ANMELDENบรรยากาศหน้าห้องทำงานประธานบริหารบนชั้นสูงสุดยามเย็นเงียบสงัด เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแผ่วเบา รินรดายืนกำแฟ้มเอกสารรายงานการขายฉบับแก้ไขไว้แน่น แผ่นหลังนวลเนียนมีเหงื่อซึมเล็กน้อย หัวใจดวงน้อยเต้นรัวสะท้านอยู่ในอก
รินรดาไม่ได้กลัวอำนาจหรือตำแหน่งประธานบริหารใหญ่ของภวินท์…แต่สิ่งที่ทำให้เธอหวั่นเกรงจนแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง คือความรู้สึกผิดอันหนักอึ้งที่ฝังลึกอยู่ในใจมาตลอดหกปีเต็ม
‘มึงยืดอกสู้! ยอมรับผลของการกระทำในอดีต แต่ในฐานะลูกจ้าง มึงต้องทำตัวเป็นมืออาชีพที่สุด’
คำพูดของเพื่อนรักแวบเข้ามาในหัว รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจ ก่อนจะยกมือขึ้นเคาะบานประตูตรงหน้า
ก๊อก…ก๊อก…ก๊อก…
“เชิญ”
เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นมาจากด้านใน รินรดาหมุนลูกบิดแล้วผลักประตูเข้าไปอย่างสุภาพ
ห้องทำงานกว้างขวางถูกตกแต่งด้วยโทนสีดำเทาดูหรูหราทรงอำนาจ ภวินท์ในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมคอสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอแกร่ง เขากำลังนั่งกุมมือประสานกันบนโต๊ะทำงานกระจกสีดำ นัยน์ตาคมกริบดุจพยัคฆ์จ้องมองมายังร่างเพรียวระหงที่กำลังก้าวเข้ามาด้วยสายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหว
“รายงานฉบับแก้ไขค่ะท่านประธาน”
รินรดาเดินเข้าไปหยุดยืนหน้าโต๊ะทำงาน วางแฟ้มเอกสารลงอย่างเป็นระเบียบ เธอพยายามใช้น้ำเสียงเป็นทางการและนอบน้อมที่สุดเท่าที่จะทำได้
“...”
ภวินท์ไม่ได้หยิบแฟ้มขึ้นมาเปิดดูแม้แต่น้อย เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังนุ่ม เลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เยียบเย็นและแฝงความคาดโทษ
“แก้มาเร็วดีนี่…แต่ฉันสงสัยว่า คนที่ทำรายงานรอบแรกออกมาห่วยแตกขนาดนั้น จะแก้ตัวแก้ข้อผิดพลาดได้ดีจริงอย่างที่ปากพูดเหรอ?”
ภวินท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าคำพูดกลับจงใจกรีดแทงจิตใจของคนฟังอย่างเลือดเย็น
“หรือว่าเธอถนัดแค่การมักง่าย เอาตัวรอดไปวันๆ เหมือนกับ…เรื่องในอดีต?”
รินรดาขบริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตสุกใสไหววูบด้วยความรู้สึกผิดที่แล่นริ้วขึ้นมา แต่เธอก็พยายามข่มอารมณ์ ดึงความมืออาชีพกลับมาตอบอย่างใจเย็น
“ดิฉันแก้ไขข้อมูลยอดสั่งซื้อย้อนหลังและปรับประมาณการตามสถิติจริงเรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน หากมีตรงไหนที่ท่านประธานเห็นว่ายังไม่อนุมัติ ดิฉันพร้อมจะนำกลับไปแก้ไขตามคำสั่งค่ะ”
“เหรอ?”
ภวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวขาผ่านโต๊ะทำงานเดินตรงเข้ามาหารินรดาช้าๆ บรรยากาศกดดันจนรินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมด
“แล้วถ้าฉันบอกว่ารายงานฉบับนี้มันขยะ…แถมตัวผู้จัดการฝ่ายขายอย่างเธอ ก็ไร้ประสิทธิภาพจนฉันไม่อยากเก็บไว้ล่ะ?”
เขาหยุดยืนตรงหน้าระยะประชิด กลิ่นน้ำหอมหรูหราผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของผู้ชายที่เธอคุ้นเคยเมื่อหกปีก่อนพุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัส รินรดาเชิดหน้าขึ้นสบสายตาดุดันนั้น แม้ดวงตาจะสั่นระริกแต่เธอกลับไม่ยอมก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว
“ถ้าผลงานของดิฉันไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินจริง ท่านประธานสามารถส่งเรื่องตั้งคณะกรรมการสอบสวนหรือไล่ดิฉันออกตามขั้นตอนของบริษัทได้เลยค่ะ” รินรดาตอบเสียงแข็ง
“หึ…อย่ามาทำเป็นปากดีหน่อยเลย”
ภวินท์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยไฟแค้นและไฟปรารถนาที่คุกรุ่น
“คิดว่าตัวเองแน่มากเหรอรินรดา? คิดว่าก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้จัดการแล้วจะทำหน้าเชิดใส่ใครก็ได้งั้นเหรอ?”
การโดนไล่ต้อนอย่างเอาแต่ใจและไร้เหตุผล ประกอบกับสายตาเย้ยหยันที่จ้องมองลงมา ทำให้อารมณ์ที่รินรดาพยายามสะกดข่มไว้ปะทุออกมาอย่างเหลืออด เธอเกลียดตัวเองที่รู้สึกผิด แต่เธอก็จะไม่ยอมให้เขาย่ำยีศักดิ์ศรีในฐานะมนุษย์คนหนึ่งอีกต่อไป!
“ไอ้พีช! มึงจะแก้แค้นกูใช่มั้ย!”
รินรดาโพล่งออกมาอย่างหมดความอดทน สรรพนามที่เคยใช้สมัยเรียนถูกพ่นออกมาด้วยอารมณ์เดือดดาล
“ถ้ามึงเกลียดกูมากขนาดนั้น มึงก็ไล่กูออกเลยสิวะ! อย่ามาใช้วิธีหมาๆ แกล้งเรื่องงานแบบนี้!”
บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบลงทันตา!
สายตาคมเข้มเบิกกว้างเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียม ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว รอยยิ้มมุมปากขยายกว้างขึ้นอย่างดุดันและทรงอำนาจ
“โอปอ…”
ภวินท์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำลึก กดเสียงต่ำจนฟังดูน่าขนลุก
“เธอกำลังทำตัวตีเสมอประธานบริหารอยู่นะ…รู้ตัวหรือเปล่า?”
เขาก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าว รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นอย่างไม่ยอมแพ้ ภวินท์จ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังแดงระเรื่อด้วยความโกรธ นัยน์ตาของเขามันเต็มไปด้วยความทรงจำอันขมขื่นของคืนนั้นเมื่อหกปีก่อน คืนที่เธอทิ้งเขาไปพร้อมคำพูดเจ็บแสบ
“เธอคงลืมไปแล้วมั้งว่าตอนนี้เธออยู่ในฐานะอะไร”
ภวินท์ก้มลงกระซิบชิดใบหูบาง น้ำเสียงเยียบเย็น
“และเธอก็คงลืมไปแล้วเหมือนกัน…ว่าคืนนั้นเมื่อหกปีก่อน เธอครางชื่อฉันใต้ร่างฉันฉ่ำขนาดไหน”
ตึก!
คำพูดร้ายกาจนั้นเปรียบเสมือนเข็มร้อนเล่มใหญ่ที่แทงพรวดเข้ากลางหัวใจของรินรดา ดวงตากลมโตสว่างวาบ ความรู้สึกผิดแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นและโกรธจัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
“มึงมองกูเป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่พีช?!”
รินรดาเคล้นเสียงถาม ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“หึ!”
ภวินท์หัวเราะในลำคอพร้อมเหยียดยิ้มอย่างสมเพช
“แล้วเธอจะให้ฉันมองเธอเป็นอะไร? ผู้หญิงรักจริงงั้นเหรอ? เธอมันก็แค่นอนกับฉัน ออเซาะฉัน พอสมประโยชน์แล้วก็ทิ้งฉันไปเหมือนหมูเหมือนหมา…เธอมันก็แค่ผู้หญิงใจง่ายคนหนึ่งเท่านั้นแหละโอปอ!”
ตึก!
ความอดทนของรินรดาขาดสะบั้นลงในวินาทีนั้นเอง!
เพียะ!!
ฝ่ามือบางตบเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาของภวินท์อย่างจัง! เสียงฝ่ามือปะทะผิวแก้มดังสนั่นไปทั่วห้องทำงาน ใบหน้าคมคายสะบัดไปตามแรงตบ รอยนิ้วมือสีแดงเข้มเด่นหราอยู่บนโหนกแก้มของเขา
“ฮึก...”
รินรดาหอบหายใจแรง นัยน์ตาคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความแค้นและความเสียใจ
“กูอาจจะเคยรู้สึกผิดต่อมึงนะพีช…แต่คำพูดเลวๆ ของมึงวันนี้ มันทำให้กูรู้ว่ากูคิดถูกแล้วที่ทิ้งมึงไป!”
ความเงียบปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง…ภวินท์ค่อยๆ หันใบหน้ากลับมา นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ลมหายใจเฮือกหนักระเบิดออกมา ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกสัญชาตญาณความดิบเถื่อน!
“เธอกล้าตบฉันเหรอโอปอ?!”
หมับ!
“อื้อ!”
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ก้าวถอยหนี มือหนาแข็งราวกับคีมเหล็กก็พุ่งเข้ามารวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้แน่น ก่อนจะกระชากร่างเพรียวระหงเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างแรง! แฟ้มเอกสารในมือหลุดร่วงกระจายเต็มพื้น ภวินท์ใช้มืออีกข้างตะปบเข้าที่ท้ายทอยของหญิงสาว บังคับให้เธอเชิดหน้าขึ้นเตรียมรับกับแรงอารมณ์ของเขา!
............................
กดหัวใจ คอมเมนท์ = หนึ่งกำลังใจนะคะ ฝากกดติดตาม เพิ่มเข้าชั้น และรับแจ้งเตือนตอนใหม่ เรื่องใหม่ค่ะ ทรายแมว : เขียน
ม่านซาตินสีเข้มภายในห้องนอนใหญ่ของคอนโดมิเนียมหรูถูกปิดสนิท บรรยากาศรอบกายตลบอบอวลไปด้วยอุ่นไอแห่งเสน่หาและกลิ่นหอมละมุนของน้ำมันหอมระเหย แสงไฟโทนสีส้มทองสลัวลงบนเตียงคิงไซส์หนานุ่มอันกระจัดกระจายไปด้วยร่องรอยการเคี่ยวกรำบทรักอันหนักหน่วงตลอดทั้งค่ำคืนร่างเพรียวระหงของ ‘รินรดา’ นอนหอบหายใจโรยแรงอยู่บนเตียง ร่องรอยรักสีเข้มประตราอยู่ทั่วซอกคอและแผ่นอกอิ่มชูชัน หญิงสาวพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ทว่าเอวคอดกิ่วกลับถูกฝ่ามือหนาร้อนผ่าวของ ‘ภวินท์’ รวบกระชับและดึงรั้งกลับลงมาทาบทับใต้เรือนร่างแกร่งสมส่วนอีกครั้งอย่างเอาแต่ใจ!“พะ...พีช พอแล้ว...”รินรดาเอ่ยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสุกใสฉ่ำปรือจ้องมองใบหน้าคมคายของชายหนุ่มที่ทอดทับอยู่เบื้องบน“มึงโหมบทรักหนักหน่วงขนาดนี้มากี่รอบแล้วฮึ?! กูเหนื่อยจนเอวจะหักอยู่แล้วนะ!”ภวินท์ยิ้มมุมปากอย่างพอใจ นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยไฟเสน่หาที่ไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับ ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงกดจูบซอกคอหอมกรุ่นของเธออย่างหนักหน่วง ก่อนจะซุกไซ้ปลายลิ้นร้อนละเลียดเลียไล้ลงบนยอดอกสีหวานอย่างหยอกเย้า“ยังพอไม่ได้หรอกโอปอ...”ภวินท์กระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่าข้างหู
แสงแดดยามสายทอดผ่านบานกระจกนิรภัยทรงสูงของห้องประชุมใหญ่สไตล์โมเดิร์นบนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานใหญ่เดชะอัครโภคินกลุ่ม บรรยากาศภายในห้องประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเต็มไปด้วยมวลอากาศอันเงียบสงบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นและลุ้นระทึก บอร์ดบริหารระดับสูง คณะกรรมการตระกูล และนักลงทุนรายใหญ่ต่างนั่งประจำที่อย่างพร้อมเพรียงสามเดือนเต็มแห่งการทุ่มเทเคี่ยวกรำงานอย่างหนักหน่วง โดยมีมิตรภาพของเพื่อนรักและการสนับสนุนอันแสนหวานยามค่ำคืนเป็นพลังขับเคลื่อน บัดนี้...เวลาแห่งการตัดสินคำท้าแลกอิสรภาพมาถึงแล้ว!ณ หัวโต๊ะประชุม เกริกเกียรติ ในชุดสูทสากลสีเข้มทรงหรูนั่งเอนหลังพิงเบาะพนักสูง นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นดุจพญาอินทรีจับจ้องไปยังเบื้องหน้า รังสีความทรงอำนาจของผู้นำตระกูลเดชะอัครโภคินยังคงแผ่อบอวลไปทั่วห้อง โดยมี คุณหญิงผกามาศ นั่งอยู่ข้างๆ ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางเนียนกริบ ทว่าแววตากลับแฝงความตึงเครียดและกังวลอย่างปิดไม่มิดตรงหน้าเวทีนำเสนอ ภวินท์ ยืนสง่างามในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มตัดเย็บประณีต ใบหน้าคมคายฉายแววทระนง มั่นใจ และสุขุมเยือกเย็น ชายหนุ่มถือรีโมตคอนโทรลไร้สายไว้ในมือ ข้างกายของเขาคือ ริน
ความกดดันตลอดช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีกระจายไปทั่วทุกตารางนิ้วของสำนักงานใหญ่บริษัทเดชะอัครโภคิน ตัวเลขผลกำไรเป้าหมายที่ถูกตั้งไว้สูงถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์เต็มเพื่อแลกกับอิสรภาพของสองพี่น้อง ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะคว้ามาได้ในเวลาอันสั้น แต่ทว่า...พลังแห่งมิตรภาพและเป้าหมายแห่งรักแท้กลับกลายเป็นขับเคลื่อนที่มหาศาลอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนภายในห้องทำงานประธานบริหาร ภวินท์ นั่งจมอยู่กับกองเอกสารงบประมาณ แผนการตลาด และรายงานการลงทุนข้ามประเทศนับร้อยฉบับ แสงจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ตึงเครียด ชายหนุ่มทุ่มเททำงานหนักวันละไม่ต่ำกว่าสิบหกชั่วโมง ข่มความเหน็ดล้าเพื่อพิสูจน์ฝีมือให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นขณะที่ด้านนอกห้องทำงาน ฝ่ายขายภายใต้การนำของ รินรดา และ กษิดิษ ก็เปิดศึกรุกตลาดอย่างหนักหน่วง รินรดาใช้ความเชี่ยวชาญปิดเจรจาดีลใหญ่กับลูกค้ารายสำคัญรายแล้วรายเล่า ส่วนกษิดิษก็ใช้คอนเนกชั่นและวาทศิลป์อันปราบเซียน ดึงยอดขายและผลตอบแทนกลับเข้าสู่บริษัทได้อย่างทลายสถิติ ทางด้านฝ่ายวิศวกรรมและคุมการก่อสร้างโครงการ ภัทรพล ก็ลุยงานสนามอย่างแข็งขัน ควบคุมงบประมาณไม่ให้รั่วไหลและเร่งรัดงานส่ง
เสียงดนตรีจังหวะดังในจังหวะสดใสคลอเคลียไปทั่วผับหรูระดับเอ็กซ์คลูซีฟใจกลางเมืองชลบุรี แสงไฟสลัวโทนสีนวลสะท้อนกับแก้วค็อกเทลและขวดเครื่องดื่มชั้นดีบนโต๊ะโซฟา VIP ทรงกว้าง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความครึกครื้นของนักท่องราตรีทว่า...บนโต๊ะของสามเพื่อนรักอย่าง รินรดา ภัทรพล และ กษิดิษ กลับตลบอบอวลไปด้วยมวลความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะที่ไม่ได้สัมผัสมานานหลังจากผ่านมรสุมความเข้าใจผิด ความกดดัน และเกมประสาทสารพัด บัดนี้หัวใจของรินรดาพองโตและเบาหวิวราวกับลอยอยู่ในอากาศ หญิงสาวในชุดเดรสสายเดี่ยวสีหวานนั่งยิ้มละมุน นัยน์ตาสุกใสประกายวาวด้วยความปิติยามนึกถึงภาพเหตุการณ์ที่เธอได้ปรับความเข้าใจและเปิดอกบอกรักกับ ภวินท์ ในคืนนั้น“แหม...ดูทำเข้าสิแม่คุณ!”เสียงของกษิดิษดังขึ้น ขัดจังหวะความฟินในภวังค์หวานของรินรดา เกย์หนุ่มสุดมั่นในชุดเสื้อเชิ้ตลายเก๋ไก๋จีบปากจีบคอกระเซ้าเพื่อนสาว“นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มจะแตกอยู่แล้วยัยโอปอ! หวานจนจะตัดขาอยู่แล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเคลียร์กับไอ้ท่านประธานพีชเรียบร้อย แล้วก็จัดหนักจัดเต็มจนหวานชื่นจนมดขึ้นผับแล้วใช่มั้ยเนี่ย?!”รินรดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ แก้ม
ภายในร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่นยามบ่าย รินรดานั่งกุมแก้วชาคาโมไมล์ไว้ในมือ นัยน์ตาสุกใสจ้องมองภัทรพล ที่นัดเธอมาพบด่วนด้วยสีหน้าตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด“มีอะไรหรือเปล่าไทเกอร์? นัดกูออกมาด่วนขนาดนี้”“อืม”ภัทรพลสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเปิดปากเล่าความจริงทั้งหมดที่เขาได้ฟังมาจากปากของภารินทร์ ถึงเรื่องที่ภวินท์ไม่เคยมีใครเลยตลอดหกปีที่ไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่ภวินท์แอบรักรินรดามาตลอดตั้งแต่วัยเรียน และสาเหตุที่ภวินท์ต้องสร้างเรื่องโกหกใช้อำนาจเรื่องงานขู่บังคับให้เธอแกล้งทำเป็นเมียท้อง...ทั้งหมดก็เพราะเขารักเธอมากเกินไป และไม่รู้ว่าจะหาทางเข้าใกล้หรือรั้งรินรดาไว้ให้อยู่ในชีวิตของตัวเองได้อย่างไร!ตึก!คำบอกเล่าจากปากเพื่อนรัก เปรียบเสมือนน้ำฝนที่ชโลมลงบนหัวใจอันแห้งแล้งของรินรดาจนพองโตอย่างมหาศาล!ภาพเหตุการณ์ในอดีต สายตาห่วงใยที่ภวินท์ซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเย้ยหยัน และสัมผัสอันแสนดุดันเร่าร้อนยามที่เขาโอบกอดเธอ แล่นวนซ้ำๆ อยู่ในความคิด ความจริงแล้ว...เรื่องร้ายๆ การประชดประชัน และเกมประสาทสารพัดที่เขาจงใจทำใส่เธอ ก็เพราะผู้ชายถือดีคนนั้นรักเธอมากจนหมดหัวใจงั้นเหรอ?ริมฝีปากบางสวยของรินรดายก
บรรยากาศภายในห้องทำงานใหญ่ส่วนตัวของ เกริกเกียรติ บนชั้นสามของคฤหาสน์เดชะอัครโภคิน อัดแน่นไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาล โต๊ะทำงานไม้สักทองขนาดยักษ์ ชั้นหนังสือสะสมลายคลาสสิกสะท้อนถึงอำนาจและความยิงใหญ่ของผู้นำตระกูลเกริกเกียรติในชุดสูทสากลสีเทาเข้มทรงหรู นั่งเด่นหราอยู่บนเก้าอี้พนักสูงหลังโต๊ะทำงาน นัยน์ตาคมกริบเยียบเย็นดุจพญาอินทรีย์จับจ้องลูกชายและลูกสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ด้านข้างของเขาคือ คุณหญิงผกามาศ ที่นั่งเชิดหน้า สายตาฉายแววตึงเครียดและไม่พอใจอย่างรุนแรง หลังจากที่เธอเป็นคนนำเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมด ทั้งเรื่องลูกชายโกหกเรื่องเมียท้องเพื่อเบี้ยวงานหมั้นลูกท่านทูต และเรื่องลูกสาวคนโตแอบหนีออกจากบ้านไปอยู่กับผู้ชาย มาฟ้องผู้เป็นสามีเพื่อจัดการขั้นเด็ดขาด“...”ภวินท์ ยืนตัวตรง ท่าทางทระนงและเยือกเย็นในชุดเชิ้ตทำงานสีเข้ม โดยมี ภารินทร์ พี่สาวของเขายืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าสวยหวานไร้เครื่องสำอางซีดลงเล็กน้อย ทว่าแววตานั้นกลับสู้สายตาผู้เป็นพ่ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันฟังเรื่องงามหน้าทั้งหมดมาจากแม่ของแกแล้วนะตาพีช ยัยรินทร์...” เกริกเกียรติเปิดฉากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ“พวกแกสอ







