เข้าสู่ระบบหลังแลกเปลี่ยนสารทุกข์สุกดิบกันอยู่พักใหญ่ ผู้พิทักษ์แห่งประตูกาลผู้แสนงดงามก็แจ้งต่อน้องสาวว่าตัวเองมีภารกิจสำคัญที่ต้องแยกตัวไปทำ แต่จะแวะเวียนมาเยี่ยมแสนหลงเป็นระยะ ๆ และหากมีอะไรให้ติดต่อกันผ่านทางโทรจิตได้ตลอดเวลา
“พี่ลืมบอกเรื่องสำคัญไปนะ”
แสนดีที่เดินกอดคอน้องสาวเดินเลียบชายป่าไปเรื่อย ๆ เอ่ยขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้
“พวก ‘คอลเล็กเตอร์’ เริ่มเคลื่อนไหวอีกแล้วนะ...ถึงคราวนี้พวกเราจะไม่ใช่เป้าหมาย แต่ก็ต้องระวังตัวไว้ให้มาก ๆ ด้วย”
“หนนี้เจ้าพวกนั้นมันเล็งเผ่าพันธุ์ไหนไว้เหรอพี่ดี?”
ปกติแล้วพวก ‘คอลเล็กเตอร์’ จะมีเป้าหมายในการเลือกเหยื่อที่ค่อนข้างชัดเจนและเป็นระบบระเบียบ เรียกได้ว่า ถ้าหากไม่ใช่เผ่าพันธุ์ที่พวกมันต้องการ ต่อให้เดินผ่านก็ไม่ถูกจับ...แต่ถ้าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ตามหา ต่อให้หลบซ่อนจนสุดสายตาก็ยังถูกตามล่าอยู่ดี!
“...มนุษย์”
“หือ?”
แสนหลงหันมองพี่สาวด้วยความประหลาดใจ แต่เมื่อเห็นว่าดวงตาสีดำอมทองคู่สวยเต็มไปด้วยรอยเคร่งเครียด ก็รู้ได้ทันทีว่าคราวนี้คงเป็นเรื่องใหญ่มากแน่ ๆ
“หลงยังจำเรื่อง ‘มนุษย์เลือดบริสุทธิ์’ ได้ไหม?” แสนดีเอ่ยถามน้องสาวเสียงเรียบ เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าแทนคำตอบค่อยพูดต่อ “แล้วรู้ไหมว่าทำไมเมื่อหลายพันปีก่อนพวกมนุษย์เลือดบริสุทธิ์ถึงได้ถูกตามล่า?”
แสนหลงส่ายหน้าแทนคำตอบ เอาจริงเธอก็จำเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ที่มีสายเลือดบริสุทธิ์ไม่ค่อยได้สักเท่าไร? รู้แค่ว่าพวกมนุษย์เลือดบริสุทธิ์บนโลกใบนี้มีอยู่น้อยมาก เพราะการสืบทอดความบริสุทธิ์ในสายเลือดของพวกมนุษย์นั้น...จะถูกส่งต่อมาในส่วนที่ลึกที่สุดของดีเอ็นเอ (DNA) เท่านั้น
นั่นก็หมายความว่ามันไม่ได้ถูกส่งต่อมาแบบรุ่นสู่รุ่น แต่มันถูกส่งต่อไปยังมนุษย์จำนวนเป็นพันล้านคนบนโลกนี้ ไม่มีเบาะแส ไม่มีการเชื่อมโยงใด ๆ ต่อกัน และสามารถเกิดขึ้นกับใครก็ได้
และที่สำคัญกว่านั้น คือมันอาจจะมีหรือไม่มีอยู่จริงก็ได้?
ฟังดูยุ่งยากและสิ้นเปลืองทรัพยากรมากกว่าการไล่จับเผ่าพันธุ์พิเศษแบบพวกเธอเสียอีกกระมัง?
“แล้วพวกคอลเล็กเตอร์จะตามล่ามนุษย์เลือดบริสุทธิ์ไปทำไมละ?” แสนหลงร้องถามอย่างไม่เข้าใจ
“เพราะเลือดจากหัวใจยังไงละ”
คำตอบของแสนดีทำให้อีกฝ่ายชะงักไป
“เลือดจากหัวใจของ ‘มนุษย์เลือดบริสุทธิ์’ สามารถใช้เปิดประตูกาลของโลกบรรพกาลได้”
“...!?”
“และดูเหมือนว่าพวกมันจะหา ‘มนุษย์เลือดบริสุทธิ์’ คนนั้นใกล้เจอแล้วด้วยนะ”
“แถวนี้เหรอพี่ดี?”
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หน่วยลาดตะเวนเจอร่องรอยของพวกคอลเล็กเตอร์ที่เชิงเขาด้านโน้น...ห่างจากที่นี่สักภูเขาสองสามลูกกั้นไว้”
ยักษิณีสาวทั้งสองเดินมาถึงบริเวณชายป่าแล้ว มองเห็นสนามหลังบ้านและศาลาริมน้ำของบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามชัดเจน...
“พี่ดีต้องระวังตัวให้มากนะ หลงเป็นห่วง”
“เราก็เหมือนกัน ระวังตัวให้มากละ”
แสนหลงพยักหน้าหงึกหงักแล้วร่ายมนตร์เบา ๆ เพียงครู่เดียวร่างของหญิงสาวแสนงดงามก็กลับคืนสู่สภาพเสือขาวตัวเล็กน่ารัก
‘หลงไปก่อนนะพี่ดี’
ยักษิณีสาวตนพี่มองดูน้องสาวในคราบเสือน้อยที่วิ่งปุเลง ๆ กลับลงไปจากเนินเขาด้วยสายตาพะวง เห็นร่างเล็กสีขาวขนฟูฟ่องกระโดดข้ามรั้วกลับเข้าไปยืนอยู่ในสนามหญ้าแล้วก็ทำได้เพียงถอนใจเฮือกใหญ่ พอเจ้าตัวแสบทำท่าจะวิ่งกลับเข้าบ้านก็อดไม่ได้จนต้องเรียกไว้..
“แสนหลง…”
เรียกเบาเท่าเสียงกระซิบเท่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าน้องสาวของเธอได้ยินชัดถ้อยชัดคำ
“เธอรู้ใช่ไหม? ว่าสุดท้ายแล้วเรื่องของยักษ์กับมนุษย์มันอาจจะเป็นไปไม่ได้”
‘...’
“และมันไม่เคยมีบทสรุปที่สวยงามเลย”
เหมือนจะได้ยินแต่ก็เหมือนทำเป็นไม่ได้ยิน เมื่อเสือขาวตัวน้อยยกอุ้งเท้าขึ้นมาโบกไหว ๆ ซ้ำยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เธอแล้ววิ่งหนีเข้าบ้านไปด้วยความรวดเร็ว...
ยายเด็กแสบเอ๊ย! ยังไงก็พยายามเข้าก็แล้วกันนะ
แสนดีระบายยิ้มแกมส่ายหน้าคล้ายระอาใจ ก่อนจะพึมพำเสียงเบาแล้วร่ายเวทมนตร์บางอย่างออกมา ครู่เดียวลูกบอลแก้วบาง ๆ เหมือนฟองสบู่ก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของยักษิณีสาว เธอเป่ามันออกไปในอากาศเบา ๆ ลูกบอลแก้วก็พลันเกิดประกายสว่างวาบ! ครู่เดียวก็ขยายใหญ่กลายเป็นโดมแก้วขนาดมหึมาที่ปกคลุมทั่วทั้งไร่ฟ้าคราม
พี่คงช่วยดูแลความปลอดภัยให้เธอได้เท่านี้ละ
ที่เหลือก็คงต้องสุดแล้วแต่โชคชะตาจะพัดพาไปก็แล้วกัน
หญิงสาวหน้าตาสวยสดงดงามราวนางในวรรณคดีคลี่ยิ้มบางเบา ก่อนดวงตาสีดำอมทองจะเปล่งประกายสว่างวาบ เมื่อภาระหน้าที่กำลังส่งเสียงเรียกหาให้กลับไปทำภารกิจที่ค้างคาให้เสร็จสิ้น แสนดีเหลือบมองเกราะแก้วล่องหนที่ตนเองสร้างไว้อีกครั้ง ก่อนจะจากไปพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดผ่านมา...
ประโยคสนทนาของสองแม่ลูกทำเอาข้ามสมุทรนึกอยากกุมขมับขึ้นมาเสียเฉย ๆ ชักสงสัยว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดที่ตามใจภรรยายักษา ด้วยการทำเรื่องขออนุญาตนำบุตรสาวกลับมาอยู่บนโลกมนุษย์ในช่วงปิดเทอมฤดูหนาวในตอนแรกก็เหมือนจะติดปัญหาอยู่บ้าง เพราะชาวโลกบรรพกาลนั้นไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมายังโลกมนุษย์ก่อนบรรลุนิติภาวะ แต่เพราะว่าเป็นเด็กเลือดผสมที่เกิดจากมนุษย์และยักษา ลูก ๆ ของเขาจึงได้รับการอนุญาตมาเป็นกรณีพิเศษ...“แดดดี๊ ๆ ทำไมหม่ามี๊ถึงสอนซนแบบนั้นล่ะ?”เสียงเล็ก ๆ ของเด็กอีกคนที่มีใบหน้าเหมือนกับแสนซนทุกประการ เงยหน้าขึ้นจากการทำการบ้านแล้วเอ่ยถาม“แสบไม่เห็นเข้าใจเลย?”ข้ามสมุทรลูบหัวบุตรสาวอีกตนที่มีนามว่า...แสนแสบ เบา ๆ คล้ายจะเอ็นดู ก่อนจะหยิบคุกกี้ชิ้นโตขึ้นมาหักเป็นชิ้นพอดีคำแล้วป้อนใส่ปากเล็กจิ้มลิ้มของเด็กหญิงที่นั่งอยู่ข้างกาย“ไม่เข้าใจก็ดีแล้ว...”จุมพิตกระหม่อมเล็กได้รูปหนัก ๆ ค่อยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา“แล้วแสบทำการบ้านถึงไหนแล้วลูก?”“เกือบเสร็จแล้วค่ะ ทำการบ้านเสร็จแล้วเราไปเล่นวิ่งไล่จับกันนะคะ”แสนแสบบอกความต้องการของตนทันที ก่อนจะก้มลงเขียนหนังสืออีกครั้งเมื่อเป็นข้ามสมุทรระบายยิ้มเอ
วันนี้สวนกุหลาบที่อยู่ติดกับบ้านท้ายสวนของไร่ฟ้าครามเหมือนจะคึกคักเป็นพิเศษ ด้วยเพราะมีร่างเล็กป้อมและสองขาสั้น ๆ ของเด็กหญิงวัยห้าขวบเศษกำลังวิ่งตามร่างบางระหงที่เอาแต่วิ่งหนีอย่างไม่ลดละ ดวงตาสีดำอมน้ำตาลคู่สวยส่องประกายสดใสยามตัดสินใจกระโดดตะครุบข้อเท้าบางของอีกฝ่ายไว้!อืม ผลคือล้มคะมำหน้าคว่ำไปกับพื้นหญ้าทั้งคู่“หม่ามี๊...ซนเจ็บ!”เด็กน้อยร้องบอกหน้าเบ้ แต่ก็เหลียวซ้ายแลขวาคล้ายหาใครบางคนเหมือนนึกขึ้นได้ พอเห็นว่าร่างสูงของ ‘แดดดี๊’ ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่ศาลาริมน้ำก็ถอนใจเฮือกใหญ่ ค่อยรีบปัดเศษหญ้าที่ติดตามตัวออกด้วยตัวเอง ปัดเสร็จก็หันมาเขย่า ‘หม่ามี๊’ ที่นอนแผ่หลาอยู่บนพื้นอีกรอบ เห็นอีกฝ่ายทำเป็นไม่สนใจก็เขย่าซ้ำ“มี๊! ซนเจ็บ”“...เจ็บแล้วไง?”เจ้าของชื่อ ‘มี๊’ ที่หันมานอนตะแคงท้าวค้างมองเด็กน้อยที่นั่งเบ้หน้าอยู่ข้าง ๆ ร้องถาม ใบหน้าหวานสวยเหมือนจะเคร่งครึมขึ้นกว่าปกติหลายเท่า“...ซนหกล้ม เจ็บ”“ซนไม่ได้หกล้ม แต่ซนวิ่งมาตะครุบขามี๊ก็เลยล้มต่างหากละ”แสนหลงบอกพลางหรี่ตามองบุตรสาวคล้ายคาดโทษ มีอย่างที่ไหน? เล่นวิ่งแข่งแต่คว้าข้อเท้าเธอล้มซะหน้าคะมำเสียอย่างนั้น! คิดแล้วก็ได้แต่ส
“จริงเหรอพี่รัก!?”เสียงหวานเหมือนกังสดาลแก้วร้องถามด้วยความตื่นเต้นตกใจ มือบางที่กอดถังคุกกี้ด้วยความหวงแหนแทบจะกลายเป็นโยนฉลอง ทำเอาพี่สาวทั้งสองตนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แสนหลงฉีกยิ้มจนปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนจะปล่อยมือจากถังคุกกี้แล้วเขย่าร่างบางของแสนรักจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด“เออ! จริงสิ พี่จะโกหกเธอไปเพื่ออะไ...”ยังพูดไม่ทันจบประโยคยักษาตนน้องก็วิ่งตึงตังออกไปไวปานพายุหมุน“...?”“พี่รัก ๆ น้องมันไปตั้งแต่คำว่า ‘จริง’ แล้วละ”ผู้พิทักษ์ประตูกาลหยิบคุกกี้ที่เหลือในกระป๋องขึ้นมากินแล้วดูทีวีต่อไปราวกับไม่คิดใส่ใจ แต่ก็ยังมีน้ำใจแวะตบบ่ามนพี่สาวที่นั่งมองตาปริบ ๆ คล้ายปลอบใจ“...”แสนหลงวิ่งตึงตังตามหาข้ามสมุทรอยู่สักพัก พอเห็นว่าชายหนุ่มกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านก็พุ่งเข้าใส่ทันที“นายคราม!”เล่นเอามนุษย์เพียงหนึ่งเดียวในเมืองยักษาต้องถลาตัวเข้าไปรับแทบไม่ทัน เคราะห์ยังดีที่ปฏิกิริยาของชายหนุ่มค่อนข้างดี เลยสามารถช้อนรับร่างบางระหงไว้ได้...แถมยังอยู่ในท่าอุ้มเจ้าหญิงอีกด้วย!“...อย่าทำแบบนี้อีกนะ ใจหายใจคว่ำหมด!”ข้ามสมุทรเอ็ดเสียงเข้ม ก่อนจะกระชับวงแขนขึ
สองสามวันหลังจากที่ข้ามสมุทรและคนงานในไร่ต้องตื่นมาเก็บส้มตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง แสนหลงค่อยรู้ว่าออร์เดอร์มากมายที่ไหลทะลักเข้ามาในไร่แบบเร่งด่วนนั้น มีที่มาที่ไปจากเทศกาล...ตรุษจีน? และคงเห็นว่าเธอสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับเทศกาลที่ไม่คุ้นเคยนี้อยู่มากพอสมควร ข้ามสมุทรเลยใจดีอธิบายเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยว่า...วันตรุษจีนนั้นเป็นวันขึ้นปีใหม่ของมนุษย์ในอีกเขตพื้นที่หนึ่ง แต่เพราะจำนวนคนที่มีมากมายของพวกเขากระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วทุกมุมโลก วันตรุษจีนจึงจัดเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่มีอิทธิพลมาก ๆซึ่งส้มจากไร่ฟ้าครามก็น่าจะได้รับผลดีจากเทศกาลนี้มากพอสมควร เพราะส้มจัดว่าเป็นผลไม้มงคลชนิดหนึ่งที่พวกมนุษย์นิยมใช้กราบไหว้เทพเจ้า อืม...เทพเจ้าอย่างนั้นเหรอ?เสือขาวตัวน้อยเอียงคอคล้ายครุ่นคิด เธอก็ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องแบบนี้เท่าไร...คงเพราะวัฒนธรรมของสองโลกต่างกันอยู่พอสมควร และชาวโลกบรรพกาลก็เคารพนับถือแค่เพียงธรรมชาติเป็นหลักกระมัง?“คิดอะไรอยู่?”เสียงทุ้มของคนที่กำลังหยิบเงินใส่ซองสีแดงตั้งคำถาม‘คิดว่านายเอาเงินใส่ซองเพื่ออะไร?’ แสนหลงตอบกลับด้วยคำถาม นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่สงสั
งานเทศกาลของพวกมนุษย์นั้นมีเยอะมากจนแสนหลงจำได้ไม่หมด แต่ก็มีบางเทศกาลที่จำได้ค่อนข้างแม่น อาทิเช่น ประเพณีสงกรานต์ของมนุษย์แถบนี้ (จำได้เพราะรู้สึกว่ามันประหลาดที่พวกมนุษย์เอาน้ำมาสาดใส่กันในวันขึ้นปีใหม่?) หรือวันคริสมาสต์ของพวกมนุษย์อีกฟากโลก (ไก่งวงอบซอสอร่อยมากเลยจำได้แม่น) แล้วก็ยังมีเทศกาลยิบย่อยอีกเยอะแยะที่มีเอกลักษณ์...ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้างตามประสาจะว่าไปแล้วเหมือนจะมีเทศกาลของพวกมนุษย์แถบใกล้ ๆ ที่เรียกว่า ‘วันตรุษจีน’ อยู่ด้วยหรือเปล่านะ?ดวงตากลมโตสีดำอมม่วงของเสือขาวที่นอนหมอบอยู่บนเบาะรถกอล์ฟเหลือบมองภาพเบื้องหน้าคล้ายสงสัย ตอนนี้คนงานหลายสิบคนกำลังเร่งรีบเก็บส้มผลโตใส่ตะกร้าจนดูวุ่นวายไปหมด แต่พอได้ยินเสียงซุบซิบของพวกคนงานที่ดังแว่วมาตามสายลมค่อยเข้าใจ ว่าถ้าเก็บผลส้มไม่ได้ตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามา...น่าจะโดนค่าปรับอยู่มากโขมิน่าเล่า! วันนี้ข้ามสมุทรถึงลุกจากเตียงนอนมาทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสาง? แถมยังใจดีหิ้วพาเสือขาวตัวน้อยที่กำลังนอนหลับอุตุมาด้วยแบบไม่บอกกล่าว...รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกส้มนี่ละ!“ตื่นนานหรือยัง?”เสียงทุ้มของคนที่แอบหิ้วพาแสนหล
แสนหลงเพิ่งรู้ว่าพ่อของเธอเคยใช้ชีวิตเป็นชาวสวนอยู่ในโลกมนุษย์ช่วงหนึ่ง? แต่พอทำไปสักพักรู้สึกว่าไม่ใช่ทางของตัวเอง ก็เลยย้ายกลับเข้ามาอยู่ในโลกบรรพกาล นานจนลืมไปเลยว่าตัวเองมีที่ดินติดกับไร่ส้มของข้ามสมุทรเพราะรู้จักนิสัยใจคอมาตั้งแต่ข้ามสมุทรยังเด็ก สุดท้ายเลยตัดสินใจขายที่ดินตรงนั้นให้ชายหนุ่มไปเมื่อหลายปีก่อน เพราะเชื่อว่าเด็กหนุ่มอนาคตไกลและค่อนข้างมีวิสัยทัศน์ดีจะสามารถต่อยอดไร่ฟ้าครามได้อีกมากจากตอนแรกกลัวว่าพ่อจะไม่ชอบ ‘ว่าที่ลูกเขย’ ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าเธอนี่ละ! ยักษ์หัวเน่าที่แท้จริง!?“นึกไม่ถึงเลยนะครับ ว่าจะเป็นคนรู้จักกันทั้งนั้น”เขยขวัญของพ่อยักษาว่าด้วยรอยยิ้ม“จริง! ตอนแรกลุงก็นึกว่าไอ้ตัวแสบไปคว้ามนุษย์นี่ไหนมา? พอเห็นว่าเป็นคราม...ลุงก็คิดได้เลยว่าครามนี่ซวยจริง ๆ”แสนหลงที่นั่งกินขนมดูทีวีอยู่กับพี่สาวทั้งสองตนแอบมองค้อนจนตาแทบกลับ ต่างจากบรรดาพี่สาวที่กำลังกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ“ไม่หรอกครับ ผมโชคดีมากกว่าที่ได้เจอลูกสาวคุณลุง”“อย่ามั่นใจไปนะตาคราม ป้าเป็นแม่แท้ ๆ ก็ยังไม่กล้ารับประกันเลย”คราวนี้แสนเสน่ห์ก็เหมือนจะย้ายข้างไปเชียร์เขยขวัญอีกตน“ผมมั่นใจครับ







