共有

งานแต่งอัปยศ

last update 公開日: 2026-04-08 23:04:06

 หนึ่งเดือนผ่านไป

จวนตระกูลซูถูกประดับประดาด้วยผ้าไหมสีชาดและโคมไฟมงคลนับร้อย ชาวเมืองลือกันว่าพิธีสมรสครั้งนี้ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบสิบปี

เหยียนหรูนั่งสงบนิ่งอยู่ในห้องแต่งตัว ร่างงามสะคราญในชุดเจ้าสาวสีแดงสดปักลายหงส์คู่มังกรด้วยดิ้นทอง อาภรณ์หนักอึ้งกดทับบ่าเล็กจนแทบยกไม่ขึ้น ศีรษะคลุมด้วยผ้าปักไหมแดงที่ปิดบังใบหน้างามไว้ แต่แววตาที่ซ่อนอยู่ข้างใต้กลับพร่าเลือนและว่างเปล่า

เสียงฆ้องกลองจากหน้าจวนเงียบงันผิดปกติ แขกเหรื่อที่มาร่วมพิธีต่างเริ่มกระซิบกระซาบ ฤกษ์มงคลที่กำหนดไว้ได้ล่วงเลยไปทีละชั่วยาม แต่ขบวนขันหมากของจวนแม่ทัพยังไม่มาถึง

นางถูกประคองออกไปยังเกี้ยวที่ตั้งรอหน้าประตูใหญ่ ทุกสายตาของแขกเหรื่อจับจ้องอย่างคาดหวัง หากแต่เกี้ยวนั้นยังคงว่างเปล่าไร้การเคลื่อนไหว ขบวนม้าศึกและกลองพิธีที่ควรจะมาส่งเสียงอึกทึก…กลับไม่มีแม้เงา

ความอับอายไหลซึมเข้าสู่ทุกสายตาของญาติผู้ใหญ่ ตระกูลซูถูกทิ่มแทงด้วยสายตาเย้ยหยันของผู้คนทั่วทั้งเมือง

จนกระทั่ง… เสียงม้าควบเร่งฝีเท้าดังลั่นเข้ามาแทนที่ความเงียบ ทหารนายหนึ่งลงจากหลังม้า ก้มศีรษะกราบเรียนด้วยเสียงหนักแน่น

“เกิดเหตุการณ์ไม่สงบที่ชายแดนเหนือ องค์จักรพรรดิทรงมีรับสั่งด่วน ท่านแม่ทัพหลินหวินจื่อต้องนำทัพออกปราบปรามโดยมิอาจชักช้า… มิอาจมารับตัวเจ้าสาวได้”

สิ้นคำ… ทุกสิ่งทุกอย่างเงียบงันลงราวกับเวลาหยุดนิ่ง

เสียงซุบซิบเปลี่ยนเป็นหัวเราะเย้ยหยัน บ้างสะกิดแขนเพื่อน บ้างส่ายหน้าอย่างสมเพช งานวิวาห์ที่ควรเป็นเกียรติสูงสุดของตระกูลซู กลับกลายเป็นตราบาปอัปยศที่มิอาจลบเลือน

เหยียนหรูยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเกี้ยวว่างเปล่า ความเย็นชืดไหลบ่าเข้าหัวใจ นางคือเจ้าสาวผู้ถูกทอดทิ้งตั้งแต่ยังไม่ทันก้าวออกจากเรือนบิดามารดา คือสตรีที่น่าเวทนาที่สุดในแผ่นดิน

คืนแห่งความอัปยศยังไม่ทันจางหาย ความหายนะแท้จริงก็มาเยือน…

ยามดึกสงัด เสียงประตูไม้ใหญ่ถูกกระแทกดังสนั่นจนสะเทือนทั้งจวน ตะเกียงน้ำมันสั่นคลอนดับวูบ เปลวไฟจากคบเพลิงของกองทหารหลวงพุ่งพล่านเข้าสู่ความมืด

“ซูไท่เหวินต้องหากบฏ! ลอบขายผ้าไหมให้ศัตรู ปลอมแปลงบัญชีหลวง! จับกุมทุกคนในตระกูลนี้ให้หมด!”

เสียงประกาศดังแหลมเย็นเยียบดั่งค้อนเหล็กกระแทกกลางอก เสียงกรีดร้องระงมขึ้นทั่วทุกทิศ บ่าวไพร่แตกกระเจิง ทหารใช้ดาบและหอกสังหารไม่เลือกหน้า ข้าวของถูกโยนแตกกระจัดกระจาย ประตูบานงามที่เคยรองรับแขกชั้นสูงถูกถีบจนแตกเป็นเสี่ยง

ซูไท่เหวินถูกลากตัวออกมา เลือดอาบเต็มใบหน้าแต่ยังตะโกนก้อง

“ข้าไม่เคยคิดกบฏ! ตระกูลซูภักดีต่อราชสำนักมาโดยตลอด!”

เสียงร้องของเขาถูกทับด้วยเสียงหัวเราะเย้ยหยันของขุนนางศัตรูการเมืองผู้ติดตามกองทัพมา

ชายคนนั้นก้าวเข้ามาหาเหยียนหรูกับมารดา สายตาเย็นยะเยือกของเขาไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนริมฝีปากจะโค้งเป็นรอยยิ้มชั่วร้าย

“ช่างน่าเสียดาย…สามีของเจ้าก็ไม่อยู่เสียด้วย เอาเช่นนี้เถิด เพื่อเห็นแก่ความดีเก่าก่อน ข้าจะให้ทางเลือก”

นิ้วเรียวยาวชี้ขึ้นไปยังขื่อคานไม้กลางโถง

“ให้แม่ของเจ้าผูกคอตายตรงนี้ แสดงความรับผิดชอบแทนสามี แล้วข้าจะปล่อยให้บุตรสาวหนีรอดหากไม่เจ้าทั้งสองก็เตรียมตายไปพร้อมกัน”

“อย่า!”

ซูไท่เหวินที่ถูกมัดแน่นคำรามสุดเสียง แต่ถูกทหารกระหน่ำทุบตีจนสิ้นสติ

คุณนายซูน้ำตาเอ่อเต็มสองแก้ม แต่ดวงตากลับเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว นางก้าวเข้ามากุมมือบุตรสาวไว้แน่น เสียงสั่นเครือแต่หนักแน่นดังขึ้น

“เหยียนหรู…เจ้าจงมีชีวิตอยู่ต่อไปนะลูก จงจำไว้เสมอว่าเจ้าเป็นใคร”

สิ้นคำ มารดาผลักบุตรสาวไปอยู่ในอ้อมแขนแม่นมคนสนิท ก่อนจะหันกลับไป เงยหน้าสูงขึ้น สูดลมหายใจเฮือกสุดท้าย… แล้วใช้ผ้าแพรขาวผูกกับคานไม้ ก้าวขึ้นเก้าอี้ และปลิดชีวิตตนเองลงท่ามกลางเสียงโกลาหล

“ท่านแม่!!!”

เสียงกรีดร้องของเหยียนหรูแทบขาดใจ แต่มือของแม่นมรีบอุดปาก ลากนางออกทางประตูลับ

สายตานางเหลียวกลับเป็นครั้งสุดท้าย เห็นเพียงร่างมารดาห้อยต่องแต่งอยู่กลางห้องโถง เสียงไม้ลั่นเปรี๊ยะตามแรงเพลิงที่เริ่มลุกลาม เปลวไฟสีส้มฉานกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างทีละส่วน ผนัง ผ้าไหม หอผ้าซูฟางที่เป็นเกียรติภูมิของตระกูล มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

โลกทั้งใบของนางพังทลายลงพร้อมกันในคืนเดียว…

คืนนั้นคุณหนูซูเหยียนหรู ได้ตายไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่เผาผลาญจวนตระกูลซู เหลือไว้เพียงเด็กสาวผู้แตกสลาย วิ่งหนีเข้าสู่ความมืดมิด ไร้ญาติ ไร้บ้าน ไร้ตัวตน เพื่อจะถือกำเนิดใหม่ในอีกสี่ปีถัดมาภายใต้นาม ชุนเซียง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   พายุอารมณ์ข้างรั้ว

    ภาพของชุนเซียงที่กำลังส่งยิ้มและสนทนากับบัณฑิตหนุ่มรูปงามอย่างออกรส...มันเป็นภาพที่ทิ่มแทงสายตาของหลินหวินจื่ออย่างรุนแรง เขายืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูเรือนของตนเอง ความรู้สึกร้อนรุ่มที่ไม่คุ้นเคยบางอย่างได้ก่อตัวขึ้นในอกอย่างรวดเร็ว เหตุใดนางจึงต้องยิ้มให้บุรุษผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเช่นนั้นด้วย? เขาถามตัวเองในใจ รอยยิ้มที่สดใสและจริงใจ...อย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อนเขาบอกกับตัวเองว่ามันเป็นเพียงความหงุดหงิด…ความรำคาญใจที่ความสงบของเขาถูกรบกวน แต่ลึกลงไปในใจ เขารู้ดีว่ามันคือความรู้สึกอื่น…ความรู้สึกที่ไม่น่าพึงพอใจอย่างยิ่งเมื่อเห็นสตรีข้างบ้านของตนเองกำลังสนิทสนมกับบุรุษอื่น เขาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็ว เดินตรงไปยังกลางลานบ้านแล้วชักกระบี่คู่ใจออกมา! ฟุ่บ! ฟุ่บ! เคร้ง! เสียงโลหะกระทบกันและเสียงลมหวีดหวิวดังขึ้นอย่างรุนแรงจากเรือนข้างๆ เสียงนั้นไม่ได้สงบนิ่งและมั่นคงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับเต็มไปด้วยความดุดันและเกรี้ยวกราด ทุกท่วงท่าที่ฟาดฟันออกไปราวกับจะฉีกกระชากอากาศให้ขาดเป็นชิ้นๆ เสียงกระบี่ที่เคยน่าเกรงขาม บัดนี้กลับแฝงไปด้วยไอสังหารจนน่าขนลุก เสียงอึกทึกนั้นทำให้บทสนทนาที่กำลังเพลิ

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   การปรากฏตัวของคุณชายสวี

    หลายสัปดาห์ผ่านไป หมู่บ้านชิงเหอได้กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แต่เป็นความสงบสุขที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กองทหารฝีมือดีที่แม่ทัพหลินเรียกมาได้ทำการ "ล้างภูเขา" กวาดล้างโจรป่าจนสิ้นซาก สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้แก่ชาวบ้านอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แม้จะไม่มีใครรู้ว่าใครคือผู้อยู่เบื้องหลังปฏิบัติการครั้งนี้ แต่ทุกคนก็รู้สึกขอบคุณในความช่วยเหลือจากเบื้องบนชีวิตในกระท่อมท้ายหมู่บ้านของชุนเซียงก็กลับมาดำเนินไปอย่างราบรื่นอีกครั้ง กิจการของนางไม่ได้หยุดชะงักลงเพราะเหตุการณ์ร้าย แต่กลับรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปอีก! ข่าวเรื่องฝีมือการย้อมผ้าและปักผ้าอันน่าทึ่งของนาง ประกอบกับวีรกรรม (ที่ถูกแต่งเติมสีสันโดยป้าหยางอวี้) ในคืนนั้น ทำให้ชื่อเสียงของ "แม่นางชุนเซียง" ขจรไกลไปจนถึงเมืองข้างเคียงกระท่อมเล็กๆ ที่เคยซอมซ่อ บัดนี้กลายเป็นโรงทอผ้าขนาดย่อมที่เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ชุนเซียงตัดสินใจจ้างสตรีในหมู่บ้านอีกสองสามคนมาเป็นลูกมือ ช่วยในงานที่ไม่ซับซ้อนนัก ส่วนนางกับอาเหมยจะรับผิดชอบในส่วนที่ต้องใช้ฝีมือชั้นสูง “พี่ชุนเซียง! ท่านดูสิเจ้าคะ! นี่คือรายรับของเดือนนี้!” อาเหมยยื่นสมุดบั

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   สงครามเย็นที่อบอุ่น

    แต่แล้ว…บรรยากาศอันเงียบงันและซาบซึ้งนั้นก็ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิงด้วยเสียงแหลมๆ ที่ดังขึ้นจากหน้าประตู!“ว๊าย! ตาเถร! ข้ามาเห็นอะไรเอาตอนนี้นะ!”ป้าหยางอวี้นั่นเอง! นางยืนเท้าสะเอวอยู่ที่หน้าประตู ดวงตาคู่เล็กเป็นประกายระยิบระยับราวกับเจอขุมทรัพย์ นางมาที่นี่โดยอ้างว่าจะมาเยี่ยมเยียนผู้ประสบภัย แต่เป้าหมายที่แท้จริงคือการสอดแนมหาข่าวใหม่ๆ ต่างหาก!นางกวาดตามองภาพตรงหน้า…ชุนเซียงที่อยู่ในชุดนอน ซึ่งเป็นชุดสะอาดที่อาเหมยหามาให้เปลี่ยน ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ไม่ห่างจากคุณชายหลินที่กำลังเปลือยท่อนแขนที่มีผ้าพันแผลสดๆ ใหม่ๆ! สวรรค์! นี่มันเรื่องอะไรกัน! นางมาอยู่ที่เรือนของเขาได้อย่างไร! แถมยังมาทำแผลให้อย่างใกล้ชิดสนิทสนมกันถึงเพียงนี้!“เอ่อ…ท่านป้าหยางอวี้…” ชุนเซียงพยายามจะอธิบาย “คือว่า…”“ไม่ต้องพูดอะไรแล้วแม่นางชุนเซียง!”ป้าหยางอวี้ยกมือขึ้นห้าม ปากก็ยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “ข้าเข้าใจ! ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้ว! แหม…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดคุณชายหลินถึงได้ต่อสู้กับโจรป่าอย่างไม่คิดชีวิตถึงเพียงนั้น ที่แท้ก็เพื่อปกป้องแม่หญิงในดวงใจนี่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   บาดแผลและความห่วงใย

    รุ่งอรุณของวันใหม่มาถึงพร้อมกับความโกลาหล หมู่บ้านชิงเหอค่อยๆ ฟื้นคืนจากฝันร้ายในค่ำคืนที่ผ่านมา ชาวบ้านต่างออกมาช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ เสียงร้องไห้ยังคงดังแว่วมาเป็นระยะ แต่ก็แฝงไปด้วยความโล่งใจที่รอดชีวิตมาได้ภายในเรือนพักของหลินหวินจื่อ บรรยากาศกลับเงียบสงบอย่างน่าประหลาด อาเหมยคอยดูแลเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ชุนเซียงอย่างใกล้ชิด ส่วนตัวชุนเซียงนั้น แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนเพลีย แต่จิตใจกลับสงบลงมากอย่างน่าประหลาด คำสัญญาที่หนักแน่นดุจขุนเขาของบุรุษผู้หนึ่งได้กลายเป็นเกราะป้องกันความหวาดกลัวในใจของนางนางนั่งพิงหัวเตียงเงียบๆ สายตาทอดมองออกไปยังโถงด้านนอก ที่ซึ่งหลินหวินจื่อกำลังยืนสั่งการเว่ยฉีและกลุ่มชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านให้จัดเวรยามและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแข็งขัน ทุกท่วงท่าของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความน่าเกรงขาม“พี่ชุนเซียง” อาเหมยกระซิบเบาๆ “ดูแขนของคุณชายหลินสิเจ้าคะ!”ชุนเซียงมองตามสายตาของเพื่อนรักไป ก็เห็นรอยดาบยาวบนแขนเสื้อข้างหนึ่งของหลินหวินจื่อซึ่งบัดนี้มีเลือดสีเข้ม

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   บาดแผลและคำสัญญา

    อ้อมแขนที่แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กของหลินหวินจื่อประคองร่างอันไร้สติของชุนเซียงไว้แน่น ความโกรธแค้นและความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ใจของเขาราวกับคลื่นพายุ เขากวาดสายตามองสภาพกระท่อมที่พังยับเยิน ก่อนจะตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเขาช้อนร่างของนางขึ้นในท่าอุ้มแล้วก้าวเดินอย่างมั่นคง มุ่งตรงไปยังเรือนพักของตนเองโดยไม่ลังเล เขาไม่สามารถทิ้งนางไว้ในสถานที่อันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้อีกต่อไปเมื่อมาถึงเรือน เว่ยฉีซึ่งจัดการโจรในบริเวณนั้นเสร็จแล้วก็รีบตามเข้ามา “นายท่าน!”หลินหวินจื่อวางร่างของชุนเซียงลงบนเตียงนอนของตนเองอย่างแผ่วเบาที่สุด แสงตะเกียงส่องให้เห็นรอยฟกช้ำและรอยขีดข่วนบนผิวของนางชัดเจน ภาพนั้นบีบคั้นหัวใจของเขายิ่งกว่าการเห็นทหารนับร้อยล้มตายในสนามรบ“ไปตามท่านย่าฉิน หมอหญิงท้ายหมู่บ้านมา!” เขาสั่งเสียงกร้าว “และที่สำคัญที่สุด... ไปตามหาแม่นางอาเหมยให้พบ! พลิกแผ่นดินหาก็ต้องหาให้เจอ!”เว่ยฉีรับคำสั่งแล้วรีบวิ่งออกไปทันที ทิ้งให้หลินหวินจื่ออยู่กับชุนเซียงตามลำพังในห้อง เขาทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วเก

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   นางเป็นใครกันแน่

    เขานึกย้อนไปถึงผ้าไหมผืนนั้น…สีเขียวหยกที่งดงามราวกับมีชีวิต…ลวดลายคลื่นน้ำที่พลิ้วไหวราวกับของจริง…มันไม่ใช่แค่ผ้าธรรมดา แต่มันคืองานศิลปะ คือสิ่งที่นางสร้างขึ้นมาจากหัวใจและสองมือ‘ศักดิ์ศรีของข้าไม่ได้มีไว้ให้ท่านใช้เงินฟาดหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า!’คำพูดของนางยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา ในวินาทีนั้นเอง หลินหวินจื่อก็ได้ตระหนักรู้อย่างชัดเจน…ว่านางแตกต่างจากสตรีทุกคนที่เขาเคยพบเจอมาโดยสิ้นเชิง นางไม่ได้อ่อนหวานว่าง่าย ไม่ได้ทำตัวบอบบางน่าทะนุถนอม แต่กลับมีความแข็งแกร่ง ความทระนงองอาจ และความภาคภูมิใจในฝีมือของตนเองอย่างเต็มเปี่ยมความรู้สึกรำคาญใจที่เคยมีต่อ “สตรีชาวบ้านปากร้าย” ผู้นี้…บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกทึ่งและความสนใจอย่างลึกซึ้งโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเขาเดินไปที่หน้าต่าง มองลอดผ่านรั้วไม้ไผ่ไปยังกระท่อมข้างๆ เห็นนางกำลังนั่งทำงานอยู่หน้ากี่ทอผ้าด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและมุ่งมั่น ภาพของสตรีร่างเล็กที่กำลังต่อสู้กับโชคชะตาด้วยสองมือของตนเองอย่างไม่ยอมแพ้…มันช่างเป็นภาพที่สลักลึกลงไปในหัวใจของแม่ทัพหนุ่มหลายวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ผ้าไหมล่มสลายครั้งที่สอง บรรยากาศระหว่างกระท่

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   หนทางของนาง

    นางยังซื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบราคาถูกมาตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าชุดใหม่ที่สะอาดสะอ้านและพอดีตัวกว่าเดิม แม้จะยังดูเรียบง่าย แต่ก็ทำให้นางดูไม่ซอมซ่อเหมือนตอนที่มาถึงวันแรก“นี่แน่ะ! ค่าแรงของเจ้า” ป้าหยางอวี้โยนถุงเงินเล็กๆ ลงตรงหน้านางหลังจากที่นางเพิ่งจะปักลายดอกไม้เล็

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ก้าวแรกแห่งความหวัง

    ตลาดเช้าของหมู่บ้านชิงเหอไม่ได้ใหญ่โตหรือหรูหราเหมือนในเมืองหลวง มันเป็นเพียงลานดินกว้างๆ ที่อัดแน่นไปด้วยชีวิตและเสียงจอแจชาวบ้านนำของมาวางขายกันอย่างเรียบง่ายใต้ร่มเงาของต้นไทรใหญ่ เสียงตะโกนเรียกลูกค้า เสียงต่อรองราคา และเสียงพูดคุยทักทายดังผสมปนเปกันไปจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ กลิ่นหมั่นโถวร้อนๆ จาก

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ทางที่เลือก

    นางจะไม่ใช่แค่ช่างปะชุนเสื้อผ้าอีกต่อไปแล้ว แต่นางจะเป็นผู้สร้างสรรค์ความงดงาม จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนเส้นไหมสีขาวธรรมดาๆ เหล่านี้ให้กลายเป็นผืนผ้าหลากสีสันที่ล้ำค่าดุจงานศิลปะนางจะปลุกวิญญาณของหอผ้าซูฟางให้ฟื้นคืนขึ้นมาอีกครั้ง…ที่หมู่บ้านชิงเหอแห่งนี้เย็นวันนั้น ชุนเซียงกลับมาถึงกระท่อมพร้อมกับเงิน

  • แม่ทัพเจ้าขาช่วยทอผ้าด้วยเจ้าค่ะ   ร้านปะผ้า

    มันเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยและปลอบประโลมใจอย่างประหลาด ราวกับได้พบพานสหายเก่าที่พลัดพรากจากกันไปนานนางไม่ได้หลับเลยทั้งคืน แต่กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ในที่สุด เมื่องานชิ้นสุดท้ายเสร็จสิ้นลง เสื้อตัวนั้นก็ถูกวางพาดไว้อย่างดี รอยขาดเป็นทางยาวหายไปอย่างไร้ร่องรอย หากไม่สังเกตอย่างละเอียดถี่

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status