุไปทั้งตัว ฉันจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขาเต็มแรง แผ่นหลังชุ่มเหงื่อถูไถกับผนังตามจังหวะขยับเข้าออก แรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ทัน ความกระสันเหมือนเกลียวคลื่นห่อหุ้มร่างกาย เสียดแทงทว่าหอมหวาน ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งกระหายอยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
ฉันสติหลุดลอยไปไกล สิ่งที่ตระหนักอยู่ในใจมีเพียงความอยากหลอมรวมเข้ากับความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย บดเบียดช่วงล่างอย่างบ้าคลั่ง ดื่มด่ำรสชาติทางกายจมดิ่งอยู่ใต้แรงกระตุ้นสุดเร่าร้อนตลอดคืน
ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็ร้องไห้อยู่บนเตียงในหอพักตัวเอง หอพักที่ฉันไม่ได้กลับมานานจนฝุ่นเกาะ เต็มไปด้วยร่องรอยรกร้าง และถูกทอดทิ้งผ่านไปหนึ่งวัน... สองวัน... ความเสียใจยังไม่จางหาย แต่เพราะมีงานถ่ายแบบรออยู่ ฉันเลยต้องฉุดตัวเองขึ้นมา ยิ่งคิดว่าเป็นงานที่ทำให้ฉันกับแฮคมีปัญหากันก็ยิ่งรู้สึกหน่วงในอกและไม่อยากทำ ใจอยากยกเลิกด้วยซ้ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคำว่ารับผิดชอบมันค้ำคอฉันกล้ำกลืนเก็บกระเป๋ามาสนามบินตามนัด นอกจากมะนาวแล้วก็มีคนคุ้นหน้าอีกหลายคนแต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว บางคนก็เป็นพริตตี้ นางแบบ แม้แต่ดาราก็มี... ฉันมองคนเหล่านั้นแล้วแปลกใจนิดหน่อย โมเดลลิ่งไม่ได้บอกไว้ว่ามีนางแบบกี่คน และถึงจะรู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะมากันเยอะแบบนี้ แถมแต่ละคนเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ขนาดฉันที่ว่าสวยแล้วพอมายืนเทียบกับคนอื่นนี่ถึงกับดอรปไปเลย ทุกคนงานดีหมด ฉันตะลึงไปเลยที่ถูกโมเดลลิ่งตามจีบอยู่หลายรอบเพื่อให้รับงานนี้ว่าแต่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันกวาดตามองเพื่อนร่วมงานเงียบๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนกระทั่งถึงโรงแรมที่ภูเก็ตทีมงาน
แฮคเงียบงันทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขของฉัน บรรยากาศหนักอึ้งตกลงรอบด้าน ฉันรู้สึกเหมือนโดนความเคร่งเครียดตรงหน้ากดทับขนาดหายใจยังลำบาก มองใบหน้าเฉยชาของแฮคนัยน์ตาสั่นไหว“เธอกำลังล้ำเส้น”เสียงเยือกเย็นดังออกมา ตอกย้ำความเจ็บปวดในหัวใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วฉันถอยกลับไม่ได้“ฉันชอบนายแฮค ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรล้ำเส้น... แต่ แต่ฉันพยายามแล้ว ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ”ฉันสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองใบหน้าเยือกเย็นของแฮคนัยน์ตาพร่ามัว“เธอก็แค่อ่อนไหวเพราะอยู่ใกล้ฉันมากเกินไป”แฮคพูดออกมาได้ใจร้ายมาก“ฉัน”“ถ้ายังอยากอยู่ต่อ ก็หยุดความรู้สึกบ้าๆ ของเธอซะ”“ไม่เอา ความรู้สึกมันหยุดง่ายๆ ได้ที่ไหน ทำไม ทำไมฉันจะชอบนายไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็เข้ากันได้ดีมาตลอดนี่ ทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญาบ้าบอนั่นแล้วมาลองคบกันจริงๆ ดูล่ะ อาจจะเวิร์กก็ได้นะ”ฉันร้อนรน พรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ทว่าสายตาแฮคที่จ้องมองมากลับยิ่งห่างเหิน แฮคอยู่ตรงหน้าฉันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกว่าเขาห่างไกลออกไปจนเอื้อมไม่ถึง“มันไม่มีทางเวิร์กจูน”“รู้ได้ไงว่าไม่เวิร์ก ยังไม่ได้ลอง...”ยังพูดไม่จบแฮคก็สวนขึ้นมาซะก่อนราวกับทนฟังฉั
หลายวันต่อมาวันนี้อาจารย์งดสอน ฉันเลยถือโอกาสเอางานที่ค้างมานั่งเคลียร์ในห้องคอมฯ แฮคเพราะบางงานต้องใช้เครื่องพิมพ์เอกสารแน่นอนว่าฉันต้องขอเขาก่อน แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเขาจะยอมให้ใช้เครื่องมั้ย ถ้าไม่ยอมฉันก็จะออกไปทำข้างนอก แต่เขาดันใจกว้าง แถมยังลงมาซื้อกระดาษที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดเป็นเพื่อนฉันอีกความจริงร้านมีเดลิเวอรี่แต่ฉันอยากลงมาเลือกเอง ไม่คิดว่าแฮคจะตามมาด้วย“ที่จริงฝากซื้อก็ได้นะ” ฉันมองของในมือเขาสองสามอย่าง แล้วรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสียสละเวลาอันมีค่าลงมาเดินที่ร้านสะดวกซื้อกับฉันเห็นว่ากำลังเร่งทำงานเขียนโปรแกรมของบริษัทหนึ่งให้เสร็จก่อนวันไปเชียงราย แล้วยังต้องวางแผนการแข่งรถรวมไปถึงรับผิดชอบงานปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพถนนที่จะไปแข่งอีก ไม่กี่วันมานี้แฮคดูงานรัดตัวกระทั่งไม่เวลามากอดฉันแต่กลับกันเขาใช้เวลาอยู่คอนโดมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮคโดนงานรุม แต่ทุกครั้งเขามักจะลอยไปลอยมา ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนผี อาทิตย์หนึ่งมาค้างคอนโดนับครั้งได้ หนักกว่านั้นคือบางคืนแค่แวะมาเอากันแล้วก็ไปทว่าระยะหลังมานี้เขาก
“เดี๋ยวแฮค”ฉันกดแก่นกายแข็งกร้าวใต้น้ำเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้จุดอ่อนไหว“หืม” แฮคซุกซอกคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่“ฉัน... ไม่อยากทำ” ความรู้สึกเศร้าเกาะกุมจิตใจ“ทำเสร็จเดี๋ยวโอนค่าตัวให้”ราวกับมีมีดปักลงกลางหัวใจ ฉันส่ายหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว“ฉันไม่อยากได้เงิน”“อะไรอีก” ใบหน้าคมคายละจากต้นคอ จ้องมองฉัน สายตามีแววไม่สบอารมณ์นิดๆ แฝงอยู่“ฉัน...” ฉันหลุบตาลงจ้องระลอกผิวน้ำกระเพื่อมไหวรอบๆ ตัวขณะพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอ“....”“ฉัน...” ไม่ได้อยากเป็นแค่แฟนจ้าง ความคิดในหัวแล่นไปไกล ทว่าน้ำเสียงกลับจุกตันอยู่แค่คอหอย เอ่ยสิ่งที่อยู่ข้างในใจไม่ออกสายตาดุดันของแฮคบีบคั้นเกินไป ทำให้ความกล้าของฉันที่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเหือดหายไปตอนนี้นอกจากจะเกลียดแฮคแล้ว ฉันยังเกลียดตัวเองที่ขี้ขลาด...ไม่กล้าทำตัวชัดเจนเพราะกลัวจะเสียสถานะตรงหน้าไป“ไม่มีอะไร แค่ไม่มีอารมณ์” ฉันส่ายหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผลักแฮคออกห่าง หันหน้าเข้าหาขอบสระกำลังจะปีนขึ้น แต่กลับถูกแฮครั้งเอวเอาไว้“แฮค...”แผ่นหลังฉันโดนดึงกลับไปแนบชิดกับลำตัวด้านหน้าของเขา ท่อนเนื้อแข็งกร้าวดุนดันก
เสียงออดที่ประตูห้องช่วยคลี่คลายบรรยากาศคุกรุ่นระหว่างเราทั้งคู่ แฮคไม่เสียเวลา เขาลุกขึ้นเดินออกไปดู สักพักก็กลับมาพร้อมจานสเต๊กในมือ“....”ฉันมองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่รู้สึกหิวสักนิด ยิ่งเจอคำพูดแฮคเข้าไปก็ยิ่งกินอะไรไม่ลง โชคดีที่มีไวน์ให้ย้อมใจ“ขึ้นมากินก่อน” แฮควางจานเอาไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาเรียก ท่าทางไม่ได้ตระหนักสักนิดว่าทำใจฉันเจ็บฉันมองแก้วไวน์ในมือที่หมดแล้วเงียบๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้บันไดลงสระ ปีนขึ้นไปช้าๆ โดยที่มืออีกข้างยังถือแก้วไวน์เอาไว้ร่างในชุดว่ายน้ำทูพีชสีขาวม้าลายขึ้นจากขอบสระได้ครึ่งตัว ผ้าคลุมสีขาวก็กางเอาไว้รอแล้วหัวใจพลันกระตุกไหว“....” ฉันไล่สายตามองมือที่จับผ้าคลุมขึ้นไป สบประสานกับแววตาคมเข้มของแฮค นึกถึงคำพูดเย็นชาของเขาก่อนหน้านี้แล้วรวดร้าวอยู่ในอก แอบซ่อนสายตาเจ็บปวดเอาไว้ ก้าวขึ้นจากสระ หันหลังสอดแขนสวมเสื้อคลุมที่แฮคเตรียมไว้ให้ รวบสายรัดเอวอย่างไม่ใส่ใจมองจานสเต๊กบนโต๊ะด้วยสายตาเฉยเมย“ฉันไม่หิว นายกินเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้ว”“จูน เดี๋ยวก่อน...”แฮครวบแขนฉันเอาไว้ ไม่ยอมให้ผละไปง่ายๆ ฉันถอนหายใจหันกลับมามองแฮคด้วยสายตาเบื่อหน่าย“....”“รีบไปไหน กิน
นอกจากแวะไหว้พระขอพรแล้ว ฉันก็ขอให้แฮคพาไปจุดเช็กอินในบางแสนอีกหลายจุด แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาจึงไปได้แค่ไม่กี่ที่เท่านั้น“กินมั้ย” ฉันถือข้าวหลามกระบอกเล็กๆ ในมือ ข้างในเป็นข้าวเหนียวดำ เอาส้อมที่แถมมาด้วยจิ้มข้าวหลามออกมาแล้วยื่นไปใกล้ๆ ปากแฮคเขาเลิกคิ้วมองครู่หนึ่งก็อ้าปากงับของกินที่ฉันยื่นให้“เป็นไง อร่อยมั้ย”“อือ พอกินได้”“ไม่ชอบเหรอ” สีหน้าเฉยเมยของแฮคทำฉันหม่นหมองไปชั่วขณะ“เฉยๆ”“แล้วแฮคชอบกินอะไร”สรรพนามที่เรียกเขาเปลี่ยนไป ฉันไม่ได้เผลอ แค่จงใจ... จงใจให้ดูเหมือนว่ากำลังเผลอปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เราจะเรียกกันด้วยชื่อเพื่อให้ดูเหมือนสนิทสนม แต่พออยู่กันสองคนจะเรียก ‘ฉัน’ กับ ‘นาย’ แม้จะไม่ได้พูดคุยตกลงกันจริงจัง แต่ก็เหมือนจะกลายเป็นข้อกำหนดที่ตายตัวระหว่างเราไปแล้ว“อะไรก็ได้ที่อร่อย” เขาตอบหลังจากทำหน้านึกอยู่พักหนึ่งแต่กลับระบุอาหารแบบเจาะจงไม่ได้“อืม...” ฉันลอบถอนหายใจเหนื่อยหน่าย สังเกตสีหน้าที่ยังคงปกติของแฮค ดูเหมือนเขาจะไม่ทันสังเกตเรื่องที่ฉันเรียกชื่อเขา... หรือเขาแค่แกล้งไม่สนใจกันแน่นะช่างเถอะ“แวะร้านตรงนั้นได้มั้ย” ฉันชี้ไปที่แผงขายเครื่องประดับเ







