Share

เศษความหวาน 1

Author: Yaygoh
last update Last Updated: 2026-01-24 15:03:16

 

ภายในห้องที่แสนเงียบเชียบไม่ได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจเต้น ฉันตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับความว่างเปล่า นอกจากฉันกับรอยยับย่นบนเตียงก็ไม่มีเงาของคนอื่นอยู่เลย

นี่มัน... เรื่องบ้าอะไรกัน

ฉันเสยผมที่ปิดหน้าออกเพื่อจัดการกับความคิดและจิตใจที่กำลังสับสน แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว เหมือนเมาค้าง มีอาการปวดหนึบตั้งแต่ขมับร้าวไปถึงต้นคอด้านหลัง จำได้ว่าเมื่อคืนดื่มแค่ค็อกเทล...

...ทั้งที่ดื่มแค่ค็อกเทล

แล้วสภาพฉันตอนนี้คือ? โอ๊ยยย ปวดหัว... พอสติค่อยๆ คืนกลับมาก็รู้สึกถึงร่องรอยที่หลงเหลือตามร่างกาย ถึงความทรงจำเมื่อคืนจะเลือนรางเหมือนภาพตัดไปดื้อๆ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ฉันจำได้ขึ้นใจคือผู้ชายผมสีฟ้าอมเทาคนนั้น แฮค...

กระทั่งตอนนี้รอยยิ้มแสยะที่ดูเจ้าเล่ห์ของเขายังแจ่มชัดราวกับมายืนยิ้มอยู่ตรงหน้า

หว่างขาร้อนวูบเกิดอารมณ์อ่อนไหวขึ้นมาทันควัน ร่างกายมีความทรงจำจากสัมผัสของเขาเหลืออยู่ พอนึกถึงก็เลยมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมา

เราทำกันยังไงบ้างนะ

ภาพในหัวขาดเป็นท่อนๆ ไม่ต่อเนื่อง ...แต่เหมือนแฮคจะช่ำชองมากด้วย คงจะผ่านผู้หญิงมาเยอะน่าดู แค่คิดว่าฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ว่าแต่ใช้ถุงยางหรือเปล่านะ โอ๊ยให้ตายสิ ทำไมจำไม่ได้เนี่ย ปกติฉันก็ไม่ใช่คนปล่อยเนื้อปล่อยตัวอย่างนี้แต่ว่าเมื่อคืนรู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างผิดปกติทำให้สติฉันไม่อยู่กับร่องกับรอย ฉันกวาดตามองไปทั่วห้องด้วยความรู้สึกกังวล คิดมาก อีกนิดเดียวก็จะกัดเล็บตัวเองแล้ว

เรื่องท้องไม่กังวลหรอก เพราะฉีดยาคุมทุกสามเดือน... แต่เฮ้อ ช่างเถอะปวดหัวชะมัด

ถึงจะขุ่นเคืองขนาดไหนแต่ก็รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกค้า เพราะแบบนั้นถึงได้รู้สึกโมโหอยู่นี่ไงล่ะที่พลาดท่า โวยวายไปก็มีแต่จะโดนหัวเราะเยาะเท่านั้น ดีไม่ดีกระทบกับงานอีก สัญญาที่ให้เซ็นตอนนั้นก็ครอบคลุมเรื่องนี้ด้วยสิ

แต่ฉันไม่ได้เซ็น... พอจะทำอะไรได้ไหมนะ

ถ้ายกเรื่องสัญญามาพูดอาจจะถูกด่าว่างอแงก็ได้

ว่าแต่ว่า... รายละเอียดสัญญานั่นมันยังไงแล้วนะ โทรศัพท์...เหมือนจะถ่ายรูปเก็บไว้ ค่อยเช็กดูทีหลังแล้วกัน รีบออกจากที่นี่ก่อนดีกว่า ไม่รู้ว่าห้องพักนี่เปิดเอาไว้กี่วัน ขืนอยู่เกินเวลาจะโดนชาร์จราคาเอาได้

ไม่กี่วันต่อมา

ถึงจะบอกว่าความรู้สึกขุ่นเคืองที่เผลอนอนกับคนในงานเบาบางลงแล้ว แต่ก็ยังปล่อยวางไม่ได้ซะทีเดียวเพราะเงื่อนไขเรื่องสัญญาทำให้รู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ  ที่บอกว่าคนเซ็นจะได้เงินสองเท่าน่ะ ก็เหมือนบอกใบ้กลายๆ ว่าคนที่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับลูกค้าจะได้เงินสองเท่านั่นแหละ ฉันไม่ได้เซ็นก็จริง แต่ฉันก็มีอะไรกับลูกค้า มองในมุมความเท่าเทียมแล้ว ฉันก็ควรได้ค่าจ้างสองเท่าเช่นกัน

โอ๊ยจะบ้า!

คิดจนอกจะแตกตายอยู่แล้ว สุดท้ายก็ทนเก็บเงียบไม่ไหว แชตไปถามค่าจ้างที่ควรจะได้จากพี่ช่อฟ้า โมเดลลิ่งที่รับงานในวันนั้น

ทว่าผลลัพธ์กลับไม่ค่อยดีเท่าไหร่ นอกจากพี่ช่อฟ้าจะไม่รับผิดชอบแล้วยังโทรมาโมโหใส่ฉันชุดใหญ่แบบน้ำไหลไฟดับ ฉันหูแทบไหม้ แย้งหรือเถียงอะไรไปก็ไม่มีน้ำหนักเพราะคำว่า “ไม่ได้เซ็นสัญญา”

“...ยังจะมีหน้ามาขอเงินเพิ่ม ตอนบอกให้เซ็นทำไมไม่เซ็น ทีนี้เป็นไงล่ะ แล้วมาโวยวาย พี่ให้ไม่ได้หรอกนะเพราะเราไม่ทำตามเงื่อนไขแต่แรก อีกอย่าง ถ้าพี่ให้จูน แล้วคนอื่นเอาไปทำตามบ้าง มันเสียการปกครองเข้าใจมั้ย!”

ฉันยังจำน้ำเสียงฉุนเฉียวขึ้นจมูกนั้นได้... สุดท้ายฉันก็ได้แต่กล้ำกลืนคำพูด

ขอโทษที่ทำตัวมีปัญหาเพราะพี่ช่อฟ้าเล่นบลัฟเรื่องงาน ขู่ว่า

“...ถ้าหนูยังทำตัวเรื่องมาก ต่อไปพี่คงต้องพิจารณาแล้วล่ะ”

ฟังแล้วถึงกับใจแป้ว อยากจะคลานเข่าเข้าไปกราบขอมาแทบเท้าแหนะ

เฮ้อ...

แค่คิดถึงตอนคุยโทรศัพท์กับพี่ช่อฟ้าก็เลือดขึ้นหน้าแล้ว

“เฮ้ยจูนระวัง!”

ปึ้ก!

“โอ๊ย...”

บ้าจริง! ฉันเดินเตะป้ายทำความสะอาดอย่างจัง เล็บหลุดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ก่อนจะสนใจตัวเอง สายตากลับมองตามป้ายทำความสะอาดสีเหลืองหม่นที่ลอยไปชนกับหน้าแข้งของคนที่บังเอิญเดินผ่านมาตรงนั้นพอดี

พลั่ก...

ป้ายกระแทกแล้วหยุดนิ่ง

ฉันตกใจอ้าปากเหวอ ไล่สายตาจากล่างขึ้นบนกำลังจะปรี่เข้าไปขอโทษ ทว่าหน้าตากับสีผมของคู่กรณีกลับทำฉันอึ้งยิ่งกว่าเดิม

ใบหน้าเรียวคมเข้ม กระดูกกรามชัดรับกับสันจมูกโด่ง นัยน์ตาเข้มดุดันที่มีประกายซุกซนเคลือบอยู่ แต่สิ่งที่โดดเด่นกว่าใครก็คือเส้นผมสีฟ้าอมเทา

แฮค...

ภาพเงาเลือนรางของคนที่ขยับอยู่บนตัวทอวาบเข้ามาในหัว อาการร้อนรุ่มไร้ที่มาเอ่อล้นไปทั้งตัว

ดันมานึกถึงเรื่องคืนนั้นตอนเจอหน้าเขาอีกครั้งเนี่ยนะ นี่ฉันเป็นคนยังไงเนี่ย 

ฉันสบตาแฮค รีบสะบัดความรู้สึกว้าวุ่นในทรวงทิ้ง ดึงสติตัวเองกลับมาสนใจสถานการณ์ตรงหน้า ทว่าคำขอโทษเรื่องเตะป้ายกระเด็นใส่เขาดันติดอยู่ที่ริมฝีปาก ไม่ได้พูดออกไป

อะไรจะบังเอิญขนาดนี้นะ ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาฉันเอาแต่คิดมากว่าจะติดต่อเขาเพื่อทวงถามความรับผิดชอบหรือปล่อยเงียบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นดี  ความคิดในหัวฉันตีกันยุ่งไปหมด ฉันรับไม่ได้ที่พลาดท่าเสียทีแต่ขณะเดียวกันถ้าจะเรียกร้องหาความรับผิดชอบก็กลัวว่าจะส่งผลกระทบกับงาน ฉันไม่ได้คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด รายได้หลักก็มาจากงานสายบริการ ขืนบุ่มบ่ามไม่คิดหน้าคิดหลังจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีน่ะสิ

ฉันก็ไม่อยากจะยึดติดกับเซ็กส์หรอก แต่คิดทีไรมันก็ปรี๊ดขึ้นสมอง รู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบยังไงก็ไม่รู้ นี่แหละที่รับไม่ได้

เพราะยังคิดไม่ตก เลยไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจพบกับแฮค พอบังเอิญเจอกันกะทันหันมันก็นึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรดี หรือควรเริ่มจากตรงไหน

ตอนนี้ฉันประหม่าจนลิ้นชาแล้ว

ชั่วขณะที่ฉันเหมือนลืมเสียงเอาไว้ที่บ้าน แฮคชำเลืองมองป้ายที่พื้น สีหน้าท่าทีไม่สะทกสะท้าน ไม่ตำหนิ หรือว่ากล่าวอะไรสักคำ เหมือนจะเดินผ่านไปเฉยๆ ด้วย

อะไรกัน อย่าบอกนะว่าจำฉันไม่ได้น่ะ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   กลับสู่ความจริง

    ฉันจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีก็ร้องไห้อยู่บนเตียงในหอพักตัวเอง หอพักที่ฉันไม่ได้กลับมานานจนฝุ่นเกาะ เต็มไปด้วยร่องรอยรกร้าง และถูกทอดทิ้งผ่านไปหนึ่งวัน... สองวัน... ความเสียใจยังไม่จางหาย แต่เพราะมีงานถ่ายแบบรออยู่ ฉันเลยต้องฉุดตัวเองขึ้นมา ยิ่งคิดว่าเป็นงานที่ทำให้ฉันกับแฮคมีปัญหากันก็ยิ่งรู้สึกหน่วงในอกและไม่อยากทำ ใจอยากยกเลิกด้วยซ้ำ แต่ก็ทำไม่ได้เพราะคำว่ารับผิดชอบมันค้ำคอฉันกล้ำกลืนเก็บกระเป๋ามาสนามบินตามนัด นอกจากมะนาวแล้วก็มีคนคุ้นหน้าอีกหลายคนแต่ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว บางคนก็เป็นพริตตี้ นางแบบ แม้แต่ดาราก็มี... ฉันมองคนเหล่านั้นแล้วแปลกใจนิดหน่อย โมเดลลิ่งไม่ได้บอกไว้ว่ามีนางแบบกี่คน และถึงจะรู้ว่าไม่ได้มีแค่ฉันคนเดียว แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะมากันเยอะแบบนี้ แถมแต่ละคนเกรดพรีเมียมทั้งนั้น ขนาดฉันที่ว่าสวยแล้วพอมายืนเทียบกับคนอื่นนี่ถึงกับดอรปไปเลย ทุกคนงานดีหมด ฉันตะลึงไปเลยที่ถูกโมเดลลิ่งตามจีบอยู่หลายรอบเพื่อให้รับงานนี้ว่าแต่ถ่ายแบบชุดว่ายน้ำต้องใช้คนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ฉันกวาดตามองเพื่อนร่วมงานเงียบๆ เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจจนกระทั่งถึงโรงแรมที่ภูเก็ตทีมงาน

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   ผิดที่เขาใจร้ายหรือเราห้ามใจตัวเองไม่ได้

    แฮคเงียบงันทันทีที่ได้ยินเงื่อนไขของฉัน บรรยากาศหนักอึ้งตกลงรอบด้าน ฉันรู้สึกเหมือนโดนความเคร่งเครียดตรงหน้ากดทับขนาดหายใจยังลำบาก มองใบหน้าเฉยชาของแฮคนัยน์ตาสั่นไหว“เธอกำลังล้ำเส้น”เสียงเยือกเย็นดังออกมา ตอกย้ำความเจ็บปวดในหัวใจ แต่มาถึงขั้นนี้แล้วฉันถอยกลับไม่ได้“ฉันชอบนายแฮค ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรล้ำเส้น... แต่ แต่ฉันพยายามแล้ว ฉันห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ”ฉันสารภาพความรู้สึกออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองใบหน้าเยือกเย็นของแฮคนัยน์ตาพร่ามัว“เธอก็แค่อ่อนไหวเพราะอยู่ใกล้ฉันมากเกินไป”แฮคพูดออกมาได้ใจร้ายมาก“ฉัน”“ถ้ายังอยากอยู่ต่อ ก็หยุดความรู้สึกบ้าๆ ของเธอซะ”“ไม่เอา ความรู้สึกมันหยุดง่ายๆ ได้ที่ไหน ทำไม ทำไมฉันจะชอบนายไม่ได้ ที่ผ่านมาเราก็เข้ากันได้ดีมาตลอดนี่ ทำไมเราไม่ยกเลิกสัญญาบ้าบอนั่นแล้วมาลองคบกันจริงๆ ดูล่ะ อาจจะเวิร์กก็ได้นะ”ฉันร้อนรน พรั่งพรูทุกอย่างในใจออกมา ทว่าสายตาแฮคที่จ้องมองมากลับยิ่งห่างเหิน แฮคอยู่ตรงหน้าฉันแท้ๆ แต่กลับรู้สึกว่าเขาห่างไกลออกไปจนเอื้อมไม่ถึง“มันไม่มีทางเวิร์กจูน”“รู้ได้ไงว่าไม่เวิร์ก ยังไม่ได้ลอง...”ยังพูดไม่จบแฮคก็สวนขึ้นมาซะก่อนราวกับทนฟังฉั

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   เหมือนจะสำคัญ (ตัวผิด)

    หลายวันต่อมาวันนี้อาจารย์งดสอน ฉันเลยถือโอกาสเอางานที่ค้างมานั่งเคลียร์ในห้องคอมฯ แฮคเพราะบางงานต้องใช้เครื่องพิมพ์เอกสารแน่นอนว่าฉันต้องขอเขาก่อน แอบลุ้นอยู่เหมือนกันว่าเขาจะยอมให้ใช้เครื่องมั้ย ถ้าไม่ยอมฉันก็จะออกไปทำข้างนอก แต่เขาดันใจกว้าง แถมยังลงมาซื้อกระดาษที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดเป็นเพื่อนฉันอีกความจริงร้านมีเดลิเวอรี่แต่ฉันอยากลงมาเลือกเอง ไม่คิดว่าแฮคจะตามมาด้วย“ที่จริงฝากซื้อก็ได้นะ” ฉันมองของในมือเขาสองสามอย่าง แล้วรู้สึกว่าเขาไม่จำเป็นต้องเสียสละเวลาอันมีค่าลงมาเดินที่ร้านสะดวกซื้อกับฉันเห็นว่ากำลังเร่งทำงานเขียนโปรแกรมของบริษัทหนึ่งให้เสร็จก่อนวันไปเชียงราย แล้วยังต้องวางแผนการแข่งรถรวมไปถึงรับผิดชอบงานปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะกับสภาพถนนที่จะไปแข่งอีก ไม่กี่วันมานี้แฮคดูงานรัดตัวกระทั่งไม่เวลามากอดฉันแต่กลับกันเขาใช้เวลาอยู่คอนโดมากขึ้น แม้ส่วนใหญ่จะขลุกอยู่แต่ในห้องทำงานก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แฮคโดนงานรุม แต่ทุกครั้งเขามักจะลอยไปลอยมา ทำตัวผลุบๆ โผล่ๆ เหมือนผี อาทิตย์หนึ่งมาค้างคอนโดนับครั้งได้ หนักกว่านั้นคือบางคืนแค่แวะมาเอากันแล้วก็ไปทว่าระยะหลังมานี้เขาก

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   คิดเลยไปไกล NC++

    “เดี๋ยวแฮค”ฉันกดแก่นกายแข็งกร้าวใต้น้ำเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้จุดอ่อนไหว“หืม” แฮคซุกซอกคอ พ่นลมหายใจร้อนกรุ่นใส่“ฉัน... ไม่อยากทำ” ความรู้สึกเศร้าเกาะกุมจิตใจ“ทำเสร็จเดี๋ยวโอนค่าตัวให้”ราวกับมีมีดปักลงกลางหัวใจ ฉันส่ายหน้า ไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินแล้ว“ฉันไม่อยากได้เงิน”“อะไรอีก” ใบหน้าคมคายละจากต้นคอ จ้องมองฉัน สายตามีแววไม่สบอารมณ์นิดๆ แฝงอยู่“ฉัน...” ฉันหลุบตาลงจ้องระลอกผิวน้ำกระเพื่อมไหวรอบๆ ตัวขณะพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอ“....”“ฉัน...” ไม่ได้อยากเป็นแค่แฟนจ้าง ความคิดในหัวแล่นไปไกล ทว่าน้ำเสียงกลับจุกตันอยู่แค่คอหอย เอ่ยสิ่งที่อยู่ข้างในใจไม่ออกสายตาดุดันของแฮคบีบคั้นเกินไป ทำให้ความกล้าของฉันที่อยากเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองเหือดหายไปตอนนี้นอกจากจะเกลียดแฮคแล้ว ฉันยังเกลียดตัวเองที่ขี้ขลาด...ไม่กล้าทำตัวชัดเจนเพราะกลัวจะเสียสถานะตรงหน้าไป“ไม่มีอะไร แค่ไม่มีอารมณ์” ฉันส่ายหน้าราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผลักแฮคออกห่าง หันหน้าเข้าหาขอบสระกำลังจะปีนขึ้น แต่กลับถูกแฮครั้งเอวเอาไว้“แฮค...”แผ่นหลังฉันโดนดึงกลับไปแนบชิดกับลำตัวด้านหน้าของเขา ท่อนเนื้อแข็งกร้าวดุนดันก

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   ฝืนเข้มแข็ง NC++

    เสียงออดที่ประตูห้องช่วยคลี่คลายบรรยากาศคุกรุ่นระหว่างเราทั้งคู่ แฮคไม่เสียเวลา เขาลุกขึ้นเดินออกไปดู สักพักก็กลับมาพร้อมจานสเต๊กในมือ“....”ฉันมองด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่รู้สึกหิวสักนิด ยิ่งเจอคำพูดแฮคเข้าไปก็ยิ่งกินอะไรไม่ลง โชคดีที่มีไวน์ให้ย้อมใจ“ขึ้นมากินก่อน” แฮควางจานเอาไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาเรียก ท่าทางไม่ได้ตระหนักสักนิดว่าทำใจฉันเจ็บฉันมองแก้วไวน์ในมือที่หมดแล้วเงียบๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้บันไดลงสระ ปีนขึ้นไปช้าๆ โดยที่มืออีกข้างยังถือแก้วไวน์เอาไว้ร่างในชุดว่ายน้ำทูพีชสีขาวม้าลายขึ้นจากขอบสระได้ครึ่งตัว ผ้าคลุมสีขาวก็กางเอาไว้รอแล้วหัวใจพลันกระตุกไหว“....” ฉันไล่สายตามองมือที่จับผ้าคลุมขึ้นไป สบประสานกับแววตาคมเข้มของแฮค นึกถึงคำพูดเย็นชาของเขาก่อนหน้านี้แล้วรวดร้าวอยู่ในอก แอบซ่อนสายตาเจ็บปวดเอาไว้ ก้าวขึ้นจากสระ หันหลังสอดแขนสวมเสื้อคลุมที่แฮคเตรียมไว้ให้ รวบสายรัดเอวอย่างไม่ใส่ใจมองจานสเต๊กบนโต๊ะด้วยสายตาเฉยเมย“ฉันไม่หิว นายกินเถอะ ฉันจะอาบน้ำแล้ว”“จูน เดี๋ยวก่อน...”แฮครวบแขนฉันเอาไว้ ไม่ยอมให้ผละไปง่ายๆ ฉันถอนหายใจหันกลับมามองแฮคด้วยสายตาเบื่อหน่าย“....”“รีบไปไหน กิน

  • แฟนจ้างก็มีหัวใจ   ฝันตื่นหนึ่ง

    นอกจากแวะไหว้พระขอพรแล้ว ฉันก็ขอให้แฮคพาไปจุดเช็กอินในบางแสนอีกหลายจุด แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลาจึงไปได้แค่ไม่กี่ที่เท่านั้น“กินมั้ย” ฉันถือข้าวหลามกระบอกเล็กๆ ในมือ ข้างในเป็นข้าวเหนียวดำ เอาส้อมที่แถมมาด้วยจิ้มข้าวหลามออกมาแล้วยื่นไปใกล้ๆ ปากแฮคเขาเลิกคิ้วมองครู่หนึ่งก็อ้าปากงับของกินที่ฉันยื่นให้“เป็นไง อร่อยมั้ย”“อือ พอกินได้”“ไม่ชอบเหรอ” สีหน้าเฉยเมยของแฮคทำฉันหม่นหมองไปชั่วขณะ“เฉยๆ”“แล้วแฮคชอบกินอะไร”สรรพนามที่เรียกเขาเปลี่ยนไป ฉันไม่ได้เผลอ แค่จงใจ... จงใจให้ดูเหมือนว่ากำลังเผลอปกติเวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่น เราจะเรียกกันด้วยชื่อเพื่อให้ดูเหมือนสนิทสนม แต่พออยู่กันสองคนจะเรียก ‘ฉัน’ กับ ‘นาย’ แม้จะไม่ได้พูดคุยตกลงกันจริงจัง แต่ก็เหมือนจะกลายเป็นข้อกำหนดที่ตายตัวระหว่างเราไปแล้ว“อะไรก็ได้ที่อร่อย” เขาตอบหลังจากทำหน้านึกอยู่พักหนึ่งแต่กลับระบุอาหารแบบเจาะจงไม่ได้“อืม...” ฉันลอบถอนหายใจเหนื่อยหน่าย สังเกตสีหน้าที่ยังคงปกติของแฮค ดูเหมือนเขาจะไม่ทันสังเกตเรื่องที่ฉันเรียกชื่อเขา... หรือเขาแค่แกล้งไม่สนใจกันแน่นะช่างเถอะ“แวะร้านตรงนั้นได้มั้ย” ฉันชี้ไปที่แผงขายเครื่องประดับเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status