เข้าสู่ระบบ“ห่วงแม่นายของเราว่างั้น ฉันไม่ทิ้งแม่นายเธอหรอกน่า แต่เราดื่มกันที่โรงแรมก็ได้คุณผู้ช่วยจะได้ไม่ต้องห่วงเดียวเนอะ เออจะว่าไปก็น่าเป็นห่วงอยู่เว๊ย” รสสุคนธ์พูดแล้วมองดูแพรพรรณที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ขึ้นไปนอนที่ห้องไป ไม่ต้องห่วง” แม่นายใจเดียวบอกปรายฝน “ถ้าอยากให้อยู่ด้วย ปรา
“เด็กคงตกใจ” รสสุคนธ์บอก “เดียวรู้สึกแย่ ปูนนี้แล้วไปทำแบบนั้นกับเด็ก” ใจเดียวพูดขึ้น “แต่ถ้าถามรสก่อน รสอยากให้ทำแบบนั้น ถ้าไม่แสดงออกจะรู้ไหม ผลออกมาเป็นอย่างไร ก็ค่อยว่ากัน” รสสุคนธ์ยิ้มๆ แต่รอยยิ้มจางลงทันที เมื่อเห็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในร้าน “เหมือนนัดกันมาเ
พลบค่ำแล้วแต่ฝนคงยังตกหนักและท่าทางคงไม่หยุดตกเอาง่ายๆ แม่นายใจเดียวเลยตัดสินใจเข้าพักในโรงแรมที่ห้องพักเกือบเต็ม โดยเหลือห้องพักเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น “คงต้องนอนที่นี่ พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับ ขับรถฝ่าฝนไปมีหวังกลับไม่ถึงไร่แน่” แม่นายใจเดียวบอกกับปรายฝน “ยังไงก็ได้ค่ะ แต่คนท
ใช้ชีวิตตัวเองเก็บออมความสุขเอาไว้เช่นกัน เรื่องดวงฤทธิ์ที่เรียกร้องระคนทวงบุญคุณที่ดูแลเอาใจใส่ปรายฝนมาตั้งแต่เด็ก ปรายฝนให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง โดยให้รอซึ่งคนให้รอบอกไม้ได้ว่าต้องรอไปนานสักเท่าไร แต่ผู้ชายอย่างดวงฤทธิ์ไม่ได้สร้างความสุขขึ้นด้วยตัวเองมองเห็นความสุขด้วยการแสวงหาจากคนอื่น ส
“ปรายเองค่ะ” เป็นข้อความจากปรายฝนส่งถึงผู้อ่าน “จบแบบนี้ไม่ได้สิ ปรายไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นสักหน่อยเนอะ เดี๋ยวจะค่อยๆ เล่าให้ฟังก็แล้วกัน อย่าเพิ่งไปว่าคนเขียนเขาเข้าล่ะ” ปรายฝนหัวเราะคนเขียนก็เช่นกัน “จบแบบที่พิมพ์คำว่า จบ น่ะ ยังไม่สมบูรณ์ต้องอ่านต่อจากตอนพิเศษ ปรายจะเล่าว่าก
รสสุคนธ์ยังนึกถึงปรายฝนอยู่เสมอ ภาพในวันแรกที่ได้พบกันยังคงชัดเจนยามเมื่อได้นึกถึง รวมถึงความสัมพันธ์ที่ใจเดียวบอกเล่าว่าไปจูบเด็กเข้าแต่เด็กไม่เล่นด้วยทำเอาเพื่อนรักจ๋อยไป ถ้าหากมีปรายฝนอยู่ด้วยคงมีความสุขมากกว่าที่เป็นอยู่ “กรุงเทพไม่ได้ไกลนักหนา ทำไมถึงไม่ไปมาหาสู่กัน” รสสุคนธ์พูดขึ้น