LOGINตอนที่ 7: วันทดสอบ
เช้าวันนี้อากาศแจ่มใสเป็นพิเศษ แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังสำนักใหญ่แห่งนี้
พื้นลานกว้างของสนามประลองที่เคยใช้ฝึกฝนและฝึกต่อสู้ดูโล่งกว่าทุกวัน
วันนี้เป็นวันสอบครั้งแรกของเด็กปีหนึ่ง ทุกคนตื่นเต้นกันไม่น้อย เพราะการทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่แค่การประเมินพลังปราณธรรมดา แต่มันเป็นการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ
หลังจากวันนี้ ทุกคนจะมีชื่ออยู่บนกระดานอันดับของชั้นปีหนึ่ง ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างชื่อเสียงภายในสำนัก แถมพวกศิษย์พี่และเหล่าคณาจารย์ก็สนใจมาดูด้วย
การสอบครั้งแรกจะจัดขึ้นในสนามประลองของสำนัก ซึ่งอยู่ในอาคารตรงส่วนกลางของสำนัก มีอัฒจันทร์สำหรับผู้ชม ตรงลานมีค่ายกลและระบบป้องกันไม่ให้คนดูโดนลูกหลง
ฤทธาตื่นแต่เช้า หลังเตรียมตัวเสร็จ เขาเดินไปยังสวนสมุนไพรที่เงียบสงบ ที่แห่งนี้เป็นที่ที่เขาชอบมานั่งเล่นเวลาคิดถึงบ้าน วันนี้เขาก็ได้พูดคุยกับลุงดูแลสวนเป็นครั้งแรก
ลุงเป็นชายชราผมขาวในชุดผ้าป่านธรรมดาๆ เขามักจะนอนหลับใต้ต้นไม้ในช่วงบ่าย
ฤทธาจะถามรุ่นพี่เกี่ยวกับวิธีปลูกและดูแลสมุนไพร แต่ยังไม่เคยคุยกับลุงคนนี้มาก่อน วันนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้พูดคุยกัน
“เจ้าหนู เตรียมตัวสอบพร้อมแล้วรึ”
ฤทธาที่กำลังนั่งเหม่อตกใจกับเสียงทักทาย
“คารวะผู้อาวุโส ข้าเตรียมพร้อมแล้วครับ” ฤทธายังทำตัวไม่ถูก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ต้องเรียกผู้อาวุโสอะไรนั่นหรอก ข้าแค่คนดูแลสวน เรียกท่านลุงหรือท่านปู่ก็แล้วแต่เจ้าเถอะนะ เอาเป็นว่าไม่ต้องเป็นทางการน่ะ”
ชายชราบอกเด็กน้อย
“ท่านปู่อะไรจะหนุ่มขนาดนี้ ข้าขอเรียกท่านลุงแล้วกันขอรับ ท่านลุง ข้าชื่อฤทธาครับ ข้าเห็นท่านชอบมางีบแถวนี้ช่วงบ่ายๆ”
ฤทธาเริ่มคุยกันเองเพราะอีกฝ่ายไม่ชอบแบบเป็นทางการ
“ฮ่า ฮ่า ก็มีบ้าง เมื่อใช้พลังหมดมันก็จะง่วงๆ น่ะ ฮ่าๆ เรียกข้าว่าลุงไป๋ก็ได้นะ”
ลุงไป๋พูดไปพร้อมกับเก็บสมุนไพรไป
ฤทธาสังเกตุ พอแกตัดแถวโคนต้นเสร็จ แกจะใช้ธาตุแสงสมานแผลที่ต้นสมุนไพร แล้วมันจะมียอดอ่อนยอดเล็กๆ ขึ้นมา มันเป็นภาพที่เขาคุ้นเคยมาก เหมือนตอนที่เขาเห็นแม่เขาทำเวลาเก็บสมุนไพร
“ท่านแม่ข้าก็ทำแบบท่าน”
ฤทธาเผลอรำพึงออกมา
“ฮ่า ฮ่า ศิษย์ที่นี่ทุกคนก็ทำ เจ้าคงกำลังคิดถึงบ้านสินะ แล้วเจ้าเคยทำหรือยัง”
ลุงไป๋ถามฤทธา
“ยังเลยครับ ข้าขอลองบ้างได้มั้ยครับ” ฤทธาเริ่มอยากลอง
“มาสิ” ลุงไป๋เรียกฤทธาให้มาลอง
“มันคล้ายกับตอนรวมลมปราณนั่นแหละแต่เปลี่ยนเป็นธาตุแสง ค่อยๆ ปล่อยมันออกมาที่ฝ่ามือ แล้วเอาไปใกล้แผลที่ถูกตัด พอมียอดอ่อนโผล่ขึ้นมาก็เป็นอันใช้ได้แล้ว”
ไป๋หมิงอธิบาย
“โอ้…ข้าทำได้แล้ว ถึงจะใช้พลังไม่เยอะ แต่ถ้าใช้หลายๆ ครั้งก็หมดพลังได้ ข้าเข้าใจแล้วครับท่านลุงไป๋”
ฤทธาตอบอย่างอารมณ์ดี และเมื่อบทสนทนาเริ่มขึ้น ฤทธาก็เต็มไปด้วยคำถามเกี่ยวกับสมุนไพรที่เขาเคยอ่านเจอในหนังสือแต่ไม่พบในสวนแห่งนี้ ลุงไป๋ยิ้มบางๆ และเสนอให้ฤทธามาหาในช่วงบ่ายเพื่อนำหนังสือมาให้ดู และนั่นเป็นการนัดหมายที่ฤทธาตั้งใจจะไม่พลาด
เมื่อถึงเวลาเข้าร่วมการทดสอบ ศิษย์ปีหนึ่งทุกคนถูกเรียกรวมตัวกันที่สนามประลอง
อัฒจันทร์รอบสนามเต็มไปด้วยศิษย์พี่และอาจารย์ที่มาดูการทดสอบ
อาจารย์ผู้คุมสอบยืนอยู่ตรงกลางสนาม พร้อมกับจารึกโบราณขนาดใหญ่ที่เป็นหัวใจของการลงทะเบียน
“เอาล่ะ ข้าคือผู้คุมสอบ ข้าจะประกาศขั้นตอน พวกเจ้าฟังให้ดี ขั้นตอนการทดสอบมีดังนี้ ศิษย์ต้องนำป้ายหยกของสำนักมาส่งให้กรรมการ บอกชื่อตัวเอง หยดเลือดสองหยด หยดแรกใช้กับป้ายสำนักเพื่อบันทึกข้อมูลส่วนตัว และหยดที่สองใช้กับจารึกโบราณของสำนัก”
อาจารย์ผู้คุมสอบอธิบายร่ายยาว พวกเด็กๆ ก็ตั้งใจฟัง
“แสดงพลังปราณเพื่อให้อาจารย์ตรวจสอบ แล้วเดินไปชกแท่นวัดค่าพลัง
ชื่อและผลลัพธ์จะปรากฏบนกระดานอันดับของชั้นปีหนึ่ง จากนั้นนำป้ายสาขาอาชีพให้อาจารย์ดู”
เพื่อให้การทดสอบดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์สิบคนจะเข้าทดสอบพร้อมกัน ทำให้การทดสอบไม่ต้องรอนาน
ระหว่างรอ ฤทธานึกถึงตอนอยู่ที่โรงฝึกสี่เดือนที่ผ่านมา ก่อนจะออกจากโรงฝึก จะมีที่ชกทดสอบอยู่ห้าอัน มีอันหนึ่งที่แต้มสูงสุด ฤทธาไม่เคยชกได้แต้มชนะคนนั้นเลย
ครั้งแรกที่น้ำหนักหมัดร้อยหกสิบชั่ง ฤทธาชกได้หนึ่งร้อยชั่ง เวลาผ่านเรื่อยมาจนถึงสัปดาห์ก่อน ที่แท่นวัดพลัง ห้าร้อยสี่สิบชั่ง ฤทธาชกได้ที่ห้าร้อยสามสิบชั่ง คนคนนั้นคือ ซุนโฮ คนที่ฤทธาอยากเอาชนะ และตอนนี้เขาลงไปทดสอบแล้ว
บรรยากาศของการทดสอบเป็นไปอย่างเข้มข้น หลายคนที่มาจากตระกูลใหญ่ ลูกหลานขุนนางเมืองหลวงต่างแสดงความสามารถอย่างโดดเด่น
บางคนสร้างสถิติใหม่ที่ทำให้คนดูฮือฮา ศิษย์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดก่อนหน้านี้คือ จาง ซุนโฮลูกชายของแม่ทัพใหญ่ ผู้มีพลังแข็งแกร่งและมีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ ก่อเกิดปราณขั้นหกชั้นฟ้า พลังโจมตีห้าร้อยหกสิบชั่ง รองลงมาคือ เซียวจ้านหยาน ทายาทของพ่อค้าใหญ่ในเมืองหลวง ผู้ฝึกพลังมาตั้งแต่เด็ก ระดับก่อเกิดปราณขั้นหกชั้นฟ้า พลังชกห้าร้อยห้าสิบสี่ชั่ง อันดับสามตอนนี้คือ เซี่ยงหยาง อัจฉริยะจากตระกูลขุนนาง ผู้มีพลังก่อเกิดปราณขั้นหกชั้นฟ้า และพลังโจมตีสูงสุดถึงห้าร้อยสี่สิบชั่ง
เมื่อถึงรอบของฤทธา เขาเดินขึ้นไปด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ไอ้เจ้าฤทธา ข้าจะดูซิว่ามันจะแน่สักแค่ไหน ปราณวิญญาณ พลังโจมตีมากสุดตอนนี้ แค่หนึ่งร้อยยี่สิบห้าชั่ง”
เซี่ยงหยางกล่าวอย่างโกรธแค้นที่ฤทธาเคยทำเขาเสียหน้าที่ตำหนักโอสถ
เรโซ่ยืนอยู่ไม่ไกล ได้ยินที่เซี่ยงหยางพูดเลยสงสัย จึงถามกับยอนมิน ว่าเกิดอะไรขึ้น?
ยอนมินเล่าว่า สองเดือนก่อนที่ตำหนักโอสถ ยอนมินพาฤทธามาสอบเพื่อรับป้าย แพทย์โอสถขั้นหนึ่ง
แพทย์โอสถนั้นมีสองสาย คือสายธาตุไฟและธาตุแสง จุดเด่นคนละอย่าง ธาตุไฟก็จะเด่นเรื่องหลอมโอสถ ธาตุแสงก็จะเด่นเรื่องการวินิจฉัยและการรักษา แต่พอระดับสูงแล้วก็จะไม่ต่างกัน
แต่ถ้าเป็นเรื่องต่อสู้ธาตุไฟจะได้เปรียบธาตุแสงในสาขาแพทย์โอสถ เด็กๆ ทั้งสองสายจึงชอบข่มกัน
เจ้าพวกนั้นเห็นฤทธามาสอบ จึงจะมาข่มแต่ถูกฤทธาเมินใส่แบบไม่สนใจมัน พวกมันเลยแค้นเตรียมจะหาเรื่อง แต่อาจารย์เข้ามาพอดี อาจารย์ถามว่ามีอะไรกัน
ฤทธาตอบว่า
“ไม่มีอะไรครับ แค่พวกร้านข้างทางอย่าสนใจเลย”
แล้วเข้าไปสอบ พวกมันยิ่งแค้นเข้าไปใหญ่ และสำคัญที่สุดคือฤทธาสอบผ่านด้วย ทำให้รุ่นพี่บางคนหัวเราะกันใหญ่
เรโซ่ได้ยินก็หัวเราะตาม
“ก็แค่ร้านข้างทาง สำนวนอะไรของเจ้านั่นกัน ฮ่า ฮ่า”
พลังปราณของฤทธาถูกวัดว่าอยู่ในระดับก่อเกิดปราณขั้นหกเท่ากับสามอันดับแรก เมื่อถึงการชกแท่นวัดค่าพลัง ฤทธาสูดหายใจลึก ใช้พลังที่มีทั้งหมดระเบิดออกมาพร้อมกับชกหมัดไปเต็มกำลัง ตัวเลขที่ปรากฏคือห้าร้อยเจ็ดสิบชั่ง!
เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่วสนาม ฤทธาสามารถแซงขึ้นเป็นอันดับหนึ่งได้สำเร็จ พลังหมัดชนะอันดับเดิมไปสองชั่งครึ่ง!
สามอันดับแรกที่เคยคิดว่าไม่มีใครโค่นลงได้ต้องถูกเบียดตกอันดับไปโดยเด็กหนุ่มที่ไม่มีใครรู้จักมาก่อน แล้วยังเป็นปราณธาตุแสงด้วย
สร้างความไม่พอใจให้กับศิษย์จากตระกูลใหญ่ไม่น้อย บางคนถึงกับมองฤทธาด้วยสายตาไม่พอใจ แต่ฤทธาไม่ได้สนใจเรื่องนั้นนัก เขาเพียงแค่ทำให้ดีที่สุดเท่านั้น
ผลลัพธ์ของเพื่อน ๆ ของฤทธา เรโซ่ ได้อันดับที่ห้า ยอนมินได้อันดับที่เจ็ด
ทั้งสองคนดีใจที่สามารถติดหนึ่งในสิบได้สำเร็จ แม้ว่าจะไม่ได้ติดสามอันดับแรก แต่ก็เป็นผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับเด็กปีหนึ่ง
หลังจากการทดสอบเสร็จสิ้น ฤทธารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ตอนบ่ายเขามีนัดกับลุงดูแลสวน ดังนั้นเขาจึงขอแยกตัวจากเรโซ่และยอนมินไปก่อน เขาอยากกลับไปหยิบหนังสือเกี่ยวกับสมุนไพร และนำไปถามลุงไป๋ที่สวน
ศิษย์ทุกคนที่สอบผ่าน จะได้คนละสองร้อยคะแนนทุกคน สิบอันดับแรกจะได้เพิ่มอีกคนละร้อยแต้ม สามอันดับแรกยาบำรุงปราณขั้นสูงอีกคนละหนึ่งเม็ด ยานี้มีผลช่วยเสริมสร้างเส้นชีพจรให้แข็งแรง
“เพราะเจ้าฤทธาข้าเลยตกมาอยู่อันดับสี่ ขึ้นปีสองเมื่อไหร่ข้าจะท้าประลองกับมันเป็นคนแรกเลย”
เซี่ยงหยางกล่าวด้วยความเคียดแค้น
จบตอนที่7.
ตอนที่ 30: การแข่งขันเมืองซานหยินเปลี่ยนโฉมในพริบตา นครโบราณแหล่งนักโบราณคดี ที่ปรกติเต็มไปด้วยเสียงท่องจำอักษรรูนและการสำรวจซากปรักหักพัง บัดนี้กลับถูกแต่งแต้มด้วยสีสันจากธงของราชวงศ์ ป้ายสมาคมการค้า อักษรสีทองของภาคีโอสถ และสัญลักษณ์อันเกรียงไกรของหอวิญญาณยุทธ์ตอนนี้เรือเหาะของแต่ละสำนักทยอยมาจอดที่นอกเมือง มีรถม้าหลายคันไปรอรับนักเรียน ส่วนเหล่าคณาจารย์บ้างเหาะไปที่จัตุรัส บ้างขี่สัตว์พาหนะบินไป ในเมือง ชาวเมืองก็คึกคัก ยี่สิบปีแล้วกว่าสำนักเย่วจีจะวนมาเป็นเจ้าภาพ ผู้คนต่างเริ่มหลั่งไหลไปที่จัตุรัสกลางเมืองณ. จัตุรัสกลางเมือง เจดีย์สมบัติเทพ ถูกย้ายมาตั้งตระหง่านที่กลางเมือง แผ่พลังอำนาจอันลี้ลับอย่างเงียบงัน มันคือสิ่งก่อสร้างจากแดนสวรรค์ สมบัติลับของหอคอยวิญญาณยุทธ์ ซึ่งจะถูกเปิดใช้งานทุกๆ ห้าปีเท่านั้น"ข้ารู้สึกได้...เจดีย์นั่นระดับสวรรค์"เสียงเรโซ่พูดเบา ๆ ขณะจ้องมองยอดเจดีย์ที่สูงทุกคนทยอยเข้าไปที่โถงชั้นล่างของเจดีย์ โถงนี้เป็นสนามรับชมแข่งขันขนาดใหญ่ ที่รองรับผู้คนได้มากมายภายในสนามแข่งขันมีเด็กหนุ่มสาวจากสี่สำนักใหญ่ รวมทั้งหมดแปดทีม แยกเป็นทีมชาย ทีมหญิงจากแต่ละสำนั
ตอนที่ 29: ศึกฝ่ายในเปิดเทอมวันแรก ฤทธาวัยสิบห้าปีถูกสำนักประกาศ ว่าเป็นคนคัดลอกคัมภีร์หมื่นโอสถ ที่ไม่มีใครสามารถเปิดได้ สร้างคุณูปการมากมายให้สำนัก ฤทธาเองก็ตกใจกับประกาศนี้อีกหกเดือน ก่อนการแข่งศึกสี่สำนักจะเริ่มขึ้น การแข่งขันที่จัดขึ้นทุกห้าปี โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพระหว่างสี่สำนักใหญ่ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชน และเปิดโอกาสให้ศิษย์ระดับหัวกะทิได้แสดงฝีมือ รวมถึงแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในระดับทวีป ปีนี้สำนักเย่วจีเป็นเจ้าภาพ และมอบหมายให้หอคอยวิญญาณยุทธ์ดูแลแต่ก่อนถึงวันนั้น ทางสำนักเย่วจีก็จัดให้มีการคัดเลือกทีมตัวแทนขึ้นภายในก่อน โดยแบ่งเป็นสองทีมจากฝ่ายใน คือบ้านขาวและบ้านดำ ทำการแข่งขันกันในสนามประลองของสำนัก ทีมอันดับหนึ่งจะได้เป็นตัวแทนเข้าสู้ศึกสี่สำนักณ. เวลานี้อันดับของศิษย์ในสำนักมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก หลังจากเด็กปีสี่เดิมขึ้นปีห้าก็ถูกส่งไปฝึกงานที่เมืองซีไห่เมืองหน้าด่านของทวีปใต้ที่ตั้งอยู่ริมแนวป่าเขตอสูร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสัตว์อสูรปรากฏตัวบ่อยครั้ง และเป็นสนามรบสำคัญในการฝึกประสบการณ์จริงหลังการเปลี่ยนแปลง จิมมี่ปีสี่ขึ้นมาอยู่อันดับ
ตอนที่ 28: สร้างรากฐานลมพัดเอื่อยเฉื่อยผ่านยอดไม้ ในสวนสมุนไพรเล็กๆ ที่ฤทธาปลูกไว้ด้านหลังหอพักของศิษย์ฝ่ายใน กลิ่นหอมอ่อนของดอกไม้ป่ากับใบสมุนไพรชั้นดีลอยคลุ้งไปทั่วมีคลื่นพลังสีทองกระจายออกมาจากเรือนพักเล็กๆ หลังสวนนั้นในเรือนฤทธาลืมตาจากการนั่งบ่มเพาะ เขาเพิ่งเลื่อนระดับ เข้าสู่ระดับห้า ระดับหลอมวิญญาณสำเร็จแล้วฤทธาเดินมานั่งยองๆ พลิกดูใบของสมุนไพรแต่ละต้นอย่างตั้งใจจู่ๆ ฤทธาก็รู้สึกร้อนที่ข้อมือขวา มือข้างที่สวมกำไล กำไลก็เปล่งแสงแล้วหายไป“กำไลหายไป แต่ข้ารู้สึกว่ามันยังอยู่”ฤทธาถามชีต้าร์“ไม่ได้หายไปไหนหรอก ตอนนี้มันหลอมรวมกับเจ้าแล้ว ถ้าเจ้าจะให้มันปรากฏ ก็แค่คิดเท่านั้น”ชีต้าร์อธิบายฤทธาลองทำตามคำแนะนำ กำไลก็ปรากฏขึ้นมา เขารู้สึกถูกใจมาก ฤทธารู้สึกแปลกๆ ที่ดวงตา“ฤทธา ดวงตาเจ้าวิวัฒนาการจากดวงตาประเมินสิ่งของ ตอนนี้สามารถพินิจและวินิจฉัยสิ่งมีชีวิตได้ด้วย ข้าตั้งชื่อมันว่าเนตรพินิจ เจ้าคิดว่าอย่างไร?”ไค่หยงบอกความสามารถใหม่พร้อมชื่อ“ดีเลยครับท่านปู่”เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนเปิดภาคเรียน ฤทธารู้ดีว่าเขาต้องเตรียมวางรากฐานสำหรับอนาคต ทั้งสำหรับตัวเอง และโดยเฉ
ตอนที่ 27: วางเดิมพันช่วงปิดเทอมก่อนขึ้นปีสาม ฤทธาและเพื่อนๆ อย่างซูคิม จิมมี่ เรโซ่ และยอนมิน นัดกันซ้อมทีมเบาๆ เพื่อเตรียมรับภารกิจจากหอวิญญาณยุทธในอนาคต แม้จะเริ่มวางโครงสร้าทีมกันไว้บ้าง แต่ฤทธายังไม่เร่งรีบ เพราะในใจเขามุ่งเป้าไปที่สนามประลองกลาง ซึ่งกำลังจะเปิดศึกในไม่ช้าพวกเด็กๆ รวมตัวกันไปล่าสัตว์ เพื่อฝึกการต่อสู้ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เสร็จแล้วมาประชุมกัน เพื่อพูดคุยถึงการทำหน้าที่แต่ละคน“ข้าว่าตำแหน่งอย่างตอนนี้ก็ดีนะ ข้ากับซูอยู่หน้า ฤทธากับเรโซ่คุมปีกซ้ายและขวา ยอนมินอยู่กลางคอยสนับสนุน” จิมมี่บอกกับทุกคนทุกคนมองตากันพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย“ว่าแต่เราจะใช้ชื่อทีมว่าอะไรดี” เรโซ่ถามคำถามนี้ทำให้ทุกคนหยุดคิดแล้วมองหน้ากัน แต่แล้วสายตาทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ฤทธา เหมือนจะขอความคิดเห็น“อ่า..ข้าชอบอะไรแบบที่เป็นสองอย่างแต่ขัดแย้งกันน่ะ อย่างเช่น กลางวันกลางคืน ขาวและดำ พิษกับยาถอนพิษอะไรแบบเนี้ย แต่ข้าตั้งชื่อไม่เก่งนะ แฮะๆ”ฤทธาตอบแบบไม่ให้ความหวัง“น่าสนใจ อะไรสองอย่างที่คู่กันแต่ต่างกัน”ซูคิมเกาคางใช้ความคิด“มืดกับสว่าง เป็นไง” ยอนมินลองเสนอสิ่งที่คิดออก“มืดกับสว่าง หน
ตอนที่ 26:ภารกิจใหม่สนามประลองใหญ่ของสำนักเย่วจี ในวันนี้เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของศิษย์หลายร้อยชีวิต พื้นสนามกลมขนาดใหญ่ถูกห้อมล้อมด้วยเวทีหินและอักขระค่ายกลที่สลักไว้รอบด้าน เสียงประกาศของหอจัดการดังขึ้นเหนือเวที"วันนี้มีศึกใหญ่สามคู่ ได้แก่ อันดับที่สี่สิบสองเจียงซิว ปะทะ จิมมี่ ผู้ท้าชิงอันดับที่สี่สิบห้า อีกคู่คืออันดับที่ห้าสิบ หานเฉา ปะทะ ซูคิม ผู้ท้าชิงอันดับที่ห้าสิบสี่ และอันดับที่สามสิบเจ็ด เฟิ่งหยู ปะทะ จ้าวหมิน! อันดับที่สามสิบเก้า”สวัสดิการแต้มของสำนักที่ให้ต่อเดือน ทุกคนต่างจ้องตาเป็นมัน ถูกปิดประกาศชัดถ้อยชัดคำไว้ตามหอภารกิจและหอพัก อันดับหนึ่งถึงสิบ ห้าพันแต้มแต้มต่อเดือน อันดับสิบเอ็ดถึงห้าสิบสามพันแต้ม อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อยหนึ่งพันห้าร้อยแต้ม อันดับร้อยหนึ่งถึงสองร้อยแปดร้อยแต้มต่อเดือนและเมื่อใครติดหนึ่งในร้อยแล้ว จะสามารถประลองได้วันละสองครั้ง เดิมพันแต้มได้ตามอันดับสูงสุด อันดับห้าสิบเอ็ดถึงร้อย เดิมพันได้ไม่เกินหนึ่งพันแต้ม อันดับหนึ่งถึงห้าสิบ เดิมพันได้ไม่เกินสามพันแต้มเหล่าศิษย์ต่างหลั่งไหลมาที่สนามประลองใหญ่ เพื่อรอดูศึกอันดุเดือดจิมมี่ยืนบนเวทีด้วยท่า
ตอนที่ 25: หอวิญญาณยุทธ์แสงจันทร์จางหาย... ท้องฟ้ากลายเป็นผืนผ้ามืดมิดไร้ขอบเขตฤทธาตื่นขึ้นอีกครั้งในทะเลจิตวิญญาณของตนเองแต่สิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ากลับทำให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะที่นี่...ไม่ใช่ทะเลจิตแบบเดิมคลื่นพลังลมปราณแผ่ซ่านรอบทิศ แต่ในความสงบกลับแฝงความยิ่งใหญ่ ดอกบัวห้าสีกลางสระที่เคยหมุนช้าๆ บัดนี้เบ่งบานเต็มที่ รัศมีสีสันสดใสดั่งอัญมณีเจิดจ้า...และมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมที่ฐานดอกบัวมีโลหะสีทองห่อหุ้ม มีลวดลายสวยงามท้องฟ้าเหนือหัวกลับแปรปรวน มีรอยแยกมิติขนาดต่างๆ กระจายตัวไปทั่วและที่น่าตกใจที่สุดคืออักษรรูนลอยอยู่เหนือดอกบัว เป็นอักษรบนกำแพงหินในห้องลับ… มันค่อยๆ เปล่งแสง แล้วไหลเข้าสู่กลางหน้าผากของเขา“เคล็ดมิติเจ็ดรอยแยก…”เสียงสะท้อนดังขึ้นในใจ"มันคือปราณธาตุอีกธาตุหนึ่งที่เจ้าได้มา ตอนนี้เจ้ามีไตรธาตุ"เสียงของไค่หยงดังขึ้นในใจ"กระดูกวิญญาณธาตุมิตินั้นมิใช่เพียงพลังของการควบคุมมิติ... มันยังขยายขอบเขตจิตวิญญาณของเจ้า ทำให้ที่แห่งนี้เติบโต และข้าก็พลอยแข็งแกร่งขึ้นไปด้วย"ไค่หยงอธิบายให้ฤทธาฟังฤทธาพึมพำเบาๆ"ทะเลจิต... ขยายขึ้น แล้วนี่มัน..."เขาใช้เวลาอีกพักเพื่อทำ
ตอนที่ 13: ปิดเทอมเช้าวันแรกของการปิดเทอม ศิษย์บางคนกลับบ้านไปตั้งแต่ช่วงเย็นของเมื่อวาน บางคนเตรียมตัวไปในช่วงเช้าขณะที่ฤทธากำลังยืดเส้นยืดสายอยู่ที่สนามหญ้าเล็กๆ หน้าบ้านพัก อาจารย์เกา ศิษย์พี่ซู ศิษย์พี่จิมมี่เดินมาพร้อมกัน“ไงฤทธาร่างกายฟื้นตัวเป็นปรกติหรือยัง ยินดีด้วยกับอันดับหนึ่งนะ”อาจาร
ตอนที่ 12: หอคอยทดสอบปี 1หลังจากได้ป้ายเขียนยันต์มาเป็นอาชีพที่สาม ฤทธาเริ่มฝึกเขียนยันต์สายฟ้าด้วยความมุ่งมั่น วันแล้ววันเล่า จนในที่สุดก็สามารถเขียนยันต์สายฟ้าสำเร็จเป็นครั้งแรก เมื่อปลดปล่อยพลังออกมา สายฟ้าก็ฟาดลงไปตรงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำในขณะเดียวกัน ฤทธาก็ฝึกหลอมโอสถบำรุงปราณขั้นสูง โดยใช้
ตอนที่ 11: ทำสัญญากับชีต้าร์ฤทธาเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของชีต้าร์ หลังจากผ่านการศึกษาเรื่องสัตว์วิญญาณมาระยะหนึ่งชีต้าร์เริ่มออกมาคุยกับเขาในตอนกลางคืนบ่อยขึ้น แต่ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด บางครั้งเพียงแค่เดินไปเดินมาก็แทบหมดแรงฤทธาจึงตัดสินใจไปค้นคว้าในหอสมุดของสำนัก จนพบข้อมูลสำคัญที่ท
ตอนที่10.นักเชิดหุ่นขั้นต้น.ในยุคแห่งสงครามเผ่าพันธุ์ มนุษย์ต้องรวมพลังต่อสู้กับเผ่าพันธุ์อื่นๆ นอกจากพวกทหารและจอมยุทธแล้ว การคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ก็พัฒนาควบคู่กันไปสมาคมการค้าคือกลุ่มที่ประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อประโยชน์ในสงครามและชีวิตประจำวันของประชาชนทั่วไป ยุคนี้จึงเป็นยุคของก







