Share

โจริญที รักกันดีตีกันตาย
โจริญที รักกันดีตีกันตาย
Penulis: Nook Nick

1แข็ง ไม่แข็ง

Penulis: Nook Nick
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-02 21:41:09

'ร้านขายยานนนที'

เป็นร้านขายยาโดยเภสัชกรที่ลูกค้าแห่แหนกันมาซื้อยาแน่นร้านทุกวัน แม้ไม่เจ็บแต่ก็ต้องเก็บเงินมาซื้อยาดมวันละร้อยรอบ เพราะลูกชายเจ้าของร้านโคตรพ่อโคตรแม่หล่อ

ทุกคนต่างขนานนามว่าเขาคือชายหนุ่มที่พระเจ้าสร้างขึ้น ด้วยรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลามาพร้อมกับใฝเสน่ห์เม็ดเล็กใต้ตาซ้ายและผิวสีน้ำผึ้งสุขภาพดีชวนให้คนหลงใหล  

เขาคนนั้นกำลังเหม่อลอยอยู่หน้าเคาน์เตอร์ยาเหมือนคิดอะไรอยู่ โดยไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังถูกเพ่งมองด้วยสายตาหวานเยิ้มจากเหล่าลูกค้าในร้าน

'มันไม่แข็งกับคนอื่นก็เพราะมึง' 

เสียงนั้นคอยรังควานผมอยู่ตลอดเวลา

"เกี่ยวไรกับกูวะ!!"  

"เกี่ยวสิครับ ผมปวดฟัน มาซื้อยาแก้ปวดฟัน"

ผมสะดุ้งหลังพลั้งปากโดยไม่รู้ตัวแล้วมีเสียงอู้อี้ตอบกลับมา

"อ่ะ ขอโทษครับ"

รีบก้มหัวทันทีด้วยความรู้สึกผิด เมื่อเห็นชายวัยกลางคนยืนจ้องอยู่ตรงหน้าพร้อมแก้มซ้ายที่ดูบวมตุยเหมือนพึ่งไปถอนฟันคุดมาใหม่ๆ

"เมื่อกี้ไม่ได้ว่าลูกค้านะครับ พอดีคิดอะไรไปเรื่อยเลยหลุดปาก ขอโทษด้วยนะครับ...ฝ่าฟันคุดมาสินะครับ^^" ก้มหัวสำนึกผิดเสร็จผมยิ้มทักทาย เรื่องในหัวพลันหายวับไปทันที อารมณ์ที่หงุดหงิดเมื่อครู่ก็เช่นกัน ก่อนรีบจัดแจงยาให้ลูกค้าตรงหน้าโดยเร็ว 

"นี่ครับ" แล้วยื่นยาให้ลูกค้า

รับเสร็จเขาก็จ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้านไปเงียบๆ 

เห้ออ... ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลย ทั้งๆที่ช่วงปิดเทอมเป็นเวลาส่วนตัว กะจะเรียนรู้งานในร้านเพิ่มเติมสักหน่อย 

ร้านนี้เป็นธุรกิจครอบครัวของป๊ากับม้า

ทั้งสองคนเป็นเภสัชกร ป๊าทำงานประจำที่โรงพยาบาลเอกชน ส่วนใหญ่ยุ่งจนไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะมักต่อเวรแทนคนอื่นเป็นประจำ

ส่วนม้าประจำอยู่ที่ร้าน คอยจัดแจงยาให้ลูกค้า นับสต๊อกของ สั่งของและงานอื่นๆอีกมากมาย ปิดร้านเสร็จก็สลบคาร้าน นานๆทีจะเห็นโผล่มาที่บ้าน

"เพราะหมอนั่นคนเดียว" 

หลังลูกค้ากลับความคิดเดิมก็แวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง พอคิดว่าใกล้เปิดเทอมใจก็ห่อเหี่ยวขึ้นมา 

เรื่องเรียนไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องคนนี่สิ

คิดแล้วท้อใจ ใกล้จบอยู่รอมร่อดันมีอุปสรรคมาเสียได้ แถมยังเป็นอุปสรรคอันใหญ่อันหลวงที่แก้ยากอีกด้วย ผมรีบสลัดความคิดในหัวทิ้งแล้วหันมาสนใจกระปุกยาในตู้ต่อ ก่อนเริ่มบันทึกรายละเอียดยาลงสมุดโน๊ตขนาดพกพาง่ายของตัวเองอีกครั้ง

จดเสร็จก็เหลือบมองม้า เห็นเธอกำลังแนะนำยาให้ลูกค้าอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ กวาดตามองรอบๆก็ เห็นว่าลูกค้าเริ่มเบาบางลงบ้างจึงขอปลีกตัวกลับ

"ไปก่อนนะครับ" 

ม้าหันมาพยักหน้ารับรู้ จากนั้นผมจึงเดินออกมาขณะเดียวกันมอเตอร์ไซค์ท่อดังคันหนึ่งก็แว๊นเข้ามาจอดหน้าเคาน์เตอน์ราวกับสายฟ้า ทำให้คนในร้านตกใจพากันแตกตื่น

บื้นน!! บื้นนน!!

เขาบิดไมค์ทำเซียนเหมือนเรียนมาก่อนดับรถมันทำให้ผมนึกสงสัย ไอ้เวรนี่ใครวะ? แล้วเดินเข้าไปอย่างหงุดหงิด ถ้าบ้านไม่เคร่งเรื่องมารยาทเดี๋ยวนทีสอนเอง  

 "นี่คุณ!!" เคาะหมวกกันน็อคสองครั้ง

ทำมาเป็นสวมหมวกกันนงกันน็อค ไอ้ห่า ขับมาขนาดนี้ไม่ผ่านหัวกูไปเลยล่ะ 

เจ้าของรถท่อดังถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มทรงผมหยิกหยองเป็นเอกลักษณ์ เขาสะบัดหัวไปมาให้ผมเข้าทรงราวกับภาพสโลโมชั่นที่สะกดสายตาทุกคู่

ผมอึ้ง อ้าปากพะงาบๆ ไม่คิดว่าเขาจะกล้ามาหยามถึงถิ่น เจ้าตัวมองผมด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์มุมปากยกยิ้มก่อนพูดว่า "ซื้อยาจู๋แข็ง" 

ผมขบกรามแน่นข่มอารมณ์ตัวเองไว้ หยามเกียรติกันเกินไปแล้ว เขานี้แหละตัวการเจ้าของเสียงทุ้มที่วนเวียนในหัวตลอดวันหยุด

ลูกชายประธานโรงเรียนที่กวนตีนไม่มีใครเกิน

โจริญ เห็นแล้วอยากยัดบุหรี่ใส่รูจมูก แต่เพราะไม่มีบุหรี่ในมือ เลยได้แต่กระซิบกระซาบกวนโอ้ยข้างๆหูแทน 

"คน ไร้ น้ำ ยา" 

พูดเสร็จก็ยกยิ้มสะใจพลางหมุนตัวออกจากร้านโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย แข็ง ไม่แข็ง เกี่ยวไรกับผมล่ะครับ ไปจัดการเอาเองสิ 

ออกจากร้านได้ไม่นาน มอเตอร์ไซค์ท่อดังก็ขับตามหลังมาติดๆพร้อมคำพูดแสนหยาบคายเหมือนกลัวใครไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอันธพาล

"มึงว่าใครไร้น้ำยา!!" 

หนวกหู ผมยกนิ้วแหย่หูตัวเองขณะเดินหนีอย่างไม่แยแส 

"รับผิดชอบมาดิวะ!!"

แม้เขาจะโวยวายแหกปากน่ารำคาญจนคนที่เดินผ่านไปมาต่างพากันเหลียวมอง ผมก็ยังเลือกที่จะเมินเฉยและยิ้มหวานขอโทษให้กับคนเหล่านั้น

"เออ! เมินไปเลย กูจะแฉให้หมดว่าไอ้หล่อที่พวกแม่งชอบกรี๊ดกันสันดารเป็นไง"

ความเบื่อหน่ายมาพร้อมกับอากาศอบอ้าวและเสียงแว้ดๆชวนให้หงุดหงิด ครับ แฉไปเลย แฉไปเถอะ 

"คลิป"

ผมไม่รู้สึกเกรงกลัวคำขู่นั้นเลย กระทั่งเขาพูดประโยคนี้ขึ้นมา...

ประโยคสั้นๆที่ทำให้ใจหล่นวูบ ก่อนหยุดเดินกระทันหันพลันหันขวับมองคนข้างๆ อย่าบอกนะว่า...

ผมอึ้งตาค้างขณะที่อีกฝ่ายยิ้มชอบใจ

"ลืมไปแล้วเหรอวันนั้นมึงอยู่บนรถใคร หืม?"

เวรแล้ว...

ความรู้สึกตึงเครียดเริ่มเข้าครอบงำพร้อมๆกับหัวคิ้วเริ่มขมวดเป็นปม เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดขึ้นกลางหน้าผาก

"มึงต้องการไรจากสังคมโจ" ผมถามอย่างหมดหนทาง ทั้งๆที่คิดว่าจะทำเมินจนกระทั่งเรียนจบ แต่ดูทรงแล้วไม่น่ารอด 

"กูไม่ได้ต้องการไรจากสังคม แต่ต้องการจากมึงแหละครับ!!"

"อะไร?" 

ความหวั่นในใจเริ่มก่อตัวขึ้น สิ่งที่เขาต้องการจากผมคืออะไรกันแน่ ผมเกลียดข้อเสนอที่มักหยิบยี่นให้โดยไม่ต้องการ โดยเฉพาะการพยักหน้าบ่งบอกให้ผมซ้อนรถโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เพราะมันทำให้ผมไม่สามารถเดาได้เลยว่าเขาจะมาไม้ไหน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังทำตามโดยการขึ้นไปซ้อนท้ายรถ 

จากนั้นเจ้าของรถก็บิดคันเร่งสุดไมค์แล้วขับออกไปด้วยความเร็วเต็มพิกัด 

แบ๊นน!! แบ๋นนนน!!

เสียงท่อดังก้องไปทั่วถนน ผู้คนที่เดินไปมาต่างหันมามองด้วยสีหน้าไม่ชอบใจ บางคนถึงกับโวยวายให้ได้ยิน "แต่งท่อหาพ่อมึงอ่ะ!!" 

ขายหน้าฉิบหาย 

ผมปิดหน้าตัวเอง ไอ้คนขับแม่งรอดไปเพราะมันสวมหมวกกันน็อคแถมไม่สนใจห่าไรเลย

สักพักก็มาถึงเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย สองข้างทางเต็มไปด้วยป่าไม้ใหญ่เขียวขจี ไร้ผู้คน ได้ยินแต่เสียงแมลงดังวี่ๆตลอดทาง แถมตอนนี้ตะวันเริ่มลับขอบฟ้ารู้สึกวังเวงใจชอบกล

"จะพากูไปไหน!!" ผมยื่นหน้าตะโกนถามใกล้ๆ เพราะเขาขับแรงชนิดที่ว่าต้องตะโกนเสียงดังจนน้ำลายกระเด็นถึงจะได้ยิน

"ไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก" อีกฝ่ายเปิดหมวกตะโกนกลับ นึกว่าหยดฝนกระเด็นเข้าหน้า ไอ้สัตว์เอ๊ย!!

ผมรีบเช็ดหน้า ตอนแรกก็คิดว่ามันกวนตีนไปงั้น เลยทนอีกสักหน่อย แต่พอเห็นว่ามันขับไปเรื่อยๆไม่มีทีท่าจะหยุดก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

อย่าบอกนะว่า 'ไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พัก' จะทำตามที่พูดจริงๆ

"ไอ้โจ!! จะพากูไปไหน!!" เริ่มแหกปากโวยวาย

"เดี๋ยวก็รู้!!" 

"ไม่บอกกูโดด!!" พูดจริงแต่ยังไม่ทำ

"ถึงแล้วๆ" 

ผมนิ่ง เมื่อเห็นว่าเราอยู่กลางป่ากลางเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ พามาที่นี่ทำไม? 

ลงจากรถเขาก็เดินแหวกโพรงหญ้านำเข้าไปด้านใน 

ระหว่างทางผมไล่ตบยุงตามแข้งขาอย่างหงุดหงิด ส่วนคนนำเหมือนเดินอยู่ในทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ไม่นานเขาก็หันกลับมาบอกว่า "ถึงแล้ว" 

ในตอนที่ผมยืนเกาไม้เกามือยิกๆ กว่าจะถึงค่ำมืดพอดี แต่เมื่อทอดมองวิวเบื้องหน้าความรู้สึกหงุดหงิดหายไปฉับพลัน แสงระยิบระยับเหลืองนวลบนตึกสูงตระหง่านและบ้านเรือนทั่วเมือง สวยงามจนหัวใจพองโต ไม่กล้าแม้แต่กระพริบตา

จนลืมเหตุผลที่แท้จริงไปเสียสนิทเลยว่า...

"พากูมาที่นี่ทำไม?" ผมหันไปมองคนยืนข้างๆ คิดได้หัวคิ้วก็เริ่มขมวดด้วยความสงสัย "อย่าบอกนะว่าตกหลุมรักกูเพราะเรื่องคืนนั้น"

"ฮ่าๆๆๆๆ หลงตัวเองฉิบหาย หน้าอย่างกูเนี่ยนะชอบมึง ก็แค่..." 

เหมือนเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน เสร็จก็หยุดนิ่งไป เขามองผมด้วยสายตาลังเลเหมือน

คิดอะไรบางอย่าง

"แค่?" ผมย้ำ

"ไม่มีเพื่อน"

นั่นคงเป็นสาเหตุของโจริญที่คนในโรงเรียนส่วนใหญ่เหม็นขี้หน้า ได้ฉายาสารพัด 

อันธพาล เสเพล เกเร เพลย์บอย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   23 ฉันท้อง (ตอนจบ)

    เช้าวันต่อมาเรานอนอืดกันอยู่บนเตียงในวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากมีค่ำคืนแสนโรแมนติกไปหลายยกจนต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่"ตั้งแต่เด็กจนโตกูเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยจนเอียน สุดท้ายก็เลิกกันเพราะพ่อเป็นฝ่ายนอกใจ""..."ผมเลือกฟังโจริญเล่าเงียบๆ นอนตะแคงมองหน้ากันในชุดนอนสีพื้น โชคดีที่ขนาดตัวเราพอๆกันเลยสวมชุดผมได้สบาย"กูเลือกอยู่กับพ่อ...""ถามได้มั้ยว่าทำไม?" ไม่ได้สงสัยแต่อยากน้อยผมควรให้ความสนใจกับคู่สนทนาที่ตั้งใจเล่าอย่างออกรสออกชาติ"อาจจะฟังดูโง่ๆ อย่าขำนะ..." เขาทำหน้าลังเล"..." ผมพยักหน้ารับ"กูโกรธพ่อมากเลยกำลังผลาญเงินแทนแม่อยู่""อ๋อ..." ก็ไม่เห็นมีตรงไหนน่าขำนะ ผมพยักหน้าเข้าใจ เห็นแบบนั้นเขาทำหน้าแปลกใจเหมือนอยากถามว่า ไม่อยากรู้ต่อเหรอ? แต่อยากเล่าต่อนะ ผมเลยทำเป็นอยากรู้เพื่อให้เขาได้เล่าต่อ "ยังไง?""เพราะพ่อพรากเซฟโซนเดียวของกูไป" แม่ที่เป็นเซฟโซนเดียวทั้งชีวิตของเขา ในวันที่โจมีสิทธิ์เลือกแค่หนึ่งคน ระหว่างพ่อกับแม่ ทั้งๆที่ใจอยากอยู่กับแม่ แต่กลับเลือกพ่ออย่างไม่ลังเล เขาไม่อยากเป็นภาระแม่ ผลาญเงินพ่อนี่แหละสนุกสุดแล้ว จะเอาให้หายแค้นไปเลยคิดๆแล้วโจก็ขำตัวเอง ทำไ

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   22 คิดยังไง

    คุณคงคิดว่าผมมีแต่คนมาบอกชอบนับร้อยนับพันตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนนี้ บอกเลยว่าความคิดนั้นถูกแล้วครับ...ผู้คนมักจะเข้าหาผมด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ทว่าเมื่อรู้จักกันได้สักพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าเบื่อ เพราะพวกเขามักต้องการความสนใจเลยเรียกร้องอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการก็มักจะหน่ายและหายไปเอง ซึ่งผมไม่ได้สนใจครับ มันเป็นแบบนั้นมาตลอดจนชินทว่าไม่นานมานี้มีอยู่คนหนึ่ง เป็นคนโหลยโท่ยเห็นแก่ตัวเอาแต่ใจในสายตาผม ไม่ยอมหน่ายและหายไปสักทีแถมยังพูดซึ่งๆหน้าว่า 'กูว่ากูชอบมึงว่ะ' ประโยคนั้นดังก้องในหัวไม่หยุด ขณะที่ผมกำลังนั่งขาสั่นหำหดกระวนกระวายอยู่บนชักโครกในห้องน้ำ ไม่กล้าออกไปเจอหน้าเจ้าของเสียงนั้นเลยจริงๆแต่นี่มันบ้านตัวเอง!! ห้องตัวเอง!! แต่เจ้าของห้องกลับจมอยู่ในห้องน้ำเกินครึ่งชั่วโมงเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้ชายที่พึ่งบอกชอบ อย่าทำตัวเวอร์ไปหน่อยเลยน่า...คิดได้ก็ลุกเดินออกไป ทำตัวตามปกติ ทั้งๆที่ในหัวยังคงสับสนวุ่นวาย ก่อนจะเห็นตัวการนั่งเงียบอยู่ปลายเตียง"สวมตันหมดแล้วมั้ง" เขาเอ่ยแซวหลังจากที่ม้ากลับบ้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเราสองคนก็เลือกย้ายมาอยู่ในห้

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   21 ความลับห้อง102

    ถึงบ้าน โจผลักผมเข้าห้องแล้วหันกลับไปล็อคกลอนอย่างเร่งรีบ ก่อนหันกลับมาดันตัวผมชิดกำแพงพลันโน้มเข้ามาจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "อื้อ...เอี๋ยว" ผมครางอื้ออึงในลำคอประท้วงขณะใช้มือผลักร่างหนาออกไปสุดแรง แต่กลับถูกเขาประสานมือแน่นแล้วยกขึ้นตรึงไว้บนหัวขณะที่เรียวลิ้นนุ่มตะบี้ตะบันเข้ามาเหมือนกระหายอยากเต็มทน ทั้งดูดทั้งเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไอ้บ้าเอ้ย!! ฟินผมตวัดลิ้นตอบกลับในจังหวะเดียวกัน เมื่อหนำใจก็ถอนริมฝีปากออกพร้อมสบตาเขา"แฮปปี้เบิร์ธเดย์" ผมพูดเขาเบิกกว้างคล้ายตกใจก่อนถามผมกลับ "มึงรู้ได้ยังไง?"ผมไม่ตอบ เลือกเดินไปหยิบของขวัญใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงาน เป็นกล่องทรงเหลี่ยมสีดำขนาดเท่าฝ่ามือยื่นให้โจที่นั่งงงอยู่ปลายเตียง "อ่ะนี่ ไม่ได้ตั้งใจซื้อมา..." ให้พลั่บ!!ไม่ทันจะพูดจบก็ถูกดึงตัวเอาไปกอดพร้อมซุกหน้าจมพุงมองเห็นหัวทุย"เป็นไร?" ผมถาม"โคตรรักมึงเลย" ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตักๆๆ ประโยคนั้นทำเอาหัวใจผมก็เต้นไม่เป็นจังหวะใบหน้าเห่อร้อน และเริ่มลนลาน ผมใช้มือผลักอีกฝ่ายเต็มแรงจนเขาหงายหลังนอนลง"บอกว่าไม่ได้ตั้งใจซื้อให้ไง!!"แล้วเดินหนี ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าสู้หน้า ผมเปิดประตูห้อ

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   20 พอลลี่กะเชาวี

    เช้าวันเสาร์ที่เลือดกำเดาของสาวข้างถนนพุ่งกระฉูดเป็นทอดๆเมื่อหนุ่มหล่อสองสไตล์เดินคู่กันใบหน้าของพวกเขาสะท้อนแสงแดดอ่อนยามเช้าระยิบระยับวิบวับออร่ากระจายราวกับรูปปั้นประติมากรรมคนหนึ่งผิวสีน้ำผึ้งดูสุขภาพดีแต่งตัวลุคสบายเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีเข้มเข้ากับรองเท้าผ้าใบสีหม่นอีกคนคมเข้มบาดใจในลุคสุดเท่เสื้อเชิ้ตดำที่ติดกระดุมเพียงสามเม็ดเพราะอยากโชว์กล้ามอก กางเกงสแลคดำและเข็มขัดกุดจี่ทำคนเดินผ่านไปมาเหลียวมองตาเป็นมัน บางคนถึงกับลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ อะไรมันจะหล่อขนาดน้าน!! นี่สินะที่มาของคำว่าหล่อวัวตายควายล้ม...เพราะถ้าควายไม่ล้มดิฉันล้มเองค่ะ และนั่นคือความคิดของหญิงสาวที่รอคอยการมาของหนุ่มๆที่เธอนัดหมาย เธอชื่อพอลลี่ ยืนเหม่อสติหลุดตาละห้อยอยู่หน้าร้านคาเฟ่สุดหรู และเมื่อสองหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็อ้าปากพะงาบๆ "ชะ...เชิญค่ะ" เธอเดินนำเข้าไปในร้านโดยมีสองหนุ่มเดินตามทันทีที่ก้าวขาเข้าร้าน ทุกคนต่างพากันเหลียวมองเหมือนถูกมนต์สะกด ยิ่งกว่าอภิมหากาพย์การมาเยือนของ มาริโอ้เมาเหล้า หรือ ณเดชรูนี้นะจ๊ะอีกดวงตาของพวกเขาหวานเยิ้ม อ้าปากจนน้ำลายไหลย้อยเป็นสายเหมือนก๊อกน้ำรั่ว กระทั่งสอ

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   19 ว้าวุ่นใจ

    กระทั่งเช้าวันจันทร์อันสดใส "สดใสเหี้ยไร!!" หดหู่สัส!! "นทีเป็นไรมั้ย?" คนข้างๆเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงหลังจากได้ยินผมสบถหัวเสียบนโต๊ะตัวเองในห้องเรียน "เปล่าๆ เราโอเค" ผมหันไปตอบกันต์ ที่กำลังกระพริบตาแป๋วสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของเพื่อนตัวเอง แต่เมื่อได้ยินคำตอบว่าไม่เป็นไร เขาก็ยักไหล่แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อเหม่อทั้งวัน ปกติในห้องเรียนผมต้องได้ยินเสียงคุยจ้อของเพื่อนๆ แต่วันนี้กลับได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนวนเวียนอยู่ในหัว 'เจอกันที่โรงเรียน' หลังจากทำคนอื่นเป็นบ้าก็จากไปผมว้าวุ่นใจ ในหัวยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยคำถามและคำตอบที่ขัดแย้งกัน...หมอนั่นจะทำอะไรอยู่?จะอยากรู้ไปทำไม!! จะว้าวุ่นเหมือนกันหรือเปล่า?เรื่องของมันดิ!!ลืมไปแล้วเหรอว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นแค่คู่นอน"เห้ออ!! จารย์มาฝากเช็กชื่อให้ด้วยนะไปเข้าห้องน้ำแป๊บ" ผมหันหน้าไปบอกกันต์เขาพยักหน้ารับพร้อมตอบกลับมาว่า "โอเค"จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องด้วยอาการสับสน ทั้งๆที่คำตอบมันคือชัดเจนอยู่แล้ว แต่เลิกคิดไม่ได้เลย ไม่เข้าใจตัวเองว่าคาดหวังอะไรอยู่กันแน่ปึก!! เหม่อจนชนใครเข้า "อ่ะ ขอโทษครับ"สาวสวยตัวเล็กถึง

  • โจริญที รักกันดีตีกันตาย   18 เตียงร้อน

    "อ่ะ..เดี๋ยว" ประตูห้องน้ำเปิดกว้าง พร้อมร่างกำยำที่อุ้มผมกระแทกขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง ขณะก้าวขาออกห้องน้ำท่านได้แรงแต่ใดมาเรียวขาผมเกี่ยวพันรอบเอวเขาไว้แน่น ไม่นานก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่มพร้อมลำท่อนที่ขยับเข้าออกในร่องลึกไม่หยุดหย่อน เกินไปมาก "ไม่ไหว...แล้ว"ข้างในแฉะจนขยับได้ไหลลื่นมากขึ้น ผมจิกข่วนแผ่นหลังกว้างตามจังหวะหนักที่เร็วขึ้น"โคตรยั่วเลยว่ะที" เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากตัวเองพร้อมสีหน้าหื่นกามเหมือนพวกโรคจิตทั้งยังขยับสะโพกไม่พัก ตับๆๆๆ!!"อื้อ~" หยาดน้ำคาวพวยพุ่งจากปลายหัวเอ็นอีกครั้งก่อนกระตุกถี่อย่างเสร็จสม ผมไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกดึงตัวขึ้นไปนั่งบนตักแกร่งของเขาพร้อมกับท่อนเนื้อที่สวนขึ้นมาไม่หยุดพักเถอะ พักบ้าง ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว รู้แค่ว่าหยาดเหงื่อเปียกโชกทั่วร่างของเราสองคนจนตัวเหนียวเหนอะหนะ จนผมเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะติวหนังสือ ก็พบว่าเกือบตีสี่แล้ว โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด"นที...อ่ะ พรุ่งนี้ไปด้วยกันนะ" ถึงจะอยากถามว่าไปไหนแต่เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งลงไปทุกขณะ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ สมองมึนงง ศึกแห่งศักดิ์ศรีนี้จ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status