Masukทำตัวเหี้ยขนาดนั้นคงจะมีเพื่อนอยู่หรอก
"..." เขายื่นซองบุหรี่ให้ไม่พูดไม่จา สายตาทอดมองวิวตรงหน้าอย่างเหม่อลอย
แน่นอนว่าผมปฏิเสธ "ไม่สูบ"
จากนั้นเจ้าตัวก็ดึงซองบุหรี่กลับ ก่อนหยิบขึ้นมาหนึ่งมวนคาบไว้ในปาก มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดสูบ
และพ่นควันออกมาทางปากกับจมูกด้วยสีหน้าผ่อนคลาย มีแวบหนึ่งที่ผมนึกสงสัยในรสชาติแต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดจะลอง
เพราะเท่าที่รู้ บุหรี่มี ทาร์ เป็นสารเหนียวที่ก่อมะเร็ง นิโคตินที่สูบแล้วติด คาร์บอนมอนอกไซด์ที่เป็นก๊าซพิษขัดขวางการทำงานของออกซิเจน ข้างซองก็ระบุไว้ชัดเจนว่าสูบแล้วเป็นมะเร็ง จะมีกลิ่นปาก ถุงลมปอดพอง แล้วแม่งยังจะสูบอีก
"เข้าประเด็นเลยดีกว่า พากูมานี่ทำไม?" ถึงวิวจะงดงามแค่ไหนแต่พอไม่รู้จุดประสงค์ก็คับข้องใจอยู่ดี
"เงียบๆใช้สมาธิอยู่" ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเลี่ยงที่จะไม่ตอบคำถามหรือใช้สมาธิจริงๆอยู่กันแน่
ไร้การสนทนา ความเงียบได้กลืนกินเราสองคนเหลือไว้เพียงเสียงลมพัดหวิวๆเท่านั้น
ท้องฟ้าค่อยๆมืดขึ้นเรื่อยๆจนมองเห็นดวงจันทร์ เต็มดวงและดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า
แสงสีเหลืองนวลจากตึกเองก็เริ่มเด่นชัดขึ้น ผมปล่อยให้เวลาไหลผ่านอย่างใจเย็นและเลือกที่จะด่ำดื่มกับบรรยากาศตรงหน้าแทนที่จะชักถาม
ถึงจะคับข้องใจแต่ก็ไม่มีอะไรให้กังวล
"ตรงๆนะ" หลังเงียบได้สักพักเขาก็เริ่มสนทนา
ผมหันไปมองเจ้าของเสียงที่เกริ่นพูดสั้นๆแล้วเงียบไป สักพักเขาก็หันหน้ามามองผมเช่นกัน เราจ้องหน้ากันอยู่อย่างนั้นก่อนที่เขาจะพูดว่า "ต่อยกูหน่อย"
เป็นบ้าอะไรของมัน ผมคิดพร้อมหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นแต่ถึงอย่างนั้นก็เหวี่ยงหมัดต่อยหน้าอีกฝ่ายเต็มแรงจนเขาหน้าหัน
ผัวะ!!
"ฮ่าๆๆๆๆ" เขาหัวเราะดังลั่นอย่างสะใจก่อนหันกลับมามอง "แรงดีนี่"
"ทีนี้จะบอกได้ยังว่าพากูมาที่นี่ทำไม?" ผมถาม
"กูบอกไปแล้ว"
"มึงจะบอกว่าต้องการเพื่อนมาสูบบุหรี่งี้? อย่ามาตลก" ผมเริ่มไม่เข้าใจความคิดโจริญ ปกติก็ไม่อยากเข้าใจหรือทำความรู้จักอะไรอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็ควรบอกข้อเสนอที่จะยื่นให้สักที!! จะอะไรก็ช่างขออย่างเดียวคือ "ลบคลิปตอนที่กูยังพูดดีๆ"
"ทำไม เซ็กซี่ดีออก"
"ไอ้โจ!!!" ผมตวาดลั่นด้วยอารมณ์โกรธที่เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาดื้อๆ เลือดภายในสูบฉีดจนหน้าร้อนระอุ อย่าให้อะดีนาลีนต้องหลั่งมากกว่านี้เลยเดี๋ยวได้นองเลือดกันเปล่าๆ
"หึ กลัวกูแบล็คเมล์ขนาดนั้นเลย" ดูเหมือนยิ่งเดือด อีกฝ่ายจะยิ่งชอบใจ เขายิ้มกริ่มดูพอใจ
ใครบ้างไม่กลัวคลิปหลุดว่ะ
"กูไม่อยากให้ตัวเองมีจุดด่างพร้อย"
เหมือนคำพูดของผมจะทำให้ใบหน้าพึงพอใจหายไป เขาแสยะยิ้มพลางพึมพำเสียงเบาด้วยสีหน้าหงุดหงิด "เหอะ! จุดด่าง" จู่ๆก็ขยับเข้ามากระชากผมของผมอย่างแรงจนหน้าหงายขึ้นสบตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ และรู้ในทันทีว่าเขากำลังโมโหหนัก
"ถ้าเป็นได้แค่จุดด่าง งั้นก็ให้กูเป็นจุดด่างต่อไปแล้วกัน!!" น้ำเสียงนั้นดูโกรธและเย็นชา
"เลิกยุ่งกับกูสักที!!"
คิดว่าโกรธเป็นคนเดียวหรือไง!!
"อา..."
แต่จู่ๆใบหน้าคมก็ยกยิ้มชั่วร้ายเหมือนนึกจะทำอะไรบางอย่าง ผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล
"อยากให้เลิกยุ่งว่างั้น?" เขาถามพร้อมขยับใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็กำเส้นผมแน่นแล้วกระชากเข้าไปใกล้จนปลายจมูกของเราชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนและเสียงหายใจดังหืดหาดของเขา
"ลบคลิปด้วย"
เหมือนผมกำลังจะได้ยินสิ่งที่รอคอย ข้อเสนอที่ไม่ต้องการแต่จำเป็น เพื่อที่จะรักษาอนาคต ชื่อเสียงของตัวเองแล้วนั้น ไม่ว่าจะข้อเสนออะไร..."อ่ะ!"
จะดึงหัวทำเหี้ยไรนักหนาวะ
"ง่ายๆ...ทำให้กูเลิกบุหรี่สิ แต่มีข้อแม้"
"อะไร?"
"ถ้ากูอยา
กต้องดูดปากมึงแทน"
อ๋อ ข้อเสนอง่ายๆ...
ง่ายเหี้ยไรล่ะ!!
เช้าวันต่อมาเรานอนอืดกันอยู่บนเตียงในวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากมีค่ำคืนแสนโรแมนติกไปหลายยกจนต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนใหม่"ตั้งแต่เด็กจนโตกูเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันบ่อยจนเอียน สุดท้ายก็เลิกกันเพราะพ่อเป็นฝ่ายนอกใจ""..."ผมเลือกฟังโจริญเล่าเงียบๆ นอนตะแคงมองหน้ากันในชุดนอนสีพื้น โชคดีที่ขนาดตัวเราพอๆกันเลยสวมชุดผมได้สบาย"กูเลือกอยู่กับพ่อ...""ถามได้มั้ยว่าทำไม?" ไม่ได้สงสัยแต่อยากน้อยผมควรให้ความสนใจกับคู่สนทนาที่ตั้งใจเล่าอย่างออกรสออกชาติ"อาจจะฟังดูโง่ๆ อย่าขำนะ..." เขาทำหน้าลังเล"..." ผมพยักหน้ารับ"กูโกรธพ่อมากเลยกำลังผลาญเงินแทนแม่อยู่""อ๋อ..." ก็ไม่เห็นมีตรงไหนน่าขำนะ ผมพยักหน้าเข้าใจ เห็นแบบนั้นเขาทำหน้าแปลกใจเหมือนอยากถามว่า ไม่อยากรู้ต่อเหรอ? แต่อยากเล่าต่อนะ ผมเลยทำเป็นอยากรู้เพื่อให้เขาได้เล่าต่อ "ยังไง?""เพราะพ่อพรากเซฟโซนเดียวของกูไป" แม่ที่เป็นเซฟโซนเดียวทั้งชีวิตของเขา ในวันที่โจมีสิทธิ์เลือกแค่หนึ่งคน ระหว่างพ่อกับแม่ ทั้งๆที่ใจอยากอยู่กับแม่ แต่กลับเลือกพ่ออย่างไม่ลังเล เขาไม่อยากเป็นภาระแม่ ผลาญเงินพ่อนี่แหละสนุกสุดแล้ว จะเอาให้หายแค้นไปเลยคิดๆแล้วโจก็ขำตัวเอง ทำไ
คุณคงคิดว่าผมมีแต่คนมาบอกชอบนับร้อยนับพันตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนนี้ บอกเลยว่าความคิดนั้นถูกแล้วครับ...ผู้คนมักจะเข้าหาผมด้วยรูปลักษณ์ภายนอก ทว่าเมื่อรู้จักกันได้สักพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า น่าเบื่อ เพราะพวกเขามักต้องการความสนใจเลยเรียกร้องอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อไม่ได้รับในสิ่งที่ต้องการก็มักจะหน่ายและหายไปเอง ซึ่งผมไม่ได้สนใจครับ มันเป็นแบบนั้นมาตลอดจนชินทว่าไม่นานมานี้มีอยู่คนหนึ่ง เป็นคนโหลยโท่ยเห็นแก่ตัวเอาแต่ใจในสายตาผม ไม่ยอมหน่ายและหายไปสักทีแถมยังพูดซึ่งๆหน้าว่า 'กูว่ากูชอบมึงว่ะ' ประโยคนั้นดังก้องในหัวไม่หยุด ขณะที่ผมกำลังนั่งขาสั่นหำหดกระวนกระวายอยู่บนชักโครกในห้องน้ำ ไม่กล้าออกไปเจอหน้าเจ้าของเสียงนั้นเลยจริงๆแต่นี่มันบ้านตัวเอง!! ห้องตัวเอง!! แต่เจ้าของห้องกลับจมอยู่ในห้องน้ำเกินครึ่งชั่วโมงเพราะไม่กล้าเผชิญหน้ากับผู้ชายที่พึ่งบอกชอบ อย่าทำตัวเวอร์ไปหน่อยเลยน่า...คิดได้ก็ลุกเดินออกไป ทำตัวตามปกติ ทั้งๆที่ในหัวยังคงสับสนวุ่นวาย ก่อนจะเห็นตัวการนั่งเงียบอยู่ปลายเตียง"สวมตันหมดแล้วมั้ง" เขาเอ่ยแซวหลังจากที่ม้ากลับบ้านแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเราสองคนก็เลือกย้ายมาอยู่ในห้
ถึงบ้าน โจผลักผมเข้าห้องแล้วหันกลับไปล็อคกลอนอย่างเร่งรีบ ก่อนหันกลับมาดันตัวผมชิดกำแพงพลันโน้มเข้ามาจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว "อื้อ...เอี๋ยว" ผมครางอื้ออึงในลำคอประท้วงขณะใช้มือผลักร่างหนาออกไปสุดแรง แต่กลับถูกเขาประสานมือแน่นแล้วยกขึ้นตรึงไว้บนหัวขณะที่เรียวลิ้นนุ่มตะบี้ตะบันเข้ามาเหมือนกระหายอยากเต็มทน ทั้งดูดทั้งเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไอ้บ้าเอ้ย!! ฟินผมตวัดลิ้นตอบกลับในจังหวะเดียวกัน เมื่อหนำใจก็ถอนริมฝีปากออกพร้อมสบตาเขา"แฮปปี้เบิร์ธเดย์" ผมพูดเขาเบิกกว้างคล้ายตกใจก่อนถามผมกลับ "มึงรู้ได้ยังไง?"ผมไม่ตอบ เลือกเดินไปหยิบของขวัญใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงาน เป็นกล่องทรงเหลี่ยมสีดำขนาดเท่าฝ่ามือยื่นให้โจที่นั่งงงอยู่ปลายเตียง "อ่ะนี่ ไม่ได้ตั้งใจซื้อมา..." ให้พลั่บ!!ไม่ทันจะพูดจบก็ถูกดึงตัวเอาไปกอดพร้อมซุกหน้าจมพุงมองเห็นหัวทุย"เป็นไร?" ผมถาม"โคตรรักมึงเลย" ตึกตัก...ตึกตัก...ตึกตักๆๆ ประโยคนั้นทำเอาหัวใจผมก็เต้นไม่เป็นจังหวะใบหน้าเห่อร้อน และเริ่มลนลาน ผมใช้มือผลักอีกฝ่ายเต็มแรงจนเขาหงายหลังนอนลง"บอกว่าไม่ได้ตั้งใจซื้อให้ไง!!"แล้วเดินหนี ไม่รู้ทำไมถึงไม่กล้าสู้หน้า ผมเปิดประตูห้อ
เช้าวันเสาร์ที่เลือดกำเดาของสาวข้างถนนพุ่งกระฉูดเป็นทอดๆเมื่อหนุ่มหล่อสองสไตล์เดินคู่กันใบหน้าของพวกเขาสะท้อนแสงแดดอ่อนยามเช้าระยิบระยับวิบวับออร่ากระจายราวกับรูปปั้นประติมากรรมคนหนึ่งผิวสีน้ำผึ้งดูสุขภาพดีแต่งตัวลุคสบายเสื้อยืดกางเกงยีนส์สีเข้มเข้ากับรองเท้าผ้าใบสีหม่นอีกคนคมเข้มบาดใจในลุคสุดเท่เสื้อเชิ้ตดำที่ติดกระดุมเพียงสามเม็ดเพราะอยากโชว์กล้ามอก กางเกงสแลคดำและเข็มขัดกุดจี่ทำคนเดินผ่านไปมาเหลียวมองตาเป็นมัน บางคนถึงกับลืมวิธีหายใจไปชั่วขณะ อะไรมันจะหล่อขนาดน้าน!! นี่สินะที่มาของคำว่าหล่อวัวตายควายล้ม...เพราะถ้าควายไม่ล้มดิฉันล้มเองค่ะ และนั่นคือความคิดของหญิงสาวที่รอคอยการมาของหนุ่มๆที่เธอนัดหมาย เธอชื่อพอลลี่ ยืนเหม่อสติหลุดตาละห้อยอยู่หน้าร้านคาเฟ่สุดหรู และเมื่อสองหนุ่มมาหยุดอยู่ตรงหน้าก็อ้าปากพะงาบๆ "ชะ...เชิญค่ะ" เธอเดินนำเข้าไปในร้านโดยมีสองหนุ่มเดินตามทันทีที่ก้าวขาเข้าร้าน ทุกคนต่างพากันเหลียวมองเหมือนถูกมนต์สะกด ยิ่งกว่าอภิมหากาพย์การมาเยือนของ มาริโอ้เมาเหล้า หรือ ณเดชรูนี้นะจ๊ะอีกดวงตาของพวกเขาหวานเยิ้ม อ้าปากจนน้ำลายไหลย้อยเป็นสายเหมือนก๊อกน้ำรั่ว กระทั่งสอ
กระทั่งเช้าวันจันทร์อันสดใส "สดใสเหี้ยไร!!" หดหู่สัส!! "นทีเป็นไรมั้ย?" คนข้างๆเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงหลังจากได้ยินผมสบถหัวเสียบนโต๊ะตัวเองในห้องเรียน "เปล่าๆ เราโอเค" ผมหันไปตอบกันต์ ที่กำลังกระพริบตาแป๋วสังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของเพื่อนตัวเอง แต่เมื่อได้ยินคำตอบว่าไม่เป็นไร เขาก็ยักไหล่แล้วก้มหน้าอ่านหนังสือต่อเหม่อทั้งวัน ปกติในห้องเรียนผมต้องได้ยินเสียงคุยจ้อของเพื่อนๆ แต่วันนี้กลับได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนวนเวียนอยู่ในหัว 'เจอกันที่โรงเรียน' หลังจากทำคนอื่นเป็นบ้าก็จากไปผมว้าวุ่นใจ ในหัวยุ่งเหยิงเต็มไปด้วยคำถามและคำตอบที่ขัดแย้งกัน...หมอนั่นจะทำอะไรอยู่?จะอยากรู้ไปทำไม!! จะว้าวุ่นเหมือนกันหรือเปล่า?เรื่องของมันดิ!!ลืมไปแล้วเหรอว่าความสัมพันธ์ของเราเป็นแค่คู่นอน"เห้ออ!! จารย์มาฝากเช็กชื่อให้ด้วยนะไปเข้าห้องน้ำแป๊บ" ผมหันหน้าไปบอกกันต์เขาพยักหน้ารับพร้อมตอบกลับมาว่า "โอเค"จากนั้นก็เดินออกมาจากห้องด้วยอาการสับสน ทั้งๆที่คำตอบมันคือชัดเจนอยู่แล้ว แต่เลิกคิดไม่ได้เลย ไม่เข้าใจตัวเองว่าคาดหวังอะไรอยู่กันแน่ปึก!! เหม่อจนชนใครเข้า "อ่ะ ขอโทษครับ"สาวสวยตัวเล็กถึง
"อ่ะ..เดี๋ยว" ประตูห้องน้ำเปิดกว้าง พร้อมร่างกำยำที่อุ้มผมกระแทกขึ้นลงอย่างบ้าคลั่ง ขณะก้าวขาออกห้องน้ำท่านได้แรงแต่ใดมาเรียวขาผมเกี่ยวพันรอบเอวเขาไว้แน่น ไม่นานก็ถูกวางลงบนเตียงนุ่มพร้อมลำท่อนที่ขยับเข้าออกในร่องลึกไม่หยุดหย่อน เกินไปมาก "ไม่ไหว...แล้ว"ข้างในแฉะจนขยับได้ไหลลื่นมากขึ้น ผมจิกข่วนแผ่นหลังกว้างตามจังหวะหนักที่เร็วขึ้น"โคตรยั่วเลยว่ะที" เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากตัวเองพร้อมสีหน้าหื่นกามเหมือนพวกโรคจิตทั้งยังขยับสะโพกไม่พัก ตับๆๆๆ!!"อื้อ~" หยาดน้ำคาวพวยพุ่งจากปลายหัวเอ็นอีกครั้งก่อนกระตุกถี่อย่างเสร็จสม ผมไม่ทันได้พักหายใจก็ถูกดึงตัวขึ้นไปนั่งบนตักแกร่งของเขาพร้อมกับท่อนเนื้อที่สวนขึ้นมาไม่หยุดพักเถอะ พักบ้าง ไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว รู้แค่ว่าหยาดเหงื่อเปียกโชกทั่วร่างของเราสองคนจนตัวเหนียวเหนอะหนะ จนผมเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อยๆ เหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะติวหนังสือ ก็พบว่าเกือบตีสี่แล้ว โชคดีที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุด"นที...อ่ะ พรุ่งนี้ไปด้วยกันนะ" ถึงจะอยากถามว่าไปไหนแต่เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งลงไปทุกขณะ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเบลอ สมองมึนงง ศึกแห่งศักดิ์ศรีนี้จ



![พี่ติวเตอร์ครับ...ช่วยสอนผมหน่อยนะครับ[PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



![ผมก็แค่พี่เลี้ยงเด็ก ที่ดันได้พ่อเค้าเป็นสามี [PWP]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)