تسجيل الدخول#เวลาต่อมา
เสียงดนตรีที่เปิดดังกระหึ่มเป็นจังหวะเร้าใจ ในช่วงยามค่ำคืนที่ยิ่งดึกมากเท่าไร ก็ยิ่งทำให้เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวต่างพากันลุกขึ้นเต้นกันอย่างคึกคัก
ในขณะที่ฉันก็นั่งพูดคุยสัพเพเหระกับชายหนุ่มแปลกหน้าอยู่แถวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์บาร์ด้วยท่าทีสบายๆ และด้วยสีผมและหน้าตาอันแสนหล่อเหลาของเขาก็เรียกสายตาดึงดูดจากสาวๆภายในร้านได้เป็นอย่างดี
“เราคุยกันมาตั้งนาน ผมยังไม่รู้จักชื่อของคุณเลย ผมชื่อ ฟาโรห์ แล้วคุณล่ะชื่ออะไร” ฟาโรห์ เอ่ยขึ้นพร้อมกับแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มบางๆ
“ฉันข้าวฟ่างค่ะ และก็ขอบคุณฟาโรห์นะ ที่ยอมมาดื่มย้อมใจเป็นเพื่อนฉันแบบนี้” ฉันพูดตอบด้วยรอยยิ้มพร้อมกับหันไปสบตามองเขาด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเป็นมิตร
“ผมก็แค่บังเอิญผ่านมา และก็กำลังหาเพื่อนดื่มอยู่พอดี”
“งั้นฉันก็โชคดีสินะ ที่ได้มาเจอกับฟาโรห์พอดี”
“ผมต่างหาก...ที่เป็นคนโชคดีมากกว่า ได้มานั่งอยู่ข้างสาวสวยอย่างข้าวฟ่าง” ฟาโรห์เอ่ยตอบ พลางขยับตัวเข้าไปใกล้แล้วจ้องมองหญิงสาวด้วยแววตาเต็มไปด้วยประกายความเจ้าชู้ จนเรียกรอยยิ้มเขินอายจากข้าวฟ่างออกมาแทบจะทันที
“หึหึ...ท่าทางและสายตาของนายเจ้าชู้ขนาดนี้ ฉันคิดว่าน่าจะเจอสาวสวยมากกว่าฉันซะอีกนะ และที่สำคัญนายคงมีสาวๆในสต๊อกเยอะอยู่แน่ๆ” ฉันแกล้งพูดอย่างหยอกเย้าพลางส่งยิ้มหวานให้กับเขาอย่างมีจริต
“ผมคงทำให้ข้าวต้องผิดหวังแล้วล่ะ เพราะผมไม่เคยมีสาวในสต๊อกเลยสักคนเดียว หรือว่าข้าวอยากลองมานั่งข้างๆผมทุกวันเป็นคนแรกเลยดีไหม” ฟาโรห์เอ่ยถามและจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสื่อความหมาย
“จะให้นั่งอย่างเดียวเองเหรอ แล้วถ้าข้าวง่วงอยากนอนกับฟาโรห์ได้หรือเปล่า” ฉันเอ่ยตอบกลับออกมาเบาๆ และใช้ปลายนิ้วเรียวลูบวนไปตามขอบแก้วเหล้าอย่างช้าๆพร้อมกับส่งยิ้มยั่วยวนให้กับฟาโรห์ที่จ้องมองฉันราวกับจะกลืนกิน
“ตอนนี้ผมก็รู้สึกง่วง และอยากนอนกับข้าวใจจะขาดแล้วเหมือนกัน”
“….” ฉันสบตามองฟาโรห์ด้วยหัวใจที่เต้นแรงระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ แต่ทว่าในจังหวะนั้นสายตาของฉันก็ดันเหลือบไปเห็น ขวัญข้าวกับพี่ดนัยกำลังเดินพูดคุยหยอกล้อเข้ามาด้านในร้านที่ฉันนั่งอยู่ ความเจ็บใจที่ถูกแย่งคู่หมั้นของตัวเองไปต่อหน้าต่อตาก็ทำให้ฉันตัดสินใจบางอย่างที่บ้าบอขึ้นมาในทันที
ฉันขยับตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ฟาโรห์อย่างแนบชิด พลางยกแขนขึ้นคล้องคอหนาของเขาไว้อย่างหลวมๆ ก่อนจะค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าไปพูดกระซิบที่ข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“จูบฉันหน่อยสิ”
“หืม…” ฟาโรห์นิ่งชะงักไปเล็กน้อยพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรู้สึกประหลาดใจ พลันสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นน้องสาวของข้าวฟ่างที่เดินควงแขนมากับชายหนุ่มก็ทำให้เขาพอจะเข้าใจกับสถานการณ์ตรงหน้าได้เป็นอย่างดี
“นายไม่กล้า...” ฉันเอ่ยถามขึ้นและจ้องมองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความท้าทาย
“ถ้าอยากให้ผมจูบ คืนนี้ข้าวต้องไปนอนกับผม” ฟาโรห์เอ่ยขึ้นอย่างต่อรอง และจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาวอย่างรอคำตอบ
“หือ…” ฉันที่ได้ยินก็ถึงกับครางออกเสียงในลำคอออกมาเบาๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะได้ยินเสียงของเขาดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแคลนของฟาโรห์ส่งมาให้กับฉัน
“ฮึ.... ไม่กล้าสินะ”
“ใครบอกว่าไม่กล้า ฉันแค่จะถามว่าจะให้ฉันนอนกับนายแค่คืนเดียวเองเหรอ” ฉันพูดตอบกลับอย่างคนใจกล้าและจ้องมองเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยความออดอ้อน
“รู้ไหมว่าถ้าข้าวใช้สายตายั่วผมอยู่อย่างนี้ คืนนี้ผมรับรองว่าข้าวไม่ได้นอนทั้งคืนแน่นอน” ฟาโรห์เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งหัวเราะ ในลำคอออกมาเบาๆอย่างชอบใจ ก่อนที่เขาจะยกมือรั้งท้ายทอยของข้าวฟ่างเข้ามาใกล้แล้วก้มลงบดขยี้ริมฝีปากอิ่มลงอย่างดูดดื่มและร้อนแรงในทันที
#อีกฝั่งของทางเข้าร้าน
ดนัยและขวัญข้าวที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาในร้านถึงกับหยุดชะงัก เมื่อเห็นภาพหญิงสาวชุดดำที่แสนคุ้นตากำลังจูบนัวเนียอยู่กับชายแปลกหน้าอยู่แถวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์บาร์ อย่างไม่สนสายตาของผู้คนภายในร้านสักนิดเดียว ภาพที่เห็นนั้นยิ่งทำให้ขวัญข้าวรีบแสร้งทำเป็นยกมือปิดปากของเธอราวกับตัวเองตกใจเป็นอย่างมาก
“ตายแล้ว!! นั่นพี่ข้าวฟ่างนี่คะ ทำไมพี่เขาถึงได้มาจูบกับผู้ชายกลางร้านแบบนี้ล่ะ ถ้าคุณพ่อคุณแม่มาเห็นท่านคงจะโกรธน่าดูเลย ขวัญว่าพวกเรารีบเข้าไปห้ามดีไหมคะ” ขวัญข้าว พูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมกับแสร้งตีหน้าซื่อราวกับเธอเป็นห่วงพี่สาวของตัวเองอย่างจับใจ
ในขณะที่ดนัยก็จ้องมองภาพหนุ่มสาวที่จูบกันอย่างดูดดื่มด้วยแววตาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง สองมือหนาเผลอกำแน่นจนได้ยินเสียงร้องของขวัญข้าวดังขึ้นมา
“พี่ดนัย..ขวัญเจ็บนะคะ”
“โทษทีนะ เอ่อคือ...พี่ว่าเราอย่าไปยุ่งเรื่องของเขาเลยน่าจะดีกว่าพวกเราเปลี่ยนร้านกันเถอะ” ดนัยรีบปล่อยมือแล้วหันไปพูดกับหญิงสาวด้วยความตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพูดเปลี่ยนเรื่อง โดยที่ภายในใจของเขากลับรู้สึกร้อนรุ่มและไม่พอใจกับภาพตรงหน้าเป็นอย่างมาก ที่แม้แต่ตัวเขายังไม่มีโอกาสที่จะได้สัมผัสตัวของข้าวฟ่างอย่างนี้เลยสักนิด
“แต่พี่ดนัยคะ ขวัญกลัวพี่ข้าวจะมั่วผู้ชายจนติดโรค พวกเราจะไม่เข้าไปตามพี่เขากลับโรงแรมจริงๆเหรอคะ” ขวัญข้าว พูดบอกพร้อมกับแสร้งทำท่าทีราวกับตัวเองเห็นอกเห็นใจพี่สาวของเธอ
“ข้าวฟ่างอยากจะทำอะไรก็เรื่องของเธอ แต่พี่ว่าตอนนี้พวกเราเปลี่ยนร้านไปร้านอื่นดีกว่า ร้านนี้คงไม่สนุกแล้วล่ะ”
“ค่ะ ขวัญตามใจคู่หมั้นสุดหล่ออยู่แล้ว”
ดนัยส่งยิ้มบางๆให้กับขวัญข้าว ก่อนที่เขาจะยกแขนโอบเอวเล็กของหญิงสาวแล้วพากัน ก้าวเดินออกจากร้านเหล้าอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันสังเกตเห็นแววตาที่แฝงไปด้วยความสะใจของขวัญข้าวที่หันไปมองพี่สาวของเธออย่างเย้ยหยัน
“ฮึ…สมน้ำหน้าอีข้าวฟ่าง”
#หลายเดือนต่อมา@สนามแข่งรถ FR “เครื่องยนต์ชุดนี้ พวกมึงเอาไปตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกรอบแล้วเอาไปขับวอร์มเครื่องและค่อยกลับมารายงานกูอีกครั้ง” เสียงเข้มของฟาโรห์ที่เอ่ยสั่งการลูกน้องคนสนิทด้วยสีหน้าและท่าทางเต็มไปด้วยความจริงจัง หลังจากที่เขาสั่งให้เอาเครื่องยนต์ที่เขาเพิ่งโมมาใหม่ไปตรวจเช็กความพร้อมก่อนที่จะมีการแข่งขันอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ได้ครับพี่ฟาโรห์” ดินขานรับออกมาเบาๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงของไอ้น้ำเอ่ยตะโกนดังขึ้นมาพร้อมกับในมือของมันที่หอบหิ้วถุงร้านอาหารชื่อดังอย่างพะรุงพะรังเดินตามหลังนายหญิงเข้ามายังบริเวณอู่ซ่อมรถของสนามแข่งด้วยรอยยิ้มกว้าง “ทุกคน!!นายหญิงซื้ออาหารกลางวันมาฝาก...รีบลุกขึ้นไปล้างมือแล้วมากินข้าวกันเถอะ” “ขอบคุณครับนายหญิง” เสียงลูกน้องของฟาโรห์เอ่ยดังออกมาแทบจะพร้อมกันด้วยความดีใจ ก่อนที่ทุกคนจะวางมือจากงานที่ทำแล้วขยับตัวลุกขึ้นไปเอาอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วเดินไปนั่งจับกลุ่มทานกันตามมุมต่างๆของสนามอย่างรวดเร็ว “ฟาโรห์เหนื่อยไหม ตอนนี้นายหิวหรือเปล่า พี่สั่งอาหารญี่ปุ่นของโปรดมาให้นายด้วยนะ” ฉันที่
#เช้าวันต่อมา ฉันค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับมองไปยังรอบๆ ห้องนอนก็พบว่าฟาโรห์ไม่ได้นอนอยู่ข้างกาย จึงคิดว่าเขาคงออกไปเตรียมอาหารเช้าเหมือนอย่างที่เคยทำให้ฉันอยู่เป็นประจำ ก่อนที่ฉันจะรีบขยับตัวเองลุกขึ้นแล้วก้าวลงจากเตียงเพื่อไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ตัวเองสดชื่นในทันที หลังจากที่ใช้เวลาส่วนตัวไม่นาน ฉันก็ก้าวเดินออกมายังห้องรับแขกด้านนอกพลางเอ่ยเรียกชื่อแฟนเด็กของฉันขึ้นมาเบาๆ “ฟาโรห์!!.... ฟาโรห์นายอยู่ไหนอ่ะ เขาหายไปไหนนะ” ฉันเอ่ยเรียกพร้อมกับเดินไปยังรอบๆ ห้องพักด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาเขาในทันที แต่ทว่ากดโทรหา เท่าไหร่ก็ไม่มีคนรับสาย จึงทำให้ฉันรู้สึกเป็นห่วงเขาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก “นายจะเป็นอะไรหรือเปล่านะ” ฉันพึมพำขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะพยายามกดโทรหาแฟนเด็กของฉันอีกครั้ง แต่ทว่าในจังหวะนั้นสายตาของฉันก็หันไปเห็นโพสต์อิทที่ติดไว้อยู่ตรงหน้าตู้เย็นจึงทำให้ฉันรีบเดินเข้าไปใกล้แล้วเอื้อมมือหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านด้วยความสงสัยในทันที “พี่ข้าวฟ่างช่วยใส่ชุดที่วางอยู่ในกล
#สามเดือนต่อมา@โรงแรมหรูริมชายหาด “ซี๊ด…เสียวหัวฉิบ....อ่าห์” เสียงครางกระเส่าพร้อมกับใบหน้าที่เหยเกของฟาโรห์ ที่กำลังใช้มือประคองสะโพกเล็กของข้าวฟ่างให้ขยับขึ้นลงดูดกลืนความแข็งแกร่งของเขาอย่างร้อนแรง โดยที่ทรวงอกอิ่มก็กระเพื่อมเด้งกระดอนไปมาอยู่ตรงหน้าทำให้ชายหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะยกมืออีกข้างขึ้นมากอบกุม และอ้าปากดูดกลืนยอดอกอิ่มอย่างคนหื่นกระหายจนเรียกเสียงครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา “อือ ฟาโรห์…อ๊ะ ฟาโรห์ อื้อ…” เสียงของข้าวฟ่างที่ร้องครางเรียกชื่อแฟนเด็กของเธอในทุกๆการเข้าออก ก็เหมือนกับยิ่งกระตุ้นอารมณ์ดิบของฟาโรห์ให้กระแทกเอวสวนขึ้นอย่างหนักหน่วงแทบจะทันทีก่อนที่เขาจะยกร่างเล็กให้พลิกลงนอนราบบนโซฟาอย่างรวดเร็ว “บี๋ครางชื่อผมแบบนี้ ใครมันจะไปทนไหวกันวะ” “ก็อย่าทนสิเพราะพี่เอง ก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ที่รัก” “พี่แม่ง!!ยั่วเย…ฉิบหายเลย” ฟาโรห์ถึงกับเอ่ยคำรามออกมาในลำคอเบาๆ เมื่อได้ยินคำพูดของข้าวฟ่าง ก่อนที่เขาจะจับแยกขาเล็กกางออกกว้างแล้วเร่งสะโพกตอกอัดใส่ความคับแน่นอย่างรุนแรง ยิ่งความอ่อนนุ่มตอดรัดเขาถี่ยิบมากเท
#หลายเดือนต่อมา@โรงพยาบาลจิตเวช ฉันที่หยุดยืนนิ่งและจ้องมองไปยังขวัญข้าวผ่านกระจกใสของหน้าห้องพักฟื้นคนไข้ในโรงพยาบาลจิตเวชแห่งหนึ่ง ที่คุณพ่อขอร้องให้ฉันมาเป็นเพื่อนเขา หลังจากเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมดได้ผ่านพ้นไป ขวัญข้าวที่คราวแรกเหมือนจะกลับมาเป็นปกติ แต่ทว่ากลับเห็นข่าวแม่ของเธอที่เสียชีวิต เธอก็เริ่มสติแตกและกลับมาคลุ้มคลั่งอีกครั้ง จนพ่อต้องพาเธอมารักษาตัวยังโรงพยาบาลแห่งนี้ตามคำแนะนำของคุณหมอและไม่รู้เลยว่า ขวัญข้าวจะมีโอกาสกลับมาเหมือนเดิมอีกหรือเปล่า ฉันพลางถอนหายใจออกมาเบาๆและยืนมองเธอที่กำลังนั่งกอดเข่าคุดคู้อยู่บนเตียงคนไข้พลางขยับโยกตัวไปมาและพูดพึมพำหัวเราะคนเดียวออกมาในสภาพที่เหม่อลอย ก่อนที่เธอจะเริ่มยกมือขึ้นมารั้งดึงเส้นผมตัวเองพลางส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัวอย่างคนคลุ้มคลั่ง ในขณะที่เจ้าหน้าที่พยาบาลต่างก็พากันวิ่งกรูเข้ามาจนเธอต้องขยับตัวถอยหลังออกมาก่อนจะได้ยินเสียงของคุณพ่อเอ่ยดังขึ้นมาเบาๆจากทางด้านหลัง “ข้าวฟ่าง..ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะลูก ไม่เข้าไปเยี่ยมน้องแล้วเหรอ”ขจรเอ่ยถามออกมาด้วยความแปลกใจหลังจากที่เขาแยกต
#เวลาผ่านไป “คุณหมอคะ ลูกสาวของฉันเป็นยังไงบ้างคะ”เขมิการีบพูดถามคุณหมอด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลพลางจับจ้องมองไปยังลูกสาวที่นอนหลับสนิทด้วยความเป็นห่วงจับใจ “หมอคงต้องขอเรียนตามตรงนะครับคือตอนนี้คนไข้เจอเรื่องที่ค่อนข้างกระทบกระเทือนจิตใจมาก จนเกิดภาวะช๊อกเข้าขั้นรุนแรงและหมอทำได้ในตอนนี้คือดูแลคนไข้ไปตามอาการก่อน แล้วหมอจะลองปรึกษากับทางหมอจากแผนกจิตเวชให้มาช่วยประเมินอาการคนไข้อีกครั้งนะครับ” “แบบนี้ลูกสาวของผมจะกลับมา เหมือนเดิมไหมครับ” “หมอตอบไม่ได้ครับ เพราะเรื่องนี้ต้องอยู่ที่ตัวคนไข้ว่าพร้อมจะกลับมาหรือเปล่า ถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อก่อนนะครับ” “ขอบคุณมากครับคุณหมอ” ขจรเอ่ยขึ้นพร้อมกับหันไปมองลูกสาวคนเล็กอย่างนึกสงสาร “ขวัญข้าวลูกแม่ ฮือ...ทำไมลูกถึงได้โชคร้ายอย่างนี้ ฮือ..มันเป็นเพราะคุณที่พูดจาใจร้ายกับลูกฉัน เธอถึงได้เป็นแบบนี้ ถ้าหากลูกฉันเป็นอะไรไป ฉันไม่ปล่อยคุณเอาไว้แน่คุณขจร!!” เขมิกาที่ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจก่อนที่จะหันไปแว๊ดใส่สามีของเธออย่างคาดโทษในทันที “ที่ลูกเป็น
# เช้าวันต่อมา@คอนโดฟาโรห์ ฉันลืมตาตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือความปวดร้าวระบมไปทั้งตัวจนแทบจะขยับตัวลุกไม่ขึ้น ก่อนจะหันไปเห็นฟาโรห์ที่กำลังนอนหลับสนิทพลางใช้แขนแกร่งโอบกอดฉันไว้แน่น ราวกับกลัวว่าฉันจะหายไป ก่อนที่ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนจะเริ่มฉายซ้ำเข้ามาในหัวเป็นฉากๆจนมาหยุดอยู่ที่บทรักอันแสนร้อนแรงและดุเดือดระหว่างฉันกับฟาโรห์ ที่ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งทำให้ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวขึ้นมาแทบจะทันที “ขอบคุณที่มาช่วยพี่ไว้ได้ทันนะ ที่รักของพี่” ฉันพูดพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมกับโน้มตัวลงไปจูบลงบนแก้มนิ่มของแฟนเด็กอย่างขอบคุณ ก่อนจะเบนสายตามองไปยังรอบๆ ห้องที่คุ้นตาก็รับรู้ได้ว่า ฉันกลับมาถึงคอนโดของฟาโรห์เรียบร้อยแล้วแต่ในจังหวะนั้น..... ติ๊ง!…ติ๊ง!…ติ๊ง!…ติ๊ง!…ติ๊ง!… เสียงสั่นแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์ที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นมารัวๆ ทำให้ฉันถึงกับต้องขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมาด้วยความสงสัย ว่าใครมันส่งข้อความอะไรมาให้ฉันแต่เช้า พอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูหน้าจอก็ถึงกับต้องตกใจ เมื่อเห็นข้อความจากกลุ่มเพื่อนสนิทที่เด้งขึ้นมารัวๆ







