FAZER LOGINDoctors Online Chat
Doctor VP1 : “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทานมื้อกลางวันและอาหารเสริมแล้วหรือยังครับ” ผมรีบทักหาเธอทันที ที่กลับมาถึงห้องทำงาน หลังจากรับผลตรวจ DNA และฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ที่ห้องแล็บแล้ว Aiyarin : “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณหมอ อัยย์ทานข้าว ทานอาหารเสริมเรียบร้อยค่า บอกแล้วไงคะ จะเชื่อฟังทำตามอย่างดีค่ะ ^^” Doctor VP1 : “ดีมากเลยครับ อาการเป็นยังไงบ้างครับ” Aiyarin : “เดี๋ยวนะคะ อัยย์ยังไม่ได้ดูกระจกเลย อัยย์รีบเขียนบทให้พ่ออยู่ค่ะ” Doctor VP1 : “ถ้าสะดวกคุณอัยย์ถ่ายรูปส่งให้ผมช่วยดูด้วยดีมั้ยครับ ผมจะเทียบกับครั้งแรกด้วยครับ” Aiyarin : “…..” ผมใจเสียไปชั่วขณะ เมื่อขอให้เธอส่งรูปให้แต่เธอตอบกลับมาแบบนั้น ผมต้องรีบส่งข้อความไปอีก กลัวเธอจะหายไปอีก Doctor VP1 : “ถ้ายังไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ..” Aiyarin : Picture Sent หัวใจผมเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก ผมดีใจมากที่เธอส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้ แสดงว่าเธอคงเริ่มไว้วางใจผมแล้ว ‘แต่ผมคนนี้คือ หมอเจ้าของเคสเธอ ที่ไม่ใช่เพื่อนชายคนนั้นของเธอ’ แต่ก็ยังดี ที่ผมยังได้เห็นหน้าเธออีกครั้ง Doctor VP1 : “ขอบคุณครับ ^^ ดูสดใสขึ้นนะครับ” Aiyarin : “จริงเหรอคะ คุณหมอ ^^” Doctor VP1 : “หมอไม่โกหกคนไข้หรอกครับ” Doctor VP1 : “งั้นผมแจ้งข่าวดีให้ทราบนะครับ ผลตรวจ DNA ออกมาแล้วนะครับ ไม่มีข้อบ่งชี้ที่เป็นอันตรายอะไรนะครับ แสดงว่าอาการที่เป็น เกิดจากการถูกกระตุ้นจากภายนอก และเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ผ่านมาครับ” Aiyarin : “ยังไงคะคุณหมอ อัยย์ไม่ดื่ม ไม่ใช้สารเสพติดนะคะ แล้วก็ไม่เคย เอ่อ >,<” Doctor VP1 : “ครับ งั้นผมให้คุณอัยย์เล่าให้ฟังอย่างละเอียดได้มั้ยครับว่า เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า แล้วก่อนมีอาการเกิดอะไรขึ้นครับ” Aiyarin : “เคยมีอาการก่อนหน้านี้ครั้งหนึ่งค่ะ แต่ก็นานมากแล้ว ตอนนั้น อัยย์อยู่ปี 1 ค่ะ หลังจากงานเลี้ยงเฟรชชี่จบ วันรุ่งขึ้นก็มีอาการแบบนี้เลยค่ะ” Doctor VP1 : “ครั้งนี้คืนก่อนหน้าที่จะมีอาการ คุณอัยย์ก็ไปงานเลี้ยงมาเหมือนกันใช่มั้ยครับ” Aiyarin : “ใช่ค่ะ อัยย์ไปงานประกาศรางวัลกับพ่อแม่มาค่ะ” Doctor VP1 : “แล้วระหว่างอยู่ในงาน คุณอัยย์ได้ทานหรือดื่มอะไรบ้างหรือเปล่า พอจะจำรายละเอียดได้มั้ยครับ” Aiyarin : “ไม่เลยค่ะ อัยย์ไม่ทันได้ดื่มหรือทานอะไรเลยค่ะ คือ อัยย์อยู่ในงานได้ไม่นาน ก็มีอาการตื่นเต้น หัวใจเต้นแรง เหงื่อออกมือ เหมือนจะหน้ามืดค่ะ แล้วก็ไม่ได้สติไปเลยค่ะ” Doctor VP1 : “แบบนี้ ผมสันนิษฐานได้ว่า อาการนี้อาจจะไม่ได้เกิดจากได้รับสารกระตุ้น แต่อาจจะเป็นอาการที่เกิดจากสภาวะทางจิตใจนะครับ” Doctor VP1 : “แต่คุณอัยย์ อย่าเพิ่งกังวลไปนะครับ อาการแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป จากสภาวะที่เคยได้รับความเครียดมากๆ จากเหตุการณ์ในอดีตจนร่างกายเกิดการต่อต้านบางอย่างออกมา ไม่ได้หมายถึงจะเป็นอาการป่วยทางจิตนะครับ” Aiyarin : “ถ้าเป็นแบบนั้น อัยย์ต้องทำยังไงคะคุณหมอ จะรักษาได้มั้ยคะ หรืออัยย์ต้องพบจิตแพทย์หรือเปล่าคะ” Doctor VP1 : “เบื้องต้น ผมขอเอาข้อมูลไปปรึกษากับแพทย์เฉพาะทางก่อนนะครับ แล้วจะแจ้งคุณอัยย์อีกครั้ง” Aiyarin : “ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ ^^” Doctor VP1 : “ระหว่างนี้ ทานอาหาร อาหารเสริมให้ตรงเวลา และทำจิตใจให้สบายนะครับ” Aiyarin : “รับทราบค่า ^^” เธอไม่ได้ป่วยเพราะได้รับสารพิษ หรือสารกระตุ้นอื่น แต่อาการของเธอเกิดจากสภาพจิตใจ เธอเจออะไรมากันนะ ทำไมถึงได้มีอาการแบบนี้ได้ คงไม่ใช่จากเหตุการณ์ตอนนั้นหรอกใช่มั้ย ผมนึกย้อนกลับไปเมื่อวาเลนไทน์ปีนั้นที่ทำให้เธอหายไปจากผม ผมหวังอย่างยิ่งว่า นั่นจะไม่ใช่สาเหตุที่แท้จริง“กูเห็น ไอ้ภีม มันเอาดอกไม้ให้ผู้หญิงแว่นคนนั้นที่ป้ายรถ แต่นางไม่รับเว้ย จัดว่าเด็ด” บ้าเอ้ย มีคนเห็นเหรอวะ อย่างงี้มันก็เห็นผมถูกปฏิเสธน่ะสิ
ทำไงดีวะ ถ้าพวกมันรู้ว่าผมให้ดอกไม้อัยย์ แบบนี้เธอคงโดนแซวแย่ ถ้าพวกมันไปยุ่งกับอัยย์ ถ้าพวกมันไปเกาะแกะเธอแล้วเห็นว่าเธอน่ารักขนาดนั้น ผมก็มีคู่แข่งเพิ่มน่ะสิ ผมต้องโกหกพวกมันยังไง “ไม่ใช่ละ มึงเห็นตอนไหน กูไม่ได้เป็นคนให้เว้ย เค้ามาให้กูต่างหาก กูเห็นหน้าตาเชยๆ ซีดๆ แว่นหนาเตอะ คงจะไม่มีคนสนใจ กูเลยสงสารเลยรับมาก็แค่นั้น ไม่ใช่คนสำคัญซะหน่อย” ผมคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ผมไม่อยากบอกแบบนั้น แต่มันคิดอะไรไม่ออกเลย พวกมันก็แซวไม่หยุด ถึงผมจะไอคิวสูงก็เถอะ แต่มีหลายปัญหาให้จัดการขนาดนี้ แล้วสภาพจิตใจผมก็ไม่ดีซะเลย เอาแบบนี้แหละวะ พวกมันได้หุบปาก “นั่นไง มานั่นละ” ผมหันไปมองด้านหลังทันที ที่เพื่อนคนหนึ่งมันพูดขึ้นมา แล้วชี้เลยผมไปถึงด้านหลัง “ไงจ๊ะน้องแว่น ดีใจมั้ยมีหนุ่มฮอตรับดอกไม้วันแห่งความรัก” “โหห เห็นติ๋มๆ ใช้ได้เลยน้า หอบดอกไม้ช่อใหญ่สารภาพรักหนุ่มฮอตที่สุดในโรงเรียนเลย” “ไงวะ ไอ้ภีม รับรักแล้วสิวะ รับช่อดอกไม้มาแล้วด้วยเนี่ย” เวลานี้ หน้าผมชาไปหมดแล้ว ไร้ความรู้สึก อยากจะขยับตัว ขยับปาก ก็ทำอะไรไม่ได้ ผมทำอะไรไม่ถูกจริงๆ ผมหันไปเห็นอัยย์ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่รู้เลยว่าเธอยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมภาวนาให้เธอเพิ่งเดินมา และไม่ได้ยินการสนทนาก่อนหน้านี้ คำภาวนาของผมคงไม่เป็นผล เมื่อเธอมองหน้าผมเพียงแวบเดียว แล้วก้มหน้า รีบเดินผ่านไป ตอนนี้ผมหูดับไปแล้ว เห็นแต่หลายคนขยับปากพูดคุยชี้นิ้วไปทางเธอ แต่ผมไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน “ไปเถอะพวกมึง เดี๋ยวพ่อก็มาไล่ขึ้นห้องปกครองหรอก” ผมควรต้องรีบไปพาให้เธอออกไปจากพวกมัน แต่สิ่งที่ผมทำกลับกลายเป็น รีบบอกให้พวกมันออกไปจากเธอ ทุกอย่างมันผิดจากที่ตั้งใจไปหมดหลายปีแล้วนะที่ผมไม่ได้เมาหัวราน้ำขนาดนี้ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกนะ ตอนแรกคิดว่าจะมาผ่อนคลายนิดหน่อยเท่านั้น“เฮ้ย ไอ้ภีม อย่าเศร้าใจไปเลยวะ ผู้หญิงรอต่อคิวเข้าหามึงอยู่ตั้งเยอะ” ไอ้วัตคงเริ่มจะเมาแล้ว มันเข้ามาตบบ่าผม คงคิดว่าผมเสียใจ ที่เพิ่งรู้ความจริงว่า มินท์นอกใจผมไปคบกับรุ่นน้องคณะวิศว ได้หลายเดือนแล้ว“เศร้าห่าอะไร ก็แค่อยากผ่อนคลายเว้ย เรียนหนักมาตั้งหลายปี แล้วนี่ยังต้องมาค่ายอาสาอะไรอีกตั้งไกล อยู่บนดอยขนาดนี้”“เอ้า เมิงไม่ได้เศร้าที่ยัยมินท์นอกใจไปครบไอ้รุ่นน้องเดือนคณะวิศวนั่นเหรอวะ สวมเขาให้เพื่อนกูตั้งหลายเดือน นี่ถ้าไม่ได้มาบนดอยแบบนี้ มึงคงยังไม่รู้เรื่องอะ”“เรื่องมินท์ ชั่งเธอเถอะ กูไม่ได้เสียใจขนาดนั้น ดีเหมือนกันถ้าเธอเจอคนที่รักเธอจริงๆ”“เอ้า มึงไม่ร้ากจริงหรือไงวะ กูเห็นคบกันมาได้ตั้งหลายปี นี่กูยังคิดว่าปีหน้าเรียนจบ พวกมึงได้แจกการ์ดแล้วนะเนี่ย”“กูก็รักจริงในแบบของกู ถ้ามินท์เค้าอยู่กับกู ดีกับกู กูก็ซื่อสัตย์กับเค้าก็แค่นั้น แต่ยังไม่เคยคิดเรื่องแต่งงงแต่งงานหรอกหว่ะ”“ยังไงของมึงวะ หรือว่ามึงยังลืมผู้หญิงคนเก่าของมึงไม่ได้”“ไม่รู้หว่ะ…” ผมตอบไอ้วัตได้แค่นั
ปัจจุบัน“เฮ้ออ…เสร็จซักที” ในที่สุดฉันก็เขียนบทละครให้พ่อเสร็จแล้ว อีกไม่นานคงได้ฤกษ์เปิดกล้องแล้วล่ะ ค่อยสบายใจหน่อย“เขียนบทเรื่องใหม่เสร็จแล้วเหรอ ไหนๆ ดูหน่อยสิ” ช่วงนี้ นิต้า มาอยู่เป็นเพื่อนฉันแทบทุกวัน คงกลัวฉันจะเหงาแล้วคิดมากเรื่องอาการประหลาดบนหน้าแต่ความเป็นจริงแล้ว ฉันยุ่งหัวหมุนกับการเขียนบท จนแทบจะไม่ได้สนใจจะมองกระจกเลย ดีนะที่มีคุณหมอคอยเตือนให้ทานอาหารและอาหารเสริมทุกวันตรงเวลา ไม่งั้นฉันคงไม่ได้ลุกไปไหนเลย“โห อัยย์ เรื่องนี้เขียนดีสุดๆ แล้วได้นักแสดงหรือยังอะ ชั้นอยากทำงานแล้ว พ่อจะนัดให้คุยเรื่องฟิตติงเมื่อไหร่น้า จะให้ชั้นทำอีกมั้ยอ่า”“วันนี้พ่อน่าจะกลับเร็วนะ เดี๋ยวเราเอาบทให้พ่อดูตอนมื้อเย็น นิต้าลองถามพ่อดูสิ”“โอเค ดีเลย ชั้นได้มีเวลาเตรียมตัวก่อนเปิดกล้อง”“เฮ้ย อัยย์ เรื่องนี้มีถ่ายทำบนดอยด้วยเหรอ คิดถึงดอยที่เราเจอกันเลยอะ นี่เลือกโลเคชันไปยัง อัยย์เสนอให้พ่อไปถ่ายที่ดอยนั้นสิ เผื่อเราได้ไประลึกความหลังกันดีมะ”“แต่ถึงไปถ่ายที่นั่น เราก็ไม่ได้ไปอยู่ดีนะ” ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับอาการตอนนี้หรอกนะ แต่ก็บอกนิต้าไปตามที่มันควรจะเป็น เพราะสภาพแบบนี้ ฉันคงไปไหนไ
ฉันเข้าหอพักล่วงหน้าก่อนเปิดภาคเรียนปีหนึ่งก่อนหนึ่งเดือนได้ สัปดาห์เดียวก็จัดข้าวของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ฉันคิดใช้เวลาว่างที่เหลือเขียนนิยายต่อให้จบ เพราะคิดว่าเปิดเทอมคงไม่มีเวลาแน่ๆฉันนั่งอยู่เฉยๆ ที่หน้าจอโน้ตบุ๊กมาสามวันแล้วนะ แต่สุดท้ายก็เขียนไม่ออกเลย คงต้องออกไปหาแรงบันดานใจที่อื่นแล้วล่ะ เหมือนที่นักเขียนหลายๆ คนทำกัน คือ ออกไปท่องเที่ยว ไปหาบรรยากาศใหม่ๆสุดท้ายฉันเลือกไปบนดอยที่อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ฉันอยากไปสัมผัสธรรมชาติ ไปเห็นวิถีชีวิตคนบนดอยดูบ้าง บางทีอาจจะได้พล๊อตนิยายเรื่องใหม่แถมมาด้วยก็ได้คนที่นี่เรียบง่ายมากๆ ฉันรู้สึกชอบนะ อยู่แล้วใจสงบดี ระหว่างที่อยู่ในหมู่บ้านบนดอย ฉันสบายใจสุดๆ เช้าได้ตื่นมาใส่บาตร นั่งกินอาหารเช้าง่ายๆ เขียนนิยายที่ร้านอาหารเช้าจนสายๆ ค่อยออกไปเดินเที่ยวริมธารบ้าง บางวันก็ไปปางช้างด้วยพอช่วงเย็นก็จะกลับมาทานข้าวร้านระแวกใกล้ที่พัก เพราะจะได้กลับสะดวก ถึงอย่างไรช่วงค่ำฉันก็ยังกลัวอันตรายอยู่ดี อยากระวังตัวเองไว้ก่อน ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น จนใกล้วันที่จะกลับหอมหาวิทยาลัย“อย่ามายุ่งกับชั้น ไปนะ ไปให้พ้น” ระหว่างทางจะเข้าที่พัก
ผมมายืนรออัยย์ที่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนตามปกติ ผมต้องปรับความเข้าใจกับเธอ ‘หวังว่าเธอจะเข้าใจเรานะอัยย์’เย็นมากแล้ว ผมยืนมองหาเธอจนกระทั่งเหมือนจะไม่มีนักเรียนจากโรงเรียนฝั่งหญิงออกมาอีกแล้ว ‘ทำไมอัยย์ยังไม่ออกมานะ’ผมเลือกที่จะเดินไปดูที่ประตูทางเข้าโรงเรียน ลุงภารโรงกำลังจะปิดประตูรั้วแล้ว “ลุงครับลุง เพื่อนผมยังไม่ออกมาเลยนะครับ”“โอ้ย ไม่มีใครอยู่แล้วพ่อหนุ่ม กลับไปหมดแล้ว หนุ่มก็กลับบ้านเถอะ ไป๊”“ผมรออยู่ที่ป้ายรถ ยังไม่มีเพื่อนผมออกมาเลยครับลุง”ลุงยังคงปิดประตูรั้วโรงเรียนโดยไม่ฟังเสียงผม แม้ผมจะพยายามบอกลุงเท่าไหร่ก็ตาม ‘หรืออัยย์จะไปแล้วจริงๆ แล้วเธอไปทางไหนล่ะ’เช้าวันรุ่งขึ้น ผมมารออัยย์ที่ป้ายรถหน้าบ้านเธอเหมือนเคย จนสายแล้วก็ไม่เห็นเธอมา ตอนเย็นก็ยังยืนรอที่ป้ายรถหน้าโรงเรียนก็ไม่เจอเธอผมเฝ้ารอเธออยู่หลายวัน จนในที่สุด ก็ตัดสินใจลองถามนักเรียนหญิงที่เคยเห็นเดินกับเธอ “เราก็เห็นอัยย์มาเรียนตามปกตินะ แต่พอเวลาเลิกเรียนเธอก็รีบกลับบ้านเลย แต่เราไม่รู้ว่าเธอกลับยังไงหรอกนะ ช่วงหลังนี้เธอไม่สุงสิงกับใครเลย”เพื่อนเธอบอกอย่างนั้น แล้วผมจะทำยังไงดี นี่ก็ใกล้จะปิดเทอมเข้าไปทุก
Doctors Online ChatDoctor VP1 : “สวัสดีตอนบ่ายครับ ทานมื้อกลางวันและอาหารเสริมแล้วหรือยังครับ” ผมรีบทักหาเธอทันที ที่กลับมาถึงห้องทำงาน หลังจากรับผลตรวจ DNA และฟังคำอธิบายอย่างละเอียดจากอาจารย์ที่ห้องแล็บแล้วAiyarin : “สวัสดีตอนบ่ายค่ะคุณหมอ อัยย์ทานข้าว ทานอาหารเสริมเรียบร้อยค่า บอกแล้วไงคะ จะเชื่อฟังทำตามอย่างดีค่ะ ^^”Doctor VP1 : “ดีมากเลยครับ อาการเป็นยังไงบ้างครับ”Aiyarin : “เดี๋ยวนะคะ อัยย์ยังไม่ได้ดูกระจกเลย อัยย์รีบเขียนบทให้พ่ออยู่ค่ะ”Doctor VP1 : “ถ้าสะดวกคุณอัยย์ถ่ายรูปส่งให้ผมช่วยดูด้วยดีมั้ยครับ ผมจะเทียบกับครั้งแรกด้วยครับ”Aiyarin : “…..”ผมใจเสียไปชั่วขณะ เมื่อขอให้เธอส่งรูปให้แต่เธอตอบกลับมาแบบนั้น ผมต้องรีบส่งข้อความไปอีก กลัวเธอจะหายไปอีกDoctor VP1 : “ถ้ายังไม่สะดวกไม่เป็นไรครับ..”Aiyarin : Picture Sentหัวใจผมเต้นแรงขึ้น จนแทบจะทะลุออกมาจากกลางอก ผมดีใจมากที่เธอส่งรูปถ่ายล่าสุดมาให้ แสดงว่าเธอคงเริ่มไว้วางใจผมแล้ว ‘แต่ผมคนนี้คือ หมอเจ้าของเคสเธอ ที่ไม่ใช่เพื่อนชายคนนั้นของเธอ’ แต่ก็ยังดี ที่ผมยังได้เห็นหน้าเธออีกครั้งDoctor VP1 : “ขอบคุณครับ ^^ ดูสดใสขึ้นน
ปัจจุบัน“ยัยอัยย์ ชั้นขอโทษน้า เมื่อวานชั้นติดลูกค้าสำคัญจริงๆ แล้วเป็นไงบ้าง โอ้ย…ดูตาเธอสิ แค่เจอพนักงานส่งของก็นอนไม่หลับเลยเหรอ” นิต้ามาหาฉันที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเรื่องเมื่อวานที่ไม่มีใครรับของแทนฉัน“อืม จริงๆ ตอนเจอก็ไม่เป็นไรนะ แต่ที่เรานอนไม่หลับ เพราะเราเอาแต่นึกถึงเสียงของพนักงานส่งของ เสียงเค้าคุ้นมากเลยนิต้า เหมือนคนนั้น”“ฮะ เสียงเหมือนใคร อย่าบอกนะว่า…”“ใช่ เสียงเหมือนผู้ชายคนนั้น เราเลยนอนคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนทั้งคืนเลยนิต้า”“โอ๋ๆๆ ยัยอัยย์ ไม่เอาน้า มันผ่านไปแล้วนะ ไม่เอา ไม่คิดถึงมันอีก” นิต้า เข้ามากอดปลอบฉัน“เราโอเคแล้วล่ะนิต้า เรารู้ว่ามันผ่านไปแล้ว” น้ำเสียงฉันยังคงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ฉันจะผ่านมันไปได้“ไม่เอาละ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า ไม่พูดเรื่องพนักงานส่งของละ แต่ชั้นอยากรู้เรื่องคุณหมอมากกว่า ยังไงยะ ส่งของมาแทบจะทุกวันเลย ยังไงกันแน่”“ก็…หมอเค้าทำตามหน้าที่แหละ ถ้าเค้ารักษาคนไข้หาย ก็เป็นผลงานเค้าไง แถมเคสแปลกๆ อย่างเราด้วย”“ชั้นว่ามันต้องมีอะไรนะ ดูของพวกนี้สิ มีแต่ของแพงๆ นี่ยังไม่ต้องนึกถึงผลไม้อะไรพวกนั้นอีก” นิต้า ยังคงตั้งข้อสงสัยกับของที่ได้รับ







