LOGINบรรยากาศด้านนอกเงียบเชียบผิดกับด้านในลิบลับจนนึกว่าอยู่คนละที่ อากาศเย็นเยียบแม้จะถูกโอบเอวเดินอย่างชิดใกล้ก็ไม่ช่วยคลายความอยากเข้าห้องน้ำได้เลย ยิ่งเย็นท้องน้อยก็ยิ่งปวดหนักขึ้น
“ห้องน้ำอยู่ไกลจัง”
ฉันประท้วงเสียงอู้อี้หลังเดินมาได้สักพักแล้วแต่ยังไม่ถึงสักที รู้สึกคอแห้งด้วย อยากดื่มน้ำจัง
“อยู่ข้างหน้านี่เอง”
พอได้ยินแบบนั้นอาการกระสับกระส่ายก็สงบลง แต่ว่านี่มันทางเดินห้องพักโรงแรมไม่ใช่เหรอ ถ้าเป็นห้องน้ำสำหรับแขกทั่วไปไม่น่าจะอยู่ลึกขนาดนี้นี่ ปกติแล้วควรจะอยู่ติดกับบาร์ด้วยซ้ำ เหมือนจะมีอะไรแปลกๆ นะ
“แฮค?” ชั่วขณะที่ฉุกคิดขึ้นมาได้ แขนเรียวยาวก็ยื่นออกไปสแกนคีย์การ์ดกับประตู โอบเอวฉันเดินเข้าห้อง “นี่...?”
พรึบ! ไฟอัตโนมัติทำงาน ทั่วทั้งห้องสว่างวาบ ห้องสวีทสไตล์ลัคชูรี่เรียบหรูสะท้อนเข้ามาในสายตารวมถึงกลิ่นหอมปรับอากาศอ่อนๆ ที่อบอวลอยู่ในห้องช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายสบายใจ บรรยากาศน่าพักมาก ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติฉันคงตื่นเต้นมากกว่านี้
“ห้องน้ำ” ฉันแทบจะกลั้นไม่ไหว ผลักแฮคออก สืบเท้าเร็วๆ เดินหาห้องน้ำ ถึงจะเป็นห้องสวีทที่ค่อนข้างกว้างขวางแต่ก็เป็นห้องชั้นเดียว ผังห้องไม่ซับซ้อน แค่หาห้องน้ำมันไม่เกินความสามารถคนเมาหรอก
ว่าแต่ทำไมแฮคต้องเดินตามหลังมาจับเอวด้วยล่ะ เป็นห่วงกลัวฉันล้มขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงจะเมาแต่ฉันก็ยังพอมีสติอยู่นะ
ช่างเถอะ
ฉันผลักประตูห้องน้ำ รีบเข้าไปจัดการธุระส่วนตัวอย่างไม่ใส่ใจ
ฮู้วว ค่อยสบายตัวหน่อย
โล่งแล้วก็จริงแต่ปวดหัวชะมัด รู้สึกหนักหน่วงเหมือนมีอะไรกดทับ ตาจะปิดอยู่รอมร่อแต่ร่างกายกลับรุ่มร้อนแปลกๆ ผิวหนังมีอาการวูบๆ วาบๆ ไม่รู้ว่าร้อนหรือหนาว
ทรมาน...
ฉันทรุดตัวลงนั่งเกาะชักโครก ความรู้สึกหัวหมุนทำให้ภาพห้องน้ำเอียงวูบไปด้วย เวียนหัวจนต้องหลับตานิ่งครู่หนึ่ง
ถ้าอ้วกออกมาจะรู้สึกดีขึ้นมั้ยนะ
ที่รู้สึกแย่แบบนี้ก็เพราะกินของแสลงเข้าไป ถ้าได้เอาออกมาอาจจะดีขึ้นก็ได้ ฉันยื่นหน้าไปที่ชักโครก เอานิ้วแหย่ปาก กำลังจะโก่งคออ้วกประตูห้องน้ำก็เปิดพรวดเข้ามา
ฉันชะงัก หันกลับไปมอง แต่เพราะมึนเมาจึงเคลื่อนไหวเชื่องช้า แค่หันหน้าทีก็รู้สึกเวียนหัวจนจะอ้วกออกมาจริงๆ โดยไม่ต้องล้วงคอให้เหนื่อย แต่มีคนอื่นอยู่ด้วย ฉันไม่เหี้ยมหาญขนาดนั้นหรอก ฉันกลืนก้อนแข็งที่มีกลิ่นบูดลงคอ
“ทำอะไรน่ะ”
ขาเรียวยาวขยับไม่กี่ก้าวก็เข้าถึงตัวฉันที่นั่งกอดชักโครก น้ำเสียงทุ้มตะเบ็งถามพร้อมกับนัยน์ตาดุดันที่เจือแววตำหนิปนเป็นห่วง หรือเปล่านะ... ดูไปดูมาเหมือนเขาแค่หงุดหงิดกับสภาพที่ดูไม่ได้ของฉันเลย
แต่ก่อนที่ฉันจะได้ข้อสรุปก็โดนหิ้วปีกขึ้นยืน นิ้วรวบโดนหน้าอกด้านข้าง ฉันรู้ว่าเขาคงไม่ตั้งใจลวนลามแต่ร่างกายกลับร้อนวูบวาบแค่ถูกสัมผัสจากเพศตรงข้ามก็รู้สึกตื่นตัว
ไม่นะ จู่ๆ ก็รู้สึกต้องการขึ้นมา
พลุ่งพล่านจนควบคุมตัวเองไม่ได้ ทิ้งตัวพิงซบอกกว้าง ถูไถแผ่นหลังกับลำตัวด้านหน้าของเขา คลายความกระสับกระส่ายที่ยากอธิบาย
อาการครั่นเนื้อครั่นตัวราวกับโดนไออุ่นจากร่างตรงหน้าดูดซับออกไป ฉันซุกกายเข้าหาแฮคอย่างโหยหา
ยิ่งอิงแอบแนบชิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกดี ยิ่งรู้สึกดีก็ยิ่งต้องการมากขึ้น ไม่ต่างจากการเสพติดอย่างกะทันหันและรุนแรง
“ตั้งใจจะล้วงคออ้วกงั้นเหรอ ไม่เสียดายของที่กินเข้าไปหรือไง”
เสียงทุ้มพึมพำ ลมหายใจร้อนกรุ่นพ่นรดซอกคอ วาบไหวจนต้องเอียงคอหนี
“ก็มันปวดหัวนี่” ฉันตอบก่อนหัวเราะคิกคักกับเสียงทักท้วงของเขา หันหน้าเข้าหาพร้อมกับโอบคอแฮค จ้องตอบดวงตาคมหวานสะกดจิตอย่างไม่เคอะเขิน
“ไม่ได้เมาขนาดนั้นสักหน่อย”
“เหรอ” ฝ่ามือหนาเลื่อนลงเคล้นเอว ความรู้สึกจั๊กจี้ปนหวามไหวทำให้หลุดเสียงครางออกมา
“อื้อ~”
ฉันสูดหายใจลึก ดุนดันหน้าขาใส่เป้ากางเกงยีนแข็งกระด้าง ความร้อนรุ่มบริเวณช่วงล่างยั่วยุให้เข้าหาเขา เรียกร้องสัมผัสเพื่อบรรเทาอาการปั่นป่วนของร่างกาย
“ชอบความกระตือรือร้นของเธอจริงๆ” แฮคเหยียดยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมระริกไหวฉายแววตื่นเต้นราวกับได้ของเล่นใหม่
แสงไฟนวลในห้องน้ำสะท้อนเสี้ยวหน้าหล่อเหลา เห็นแล้วเคลิ้มใจละลาย ฉันรู้ว่าเขาหน้าตาดีแต่ไม่คิดว่าพอมองใกล้ๆ แล้วจะดึงดูดใจขนาดนี้
ระยะห่างถูกทำลายลง กระทั่งเรียวปากอ่อนไหวสัมผัสกันราวกับแม่เหล็กต่างขั้วดึงดูดเข้าหากัน
กลิ่นอายเร่าร้อนคละคลุ้งไปทั่วริมฝีปาก ผลัดกันดื่มด่ำความหวานหอมจากอีกฝ่ายไม่ลดละ เสียงหอบหายใจสั่นพ้องตามแรงปรารถนาที่กำลังปะทุ
เส้นเลือดทุกแขนงในร่างกายเดือดพล่านเต็มไปด้วยความปรารถนาล้ำลึก
ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้
ต่อให้สมองส่งสัญญาณเตือนแต่ใจกลับใฝ่หาความสุขตรงหน้าแบบไม่สนสี่สนแปด เผลอไผลไปกับเรียวลิ้นอ่อนนุ่มของแฮคที่กำลังหยอกเย้าอยู่บนริมฝีปาก เคลิบเคลิ้มตัวเบาหวิว
พรึบ!
ชุดเดรสที่แสนเปราะบางหลุดลงไปกองกับพื้น ไม่รู้โดนปลดตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือโดนปลดออกได้ยังไง ฉันไม่นึกสงสัยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ นั่นเลยสักนิด
ตรงข้าม กลับรู้สึกเร่าร้อนมากยิ่งขึ้น เอื้อมมือลงไปปลดกางเกงแฮคอย่างไม่ยอมเสียเปรียบ
หมับ!
เรื่องมือไวใจเร็วฉันเองก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน แทรกมือเข้าไปจับเป้ากางเกงด้านในทันทีที่ปลดตะขอกางเกงยีนเขาออก ลูบคลำลำเนื้อแข็งร้อนที่อุดอู้อยู่ใต้เนื้อผ้า
“ท่าทางจะอึดอัดน่าดู” ฉันกระซิบหยอกเย้า น้ำเสียงแฝงแววขี้เล่นพลางหัวเราะใส่อีกฝ่ายหลังจากริมฝีปากเป็นอิสระ
แฮคเลื่อนลงซุกไซ้ซอกคอพลางส่งเสียง “หึ” ผสานมากับจังหวะลมหายใจวาบหวามทว่าหนักหน่วง
“อ๊ะ~”
เขาสอดมือเข้ามาใต้ซับในลูกไม้ จับเนื้อสะโพกอุ่นนิ่มบีบขยำ ฉันสะดุ้งเฮือกเพราะปลายนิ้วที่แทรกลงต่ำ สัมผัสผิวอ่อนไหวที่ไวต่อความรู้สึก ท้องนิ้วลูบคลำเบาๆ ราวกับให้เวลาเตรียมใจแม้จะเพียงเสี้ยววินาทีก็ตาม ก่อนกดเน้นเข้าไปด้านใน
จึ้ก!~ เหมือนได้ยินเสียงดังในหัวพร้อมกับข้อนิ้วแข็งทะลุเข้ามาในช่องทางร้อนรุ่ม...
“อึก... แฮค อา...”
ฉันกัดริมฝีปากอย่างคนที่กำลังพึงพอใจต่อนิ้วที่ขยับเข้าออกของแฮค เสียงฝืดเคืองค่อยๆ มีเสียงลื่นไหลเจือปน ทั่วร่างราวกับถูกความต้องการบีบรัด ขาอ่อนเปลี้ยยืนเกือบจะไม่ไหว
ตึก!
“อ๊ะ...”
แผ่นหลังชนกับผนัง ลมหายใจกรุ่นกระหายตามติด
ริมฝีปากที่ราวกับปกคลุมไปด้วยหนามพิษจุมพิตร้อนผ่าวลงกลางอก ส่งคลื่นร้อนรุ่มแพร่กระจายไปทั่วทั้งตัวฉัน
พรึบ... บราปีกนกสีกลมกลืนกับผิวถูกดึงออกในคราวเดียว ทรวงอกที่โดนกดปิดไว้ชูสพรั่งต่อหน้าแฮค เย้ายวนให้สัมผัส
กึด! ฟันขบกับยอดอกทันทีทันใด
ฉันสะดุ้งเฮือก ไม่มีเวลาได้อาลัยอาวรณ์กับบราที่โดนกระชากหลุดด้วยซ้ำ ไหล่สั่นสะท้านไปกับความเสียวกระสันที่ยากจะทนไหว มือควานสะเปะสะปะลูบผ่านกล้ามหน้าท้องแข็งแกร่งลงไปหาสิ่งที่แข็งยิ่งกว่า ล้วงออกมาอย่างถือวิสาสะ
ฉันมองไม่เห็นเพราะถูกศีรษะที่ซุกอยู่ตรงอกของแฮคบัง แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวที่มีแรงปรารถนาชี้นำ
จับๆ คลำๆ จนฝ่ามือรับรู้ถึงความร้อนชื้นที่สดใหม่
ตอนที่กำลังเพลิดเพลินกับท่อนเนื้อในกำมือ เรียวขาก็ถูกจับยกลอยเหนือพื้น สิทธิ์ในการครอบครองแก่นกายกลับไปอยู่ในมือเจ้าตัว ผ้าผืนน้อยแทบไม่ส่งผลใดๆ ต่อความต้องการของเราทั้งคู่ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามือใครเป็นคนแหวกผ้าออก ท่อนลำแข็งขึงจ่อชิดร่องเนื้อฉ่ำอย่างไร้สิ่งกีดขวาง กำลังดุนดันเข้ามาทีละนิดทั้งที่อบอวลไปด้วยคลื่นปรารถนารุนแรงแต่กลับไม่รีบร้อน
“แฮค...”
ความรู้สึกคับแน่นร้อนระอุราวโดนสุมไฟปะทุไปทั้งตัว ฉันจิกเล็บลงบนแผ่นหลังของเขาเต็มแรง แผ่นหลังชุ่มเหงื่อถูไถกับผนังตามจังหวะขยับเข้าออก แรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ทัน ความกระสันเหมือนเกลียวคลื่นห่อหุ้มร่างกาย เสียดแทงทว่าหอมหวาน ยิ่งได้ลิ้มลองก็ยิ่งกระหายอยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
ฉันสติหลุดลอยไปไกล สิ่งที่ตระหนักอยู่ในใจมีเพียงความอยากหลอมรวมเข้ากับความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย บดเบียดช่วงล่างอย่างบ้าคลั่ง ดื่มด่ำรสชาติทางกายจมดิ่งอยู่ใต้แรงกระตุ้นสุดเร่าร้อนตลอดคืน
...เทียนเธอมองฉันแววตาตกใจเล็กน้อย ฉันเองก็ประหลาดใจไม่ต่างกัน เราทั้งคู่นิ่งเงียบเหมือนไม่รู้ว่าจะคุยอะไร แต่ช่วงเวลาสั้นๆ นี้ก็ถูกคนที่พุ่งตามมาด้านหลังทำลายลงอย่างรวดเร็ว“จูน! อย่าเพิ่ง...” เสียงของแฮคขาดไปกลางคันเมื่อมองตามสายตาฉันไปเจอกับเทียนที่กำลังยืนมองเราทั้งคู่อยู่“เอ่อ เทียนแค่มาเอาของที่รถ... แล้วก็กำลังจะไปแล้ว”เธอรีบเปิดประตู หยิบของ แล้วเดินกลับเข้าไปในลานซ่อมทันที“ถ้าจูนอยากกลับจริงๆ เดี๋ยวแฮคไปส่งนะครับ”เสียงแฮคอ่อนลงทันควัน ฉันขมวดคิ้ว ถามออกไปอย่างหงุดหงิด อารมณ์น้อยใจที่หายไปเนิ่นนานกลับมาทำงานแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย“แล้วเมื่อกี้เป็นอะไร พูดเหมือนไม่อยากให้กลับ แต่พอเจอเทียนก็เปลี่ยนใจขึ้นมาทันทีเลยนะ”“ไม่ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ ที่เมื่อกี้ไม่อยากให้กลับก็เพราะไม่อยากให้เครียด การที่เรามีอะไรกันในห้องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ผิดถึงขนาดต้องหลบหน้าใครขนาดนั้น นี่คือทั้งหมดที่แฮคคิด ส่วนที่เปลี่ยนใจหลังจากนั้นก็เพราะไม่อยากปล่อยให้จูนกลับไปคนเดียว เป็นห่วงน่ะ” แฮคทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ออกมา ราวกับจะบอกว่าถ้าฉันยังไม่เข้าใจอีกเขาจะลงไปคุกเข่าแล้วจริงๆฉันไม่เข้าใจจริงๆ นั
ภายในออฟฟิศ“อื้อ เดี๋ยวแฮค นี่จะทำอะไรน่ะ อย่าสิ อ๊า...”ฉันโวยวาย ทันทีที่เข้ามาในออฟฟิศยังไม่ทันจะแตะต้องกล่องเค้กด้วยซ้ำ แฮคก็รั้งฉันเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนโซฟามือเขาเลื้อยคลำตามเนื้อตัว ดึงทึ้งชายเสื้อนักศึกษาฉันหลุดลุ่ยไปหมด มือหนาสอดเข้ามาล้วงในกระโปรง ขาอ่อนฉันร้อนวูบวาบ หนีบเข้าหากันอัตโนมัติ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ สมองเริ่มไตร่ตรองสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้านี้อย่างจริงจัง“นี่ อย่าบอกนะว่าตั้งใจทำแบบนี้แต่แรก”“หอมจัง” เขาไม่ตอบ แต่ซุกจมูกเข้าที่ต้นคอ สูดกลิ่นกายเข้าไปเต็มแรง ฉันสะท้านไปทั้งตัว มือที่ดันแผ่นอกแกร่งออกอ่อนยวบลงทันควัน“แฮค... เดี๋ยวมีคนเห็น” ฉันปรามเสียงสั่นไหว เริ่มจะมีอารมณ์ขึ้นมาเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่สะดวกใจเท่าไหร่“ปริ๊นซ์มันดูต้นทางอยู่ไม่ต้องห่วง”“อื้อ~ แต่น่าอายออก ที่นี่มันห้องทำงานของทุกคนไม่ใช่เหรอ” ฉันเอ่ยอย่างรู้สึกผิดแฮคขยุ้มนิ้วกับเป้ากางเกงซับใน ฉันผวาเฮือก ร้องเสียงหวามออกมาคำหนึ่ง รีบรั้งข้อมือหนาเอาไว้ไม่ให้ขยับมากไปกว่านี้ แต่แฮคไม่ฟังเลย เขาไม่เพียงไม่หยุด มืออีกข้างขยำหน้าอกฉันไปด้วยพอฉันส่งเสียงห้ามมากๆ เข้าเขาก็กดฉันลงนอนราบกับโซฟาแล้วประก
วันต่อมาฉันคิดว่าตัวเองตื่นไวแล้ว แต่แฮคตื่นไวยิ่งกว่า ลืมตาขึ้นมาก็ไม่เห็นแฮคบนเตียงแต่ประตูที่เชื่อมกับห้องทำงานเปิดอยู่ พอเดินมาส่องดูก็เห็นแฮคนั่งหลังแข็งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เมื่อคืนกว่าเราจะได้นอนก็เกือบตีสอง... แฮคนั่นแหละ คึกได้ทุกคืน ไม่รู้จักเบื่อเลย นี่ถ้าวันนี้ไม่มีเรียนนะ เขาต้องจัดฉันยันเช้าอีกแน่ๆฉันได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าคงเป็นแค่ช่วงแรกๆ เขาอาจจะกำลังเห่ออยู่ อีกสักพักเดี๋ยวก็เพลาๆ ลงเอง แต่สักพักนี่ไม่รู้ว่านานแค่ไหนเหมือนกัน“ตื่นแล้วเหรอคะ” แฮคหันมามอง เอื้อมมือมาดึงฉันลงไปนั่งทับบนตัก“แฮค!~” ฉันผวาเรียกชื่อเขาทันทีที่รู้สึกถึงความตื่นตัวใต้กางเกงนอนหมับ...ริมฝีปากก้มลงขบยอดอกผ่านชุดนอน ฉันไม่มีเวลาตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ ครางเสียงเล็กบางออกมา ผวาเกาะบ่าเขาแน่น “อย่าสิ เมื่อคืนทำไปเยอะแล้ว ไม่เหนื่อยหรือไง”“ไม่เลย กับจูนได้ตลอด”“บ้าแล้ว เกินไป”“เรื่องจริง จูนก็รู้นี่” แฮคไม่พูดเปล่า แต่ขยับของแข็งตรงตักถูไถไปมา เตือนให้ฉันรู้ว่าเขากำลังฮึกเหิมขนาดไหน“ใช้มือแทนได้มั้ย จูนจะรีบไปอาบน้ำ มีเรียนเช้า”“นิดเดียวไม่ได้เหรอคะ”แหนะ มีอ้อน“ไม่ได้ค่ะ” ฉันยิ้มเย็น ส่ายหน้าเบ
“อื้อ~ แฮคเดินดีๆ สิ จะจับทำไม”ฉันตีมือแฮคหลังเดินออกจากลิฟต์ อยู่ดีๆ เขาก็เลื้อยมือที่โอบอยู่ข้างเอวขึ้นมาบีบหน้าอก ซุกปากกับจมูกคมๆ ลงมาข้างลำคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่ ทำให้ฉันใจคอไม่ดี“ตรงนี้ไม่มีกล้อง ไม่ต้องห่วง” เขากระซิบบอกเสียงแหบพร่า แล้วลวนลามฉันหนักข้อกว่าเดิม“หยุดก่อน รอให้ถึงห้องก่อน อ๊ะ แฮค อื้อ อย่าล้วงแบบนี้คอเสื้อมันจะยืด”“นิดเดียวเอง ไม่เป็นไรน่า”“พี่แฮค...”ฉันกับแฮคนัวเนียกันมาถึงหน้าประตูคอนโด ไม่ทันสังเกตว่ามีคนอยู่ จนกระทั่งเสียงเศร้าสร้อยดังขึ้น“กรีนมาทำอะไรที่นี่”แฮคไม่ได้ปล่อยมือจากเรือนร่างฉัน เงยหน้ามองกรีน กลิ่นอายเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากแฮค ฉันยังรู้สึกได้ แล้วกรีนจะขนาดไหนแค่คำถามเฉยเมยประโยคเดียวกรีนก็ตัวสั่น น้ำตาคลอแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะเข้มแข็งกว่านี้ซะอีก หรือว่ามันสุดแล้วจริงๆ ถึงได้แสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าคนที่ตัวเองชอบ“พี่แฮค กรีนเอามาคืน”เช็คสิบล้านยื่นออกมาพร้อมกับมือที่กำลังสั่น แฮคยังไม่พูดอะไรแต่ฉันสัมผัสได้ว่าเขากำลังอึดอัดลำบากใจ จะด้วยกลัวว่าฉันไม่สบายใจ หรือเขาใจอ่อนเพราะรู้สึกผูกพันกับกรีนก็ตาม แต่ฉันไม่คิดจะยืนให้สองคนนี้รำลึกควา
“ด... ดูว์”“หือ”ฉันกำลังนั่งเล่นสมาร์ตโฟนอยู่บนเก้าอี้ รอแฮคช่วยฮานปรับแต่งรถที่จะใช้แข่งในอีกไม่กี่วัน เด็กน้อยคนเดิมเดินเตาะแตะเข้ามากอดขาฉันแล้วเงยหน้ากลมๆ แก้มย้วยๆ ขึ้นเหมือนร้องขออะไรสักอย่าง“ดู?”ฉันมองสมาร์ตโฟนกับดวงตากลมแป๋วสลับกันไปมา เข้าใจว่าอยากได้...“เอ่อ...”ฉันลังเล จะให้ดูดีหรือเปล่า ลองลดแขนที่ถือสมาร์ตโฟนลงแล้วยื่นไปข้างหน้า เจ้าตัวเล็กเขย่งเท้าตอบสนองทันที“อยากดูเหรอ”“คับ...” เสียงเล็กๆ ขานตอบน่ารักมากจนฟังแล้วใจอ่อนย้วยไปหมด“ไปกวนพี่ทำไม” เพนนีวิ่งหน้าตื่นมาจากทางห้องน้ำ เธอกวาดตามองไปรอบๆ สีหน้าตึงเล็กน้อย “ริกกี้ไปไหนแล้ว บอกให้ช่วยดูภามไม่ใช่เหรอ”“เห็นเดินไปทางออฟฟิศน่ะ” ฉันชี้มือไปทางที่ริกกี้เดินหายไป จำได้ว่าหมอนั่นอุ้มน้องไปด้วย แต่ไหงเจ้าตัวเล็กถึงมาโผล่ที่ลานซ่อมได้อีกก็ไม่รู้“แล้วไม่เอาภามไปด้วย” เพนนีบ่นงึมงำฉันยิ้มแหย ฉันว่าฉันไม่พูดมากจะดีกว่า...“ภาม! เอ้ามาอยู่นี่เอง” ริกกี้เดินหน้าตื่นออกมาจากทางออฟฟิศนั่นไง... แสดงว่าเจ้าตัวเล็กแอบออกมาดีนะเดินมาทางนี้ ไม่เดินออกไปข้างนอก ไม่งั้นยุ่งแน่“หมายความว่ายังไง นี่นายใส่ใจหน่อยสิ ถ้าภามหายขึ้
หลายวันต่อมาความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับแฮคเริ่มเข้าร่องเข้ารอยมากขึ้น ถึงจะมีบางเรื่องที่ยังคลางแคลงใจและรู้สึกคาราคาซังไม่หาย แต่ฉันไม่รีบร้อน ค่อยๆ แก้และปรับตัวกันไป น่าจะเป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราเรื่องที่พวกเรากลับมาคบกันไม่ได้ปิดบังหรือเก็บเป็นความลับแต่อย่างใด คนใกล้ตัวฉันรู้เรื่อง โดยเฉพาะยะหยาที่บึนปาก แล้วก็แกล้งเห่าบ๊อกๆ ใส่ฉันอีก ฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้ง และบอกไปตรงๆ ว่าอยากลองเชื่อสัญชาตญาณตัวเองดูสักครั้ง“อืม ฉันไม่ว่าอะไรหรอก เห็นแกมีความสุขก็ยินดีด้วย แต่ว่ากุนนี่ยังไง วันก่อนบังเอิญเจอที่ร้านขายยา เห็นฉันเป็นเพื่อนแกมั้งโวยวายใส่ฉันใหญ่เลย คือนิสัยพาลมาก น่าจะโมโหที่โดนแกทิ้งนั่นแหละ”“หา? แกเจอกุนเหรอ” คำพูดของยะหยาทำฉันตกตะลึง ปกติมีอะไรเราจะแชตคุยกันตลอดแต่ว่าเรื่องนี้ยะหยากลับเพิ่งมาพูดก็เลยแปลกใจนิดหน่อย“อืม เมามาเลย มาซื้อยาแก้แฮงก์ที่ร้านยา”“เอ่อ วันไหน”“น่าจะวันนั้นแหละ วันที่หลังฝนตกน่ะ”ฉันเงียบไปสักพัก ก่อนถามต่อ “แล้วเกิดอะไรขึ้น”“ก็ไม่อะไรหรอก แค่โวยวายหาว่าฉันไม่ใช่เภสัชจะขายยาได้ยังไง วุ่นวายมาก ดีนะที่เพื่อนเขารีบลากตัวออกไปก่อน ไม่งั้นได้ต่อยกันไปแล้
“กำลังจะไปไหนเหรอ ทำไมยิ่งขับยิ่งออกนอกเมืองเรื่อยๆ” ฉันรู้สึกไม่สบายใจ มองถนนด้านนอกด้วยสายตากระวนกระวาย“ต่างจังหวัด” “หา” “มีแข่งรถ” ฉันอึ้งไปครู่หนึ่ง “แข่งรถ? แล้วนี่... ทำไมฉันต้องไปด้วย” ฉันชี้นิ้วใส่ตัวเอง“ไปในฐานะผู้หญิงของฉันไง” ฉันพูดไม่ออกชั่วขณะ มองใบหน้าด้านข้างแฮคด้วยสายตาอัดอั้
แฮคลากนิ้วต่ำลงอีก เสียงฉ่ำแฉะมาพร้อมแรงกดล้ำเข้าลึก ฉันสะดุ้งวาบ ผนังถ้ำหนีบแน่น ราวกับจะจับผู้บุกรุกที่ล่วงเกินเข้ามาในพื้นที่ลับ เพียงแต่ผู้บุกรุกไม่ยอมอยู่เฉยให้จับ นิ้วยาวดึงชักเข้าชักออก ครูดผนังอ่อนเกิดอารมณ์เร่าร้อนเกาะกุมกายใจ ฉันเซไปข้างหน้า มือหนึ่งยันเตียงประคับประคองตัวเองอีกมือประกบเ
เพิ่งวางสายกุนไปหมาดๆ แฮคก็ทักมาถามว่าอยู่ไหน ฉันตอบไปตามตรงว่าอยู่ร้านกาแฟ แล้วก็สลับหน้าจอไปเล่นอย่างอื่น ไม่สนใจข้อความที่เด้งเข้ามาในไลน์ของแฮคอีก รู้ตัวอีกทีก็สามทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว เวลาผ่านไปไวมากฉันกลับเข้ามาที่บ้านพักก็เกือบๆ สี่ทุ่ม ตั้งใจจะไปเอาน้ำที่ครัวเผื่อไว้ดื่มตอนดึก มีเสียงเหมือนใ
“พักที่ไหน” “จะไปส่งเหรอ” ฉันหันไปมองแฮคอย่างประหลาดใจ ปกติเขาไม่เคยถามหรอก มีแต่ขึ้นรถแล้วกูอยากขับไปไหนกูก็ไปเลย“เก็บของไปอยู่ที่คอนโดด้วยกัน” “หืม?” “งงอะไร ถ้าไม่อยู่ด้วยกันจะเรียกว่าแฟนเหรอ” “ทำไมจะเรียกไม่ได้ คนเป็นแฟนไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกันทุกคู่” “แต่ไม่ใช่สำหรับคู่เรา” เถียงไม่ออก







