مشاركة

บทที่ 11

مؤلف: เฉิงกวงโฮ่วถู่
เย่ซิวสกัดหมัดได้อย่างง่ายดายพลางพูดอย่างใจเย็น “ฉันแค่มาที่นี่เพื่อตามหาคน ไม่ได้อยากจะรังแกนาย”

นักศึกษาหลายคนในบริเวณใกล้เคียงดูประหลาดใจเมื่อเห็นว่าเย่ซิวสกัดหมัดของชายหนุ่มร่างกำยำได้อย่างง่ายดายเพียงใด

“เพื่อนนักศึกษาคนนี้แข็งแกร่งมาก เขาสกัดกั้นการโจมตีของจางเทาได้อย่างง่ายดาย”

“ช่างบังเอิญจริง ๆ จางเทาเป็นนักเทควันโดสายดำระดับแปด เขามีพละกำลังมาก ฉันเคยเห็นเขาเอาชนะผู้ใหญ่ห้าหกคนด้วยตัวเขาเองเลยนะ”

“ฉันก็ว่าอย่างนั้น”

จางเทาทั้งตกใจทั้งโกรธ เขาพบว่าตัวเองไม่สามารถหลุดออกจากฝ่ามือของเย่ซิวได้ ใบหน้าของเขาแดงก่ำเนื่องจากใช้แรงมากเกินไป เขาอดไม่ได้ที่จะตะโกนด้วยความโกรธ “ไอ้สารเลว ยังไม่ปล่อยฉันอีก หาเรื่องตายเรอะ?!”

เย่ซิวปล่อยมือแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ “เพื่อนนักศึกษา ฉันแค่อยากจะเข้าไปตามหาคน นายช่วยหลีกทางหน่อยได้ไหม?”

เขาไม่เคยไปเรียนที่นี่มาก่อน ดังนั้นเขาจึงเห็นใจเพื่อนนักศึกษาเป็นพิเศษ ก็ไม่อยากทำร้ายพวกเขาเว้นเสียแต่จะจำเป็นจริง ๆ

แต่ในสายตาของจางเทา ท่าทางของเย่ซิวถือว่าเป็นการทำให้เขาอับอาย

เขาคำรามด้วยสีหน้าดุร้าย “พวกแกมัวยืนทำอะไร? มาช่วยกันจัดการมันสิ!”

จางเทาถูกรายล้อมไปด้วยลูกสมุนมากมาย

เมื่อได้ยินคำสั่งของเขา พวกนั้นก็รีบเข้ามารุมเตะต่อยเย่ซิวทันที

มีประกายเย็นวาบในดวงตาของเย่ซิว

เขาไว้หน้าอีกฝ่ายมากเท่าที่จะทำได้แล้ว แต่เนื่องจากอีกฝ่ายยังคงไม่รู้สำนึก เขาก็จะไม่สุภาพอีกต่อไป

ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในฐานะจอมยุทธ์ระดับเก้า การจัดการกับคนธรรมดาเหล่านี้จึงเป็นเรื่องง่ายไม่ต่างจากการกำจัดมดแมลง

คนรอบตัวไม่มีใครเห็นการเคลื่อนไหวของเขาได้ชัดเจน และทุกคนที่พุ่งเข้ามาหาเขาต่างก็กรีดร้องและกลิ้งไปบนพื้น

จางเทาและนักศึกษาที่อยู่บริเวณนั้นตกตะลึง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

เย่ซิวดูเหมือนกำลังทำเรื่องที่ไม่ได้สำคัญอะไร เพียงปัด ๆ มือเดินผ่านจางเทาและตบไหล่เขา

ทันใดนั้น จางเทาก็ส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมล้มลงกับพื้นและเกลือกกลิ้งอย่างบ้าคลั่ง

ร่างกายของเขารู้สึกเหมือนถูกมดนับแสนรุมกัด ให้ความรู้สึกเจ็บปวดทรมานมาก

จางเทาอดทนต่อความเจ็บปวดในร่างกายของเขาพลางตะโกนใส่เย่ซิว “ถ้าแกไม่อยากตายก็หยุดซะ ฉันมีหน้าที่ดูแลที่นี่ตามคำสั่งของอาจารย์หวัง ถ้าเขาต้องการจะฆ่าแก ก็ทำให้ได้ง่าย ๆ เหมือนขยี้มดตัวหนึ่ง!”

เย่ซิวยิ้ม เขาเป็นคนเดียวที่บดขยี้ศัตรูมาโดยตลอด ไม่เคยถูกพวกมันบดขยี้ได้เลย

ฉากนี้ทำให้นักศึกษาที่อยู่รอบตัวพวกเขาเบิกตากว้างและมองไปที่แผ่นหลังของเย่ซิว

“ว้าว เพื่อนนักศึกษาคนนี้เท่มาก!”

“เขาเป็นปรมาจารย์ด้านวรยุทธ์หรือเปล่า?”

“เร็วเข้า เร็วเข้า รีบเข้าไป ลู่เสวี่ยเอ๋อร์เต้นอยู่ข้างในนั้น!”

……

คำพูดปลุกผู้ตกในห้วงฝัน จุดประสงค์ของนักศึกษาชายเหล่านี้ที่มาที่นี่คือการชมการเต้นรำของลู่เสวี่ยเอ๋อร์

เย่ซิวเดินเข้าไปในห้องซ้อมเต้น และดวงตาของเขาทอแสงเป็นประกาย

ในนั้นล้วนมีแต่เพื่อนนักศึกษาสาวสวยหุ่นดี

บ้างก็สวมกางเกงรัดรูป บ้างก็สวมกระโปรงสั้น กำลังเต้นรำราวกับผีเสื้อ

ความอ่อนเยาว์และมีชีวิตชีวาปรากฏอยู่บนใบหน้าของพวกเธอ

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในที่แห่งนี้คือหญิงสาวที่อยู่ตรงกลาง

เธอเป็นเด็กสาวที่สวมกางเกงยีนส์และเสื้อเชิ้ตสีขาว

เธอมีใบหน้างดงามที่สามารถนำความหายนะมาสู่ประเทศและประชาชนได้

อีกทั้งยังเธอยังสูงมาก มีความสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบร้อยแปดสิบเห็นจะได้

เธอมีผมสีดำตรงยาวถึงเอว ผูกด้วยริบบิ้นสีสันสดใสเพียงเท่านั้น

ผิวของเธอขาวเปล่งปลั่ง

ดวงตาสองข้างงดงามราวกับอัญมณีสีดำสองชิ้นที่เปล่งประกายเจิดจ้า

รอยยิ้มหวานราวกับน้ำผึ้งทำให้ใจคนเต้นรัวและตกหลุมรักได้ตั้งแต่แรกเห็น

เพื่อนนักศึกษาหญิงคนอื่น ๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอก็กลายเป็นเพียงสิ่งที่ขับทำให้เธอโดดเด่นขึ้นเท่านั้น

ตรงอีกมุมหนึ่งของห้อง เพื่อนนักศึกษาชายที่มีใบหน้าสง่างามและดูสูงส่งกำลังมองหญิงสาวที่อยู่ตรงกลางด้วยความหลงใหล

ทันใดนั้นเขาก็สังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างและหันไปมองซิวเย่ ดวงตาของเขามึนตึงขึ้น “เกิดอะไรขึ้น? ไอ้คนไร้ประโยชน์จางเทานั่นปล่อยให้คนเข้ามาได้งั้นเหรอ?!”

ชื่อของเขาคือหวังเฟย มาจากตระกูลร่ำรวยและมีภูมิหลังครอบครัวที่แข็งแกร่ง

นอกจากรูปลักษณ์ที่โดดเด่นของเขาแล้ว เขายังถูกรายล้อมไปด้วยผู้หญิงมากหน้าหลายตาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

แต่หลังจากพบกับลู่เสวี่ยเอ๋อร์ เขาก็รู้สึกหลงสเน่ห์เธอทันที และสาบานกับตัวเองว่าจะต้องแต่งงานกับเธอให้ได้

เพื่อที่จะจีบลู่เสวี่ยเอ๋อร์ เขาใช้วิธีการมากมาย

แต่ลู่เสวี่ยเอ๋อร์ก็ยังคงไม่หวั่นไหว

หากตัวตนของลู่เสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้พิเศษเหมือนเขา เขาคงใช้วิธีที่ก้าวร้าวกว่านี้ไปนานแล้ว

เพื่อเพิ่มอัตราความสำเร็จ เขาสั่งให้จางเทาลูกสมุนของเขาคอยเป็นผู้นำกลุ่มอันธพาล ไม่ว่าลู่เสวี่ยเอ๋อร์ไปที่ไหน เขาจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไล่คนรอบตัวเธอออกไป

แต่ในขณะนี้ จู่ ๆ เย่ซิวก็บุกเข้ามา ซึ่งเท่ากับเป็นการทำให้เขาขุ่นเคืองที่ถูกเหยียบถิ่นของเขา

แต่ทว่าเขาก็มีความฉลาดเฉลียวเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ดวงตาของเขาเคร่งขรึม จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินไปหาเย่ซิว

“เพื่อนนักศึกษา ที่นี่คือห้องซ้อมเต้น นายมาผิดที่หรือเปล่า?”

เย่ซิวมองเพื่อนนักศึกษาชายที่ดูสง่างามคนนี้ปรากฏตัวต่อหน้าเขาพลางยิ้มอย่างใจดี “ไม่หรอก ฉันมาตามหาคนที่นี่ นายรู้ไหมว่าใครคือลู่เสวี่ยเอ๋อร์?”

“นายมีธุระกับเธอเหรอ?”

“ก็ประมาณนั้น” เย่ซิวมีสีหน้าคลุมเครือเล็กน้อย

เรื่องไข่มุกราชาแห่งยานั้นสำคัญอย่างยิ่งและเขาจะไม่เปิดเผยเรื่องนี้ให้ใครรู้

“ลู่เสวี่ยเอ๋อร์ไม่อยู่ที่นี่ นายมาหาผิดที่แล้ว เธอเพิ่งจะออกไปเมื่อกี้นี้เอง”

“อย่างงั้นเหรอ?” เย่ซิวผิดหวังเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่ได้คิดมาก เขารู้สึกว่านี่เป็นเพียงครั้งแรกที่เขาได้พบกับเพื่อนนักศึกษาชายคนนี้ จึงไม่มีความแค้นระหว่างกันและเขาก็ไม่จำเป็นต้องโกหกด้วย “โอเค ขอบใจนายมาก งั้นฉันไปก่อนล่ะ”

เขาหันหลังกำลังจะจากไป

แต่ขณะนี้กลุ่มสาว ๆ ก็เต้นเสร็จแล้วเช่นกัน

เด็กสาวคนหนึ่งถือขวดน้ำแร่ไว้ในมือและวิ่งไปหาหญิงสาวที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุด “เสวี่ยเอ๋อร์ เต้นเหนื่อยไหม? มาดื่มน้ำกันเถอะ”

ลู่เสวี่ยเอ๋อร์เช็ดเหงื่อออกจากหน้าผากของเธอ และแสดงรอยยิ้มแสนหวานที่ฆ่าคนได้ออกมา “ขอบใจนะ!”

เย่ซิวหยุดชะงัก จากนั้นก็หันกลับมามองเพื่อนนักศึกษาชายคนเดิม “เพื่อนนักศึกษาคนนี้นี่ใจร้ายไปหน่อยรึเปล่า? มาหลอกกันเสียได้”

หวังเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “นายคงหูฝาดแล้ว ออกไปจากที่นี่เถอะ”

เย่ซิวเพิกเฉย สายตาของเขาจ้องมองไปที่ลู่เสวี่ยเอ๋อร์

ประกายเย็นวาบฉายผ่านดวงตาของหวังเฟย

เขาถือว่าลู่เสวี่ยเอ๋อร์เป็นสมบัติส่วนตัวของเขาแล้ว และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้โลภอยากได้เธอหรือแม้แต่จะมองมาที่เธอด้วยซ้ำ

ในขณะนี้ พฤติกรรมของเย่ซิวทิ่มแทงเข้าลึกถึงจิตใจของเขาแล้ว

เขายื่นคำขาดให้กับเย่ซิว “ออกไปจากที่นี่ซะ! ไม่อย่างนั้นนายจะต้องรับผลที่ตามมา!”

เย่ซิวขมวดคิ้ว “ทำไมล่ะ? ครอบครัวนายเป็นคนก่อตั้งมหาวิทยาลัยนี้เหรอ?!”

“ถึงครอบครัวฉันจะไม่ได้เป็นคนก่อตั้งมหาวิทยาลัยนี้ แต่ฉันชื่อหวังเฟย และฉันมาจากตระกูลหวัง นายน่ารู้ว่านี่หมายความว่ายังไง?!”

หากคนในพื้นที่ได้ยินคำพูดเหล่านี้ พวกเขาคงจะตกตะลึงอย่างแน่นอน

ตระกูลหวังเปรียบเสมือนจักรพรรดิบนดินที่กินรวบทั้งกิจการขาวดำและมีอำนาจมหาศาล

เพียงแต่ว่าเย่ซิวเพิ่งมาถึงและไม่รู้รายละเอียดของตระกูลหวังเลย

แต่ถึงแม้เขาจะรู้ เขาก็ไม่สนใจ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1407

    “ว่าไง?”“ก่อนนายจะไป มาฝึกกับฉันอีกครั้งเถอะ!”น้ำเสียงของเธอแน่วแน่มาก เธอแทบจะพูดผ่านไรฟันที่กัดแน่น เหมือนกำลังเดินเข้าสู่ลานประหารยังไงยังงั้นเย่ซิวถอนหายใจเงียบ ๆเธอก็คงรับไม่ได้จริง ๆ กับการที่ทั้งสองฝั่งกลายเป็นศัตรูกันนี่น่าจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ งั้นก็ให้เธอสมหวังก็แล้วกันผ่านไปกว่าสามชั่วโมง แสงทั้งสองสายก็พุ่งออกไปคนละทิศทางแสงหนึ่งในนั้นคือเฉินอิ๋งอิ๋งที่ตาแดงก่ำ พลางเอ่ยเสียงสั่น “ฮือ ๆ ๆ ฉันอกหักเหรอเนี่ย…”……เมื่อเย่ซิวกลับมาถึงสำนัก ก็เห็นหลัวเวยเวยเดินกลับมาจากข้างนอกพอเธอเห็นเขา ใบหน้าของเธอก็ฉายแววยินดีออกมา “สัตว์วิญญาณหรือปีศาจที่มีสายเลือดแข็งแกร่งที่นายให้ฉันช่วยตามหาน่ะ ตอนนี้ได้ข่าวแล้วนะ”“จริงเหรอ? เล่าให้ฟังหน่อยเร็ว”หลัวเวยเวยเม้มริมฝีปากเล็กน้อย “มีงานประมูลงานหนึ่งจะจัดขึ้นพรุ่งนี้ สถานที่อยู่ที่เมืองหนึ่งที่ห่างจากที่นี่ประมาณห้าร้อยกิโลเมตร ในงานจะมีของประมูลชิ้นหนึ่ง เป็นปีศาจที่มีสายเลือดหมีเพลิงบรรพกาลอยู่เล็กน้อย”สีหน้าเย่ซิวเปลี่ยนไปเล็กน้อยหมีเพลิงบรรพกาลเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้ายมากมันเป็นปีศาจที่บ้าคลั่งโดยธรรมช

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1406

    ทั่วร่างของเธอแผ่ไอหมอกสีชมพูเข้มออกมา ส่งผลให้พลังต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลเย่ซิวส่ายหน้า ผู้หญิงคนนี้นี่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาจริง ๆเขาใช้พลังแค่เพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นเองแถมยังไม่ได้ใช้วิชาโลกีย์หลอมเซียนด้วยซ้ำในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็ให้เธอได้สัมผัสว่าความสิ้นหวังที่แท้จริงมันเป็นยังไงกันเถอะเขาใช้วิชาโลกีย์หลอมเซียนพร้อมกับปล่อยพลังออกมาห้าส่วนในทันทีชั่วพริบตาเดียว เฉินอิ๋งอิ๋งก็แทบจะรับมือไม่ไหว ดวงตาโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง“นายมันแย่เกินไปแล้ว ฉันเป็นผู้หญิงนะ ไม่คิดจะออมมือให้หน่อยเหรอ”เฉินอิ๋งอิ๋งแค้นเย่ซิวจนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเย่ซิวตอบอย่างจริงจัง “ฉันมองเธอเป็นคู่ต่อสู้ ในเมื่อเป็นคู่ต่อสู้ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะออมมือ ถ้าฉันทำอย่างนั้นมันก็เท่ากับไม่ให้เกียรติเธอ เธอว่าไหมล่ะ”เฉินอิ๋งอิ๋งอ้าปากจะเถียง แต่สุดท้ายก็ไม่รู้จะพูดอะไรกลับไปดีหมอนี่พูดถูกทุกอย่าง แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกหงุดหงิดขนาดนี้ก็ไม่รู้หลังจากพยายามฝืนสู้ต่อไปได้แค่ห้านาที เธอก็เริ่มตามจังหวะของเย่ซิวไม่ทันแล้ว และรีบร้องขอให้เขาหยุดแต่เย่ซิวยังใช้วิชาโลกีย์หลอมเซียนอย่างต่อ

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1405

    คนที่ปรากฏตัวต่อหน้าเย่ซิวคือเด็กสาวคนหนึ่งที่ใส่กระโปรงสั้นจู๋ ขาเรียวยาวสวมถุงน่องสีเนื้อนั่นไม่ใช่ใครอื่น เฉินอิ๋งอิ๋งนั่นเอง!เธอเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ผิวขาวจนเหมือนเรืองแสงได้ เส้นผมใสเหมือนคริสตัลดูเหมือนจะสูงขึ้นเล็กน้อยด้วย ร่างกายเต็มไปด้วยเสน่ห์โดยธรรมชาติทั้งร่างของเธอเปล่งประกายความงามที่น่าตะลึงออกมาจากภายในสู่ภายนอกเย่ซิวประหลาดใจเล็กน้อย “เธอกลับมาเร็วขนาดนี้เลยเหรอ ได้รับการถ่ายทอดพลังมาแล้วเหรอ?”เฉินอิ๋งอิ๋งเชิดหน้า “แน่นอนสิ นายคิดว่าฉันเป็นใครกัน”จากท่าทางของเธอก็รู้เลยว่าได้ผลประโยชน์กลับมาไม่น้อยแน่เย่ซิวโบกมือเรียกเธอ “เอามา”“อะไรเหรอ?”“ก็ของล้ำค่ากับทรัพยากรที่อยู่ในถ้ำนั่นไง อย่าคิดจะตุกติกนะ เธอสาบานไว้แล้วไม่ใช่เหรอ”“อ๋อ เรื่องนั้นเหรอ” เฉินอิ๋งอิ๋งหัวเราะคิกคัก “ฉันไม่คิดจะผิดสัญญาหรอกน่า แต่ก่อนจะให้ นายต้องตกลงเงื่อนไขของฉันก่อน”เย่ซิวขมวดคิ้วเล็กน้อย “เงื่อนไขอะไร?”“ฉันอยากให้นายอยู่กับฉันทั้งคืน”พูดจบ เธอก็ยักคิ้วให้เขาเล็กน้อยแค่ท่าทางกับน้ำเสียง ใครเป็นผู้ใหญ่ก็ดูออกว่าเธอหมายถึงอะไร“เรื่องสองอย่างนี้มันดูไม่ค่อยเก

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1404

    เหนือกว่าสมบัติวิญญาณก็คืออาวุธศักดิ์สิทธิ์ตามตำนาน ว่ากันว่าทั้งโลกนี้มีอาวุธศักดิ์สิทธิ์อยู่แค่สามชิ้นเท่านั้น และล้วนอยู่ในการครอบครองของสำนักระดับหนึ่งทั้งสามแห่งแต่ตอนนี้เย่ซิวมีมันอยู่ในมือ ซึ่งก็อาจจะเป็นชิ้นที่สี่ถ้าข่าวนี้หลุดรั่วออกไป จะต้องมียอดฝีมือจำนวนมากพุ่งตรงมาเพื่อบดเขาให้แหลกเป็นผุยผงแน่เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้นี้ เขาก็รู้สึกขนลุกเกรียวก่อนจะตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น“เอาล่ะ ไว้เจอกันใหม่เมื่อถึงคราวมีวาสนาต่อกัน”หญิงสาวเอื้อมมือไปคว้าหลุมดำข้างหลัง แล้วก็หายตัวไปต่อหน้าต่อตาเย่ซิวไม่มีแม้แต่แรงสั่นสะเทือนของอากาศ ราวกับว่าเธอไม่เคยมีอยู่จริงเย่ซิวอดคิดไม่ได้ว่าผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งถึงระดับไหนกันแน่?หรือว่าจะเป็นเซียนเขาส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะเริ่มหลอมรวมเจดีย์ทองคำเข้ากับร่างกาย แล้วเก็บมันไว้ในห้วงแห่งจิตสำนึกทันทีทันทีที่เข้าไป มันก็เบียดเอากระบี่หายนะกับสัตว์วิญญาณกิเลนออกจากตำแหน่งกลาง ส่วนตัวเองก็ยึดตำแหน่งนั้นเอาไว้แทน เจดีย์ทองคำช่างโอหังนักเย่ซิวเพียงแค่คิด ก็สามารถเข้าสู่ภายในเจดีย์ได้ทันทีราวกับว่าเขาหลุดเข

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1403

    พอธูปขนาดมหึมาทั้งสามดอกจุดติด ก็เริ่มลุกไหม้อย่างรวดเร็วกลิ่นหอมของธูปกลายเป็นรูปมังกรสามตัว พุ่งเข้าสู่จมูกของหญิงสาวที่นอนอยู่จากนั้นเตียงน้ำแข็งด้านล่างของเธอก็เริ่มละลายอย่างรวดเร็วภายใต้สายตาของเย่ซิว จนกระทั่งเผยให้เห็นหลุมสีดำขนาดเท่ากำปั้นพลังวิญญาณปะทุออกมาจากหลุมนั้นอย่างต่อเนื่องจิตใจของเย่ซิวถึงกับสะเทือน ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าพลังวิญญาณมาจากที่ไหนหลุมนี้อาจจะเชื่อมต่อกับแดนสวรรค์แห่งใดแห่งหนึ่ง หรือไม่ก็เชื่อมไปยังอีกโลกหนึ่งโดยตรง“วูม!”ธูปขนาดมหึมาทั้งสามดอกไหม้หมดภายในเวลาไม่ถึงสิบวินาที และพลังทั้งหมดก็ถูกหญิงสาวดูดซับเข้าไปในร่างแล้วเธอก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและนั่นเป็นดวงตาแบบไหนกันนะ?!จิตใจของเย่ซิวถึงกับสั่นสะเทือนเขาเห็นดาราจักรหมุนเวียนในดวงตาคู่นั้น เห็นภูเขาและแม่น้ำเปลี่ยนแปลง เห็นสุริยันจันทราหมุนเวียน เห็นสรรพสิ่งกำเนิดและดับสูญ!เมื่อหญิงสาวเอ่ยปาก เสียงของเธอก็ราวกับเสียงดนตรีจากสวรรค์แว่วอยู่ข้างหูเย่ซิว ส่งผลกระทบอย่างมหาศาล ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเขาราวกับถูกชำระล้าง“ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”เย่ซิวได้สติกลับมา ก่อนจะมองหญิงสาวตร

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1402

    อีกข้อหนึ่งก็คือต้องมีจิตใจที่แน่วแน่มั่นคงพอไม่อย่างนั้นจะถูกพลังอันแข็งแกร่งจากภายนอกกัดกร่อนจิตใจได้ง่าย แล้วสุดท้ายก็จะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตครึ่งคนครึ่งปีศาจแต่สำหรับเย่ซิวแล้ว ข้อเสียสองข้อนี้ไม่ใช่ปัญหาเลยร่างกายของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญระดับรวมกายาเสียอีกจิตใจก็มั่นคงดั่งเหล็กกล้าเรียกได้ว่าวิชาลับนี้เหมือนถูกสร้างมาเพื่อเขาโดยเฉพาะทั้งร่างกายและจิตใจของเขาล้วนแข็งแกร่งเกินมนุษย์ถ้าสามารถหาสัตว์วิญญาณหรือปีศาจที่มีสายเลือดทรงพลังมาฝังลงในจุดลมปราณได้ พลังต่อสู้ของเขาจะพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดแน่นอนอารมณ์ของเขาดีขึ้นทันตา ขนาดตอนมองเฉินเฟยเจี๋ยก็ยังรู้สึกว่าเธอน่ามองมากกว่าเดิมผู้หญิงคนนี้คือเทพแห่งโชคลาภของเขาโดยแท้ เป็นเหมือนสาวน้อยผู้ส่งของวิเศษมาให้คิดได้ดังนั้น เย่ซิวก็ลุกขึ้นยืนยิ้มพลางเอ่ยว่า “ขอบคุณมากนะคุณเฉิน งั้นผมคืนให้คุณก็แล้วกัน”พูดจบก็ยื่นหนังสือเล่มนั้นคืนให้เฉินเฟยเจี๋ยเฉินเฟยเจี๋ยรับไปแล้วเก็บไว้เรียบร้อย ก่อนจะเตือนเย่ซิว “อย่าลืมนะ วิชาลับนี้สำคัญมาก ห้ามรั่วไหลแม้แต่นิดเดียว ถ้าใครเห็นเข้าก็ต้องทำให้เขาหายไป ไม่อย่างนั้นพวกเราจ

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1344

    เย่ซิวพยักหน้าแล้วก้าวเดินไปข้างหน้าเพราะไม่รู้ว่าพระชุดขาวนั้นอาศัยอยู่ที่ไหน เย่ซิวจึงได้แต่แสร้งทำเป็นเดินตรวจตราตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เหล่าพระที่พบเห็นแต่ละคนต่างก็มีพลังแข็งแกร่งด้วยกันทั้งสิ้นเขาเดินวนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็หาสถานที่ที่พระชุดขาวใช้ฝึกสมาธิและวิชาต่อสู้เป็นประจำพ

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1381

    แม่บ้านหญิงแทบจะถูกเขากวนประสาทจนตาย เธอคิดในใจว่านี่ตัวเองทำบาปกรรมอะไรไว้ถึงได้มาเจอเจ้านายที่งี่เง่าแบบนี้ได้?“ฉันไม่รับใช้แกแล้ว ยังไงคนที่อยู่ในสำนักก็ไม่ใช่ญาติพี่น้องแท้ ๆ ของฉันอยู่แล้ว แกอยากฆ่าก็ฆ่าไปเถอะ ลาก่อน”พูดจบ แม่บ้านหญิงก็เลือกที่จะหนีทันทีพอเธอหนีไป คนอื่น ๆ ที่เหลือก็ยิ่งแ

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1378

    หนิวต้าลี่จะรับความจริงกับเรื่องนี้ได้ยังไงกัน ด้วยความแค้นแน่นอก จึงพาพรรคพวกของตัวเองบุกมาที่นี่เป็นพันลี้ พร้อมตั้งใจแน่วแน่ว่ายังไงก็ต้องฆ่าเย่ซิวให้ได้หลังจากฟังที่อีกฝ่ายพูดจบ เย่ซิวกลับหัวเราะออกมา “นายนี่ตลกดีนะ ตัวเองไม่มีปัญญาจีบผู้หญิงได้ แล้วจะมาโทษฉันงั้นเหรอ”คำพูดนี้เหมือนแทงเข้าไป

  • โคตรคนยอดปรมาจารย์   บทที่ 1375

    ทรัพยากรที่ต้องใช้ในการฝึกเก้าวัจนะลึกลับขั้นที่ห้า หากคิดเป็นศิลาวิญญาณแล้ว จะสูงถึงหนึ่งหมื่นล้านศิลาวิญญาณเพียงแค่คิดถึงตัวเลขนี้ก็ทำให้เย่ซิวรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวแล้วจำนวนที่มหาศาลขนาดนี้ ต่อให้เขาสามารถหาได้วันละสิบล้านศิลาวิญญาณ ก็ยังต้องใช้เวลากว่าสองปี แต่ความจริงคือเขาไม่สามารถหาได้มาก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status