แชร์

โลกนี้มันโหดร้าย

ผู้เขียน: PANYAPON
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-06 16:36:11

ผู้คนรอบข้างที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ต่างพากันเงียบกริบ เพื่อรอฟังคำตอบของเด็กหนุ่ม แม้ในใจของทุกคนจะเริ่มเดาได้ไม่ยากแล้วว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนโกหก

“เจ้าเอ่ยมาสิว่าเงินในถุงนี้มีอยู่เท่าใด”

เฟิงเหยาเอ่ยเร่ง นางอยากไปจากที่นี่เต็มทีแล้ว เพราะสัญชาตญาณนักฆ่าทำให้นางไม่ชอบการเป็นเป้าสายตาหรือตกอยู่ในวงล้อมของฝูงชน มันช่างทำให้นางรู้สึกอึดอัดใจยิ่งนัก

“ข้าขายสมุนไพรที่ร้านยงเยิ่นถัง ได้เงินมาสองตำลึงเงินกับอีกยี่สิบอีแปะขอรับ”

เงินสองตำลึงยี่สิบอีแปะสำหรับชาวบ้านยากจนนั้นถือว่าเป็นเงินจำนวนไม่น้อย เฟิงเหยาจึงไม่รอช้า นางหยิบถุงเงินขึ้นมาแล้วเทเงินทั้งหมดออกมานับให้ทุกคนเห็นเป็นประจักษ์สายตา

“หนึ่ง...  สอง... รวมเป็นสองตำลึงยี่สิบอีแปะพอดี”

เฟิงเหยาเงยหน้าขึ้น แววตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าดูเย็นชาขึ้นหลายส่วน

“สรุปได้ว่าท่านเป็นคนโกหก คิดจะปล้นชิงเงินของเด็กทั้งที่มีอายุปูนนี้แล้ว มิควรทำเช่นนี้เลย รู้หรือไม่ว่านอกจากจะผิดกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าตัวท่านนั้นเลวทรามเพียงใด”

เฟิงเหยาแผดเสียงประกาศกร้าว จนบุรุษวัยกลางคนถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและโกรธแค้นจนตัวสั่น

“นี่เจ้า! นังเด็กปากดี บังอาจมาว่าข้าเลวทราม ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้รู้สำนึก!”

เมื่อสิ้นคำ ชายวัยกลางคนก็พุ่งเข้าใส่พร้อมเงื้อเท้าเตะหมายจะทำร้ายเฟิงเหยา ทว่านางกลับกระโดดหลบได้อย่างรวดเร็วว่องไวราวกระต่ายป่า 

เมื่อเห็นว่าเท้าพลาดเป้า เขาจึงส่งหมัดขวาชกตรงมายังใบหน้าของนางทันที ทว่าเฟิงเหยากลับคว้าข้อมือนั้นไว้ได้ด้วยมือเปล่า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝูงชนที่มุงดูอยู่

“หึ ท่านลุง คิดจะรังแกแม้กระทั่งเด็ก มิเลวทรามเกินคนไปหน่อยหรือ?”

เฟิงเหยาเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือคู่ต่อสู้จนกระดูกลั่น ก่อนจะบิดแขนข้างนั้นไพล่หลังอย่างแรงจนอีกฝ่ายเสียหลัก

“โอ๊ย!”

เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่น แต่เฟิงเหยายังไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้ นางใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจิ้มสกัดไปยังจุดสำคัญบนร่างกายของเขาด้วยความแม่นยำ นี่คือวิชาสกัดจุดที่เรียกว่า ‘เตี่ยนเสวี่ย’ ที่นางเคยฝึกฝนมาอย่างโชกโชนในอดีต

การโจมตีนี้มุ่งเน้นไปที่จุดรวมประสาทที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แม้บางจุดจะส่งผลถึงแก่ชีวิต แต่เฟิงเหยายังมีสติพอที่จะเลือกจุดที่เพียงแค่สร้างความทรมานเท่านั้น เพราะท่ามกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ หากนางพลั้งมือฆ่าคนตายคงเป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โตเกินไป

“อ๊าก! ปะ...ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

ความเจ็บปวดถาโถมเข้าใส่จนชายร่างกำยำถึงกับทรุดลงทุรนทุราย เขาไม่คาดคิดเลยว่าสตรีร่างบางเพียงนี้จะมีศาสตร์การต่อสู้ที่ร้ายกาจและลึกลับถึงเพียงนี้ ในใจพลันบังเกิดความหวาดกลัวจนไม่กล้าคิดต่อกรอีกต่อไป

“เจ้าต้องเอ่ยขอโทษเด็กหนุ่มผู้นี้ก่อน ว่าอย่างไร จะยอมขอโทษแต่โดยดีหรืออยากจะลิ้มรสความทรมานยิ่งกว่านี้?”

เฟิงเหยาเอ่ยถามเสียงเย็น แววตาของนางนิ่งสงบจนน่าขนลุก

“โอ๊ย! อ๊าก!”

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังระงมขึ้นอีกครั้ง เมื่อเฟิงเหยาเพิ่มแรงกดจุดลงไปอีก ด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย นางมิคิดจะปล่อยให้คนผู้นี้จากไปโดยง่าย อย่างน้อยที่สุดเมื่อทำผิดก็ต้องรู้จักขอโทษผู้อื่นเสียก่อน

“ขะ...ข้า ยะ...ยอมขอโทษแล้ว”

ชายวัยกลางคนเค้นเสียงออกมาท่ามกลางความทรมาน มุมปากของเฟิงเหยากระตุกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นที่ดูน่าขนลุก

“พี่สาว ไม่เป็นไรหรอกขอรับ แค่ทุกคนรับรู้ว่าข้ามิใช่หัวขโมย ข้าก็พอใจแล้ว”

จื้อเผิงเอ่ยแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เขาหาใช่คนเจ้าคิดเจ้าแค้น เมื่อความจริงปรากฏเขาก็เพียงอยากอยู่อย่างสงบและไม่อยากมีเรื่องราวกับผู้ใดอีก

“คนทำผิดก็ต้องขอโทษ ความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่ควรจบลงเพียงแค่คำขอโทษด้วยซ้ำ”

เฟิงเหยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่มาจากก้นบึงของหัวใจ “โลกใบนี้มันโหดร้ายยิ่งนัก สิ่งที่เจ้าเผชิญอยู่ในตอนนี้ยังมิอาจทำให้จิตใจของเจ้าแข็งแกร่งพอหรอกนะ”

นางรู้ซึ้งดีว่าโลกใบนี้รวมถึงโลกก่อนของนาง คนที่แข็งแกร่งมักจะรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าอยู่เสมอ การให้อภัยเป็นเรื่องดี 

แต่มิควรใช้กับการให้อภัยคนที่จ้องจะทำร้ายเราอย่างพร่ำเพรื่อ หากคนทำผิดมิต้องชดใช้ด้วยสิ่งใดเลย พวกเขาก็จะกลับมาทำเรื่องเลวทรามเช่นเดิมอีกครั้ง

เมื่อจื้อเผิงได้ยินสิ่งที่เฟิงเหยาเอ่ย เขาก็ถึงกับพูดไม่ออก เพราะคำพูดของพี่สาวท่านนี้คือความจริงทุกประการ ใช่แล้ว โลกใบนี้มันโหดร้ายยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากนัก

“ข้าขอโทษ วันหลังข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก”

คำขอโทษที่ฟังดูไร้ความจริงใจจากปากของบุรุษวัยกลางคนทำให้เฟิงเหยาไม่พึงพอใจนัก ทว่านางก็ยอมปล่อยมือไป อย่างน้อยก็นับว่าคนผู้นี้ได้เอ่ยปากขอโทษออกมาแล้ว

เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์คลี่คลายลง ผู้คนที่มุงดูต่างก็แยกย้ายไปตามทางของตน เฟิงเหยาบังคับรถม้าไปจอดพักใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง จื้อเผิงรีบก้าวตามไปหาเพื่อเอ่ยขอบคุณที่นางได้ยื่นมือเข้าช่วย

“พี่สาว ข้าต้องขอขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือข้าไว้ หากมิได้ท่าน ข้าคงมิรอดพ้นความลำบากในวันนี้แน่ขอรับ”

จื้อเผิงเอ่ยด้วยใจจริง เฟิงเหยาพิจารณาเด็กหนุ่มตรงหน้า เห็นว่าเขาเป็นคนที่มีจิตใจดี ซื่อสัตย์ และไร้พิษภัย

ไม่นานนัก ลี้จิงซู่ก็เปิดประตูรถม้าออกมาตามคำบอกของบุตรสาว แม้ลี้จิงซู่จะมีอายุที่ล่วงเลยเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว แต่ทว่าผิวพรรณและโครงหน้ายังคงความงดงามอยู่ไม่น้อย 

ในระหว่างการเดินทางนี้เฟิงเหยาจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ มิอยากให้ผู้ใดได้เห็นใบหน้ามารดานักเพราะเกรงจะนำปัญหามาให้ ใบหน้าของเฟิงเหยาในร่างนี้เองก็มีความคล้ายคลึงกับลี้จิงซู่อยู่หลายส่วน เพียงแต่ยังคงซูบผอมไปบ้างตามสภาพความเป็นอยู่เดิม

“ใครบอกว่าข้าช่วยเจ้า ข้าช่วยตนเองต่างหาก เหตุการณ์มันบังคับต่างหากเล่า” 

เฟิงเหยาเอ่ยปฏิเสธเสียงแข็งตามนิสัยเดิม ทว่าในใจกลับรู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างประหลาด ทั้งที่ปกตินางมิเคยเปิดใจให้ผู้ใดง่ายๆถึงเพียงนี้

“แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ข้าก็ต้องขอบคุณท่านจริงๆขอรับ” จื้อเผิงยังคงยืนยันด้วยความซาบซึ้ง

“เฟิงเหยา เด็กหนุ่มผู้นี้น่าสงสารยิ่งนัก หากน้องชายของเจ้ายังอยู่ ป่านนี้เขาก็คงมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กคนนี้”

คำพูดของลี้จิงซู่ทำให้เฟิงเหยาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

นางเพิ่งได้รับรู้ความจริงที่มิเคยปรากฏในความทรงจำเบื้องต้นของร่างนี้ น้องชายของนางมิได้มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกเลยแม้แต่น้อย เพียงเพราะฮูหยินรองหวาดเกรงว่าหากลี้จิงซู่ให้กำเนิดทายาทชายขึ้นมา 

ความสำคัญของนางและบุตรสาวจะลดน้อยถอยลง ฮูหยินรองใจเหี้ยมจึงลงมือกำจัดเด็กที่ยังไม่ทันเกิดเพื่อมิให้ขวางทางอำนาจ ช่างชั่วช้าสามานย์ยิ่งนักที่ทำร้ายได้แม้กระทั่งทารกที่ยังไม่รู้เดียงสา

เฟิงเหยามองใบหน้าของมารดาที่บัดนี้มีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความเศร้าโศกพลางรู้สึกเวทนาจับใจ นางสัมผัสได้ว่าตนเองเปลี่ยนไปมากเหลือเกิน ตั้งแต่เข้ามาอยู่ในร่างนี้  

หัวใจที่เคยเย็นชาของอดีตนักฆ่ากลับเริ่มรู้จักความเมตตาความสงสาร และเห็นใจผู้อื่นขึ้นมาอย่างที่มิเคยเป็นมาก่อน

นางได้มองเห็นสิ่งแปลกใหม่รอบตัวที่รายล้อมไปด้วยผู้คนหลากหลาย นี่คือโลกใบใหม่ที่นางเฝ้าถวิลหา แม้จะเป็นโลกที่อาจซ่อนความโหดร้ายเอาไว้บ้าง แต่สำหรับผู้ที่เคยผ่านวงการที่เหี้ยมเกรียมยิ่งกว่านี้มาแล้ว ย่อมมองว่าเรื่องเหล่านี้หาใช่สิ่งที่ต้องกังวลใจแต่อย่างใด

หากเทียบกับโลกเดิมที่จากมา เฟิงเหยาคิดว่าโลกใบนี้ช่างน่าอยู่กว่ามากมายนัก ในยามนี้นางมิปรารถนาสิ่งใดเพิ่มอีก เพราะสิ่งที่ได้รับมาในปัจจุบันก็นับว่ามากเกินกว่า ที่นักฆ่ามือเปื้อนเลือดอย่างนางจะกล้าคาดหวังหรือใฝ่ฝันถึงแล้ว

สัญชาตญาณนักฆ่าของนางอาจจะเปลี่ยนจากการ ฆ่าเพื่อภารกิจ มาเป็นการ ฆ่าเพื่อปกป้อง ซึ่งมันทำให้นางรู้สึกถึงคุณค่าของชีวิตใหม่นี้มากขึ้น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่า   เมื่อโอรสสวรรค์ผันตัวเป็นนักบัญชี

    ณ ห้องทรงอักษรส่วนพระองค์ภายในตำหนักคุนหนิง ของวังหลวงยามนี้สภาพแวดล้อมที่เคยหรูหราสง่างามสมฐานะ ที่ประทับของพญาหงส์คู่บัลลังก์ ได้แปรเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสำนักงานใหญ่ของหอการค้าตระกูลหลี่ สาขาวังหลวงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วบนโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวยาวไม่มีม้วนฎีกาการเมืองหรือคัมภีร์หลักธรรมคำสอนใดๆ วางอยู่หลงเหลือ ทว่ามันกลับถูกจับจองพื้นที่ด้วยตั๋วเงินกองมหึมา หีบทองคำแท่งที่เปิดฝาอ้าทิ้งไว้จนแสงทองสะท้อนวิบวับ และสมุดบัญชีปกหนังสีดำแบบตะวันตกนับสิบเล่มหลี่เฟิงมี่กำลังนั่งขมวดคิ้วมุ่น นิ้วมือเรียวสวยรัวดีดลูกคิดเสียงดัง แต๊กๆๆๆ ราวกับกำลังสับไพ่ในกาสิโน ถัดจากนางไปไม่ไกลคือก้อนแป้งน้อย องค์หญิงเฟิงหวง วัยสามขวบที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่บนพรม สองมือน้อยๆ พยายามตะครุบก้อนตำลึงเงินเอามาเรียงเป็นตึกสูงอย่างสนุกสนาน“เฟิงมี่ นี่เจ้ายังนับเงินของเดือนนี้ไม่เสร็จอีกหรือ?”เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเยี่ยหมิงเฉิน ผู้เป็นโอรสสวรรค์ปกครองแผ่นดินแคว้นเยียนอันเกรียงไกร เขาก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่ามังกรทะยานอันสง่างาม สายตาคมกริบกวาดมองกองเงินกองทองในห้องพลางเลิกคิ้วขึ้นสูงด

  • แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่า   แผนการตบตากำราบขุนนางเฒ่า

    ณ ตำหนักคุนหนิงอันหรูหราตระการตา ของวังหลวงแห่งแคว้นเยียนกลิ่นอายความตึงเครียดที่อบอวลอยู่เมื่อหลายเดือนก่อนได้มลายหายไปสิ้น บัดนี้มันถูกแทนที่ด้วยเสียงลั่นกลองรบของสมรภูมิรูปแบบใหม่ นั่นคือสมรภูมิตลาดแห่งวังหลัง ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยมันสมองและวิสัยทัศน์อันแสนจะแสบสันของฮองเฮาหลี่เฟิงมี่สตรีนางใดในวังหลังที่เคยคิดว่าการได้ตำแหน่งพระสนมคือจุดสูงสุดของชีวิต บัดนี้ต่างต้องเปลี่ยนความคิดใหม่หมดสิ้น เพราะสิ่งที่มีค่าและแสดงถึงอำนาจวาสนาในยามนี้ไม่ใช่ป้ายพระยศหยกทว่าคือบัตรสมาชิกแถบทองคำระดับวีไอพีสูงสุด ของระบบส่งด่วนข้ามวังหลังที่เฟิงมี่เป็นผู้ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว!“ฮองเฮาเพคะ ยอดสั่งซื้อชุดเครื่องหอมบำบัดอารมณ์และเครื่องประดับจำลองของเดือนนี้ พุ่งทะลุเป้าหมายไปมากกว่าสามเท่าตัวแล้วเพคะ” อาชิงเดินเข้ามารายงาน พลางยื่นสมุดบัญชีคู่เล่มหนาให้ผู้เป็นนายเฟิงมี่ที่กำลังเอนกายอย่างเกียจคร้านบนเก้าอี้โยกบุนวมนุ่มหนา นัยน์ตาคู่งามฉลาดเฉลียว ปรายมองตัวเลขสถิติกำไรสุทธิพลางคลี่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา“ดีมาก! พวกสนมเก่าที่เคยเข้าพวกกับตระกูลฮวา ยามนี้คงจะกระเป๋าฉีกจนแทบต้องจำนำของล้ำค่ากันหมดแล้ว

  • แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่า   ปิดบัญชีคนชั่ว

    สำนักศึกษาหลวงเทียนอี่ พลันตกอยู่ในความเงียบงันยามค่ำคืน ทว่าภายในห้องอักษรส่วนตัวของซู่เหวิน แสงเทียนกลับยังคงสว่างไสวสะท้อนใบหน้าคมคายที่บัดนี้เรียบนิ่งสนิทจนน่ากลัวข้างกายของเขามีม้วนฎีกาลับและตารางบัญชีส่วยเกลือที่เขาแอบแกะรอยเชื่อมโยงมาเป็นเวลาหลายเดือน หลักฐานชิ้นสำคัญที่เปิดโปงความชั่วช้าของใต้เท้าเฉิน เสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้ทรงอิทธิพลในราชสำนัก ผู้ซึ่งเป็นคนส่งกลุ่มมือสังหารมาปลิดชีพตรั้งแล้วครั้งเล่า เขาจนทำให้ไป๋หลิงต้องเกือบเอาชีวิตไม่รอดซู่เหวินจัดอาภรณ์สีครามเข้มอย่างประณีต มือหนาลูบไล้คัมภีร์ไม้ไผ่เคลือบเหล็กกล้าและกล่องกลไกขนาดพกพา ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นเองด้วยความรู้ล้ำลึกแววตาของอาจารย์หนุ่มไร้วรยุทธ์ในยามนี้ ไม่มีความลังเลหรือความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่แม้แต่น้อย มีเพียงประกายไฟแห่งความแค้นและปัญญาอันเฉียบแหลมที่พร้อมจะแผดเผาคนชั่วให้พินาศในเมื่อคนพวกนั้นยังไม่ยอมหยุด เขาก็จะทำให้มันจบเอง ครั้งก่อนที่ไป๋หลิงข่มขู่ไปดูเหมือนว่าใต้เท้าฉินผู้นี้ยังไม่เข็ดหลาบ เช่นนั้นเขาจะทำให้คนพวกนั้นรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวเอง ว่าเป็นเช่นไรซู่เหวินก้าวเดินไปที่เตียงกว้าง เขาทอดสายตามองดูไป๋หลิ

  • แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่า   ความโกรธของอาจารย์ซู่เหวิน

    ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน บรรยากาศรอบเรือนพักท้ายสำนักศึกษาหลวงเทียนอี่แห่งเมืองกว่างโจว กลับยิ่งทวีความหนาวเหน็บและกดดันจนแทบหายใจไม่บอกซู่เหวิน อาจารย์หนุ่มผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือในด้านสติปัญญาและความรอบรู้ ทว่ากลับไร้ซึ่งกำลังภายในและวรยุทธ์โดยสิ้นเชิงยามนี้เขากำลังยืนเผชิญหน้ากับชายชุดดำร่างยักษ์สามคนที่แผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรง ดาบเล่มโตในมือของพวกมันสะท้อนแสงสายฟ้าแปลบปลาบ ดูน่ากลัวราวกับยมทูตที่พร้อมจะพรากวิญญาณของเขาไปทุกเมื่อ“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ท่านอาจารย์ซู่เหวิน!” หัวหน้านักฆ่าแค่นเสียงเหี้ยม พลางตวัดดาบพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของซู่เหวินอย่างรวดเร็วและโหดเหี้ยมซู่เหวินเบิกตากว้าง สองมือที่เคยจับพู่กันและคัมภีร์สั่นระริก สมองของเขาประมวลผลหาทางรอดอย่างรวดเร็วทว่าร่างกายกลับแข็งทื่อด้วยสัญชาตญาณความกลัวของปุถุชนทั่วไป ที่ไม่เคยผ่านสมรภูมิเลือด คมดาบแหลมคมพุ่งตรงเข้ามาใกล้ในระยะไม่ถึงคืบ ความตายลอยเด่นอยู่ตรงหน้า ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเองเคร้ง!เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นจนแก้วหูแทบแตก ประกายไฟสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุ

  • แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่า   พิธีมงคลสมรสของฉินอวี่

    หลังจากเกลียวคลื่นแห่งความยินดีในงานมงคลสมรสอันแสนเรียบง่าย ทว่าเปี่ยมสุขของกู้ไห่และถังเสี่ยวเป่า เพิ่งจะพัดผ่านผืนทรายชายหาดภาคใต้ไปได้ไม่นาน ทั่วทั้งอาณาบริเวณ ณ เมืองกว่างโจว ก็กลับคืนสู่ความคึกคักและตระการตาขึ้นอีกหลายเท่าตัวเพื่อต้อนรับเทศกาลมงคลครั้งยิ่งใหญ่ที่ทุกคนต่างตั้งตารอคอย นั่นก็คือพิธีสมรสของสายทหารปะทะคู่ค้าทิศประจิม ระหว่างคุณชายรองฉินอวี่ และคุณหนูใหญ่เหยาชิงชิงงานมงคลในครานี้ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ ยิ่งใหญ่อลังการดุจภาพวาดสวรรค์ เนื่องจากตระกูลเหยาเป็นถึงมหาคหบดีผู้ผูกขาดโรงเตี๊ยมและคลังสินค้าทางภาคประจิม ผสานเข้ากับทรัพย์สินกองเงินกองทองของหอการค้าตระกูลหลี่ที่หลี่เฟิงมี่ ซึ่งยามนี้ดำรงตำแหน่งฮองเฮาอยู่ในวังหลวง แอบส่งสารสั่งการให้คนส่งของขบวนพิเศษ ลำเลียงเอาเครื่องเรือนทองคำ ผ้าแพรไหมพะเยียชั้นเลิศ และของขวัญล้ำค่ามาสนับสนุนให้สหายอย่างเหยาชิงชิงอย่างเต็มที่ จนชาวบ้านนับหมื่นที่มามุงดูพากันแตกตื่นเลื่องลือไปทั่วทั้งชายแดนใต้ถนนทุกสายที่มุ่งสู่จวนถูกปูด้วยพรมสีเพลิง โคมไฟแพรทองฉลุลวดลายพยัคฆ์ขาวเหยียบเมฆานับพันดวงถูกจุดสว่างไสวเจิดจ้า แสงไฟสะท้อนผิวน้ำทะเลระย

  • แม่ทัพตัวร้าย พ่ายรักนักฆ่า   งานมงคลกับความสุขที่เรียบง่ายของกู้ไห่

    หลังจากที่ขบวนเสด็จเกียรติยศของเยี่ยหมิงเฉินและหลี่เฟิงมี่ เคลื่อนพลมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเพื่อรับภาระหน้าที่อันยิ่งใหญ่สะท้านราชสำนัก บรรยากาศ ณ เมืองท่าชายแดนใต้กว่างโจว ก็กลับคืนสู่ความสงบสุขตามธรรมชาติของเมืองริมทะเลทว่าในความเงียบสงบนั้น กลิ่นอายมงคลระลอกใหม่กลับตลบอบอวลขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อถึงเวลาจัดงานมงคลสมรสอันแสนเรียบง่ายทว่าเปี่ยมสุข ของคู่น้องใหม่สายลุยจอมพลังอย่างกู้ไห่ บุตรชายรองแม่ทัพ และถังเสี่ยวเป่า บุตรสาวเพียงคนเดียวของเจ้าสำนักคุ้มภัยตระกูลถังงานแต่งงานในครานี้ไม่ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ หาได้มีขันหมากทองคำหมื่นตำลึงมาตั้งวางขวางทางเดินจนคนแตกตื่นทั้งแคว้น ทว่ามันกลับถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติและอบอุ่นที่สุด ณ ลานเรือนพักไม้หอมริมชายหาดส่วนตัวหลังจวนตระกูลหลี่ทั่วทั้งบริเวณถูกตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษเซวียนจื่อสีแดงมงคลนับร้อยดวงที่ส่องแสงสีส้มสลัว ระยิบระยับไปกับเกลียวคลื่นทะเลใต้ที่ซัดสาดชายฝั่งอย่างเป็นจังหวะ กลิ่นหอมของอาหารมงคลรสเลิศจากตี้อี้เว่ย และน้ำแกงสมุนไพรอุ่นโชยมาตามสายลมฤดูร้อน ชวนให้จิตใจของทุกคนพรั่งพรูไปด้วยรอยยิ้มความสุขภายในห้องโถงพิธ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status