เข้าสู่ระบบซ่า...
บ่ายวันนี้สายฝนกระหน่ำลงใส่หลังคาตาข่ายของสวนดอกไม้อย่างหนัก ทั้งยังมีเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ อยู่เรื่อย ทว่าหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มในชุดชาวสวนที่กำลังผลุบโผล่อยู่ในแปลงปลูกดอกอัญชันกลับไม่รู้สึกกลัวเลย เธอรู้สึกสดชื่นด้วยซ้ำไป
“ฤดูฝนกำลังจะมาเยือนแล้วสินะ”
เสียงหวานใสพึมพำกับตัวเอง ก่อนหิ้วตะกร้าเดินเก็บดอกอัญชันต่ออย่างไม่สนใจฝนฟ้า หากใครมาเห็นเข้า คงคิดว่าเธอเป็นแค่คนงานในสวน ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเจ้าของสวนดอกไม้แห่งนี้ต่างหาก
นรีกานต์เรียนจบทางด้านธุรกิจอาหารและการจัดการจากกรุงเทพฯ กลับมาบ้านเกิดเมื่อสามปีก่อน เธอตัดสินใจเปิดร้านอาหารในจังหวัดเพื่อนำความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาสานต่อ แล้วครอบครัวเธอก็ทำงานเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้ว วัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ในร้านจึงค่อนข้างหาได้ง่าย ผักสดๆ จะถูกส่งตรงจากฟาร์มผักปลอดสารพิษของพี่สาวทุกวัน
ด้วยคุณภาพอาหารและการตกแต่งร้านสบายๆ ร้านของเธอเลยได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี เปิดร้านได้ไม่กี่เดือนก็เป็นที่นิยม โต๊ะแทบไม่พอรับลูกค้า เพื่อนที่กรุงเทพฯ ก็ร่ำร้องอยากจะลิ้มลอง แต่ร้านอยู่ไกลเกิน ล่าสุดเธอจึงปักหมุดขยายกิจการไปเปิดที่โรงแรมเมืองวิมานในกรุงเทพฯ อีกสาขา
ตอนนั้นแดนดิน พ่อของเธอถึงกับงอนไม่ยอมพูดด้วยตั้งสามวัน อ้างว่าอยากให้ลูกสาวทำงานใกล้ๆ แต่ความจริงคือหวั่นใจว่าพอเธอทำงานอยู่กรุงเทพฯ แล้วจะพาลูกเขยทางนี้กลับมาฝากแบบกะทันหันเหมือนที่พี่สาวเคยทำ นรีกานต์ต้องอธิบายว่าจะจ้างคนดูแลแทน ส่วนตัวเองจะไปๆ มาๆ เดือนละครั้งสองครั้งหรือตอนที่มีปัญหาเท่านั้น ไม่ได้เข้าไปดูร้านเองตลอด พ่อถึงยอมคืนดีด้วย
ทว่าทำไปทำมาเธอก็ได้ดูแลร้านทั้งสองสาขาแค่เดือนละครั้งอย่างที่บอกพ่อไว้จริงๆ ตอนนี้แทบจะไม่ได้เข้าไปแตะแม้แต่จานสักใบในร้าน เพราะต้องช่วยแม่ดูแลย่าทวดที่ชราขึ้นมากแล้ว
แต่นี้ก็เป็นการดำเนินชีวิตตามที่เธอเคยคิดไว้ไม่มีผิด
หลายคนอาจต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องงาน มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทใหญ่ เป็นเจ้าเป็นนายในหน่วยงานราชการ เป็นใครสักคนที่ถูกยกย่องนับถือ แต่นรีกานต์ต้องการแค่ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีกับใคร ได้อยู่กับคนในครอบครัวทุกวันๆ แบบนี้ก็พอแล้ว
ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ถึงไม่ได้ลงมือทำอาหารขายเอง แต่นรีกานต์ยังมีส่วนร่วมกับการคิดหาเมนูใหม่ๆ ให้ร้าน และเมนูที่เธอก็กำลังสนใจอยู่ในตอนนี้ก็คือของว่างจากดอกไม้นั่นเอง
ย้อนไปเมื่อหลายเดือนก่อน เธอได้ขอแบ่งที่ดินหนึ่งไร่ท้ายฟาร์มผักของกรองขวัญมาลองปลูกดอกไม้กินได้ ตอนนี้ดอกอัญชันกำลังออกดอกเต็มสวน เธอเลยมาเก็บไปชุบแป้งทอดกรอบ คิดจะทดลองทำเป็นเมนูทานเล่น โดยพลิกแพลงจากสูตรยำผักบุ้งกรอบผสมกับสูตรน้ำยำชาววังของย่าทวด
กว่าจะเก็บดอกไม้ได้ตามที่ต้องการแล้ว สายฝนก็เริ่มซาพอดี
นรีกานต์เดินกลับออกมาหน้าฟาร์มเพื่อปั่นจักรยานกลับบ้านที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร ตอนเอาตะกร้าดอกไม้ห้อยกับคอจัการยานนั่นเอง เธอก็นึกขึ้นได้ว่าพาสุนัขตัวโปรดมาด้วย แต่ตอนนี้เจ้าตัวดีกลับหายหัวไปไหนไม่รู้
“ไปซนถึงไหนแล้วเนี่ย”
หญิงสาวรีบเดินย้อนเข้าไปตามหาเจ้าตัวดี
“พี่เข้มมมมมม อยู่ไหน ออกมาหาแม่เร็ว”
ไม่ว่าจะร้องเรียกยังไง ภายในฟาร์มก็ยังไร้วี่แววสุนัขวัยใกล้ขวบ อย่าว่าแต่หมา คนยังไม่มี เพราะวันนี้เป็นวันหยุดของคนงาน ฟาร์มผักปลอดสารขนาดสิบไร่ของพี่สาวเลยเงียบและว่างเปล่าไร้ผู้คน
“ไปไหนของมันนะ”
เอ๊งงงงงงงงง!
นรีกานต์ใจหายวูบ เมื่อได้ยินเสียงร้องราวกับเจ็บปวดของสุนัขดังแว่วมาจากมุมรั้วท้ายสวน เธอรีบสาวเท้าวิ่งไปดูทันที ยิ่งเข้าใกล้เท่าไร เสียงที่ดังแว่วๆ ยิ่งชัดเจนขึ้น แต่ยังมองไม่เห็นตัว สอดสายตามองหาเท่าไรก็ไม่เห็น เธอจึงร้องเรียกเสียงดัง “พี่เข้ม! อยู่ตรงไหนลูก มาๆ ออกมาหาแม่เร็ว”
“งี้ดๆ”
“เอ๋?”
พอได้ยินเสียงเธอ เจ้าตัวดีพลันเปลี่ยนเสียงเป็นครางอ่อยๆ ตอบมาทันที คิ้วเรียวขมวดมุ่น ทรงนี้ไม่น่าจะเจ็บตัวแล้ว
มือบางเท้าเอวหมับก่อนจะร้องสั่งเสียงเข้ม
“ออกมาเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้แม่โมโหนะ!”
“งี้ด...”
“ยังอีก! จะออกไม่ออก”
ราวกับว่าขู่ได้ผล คราวนี้นอกจากเสียงครางอ่อยๆ แล้วยังมีเสียงขยับตัวตามมา นรีกานต์หันขวับมองทันที แล้วเธอก็ต้องเบิกตาโพลง เมื่อสังเกตเห็นขนสีน้ำตาลแดงๆ แซมอยู่ในผ้าสแลนสีดำ ซึ่งเหลือจากคลุมกันแดดกันฝนในสวน
“ไอ้พี่เข้มมมมมมม!”
หลังจากนั้นนานสักพักใหญ่ๆ
ในที่สุดนรีกานต์ก็ช่วยเจ้าหมาน้อยออกมาได้ ตอนนี้เจ้าตัวดีที่หนักเกินอายุทำหน้าหงอย นั่งหมอบสงบเสงี่ยมอยู่ในตะกร้าหน้ารถจักรยานแต่โดยดี เห็นแล้วหญิงสาวถึงกับมองค้อนใส่
“นั่งนิ่งๆ เลยนะ!”
ดุเสียงเข้มทันทีที่มันเหลือบตาขึ้นมามอง จากนั้นก็ออกแรงปั่นจักรยานให้เร็วขึ้นท่ามกลางสายฝนเบาบาง ไม่นานพวกเธอก็กลับมาถึงเรือนคำหอม เวลานี้นอกจากเรือนไทยหลังใหญ่แล้ว ยังมีเรือนเล็กอีกหลังสร้างขึ้นซ้อนกัน ด้านซ้ายมีบ้านหลังงามแบบทันสมัยของครอบครัวกรองขวัญตั้งอยู่
นรีกานต์จอดจักรยานไว้ใต้ถุนเรือนใหญ่ แล้วค่อยถอดเสื้อคลุมกับหมวกสานวางตากบนจักรยาน อุ้มพี่เข้มไปล้างตัวในลานอาบน้ำที่ทำไว้ให้พวกมันโดยเฉพาะ ซึ่งต้องผ่านพี่น้องของพี่เข้มที่วิ่งเล่นตากฝนอยู่ เจ้าพวกนั้นเห็นพวกเธอก็แห่มาตามห้อมล้อมขอเล่นด้วยทันที พันแข้งพันขาจนเธอเกือบจะล้มหน้าทิ่มพื้น พอไปถึงลานอาบน้ำ เธอเลยโยนเจ้าตัวดีที่อุ้มอยู่ลงพื้นแล้ววิ่งเข้าใส่ตัวอื่นๆ ทันที
“แห่ตามกันมาดีนัก แม่จะจับฟอกให้เกลี้ยงทุกตัวเลย อย่าหนีนะ!”
“โฮ่งๆ โฮ่ง!”
“กินยาคุมอยู่ใช่ไหม สารภาพมาตามจริงเลย พี่ไม่โกรธหรอก” ทศวรรษก้มหน้าถามภรรยาขณะพากันเดินเล่นไปตามชายทุ่งหลังเรือนนรีกานต์ปฏิเสธทันที “ไม่ได้กิน ไม่ได้ฉีด ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่างค่ะ”“งั้นทำไมเราไม่มีลูกกันสักที พี่ขยันไม่พอหรือเปล่า”คนกำลังเพลิดเพลินกับวิวสวยๆ ของทุ่งนามองค้อนใส่สามีจอมหื่น “ถ้าขยันกว่านี้ พี่อาจจะได้ลูก แต่เมียน่ะอาจจะไม่มีแล้ว”“...ก็พี่อยากมีลูก”นรีกานต์ไม่รู้จะสงสารหรือสมน้ำหน้าทศวรรษดี สองปีที่ผ่านมานี้ เขาตั้งใจผลิตลูกกับเธอแทบทุกวัน แต่จนถึงตอนนี้ลูกก็ยังไม่มาเลยสักคน“แต่คิดอีกที ไม่มีลูกตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน รออีกปีสองปีดีกว่า ระหว่างที่ลูกยังไม่มา เราก็สวีทกันให้เต็มที่ไปเลย” ว่าแล้วทศวรรษก็หยุดกอดร่างบางเข้ามาอย่างแสนรักใคร่ “ใกล้จะครบรอบแต่งงานของเราแล้ว ปีนี้หนูนาอยากไปฮันนีมูนที่ไหน บอกพี่มาเลย พี่จะพาไปทุกที่”“ที่พูดออกมาน่ะ แน่ใจแล้วเหรอคะ ไหนบอกว่าอยากมีลูกสาวน่ารักๆ เหมือนหนูพลอย ไหนบอกว่าอยากได้ลูกชายแสบๆ เหม
ทศวรรษยืนมองส่งขบวนรถบรรทุกข้าวที่ปลูกเองกับมือออกจากโรงสีข้าวคำหอม มุ่งหน้าสู่โกดังของเดอะเฟิร์สแอร์เวย์ที่กรุงเทพฯ อย่างภูมิใจในที่สุดเขาก็ปลูกข้าวได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้!แน่นอนว่าข้าวเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในเลานจ์ของสายการบินและแบ่งแจกให้คนรู้จักของเขาได้ลิ้มลองความหอมนุ่มด้วยบางส่วน“นายทำสำเร็จจนได้” ภวัตเดินเข้าไปตบไหล่บอกคู่เขยยิ้มๆ เช้านี้เขาพาพฤทธิ์มาหาแดนดินที่โรงสีพอดี เลยได้เห็นปริมาณข้าวที่พวกทศวรรษปลูกได้ ที่นา 5 ไร่ เก็บเกี่ยวข้าวได้มากกว่า 50 กระสอบ ผลผลิตนี้สำหรับมือใหม่ไม่เคยทำนาอย่างพวกทศวรรษแล้วถือว่าได้เยอะมาก ได้ข้าวเต็มรวงทั้งนาเลยทีเดียว เจ้าตัวก็ภูมิใจนัก บอกจะเอาไปใช้ที่สายการบินพร้อมๆ กับข้าวที่สั่งจองไว้ในนามของบริษัททศวรรษหัวเราะเบาๆ บอก “บอกใครเขาคงไม่เชื่อ ว่าคนอย่างพวกผมจะทนฟ้าทนแดดปลูกข้าวได้สำเร็จ”“คนเราถ้ามีใจอยากทำอะไรจริงจัง ต่อให้ยากลำบากแค่ไหนก็ต้องสำเร็จแน่นอน”“นั่นสิ เหมือนเรื่องหนูนา พอผมตั้งใจจะเอาคนนี้ ผมก็ได้เมียคนนี้มาอยู่ด้วยจริงๆ ต้องขอบคุณพี่ว
ร่างบางค่อยๆ ย่องลงจากกระท่อมน้อยกลอยใจที่อยู่มาหลายวันในยามเช้า เพื่อออกไปแช่น้ำคลายความเมื่อยที่น้ำตกใกล้ๆ กระท่อมนี้นรีกานต์พ้นกระท่อมมาได้ก็วิ่งปร๋อ ด้วยกลัวคนบางคนจะออกมาเห็นเข้า หลายวันมานี้ทศวรรษคนหื่นจ้องแต่จะ ‘ผลิตลูก’ กับเธอ เอะอะลากเข้ากระท่อม ทำเอาเธอปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมดคนหื่น!เมื่อไปถึงน้ำตก เธอไม่รีรอ วางผ้าขนหนูกับอุปกรณ์อาบน้ำล้างหน้าไว้บนโขดหิน จากนั้นย่อตัวลงเช็กอุณหภูมิน้ำก่อนจะลงไป“เย็นจัง”ตอนแรกเธอว่าจะอยู่นานหน่อย แต่น้ำเย็นแบบนี้คงอยู่นานไม่ไหวนรีกานต์ถอดเสื้อคลุมตัวยาวออก เผยให้เห็นชุดว่ายน้ำสีดำที่เพิ่งมีโอกาสได้ใส่ วอร์มร่างกายเล็กน้อยแล้วค่อยลงไปในน้ำน้ำเย็นๆ ทำให้ร่างกายสดชื่นและผ่อนคลายไม่น้อย แต่ลอยตัวเล่นอยู่สักพัก จากเย็นสบายพลันกลายเป็นหนาว เธอไม่คิดจะทนอยู่ต่อ หันกลับขึ้
หลังจากเดินทางมาหลายชั่วโมงนรีกานต์ก็มายืนตะลึงอยู่บนหาดทรายสีขาว เกาะที่คิดว่าจะมีที่พักส่วนตัวติดชายหาด แบบว่าสามารถเดินออกมานอนทอดหุ่นชมวิวทะเลใต้ต้นมะพร้าวได้อย่างสุขใจ มันหายวับไปกับตาแล้วในตอนนี้เกาะส่วนตัวในฝันอยู่ไหน?เกาะของทศวรรษมันเป็นเกาะร้าง!“นี่มันอะไรกันคะ ที่นี่มันคือที่ไหน?” เธอหันไปครางถามสามีที่กำลังหิ้วของลงจากเรืออยู่กับเลขาคนสนิททั้งสอง“เกาะส่วนตัวของเราไง”“แต่นี่มันเป็นเกาะร้าง ไม่มีอะไรเลยนะ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้กับน้ำทะเล ที่พัก ห้องน้ำ อาหาร ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง เราจะอยู่กันได้ยังไงคะ ตั้งหลายวันแน่ะ”ทศวรรษสั่งให้ลูกน้องแบกสัมภาระที่เตรียมมาเดินไปตามทางเล็กๆ ตัดเข้าสู่ป่าบนเกาะก่อน ตัวเองเดินไปกอดภรรยาที่ถูกเขาหลอกมาขึ้นเกาะนี้ “ไม่ต้องห่วง พี่เตรียมพร้อมมาทุกอย่างแล้ว รังรักของเราไม่ได้แย่ขนาดนั้นคนสวย พี่ไม่ทำให้เมียพี่ลำบากหรอกน่า”นรีกานต์บิดปากเชิดใส่อย่างน่ารักโดยไม่รู้ตัว “จะเชื่อได้แค่ไหนก็ไม่รู้ พอรู้ว่าเรารักก็เอาแต่หาเรื่องแกล้งอยู่นั่น”“เชื่อเถอะน่า ถ้าหนูนาเดินเข้าไปเห็นบ้านของเราในช่วงฮันนีมูนนี้ ต้องกรี๊ดลั่นแน่ๆ พี่รู้ใจเมียพี่จะตา
ใครกันที่บอกว่าเวลาเดินช้า สามเดือนช่างผ่านไปไวเหมือนโกหกเผลอแป๊บเดียววันที่ทศวรรษกับนรีกานต์จะเข้าพิธีหมั้นแบบเงียบง่ายที่เรือนคำหอมก็มาถึงแล้ว“ตกลงจะไม่จัดงานเลี้ยงฉลองแต่งงานจริงๆ เหรอ”เป็นเสียงของว่าที่เจ้าบ่าวถามว่าที่เจ้าสาวขณะช่วยกันเตรียมงานอยู่บนเรือนในช่วงเย็น“พวกเราแค่ทำพิธีหมั้นหมายแล้วจดทะเบียนกันก็พอแล้วจริงเหรอ หนูนาไม่อยากใส่ชุดแต่งงานสวยๆ เหมือนเจ้าสาวคนอื่นบ้างหรือไง”นรีกานต์ส่ายหน้า “ไม่อยากค่ะ ใส่แล้วสวยก็จริง แต่ลำบากมากเหมือนกัน ต้องระวังโน่นนี่นั่น เราแต่งงานกันแบบภายในเล็กๆ นี่แหละดีแล้ว คนเยอะเรื่องเยอะ หนูนาไม่ชอบ”“พี่กลัวหนูนาจะเสียใจทีหลังน่ะสิ”“ไม่เสียใจหรอกค่ะ ดูพี่วัตกับพี่ลูกเป็ดสิ พวกเขาก็แต่งเงียบๆ ไม่ได้จัดงานใหญ่โตอะไร ทุกวันนี้ก็มีความสุขดี ขอแค่คุณดีกับหนูนาตลอดไป หนูนาก็ไม่เสียใจแล้วค่ะ”ทศวรรษเห็นเธอยิ้มหวานอ้อนเขาในตอนหลังแล้วอยากจับมาจูบให้หนำใจ ติดที่ว่ายังมีคนอื่นๆ นั่งช่วยกันทำของที่จะใช้ในงานแต่งอยู่รอบกายรอก่อนเถอะ พรุ่งนี้เขาก็จะเป็นสามีของเธอแล้วใจเย็นไว้ก่อน...“นี่! เขยเล็ก มานี่หน่อยเด้!”จู่ๆ ใครบางคนพลันตะโกนเรียกทศวรรษ เป
"แต่งงาน!"เหล่าคนที่พลาดเหตุการณ์สำคัญเมื่อคืน พากันอุทานออกมาพร้อมกัน เมื่อได้ฟังบทสรุปเรื่องราว ย่าทวดคำหอมถึงกับหรี่ตาถามหลานชายด้วยความกังขา“แน่ใจนะ ว่าแกวางใจให้หนูนาแต่งงานกับพ่อทศแล้วจริงๆ น่ะ”“ก็มาถึงขั้นนี้แล้วนี่จ๊ะ” แดนดินยักไหล่ตอบ“แล้วหนูนาล่ะ หนูอยากแต่งกับพ่อทศหรือเปล่า”นรีกานต์เห็นสายตาทุกคนมองมาแล้วนิ่งไปถ้าถามว่าอยากแต่งไหม ให้ตอบจริงๆ เลยก็คือ ‘ยัง’ แต่เธอคงตอบมันออกมาตอนนี้ไม่ได้ เพราะอาจพลาดไม่ได้แต่งกับทศวรรษไปเลยก็ได้“ว่าไงลูก อยากแต่งกับเขาหรือเปล่า”“ขืนพลาดคนนี้ ก็ไม่มีคนหน้าให้อยากแล้วเด้อ” เทวาเอ่ยขึ้นมาลอยๆ“หุบปากไปเลยเจ้าวา” ดุเหลนคนเล็กเสร็จ หญิงชราก็หันไปทางภวัตที่นั่งเงียบอยู่ข้างเมีย “พ่อทศไปไหนซะล่ะ ไม่คิดจะมาบอกกล่าวอะไรทวดบ้างเลยเรอะ”ภวัตยิ้มอ่อนตอบ “กลับกรุงเทพฯ ไปแต่เช้าแล้วครับ”“ไปเอาผู้ใหญ่มาสู่ขอพี่หนูนาไงจ๊ะทวด พ่อสั่งไว้เมื่อคืน พี่ทศไม่กล้าชักช้าหรอก” เทวินทร์บอกเสริมขึ้น“อ้อ!”ขณะที่ย่าทวดพยักหน้าหงึกๆ เป็นเชิงเข้าใจ กรองขวัญนั้นทำตาโตมองพ่อตัวเอง “ทำไมพ่อยกน้องให้คุณทศง่ายๆ งี้ล่ะ ทีหนูละยากเย็น กว่าจะได้อยู่ด้วยกัน อาวัตต้องลำ
สองแฝดอาจจะตื่นเต้น แต่นรีกานต์กลับแอบขึงตาใส่ทศวรรษ “คุณบ้าไปแล้วเหรอ ผลิตเงินใช้เองได้รึไง ถึงได้เอามาสปอยล์พวกเราเล่นแบบนี้”“พี่ผลิตเงินเองไม่ได้หรอก หามาด้วยสมองและสองมือนี่แหละ แต่ดันหามาได้อย่างเดียว ไม่ค่อยได้ใช้ แล้วก็ไม่มีคนช่วยเอามันไปใช้ด้วย พี่จ่ายแค่นี้ไม่เท
นรีกานต์อาศัยตอนที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวเกี่ยวข้าวในขอบเขตความรับผิดชอบของตัวเอง ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้กลุ่มของทศวรรษ โดยส่งสัญญาณให้น้องชายดึงความสนใจของพ่อไปทางนาข้าวที่ถูกลมพัดจนราบไปกับพื้นดินแม้ทุกคนจะสวมเสื้อผ้ามิดชิดทั้งตัวเพื่อกันแดดกันลมจนมองไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่เธอนั้นจำพวกทศวรรษไ
“ทำอะไรคะ! ดึงฉันมาด้วยทำไม” นรีกานต์ถามหน้าตื่นวาทิตก็นิ่วหน้ามองพี่ชาย “มึงรู้ตัวใช่ไหม ว่าทำอะไรลงไป”วาทีกลืนน้ำลายแห้งๆ “ถ้ากูบอกว่าไม่รู้ตัวล่ะ”“อ้อ งั้นมึงก็รอรับผลของการทำอะไรไม่รู้ตัวเลย”“...” วาทีนรีกานต์อยากจะบอกทั้งสองคนเหลือเกิน ไม่ใช่วาทีที่จะโดนหรอก แต่พวกเขาอาจจะโดนกันหมด เห็นเธ
หลายนาทีก่อน นรีกานต์อยากย้อนเวลาไปตอนงานบุญบั้งไฟ แต่ตอนนี้อยากจะย้อนเวลาไปตอนที่เจอทศวรรษอยู่ในลานข้างสวน เธอจะฟ้องพ่อเรื่องที่เขาทำอะไรเธอในคืนที่ไปงานแต่งเพื่อน จะให้พ่อกับน้องๆ ชิงลงมือสั่งสอนเขาให้ไม่กล้ามาเหยียบหมู่บ้านนาทองคำอีก เธอจะได้ไม่ต้องมานั่งอกสั่นขวัญหายอยู่บนรถกับเขาแบบนี้ฝ่ายคนท
![ไฟรักเพลิงสวาท [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






