تسجيل الدخول#งานเลี้ยงดินเนอร์
“ขอบคุณแขกทุกท่านที่มาร่วมงานและร่วมแสดงความยินดีให้กับครอบครัวสิวิมลพรและครอบครัวปัญฐารัตนาพงษ์ ที่วันนี้ลูกสาวและลูกชายของทั้งสองได้หมั้นหมายกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในค่ำคืนนี้ก็สมควรแก่การเฉลิมฉลองแล้ว ขอให้แขกทุกท่านดื่มอวยพรให้กับคู่หมั้นทั้งสองของเรา มีความสุขและหวังว่าจะมีข่าวดีในเร็วๆนี้กันด้วยนะครับ”
“ชนแก้ว!!…”
สิ้นเสียงพิธีกรในงานแขก ผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทุกคนต่างก็พากันยกแก้วชูขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง และแสดงความยินดีให้กับคู่หมั้นของสองตระกูลดังด้วยความชื่นมื่น
แต่ทว่าในจังหวะที่ทุกคนกำลังกระดกแก้วดื่มอยู่นั้น ก็มีเสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสุดเซกซี่ที่ทุกคนต่างคุ้นหน้าคุ้นตาและรู้จักกันเป็นอย่างดี กำลังค่อยๆก้าวเดินเข้ามาในงานอย่างช้าๆ ทำให้บรรยากาศที่ชื่นมื่นเมื่อสักครู่นี้ถึงกับเงียบกริบลงแทบจะทันที
…แปะ!…แปะ!…แปะ!…
“น้องรักของพี่ เธอเก่งมากจริงๆ บราโว่!!”
ฉันเอ่ยขึ้นราวกับชื่นชม พร้อมกับเดินเข้าไปในงานจนมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้า พี่ดนัย อดีตว่าที่คู่หมั้น และขวัญข้าว น้องสาวร่านรักตัวดีของฉัน รวมทั้งครอบครัวทั้งสองตระกูลที่กำลังยืนอยู่แถวบริเวณหน้าเวที ก่อนที่ฉันจะยกยิ้มส่งให้คนทั้งสองอย่างนางร้าย
“ข้างฟ่าง! ถ้าจะเข้ามาป่วนงานหมั้นของน้องก็รีบกลับไปซะ อย่ามาทำให้ครอบครัวเราต้องขายหน้าไปมากกว่านี้เลย” เขมิกา รีบเอ่ยห้ามปรามลูกเลี้ยงของเธอด้วยสีหน้าและแววตาแฝงไปด้วยความตื่นตะหนกเล็กน้อย
“หึหึ ข้าวไม่รู้เลยนะคะว่าวันนี้เป็นงานหมั้นของขวัญข้าว เพราะเข้าใจว่าวันนี้เป็นงานหมั้นของตัวเองกับพี่ดนัยซะอีก”
“ข้าวฟ่าง คือว่าพี่…” ดนัยที่เห็นสายตาเป็นประกายบางอย่างของข้าวฟ่างก็ถึงกับเอ่ยขึ้นมาอย่างตะกุกตะกัก แต่เขาก็ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร หญิงสาวคนสวยก็เดินไปหยุดอยู่ตรงบริเวณแก้วเชมเปญที่ตั้งเป็นหอคอย แล้วหันมาพูดพร้อมกับกระตุกยิ้มบางๆ ให้กับเขาด้วยท่าทีที่ทำเอาเขารู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“พี่ดนัยชอบผู้หญิงแอ๊บแบ๊วใสใสแบบยัยขวัญเหรอคะ ข้าวนึกว่าพี่จะชอบผู้หญิงแบบข้าวซะอีก”
“คือว่าพี่...”
“พี่ข้าวฟ่างคะ อย่าเข้าใจขวัญผิดนะคะ ก็เพราะว่าคุณพ่อกับคุณแม่หาตัวพี่ไม่เจอแล้วขวัญก็ไม่รู้ว่าพี่ไปเที่ยวปาร์ตี้อยู่ร้านตรงไหน ขวัญก็เลยจำเป็นที่ต้องเข้าพิธีหมั้นกับพี่ดนัยแทนพี่ค่ะ”
ขวัญข้าว ที่เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเอ่ยแทรกขึ้นมาอธิบายด้วยท่าทางสั่นกลัว โดยที่สายตาก็จ้องมองพี่สาวของตัวเองด้วยแววตาราวกับคนถูกรังแก แต่ทว่าในจังหวะที่ทุกคนเผลอเธอก็แอบส่งยิ้มเยาะไปให้กับพี่สาวของเธออย่างเย้ยหยัน
“อย่างนี้นี่เอง” ฉันพูดขึ้นและเห็นสายตาเยาะเย้ยของนังน้องสาวตัวดีก็ถึงกับหัวร้อนขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะได้ยินเสียงของคุณพ่อเอ่ยแทรกดังขึ้นมาเบาๆ
“ข้าวฟ่าง ตอนนี้แกรีบออกจากงาน แล้วไปนั่งรอพ่ออยู่บนห้องพักก่อน หลังจากเสร็จงานตรงนี้พ่อจะรีบตามขึ้นไปเพราะเราสองคนมีเรื่องต้องคุยกัน”
“อะไรกันคะคุณพ่อ…ในเมื่อวันนี้เป็นงานหมั้นของน้องสาวสุดที่รัก ถึงแม้ว่าน้องจะเป็นแค่ตัวสำรองก็ตาม คุณพ่อจะไม่ให้ข้าวแสดงความยินดีให้กับน้องหน่อยเหรอคะ”
“ ผู้ใหญ่อยู่กันเยอะแกอย่ามาเล่นอะไรแผลงๆแถวนี้นะข้าวฟ่าง”
“....”ฉันไม่ได้พูดตอบกลับอะไร แต่หันไปขอไมโครโฟนจากพิธีกรที่กำลังยืนอึ้งอยู่ไม่ไกล แล้วเอื้อมมือคว้าหยิบแก้วเชมเปญก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้กับคนทั้งสองพร้อมทั้งเอ่ยดังขึ้นมาในทันที
“สวัสดีค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ที่ยอมสละเวลาอันมีค่ามาร่วมงานในวันนี้ ข้าวต้องขอโทษทุกท่านด้วยนะคะ ที่วันนี้คู่หมั้นตัวจริงน่าจะเป็นข้าวกับพี่ดนัยมากกว่า แต่พอดีเมื่อคืน ข้าวไปปาร์ตี้สละโสดหนักไปหน่อย ก็เลยลืมทิ้งที่อยู่ที่ทางน้องสาวจัดเตรียมไว้ให้กับครอบครัวตามหา ข้าวดีใจนะคะที่น้องขวัญจะได้มีผู้ชายเป็นของตัวเองสักที และข้าวก็ขอบคุณน้องขวัญด้วยจริงๆที่ตลอดเวลาก่อนงานหมั้นจะจัดขึ้น น้องก็ช่วยดูแลพี่ดนัยเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน หรือแม้แต่เรื่องบนเตียง น้องสาวคนนี้ก็จัดการดูแลแทนพี่สาวอย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักนิด ในฐานะพี่สาวคนโตของตระกูล ก็ขออวยพรให้กับขวัญข้าวน้องรักของพี่ให้มีแต่ความฉิบหาย อยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความสุข ขอให้ในทุกๆ วันมีแต่ความร้อนรุ่มแผดเผาความร่านของเธอยิ่งกว่าไฟในนรก รวมทั้งขอให้ผู้ชายทุกคนที่เธอเลี้ยงผูกปิ่นโตไว้ทิ้งเธออย่างไม่ไยดี และที่สำคัญขอให้เธอจมปรักอยู่กับความอิจฉา จนอกแตกตายที่ตัวเองไม่มีเหมือนพี่สาวคนนี้นะ น้องขวัญข้าวสุดที่รักของพี่”
ฉันพูดจบก็ยกแก้วแชมเปญขึ้นชูราวกับอวยพร ก่อนจะเทมันราดลงพื้นพร้อมกับส่งยิ้มร้ายให้กับน้องสาวตัวดีที่กำลังยืนจ้องมองฉันด้วยแววตาโกรธจัด ก่อนที่เสียงของนังแม่เลี้ยงจะแว๊ดดังขึ้นมา
“แกต่างหากยัยข้าวที่เอาแต่อิจฉาน้องและเห็นน้องได้ดีกว่าตัวเองไม่ได้ พอไม่ได้ดั่งใจก็ชอบทำนิสัยเสียอย่างนี้ตลอด วันนี้กลับไปที่บ้านแม่คงจะต้องจัดการสั่งสอนจริงจังสักที”
“ข้าวชอบทำนิสัยเสียเพราะอิจฉาน้องสาวคนนี้อย่างนั้นเหรอคะคุณแม่เลี้ยง”
“ก็ใช่น่ะสิ วันๆเธอเอาแต่ออกไปเที่ยวปาร์ตี้ทั้งวันทั้งคืนบ้านช่องไม่ยอมจะกลับแล้ววันนี้ก็ยังทำตัววุ่นวายอีก ใครก็ได้มาพาตัวคุณหนูข้าวฟ่างออกไปจากงานเลี้ยงเดี๋ยวนี้!!!”
“ไม่ต้องไล่หรอกค่ะ เดี๋ยวข้าวจะออกไปเอง แต่ก่อนไปข้าวจะทำให้คุณแม่เลี้ยงรู้ซึ้งกับคำว่า นิสัยไม่ดีมันเป็นยังไง”
“แกจะทำอะไรข้าวฟ่าง”
“นิสัยไม่ดีมันต้องเป็นแบบนี้ค่ะ คุณแม่เลี้ยง”ฉันพูดจบก็แสยะยิ้มอย่างนางร้าย ให้กับครอบครัวของพี่ดนัย และครอบครัวของตัวเองอีกครั้ง พร้อมกับยกมือขึ้นกวาดแก้วแชมเปญที่ตั้งเป็นหอคอยจนล้มระเนระนาดไปกองกับพื้น ก่อนจะหันหลังแล้วเดินเชิดหน้าก้าวเดินออกจากงานด้วยแววตาเต็มไปด้วยความสะใจ
#อีกด้าน
ฟาโรห์ที่มาเที่ยวพักผ่อนกับเพื่อน จนเพื่อนๆแยกย้ายกันไปเข้านอนเขาก็เดินลัดเลาะไปตามริมชายหาดด้วยท่าทีสบายๆ
จนมาถึงบริเวณลานกว้างของหน้าโรงแรมหรูที่อยู่ถัดออกไปจากที่พักของเขาไม่ไกลพร้อมกับเสียงโวยวายที่เกิดขึ้นกลางงานจัดเลี้ยงที่คล้ายงานแต่ง ทำให้ฟาโรห์ต้องหยุดยืนมองภาพนั้นด้วยความสนใจ เมื่อสายตาคมเหลือบไปเห็นเหตุการณ์ช๊อตเด็ดของหญิงสาวสวยคนหนึ่งที่รูปร่างผอมเพรียวสวมใส่ชุดเดรสสีดำสั้นกำลังยกแก้วอวยพรให้กับชายหญิงด้วยท่าทีเต็มไปด้วยความโกรธจัด
ก่อนที่เธอจะเทเหล้าทิ้งแล้วยกมือกวาดแก้วแชมเปญที่ตั้งเป็นหอคอยล้มระเนระนาดแล้วพูดตะโกนออกมาด้วยท่าทางสะใจ พร้อมกับเดินหันหลังก้าวหนีออกมาจากงานโดยไม่สนใจเสียงเรียกตามหลังของครอบครัวที่หน้าถอดสีกันเกือบทั้งงาน
ฟาโรห์ยืนจ้องมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกทึ่งและชอบอกชอบใจเป็นอย่างมาก ก่อนที่เธอจะเดินตรงมาทางจุดที่เขายืนอยู่
แต่ทว่าแสงไฟที่ส่องอยู่ริมชายหาดทำให้เขาเห็นใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าได้อย่างชัดเจน
ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ดูมั่นใจกับดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตา ทำเอาหัวใจของเพลย์บอยอย่างฟาโรห์ ถึงกับเต้นแรงขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“คนหรือนางฟ้าวะ สวยฉิบหายเลย” เขาพึมพำออกมาเบาๆ แต่กลับดังพอที่จะทำให้ หญิงสาวหยุดชะงักพร้อมกับตวัดสายตาจ้องมองมาทางเขาอย่างเอาเรื่อง
“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไง?” ฉันพูดถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด โดยที่สายตาก็จ้องมองผู้ชายตรงหน้าอย่างรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“คนสวยผมเห็นมาเยอะ แต่ก็ไม่เคยเจอใครสวยเท่าคุณมาก่อน” ฟาโรห์เอ่ยขึ้นพลางยกยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุกและอยากจะทำความรู้จักสาวแซ่บคนนี้ให้มากขึ้น
“…..” ฉันหยุดยืนนิ่งและใช้สายตากวาดมองชายหนุ่มที่มีหน้าตาหล่อมากๆรวมทั้งแต่งกายดูดีไร้ที่ติก่อนที่จะยกยิ้มขึ้นแล้วเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“นายโสดหรือเปล่า”
“ผมโสดสนิท”
“คืนนี้ว่างไหม”
“สำหรับคนสวย ผมว่างเสมอ”
“งั้นก็ตามฉันมา คืนนี้ฉันเหงาอยากมีเพื่อนคุยอยู่พอดี”
“ด้วยความยินดีครับนางฟ้าคนสวย” ฟาโรห์ พูดพลางส่งยิ้มเจ้าชู้ให้กับหญิงสาวตรงหน้าอย่างกรุ้มกริ่ม จากที่นึกว่าคืนนี้จะน่าเบื่อเพราะโดนเพื่อนเท แต่กลับกลายเป็นว่าเขากำลังจะได้เขมือบสาวสวยที่แสนถูกใจเขาที่สุด
#หลายเดือนต่อมา@สนามแข่งรถ FR “เครื่องยนต์ชุดนี้ พวกมึงเอาไปตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกรอบแล้วเอาไปขับวอร์มเครื่องและค่อยกลับมารายงานกูอีกครั้ง” เสียงเข้มของฟาโรห์ที่เอ่ยสั่งการลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความจริงจัง หลังจากที่เขาสั่งให้เอาเครื่องยนต์ที่เขาเพิ่งโมมาใหม่ไปตรวจเช็กความพร้อมก่อนที่จะมีการแข่งขันอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ได้ครับพี่ฟาโรห์” ดินขานรับออกมาเบาๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงของไอ้น้ำเอ่ยตะโกนดังขึ้นมาพร้อมกับในมือของมันที่หอบหิ้วถุงร้านอาหารชื่อดังอย่างพะรุงพะรังเดินตามหลังนายหญิงเข้ามายังบริเวณอู่ซ่อมรถของสนามแข่งด้วยรอยยิ้มกว้าง “ทุกคน!!นายหญิงซื้ออาหารกลางวันมาฝาก...รีบลุกขึ้นไปล้างมือแล้วมากินข้าวกันเถอะ” “ขอบคุณครับนายหญิง” เสียงลูกน้องของฟาโรห์เอ่ยดังออกมาแทบจะพร้อมกันด้วยความดีใจ ก่อนที่ทุกคนจะวางมือจากงานที่ทำแล้วขยับตัวลุกขึ้นไปเอาอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินไปนั่งจับกลุ่มทานกันตามมุมต่างๆของสนามอย่างรวดเร็ว “ฟาโรห์เหนื่อยไหม ตอนนี้นายหิวหรือเปล่า พี่สั่งอาหารญี่ปุ่นของโปรดมาให้นายด้วยนะ” ฉันที่
#เช้าวันต่อมา ฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังรอบๆ ห้องนอนก็พบว่าฟาโรห์ไม่ได้นอนอยู่ข้างกาย จึงคิดว่าเขาคงออกไปเตรียมอาหารเช้าเหมือนอย่างที่เคยทำให้ฉันอยู่เป็นประจำ ก่อนที่ฉันจะรีบขยับตัวเองลุกขึ้นแล้วก้าวลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตัวเองสดชื่นในทันที หลังจากที่ใช้เวลาส่วนตัวไม่นาน ฉันก็ก้าวเดินออกมายังห้องรับแขกด้านนอกพลางเอ่ยเรียกชื่อแฟนเด็กของฉันขึ้นมาเบาๆ “ฟาโรห์!!.... ฟาโรห์นายอยู่ไหนอ่ะ เขาหายไปไหนนะ” ฉันเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินไปยังรอบๆ ห้องพักด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเขาในทันที แต่ทว่ากดโทรหา เท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสาย จึงทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “นายจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ” ฉันพึมพำขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะพยายามกดโทรหาแฟนเด็กของฉันอีกครั้ง แต่ทว่าในจังหวะนั้นสายตาของฉันก็หันไปเห็นโพสต์อิทที่ติดไว้อยู่ตรงหน้าตู้เย็นจึงทำให้ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัยในทันที “พี่ข้าวฟ่างช่วยใส่ชุดที่วางอยู่ในกล
#สามเดือนต่อมา@โรงแรมหรูริมชายหาด “ซี๊ด…เสียวหัวฉิบ....อ่าห์” เสียงครางกระเส่าพร้อมกับใบหน้าที่เหยเกของฟาโรห์ ที่กำลังใช้มือประคองสะโพกเล็กของข้าวฟ่างให้ขยับขึ้นลงดูดกลืนความแข็งแกร่งของเขาอย่างร้อนแรง โดยที่ทรวงอกอิ่มก็กระเพื่อมเด้งกระดอนไปมาอยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะยกมืออีกข้างขึ้นมากอบกุม และอ้าปากดูดกลืนยอดอกอิ่มอย่างคนหื่นกระหายจนเรียกเสียงครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา “อือ ฟาโรห์…อ๊ะ ฟาโรห์ อื้อ…” เสียงของข้าวฟ่างที่ร้องครางเรียกชื่อแฟนเด็กของเธอในทุกๆการเข้าออก ก็เหมือนกับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบของฟาโรห์ให้กระแทกเอวสวนขึ้นอย่างหนักหน่วงแทบจะทันทีก่อนที่เขาจะยกร่างเล็กให้พลิกลงนอนราบบนโซฟาอย่างรวดเร็ว “บี๋ครางชื่อผมแบบนี้ ใครมันจะไปทนไหวกันวะ” “ก็อย่าทนสิเพราะพี่เอง ก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ที่รัก” “พี่แม่ง!!ยั่วเย…ฉิบหายเลย” ฟาโรห์ถึงกับเอ่ยคำรามออกมาในลำคอเบาๆ เมื่อได้ยินคำพูดของข้าวฟ่าง ก่อนที่เขาจะจับแยกขาเล็กกางออกกว้างแล้วเร่งสะโพกตอกอัดใส่ความคับแน่นอย่างรุนแรง ยิ่งความอ่อนนุ่มตอดรัดเขาถี่ยิบมากเท
#หลายเดือนต่อมา@โรงพยาบาลจิตเวช ฉันที่หยุดยืนนิ่งและจ้องมองไปยังขวัญข้าวผ่านกระจกใสของหน้าห้องพักฟื้นคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง ที่คุณพ่อขอร้องให้ฉันมาเป็นเพื่อนเขา หลังจากเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดได้ผ่านพ้นไป ขวัญข้าวที่คราวแรกเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ แต่ทว่ากลับเห็นข่าวแม่ของเธอที่เสียชีวิต เธอก็เริ่มสติแตกและกลับมาคลุ้มคลั่งอีกครั้ง จนพ่อต้องพาเธอมารักษาตัวยังโรงพยาบาลแห่งนี้ตามคำแนะนำของคุณหมอและไม่รู้เลยว่า ขวัญข้าวจะมีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า ฉันพลางถอนหายใจออกมาเบาๆและยืนมองเธอที่กำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนเตียงคนไข้พลางขยับโยกตัวไปมาและพูดพึมพำหัวเราะคนเดียวออกมาในสภาพที่เหม่อลอย ก่อนที่เธอจะเริ่มยกมือขึ้นมารั้งดึงเส้นผมตัวเองพลางส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวอย่างคนคลุ้มคลั่ง ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลต่างก็พากันวิ่งกรูเข้ามาจนเธอต้องขยับตัวถอยหลังออกมาก่อนจะได้ยินเสียงของคุณพ่อเอ่ยดังขึ้นมาเบาๆจากทางด้านหลัง “ข้าวฟ่าง..ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะลูก ไม่เข้าไปเยี่ยมน้องแล้วเหรอ”ขจรเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจหลังจากที่เขาแยกต
#เวลาผ่านไป “คุณหมอคะ ลูกสาวของฉันเป็นยังไงบ้างคะ”เขมิการีบพูดถามคุณหมอด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลพลางจับจ้องมองไปยังลูกสาวที่นอนหลับสนิทด้วยความเป็นห่วงจับใจ “หมอคงต้องขอเรียนตามตรงนะครับคือตอนนี้คนไข้เจอเรื่องที่ค่อนข้างกระทบกระเทือนจิตใจมาก จนเกิดภาวะช๊อกเข้าขั้นรุนแรงและหมอทำได้ในตอนนี้คือดูแลคนไข้ไปตามอาการก่อน แล้วหมอจะลองปรึกษากับทางหมอจากแผนกจิตเวชให้มาช่วยประเมินอาการคนไข้อีกครั้งนะครับ” “แบบนี้ลูกสาวของผมจะกลับมา เหมือนเดิมไหมครับ” “หมอตอบไม่ได้ครับ เพราะเรื่องนี้ต้องอยู่ที่ตัวคนไข้ว่าพร้อมจะกลับมาหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อก่อนนะครับ” “ขอบคุณมากครับคุณหมอ” ขจรเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปมองลูกสาวคนเล็กอย่างนึกสงสาร “ขวัญข้าวลูกแม่ ฮือ...ทำไมลูกถึงได้โชคร้ายอย่างนี้ ฮือ..มันเป็นเพราะคุณที่พูดจาใจร้ายกับลูกฉัน เธอถึงได้เป็นแบบนี้ ถ้าหากลูกฉันเป็นอะไรไป ฉันไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่คุณขจร!!” เขมิกาที่ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจก่อนที่จะหันไปแว๊ดใส่สามีของเธออย่างคาดโทษในทันที “ที่ลูกเป็น
# เช้าวันต่อมา@คอนโดฟาโรห์ ฉันลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความปวดร้าวระบมไปทั้งตัวจนแทบจะขยับตัวลุกไม่ขึ้น ก่อนจะหันไปเห็นฟาโรห์ที่กำลังนอนหลับสนิทพลางใช้แขนแกร่งโอบกอดฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าฉันจะหายไป ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะเริ่มฉายซ้ำเข้ามาในหัวเป็นฉากๆจนมาหยุดอยู่ที่บทรักอันแสนร้อนแรงและดุเดือดระหว่างฉันกับฟาโรห์ ที่ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาแทบจะทันที “ขอบคุณที่มาช่วยพี่ไว้ได้ทันนะ ที่รักของพี่” ฉันพูดพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับโน้มตัวลงไปจูบลงบนแก้มนิ่มของแฟนเด็กอย่างขอบคุณ ก่อนจะเบนสายตามองไปยังรอบๆ ห้องที่คุ้นตาก็รับรู้ได้ว่า ฉันกลับมาถึงคอนโดของฟาโรห์เรียบร้อยแล้วแต่ในจังหวะนั้น..... ติ๊ง!…ติ๊ง!…ติ๊ง!…ติ๊ง!…ติ๊ง!… เสียงสั่นแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นมารัวๆ ทำให้ฉันถึงกับต้องขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมาด้วยความสงสัย ว่าใครมันส่งข้อความอะไรมาให้ฉันแต่เช้า พอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูหน้าจอก็ถึงกับต้องตกใจ เมื่อเห็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่เด้งขึ้นมารัวๆ







