LOGIN“ชื่อน้องพาฝันค่ะ ชื่อจริงเด็กหญิงรวรันตาค่ะ”
แฝดผู้พี่มองหน้าน้องสาวนิดหนึ่งก่อน เมื่อเห็นว่าน้องสาวยังเงียบ ไม่ยอมตอบจึงตอบขึ้นมาเอง
“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่หนูชื่ออะไรคะ”
รวิชญ์รีบถามทันที ด้วยความที่อยากรู้ว่าใครกันที่เป็นพ่อแม่ของเด็กน่ารักและช่างเจรจานี้คู่นี้
“คุณแม่หนูชื่อ...”
น้องทอฝันตอบได้เพียงเท่านั้น ก็ต้องหันมายังต้นเสียงที่ร้องเรียกชื่อตัวเองกับน้องสาวเสียก่อน
“น้องทอฝัน น้องพาฝันคะไปกันได้แล้วค่ะ คุณน้ารออยู่ค่ะ”
“พี่ทอฝันไปก่อนนะคะ จะรีบกลับไปทำไอติมให้คุณแม่ค่ะ... สวัสดีค่ะ”
พูดจบเด็กน้อยทอฝันก็ยกมือขึ้นไหว้ ก่อนคว้าแขนแฝดผู้น้องพากันวิ่งตรงไปหาปานชนกทันที
รวิชญ์ได้แต่ยิ้มและมองตามร่างเล็กสองร่างนั้นวิ่งไปจนถึงหญิงสาวร่างบางคนหนึ่ง ที่กำลังยืนกอดอกรออยู่ ทว่าเขาเห็นเพียงด้านข้างของเธอเท่านั้น
ปานชนกเห็นแต่แรกแล้วว่ามีชายหนุ่มแต่งตัวดีกำลังคุยกับเด็กๆ อยู่ แต่เธอไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะคิดว่ายังอยู่ในสายตา ไม่น่าจะเป็นอันตราย และอีกอย่างเธอเห็นว่าทีมงานก็อยู่ตรงนั้นอีกหลายคน หากเธอเดินเข้ามาสักหน่อยและหากตอนที่คุยกันอยู่นั้นเขาหันหน้ามาทางเธอสักนิด เธอคงรู้ไปแล้วว่าชายร่างสูงนั้นเป็นใคร
สองเด็กน้อยกับน้าสาวประสานเสียงหัวเราะกัน เสริมให้บรรยากาศภายในห้องครัวเย็นนี้ดูสดชื่นกว่าทุกวัน เด็กทั้งสองคนกำลังช่วยกันแต่งหน้าไอศกรีมอย่างสนุกสนานโดยมีปานชนกกับป้านวลคอยเป็นลูกมือให้
“สงสัยคุณแม่จะมาแล้ว เดี๋ยวยายนวลไปเปิดประตูให้คุณแม่ก่อนนะคะ”
พูดจบร่างท้วมก็แยกออกจากครัวตรงไปที่หน้าบ้านทันที
“คุณแม่ขา วันนี้น้องพาฝันทำไอติมให้คุณแม่ด้วยค่ะ”
ทันทีที่เห็นหน้ามารดา แฝดคนน้องก็รีบวิ่งนำหน้าพี่สาวตรงเข้าหาพร้อมกับอ้าแขนให้มารดาอุ้มขึ้นอีกด้วย
“เหรอคะ ไหนพาคุณแม่ไปดูหน่อยซิว่าทานได้หรือเปล่า”
ผู้เป็นมารดาพูดพลางหอมแก้มแฝดคนน้องที่กำลังอุ้มอยู่โดยไม่ลืมที่จะย่อตัวลงไปหอมแก้มแฝดคนพี่ด้วย
“นี่ค่ะ พี่ทอฝันกับน้องพาฝัน น้าป่าน คุณยายนวลช่วยกันทำให้คุณแม่ค่ะ”
น้องทอฝันรีบรายงานพร้อมฉุดมือมารดาให้เดินตามไปในครัว
“โอ้โห... น่ากินจังเลย ไหนให้คุณแม่ลองชิมหน่อยซิว่าอร่อยหรือเปล่า”
แล้วณรันดาก็ตักไอศกรีมที่เด็กทั้งสองเพิ่งแต่งหน้าเสร็จเมื่อครู่เข้าปาก
“อื้ม... อร่อยที่สุดเลย”
หญิงสาวทำตาโตพร้อมด้วยน้ำเสียงยืนยันว่าไอศกรีมตรงหน้าอร่อยจริงๆ เด็กน้อยยิ้มแก้มแทบปริ ที่ได้ยินคำชมจากมารดา
“แล้วเป็นไงบ้างคะ วันนี้สองสาวดื้อกับน้าป่านหรือเปล่าคะ”
ณรันดาเอ่ยถามพร้อมกับตักไอศกรีมป้อนให้ลูกสาวทั้งสองคนไปด้วย
“ไม่ดื้อเลยค่ะ”
สองเสียงดังขึ้นเกือบจะพร้อมกัน
“เอ... จริงหรือเปล่าน้า”
ณรันดาทำทีเหมือนไม่เชื่อที่ลูกสาวตัวแสบพูด
“จริงค่ะ ไม่เชื่อถามน้าป่านดูก็ได้”
น้องพาฝันรีบตอบพร้อมกับหันมองหน้าน้าสาวอย่างต้องการคำยืนยัน
“โอเคๆ คุณแม่เชื่อก็ได้ มา... มาช่วยคุณแม่กินก่อนเร็วเดี๋ยวละลายหมด อดกินกันพอดี”
ณรันดาก็อุ้มลูกสาวขึ้นนั่งบนเก้าอี้ทีละคนพร้อมกับเลื่อนถ้วยไอศกรีมถ้วยใหญ่ไว้ตรงหน้าเด็กทั้งคู่ จากนั้นสองพี่น้องก็ทำหน้าที่จัดการไอศกรีมในถ้วยโดยไม่ลืมที่จะตักป้อนมารดา ปานชนก และป้านวลที่ยืนมองดูทั้งสองคนอย่างเอ็นดูด้วย
“นี่ปลาย วันนี้ตอนเสร็จงานนะ อยู่ๆ น้องพาฝันเกิดคิดถึงเธอขึ้นมาซะงั้นแหละ”
ปานชนกเล่าให้เพื่อนรักฟังขณะที่เด็กทั้งคู่กำลังนั่งดูการ์ตูนหน้าทีวีกับป้านวลอยู่
“เฮ้อ... เราสงสารลูกจังเลย ไหนจะเรียน และยังต้องมาทำงานตั้งแต่เด็กอีก”
หญิงสาวค่อยๆ พ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนใจ
“เอาน่า คงเป็นเพราะว่าวันนี้ยายสองแสบดันเห็นเพื่อนๆ มีพ่อแม่มาด้วยนั่นแหละ เลยรู้สึกอยากให้แม่ตัวเองมาเหมือนคืนอื่นๆ บ้าง... อย่าคิดมาก นี่เดี๋ยวก็เหลือไปถ่ายชุดเด็กที่สตูฯ อีกงานเดียวยายสองแสบก็ว่างแล้ว เราค่อยพาไปเที่ยวกัน ปลายจะได้พักสมองบ้าง”
ปานชนกพยายามพูดไม่ให้เพื่อนคิดมาก
“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลายให้ผม”ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาสาวแล้วดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ณรันดาคว้ามืออีกข้างที่ว่างอยู่นั้นมาทาบที่หน้าท้องของเธอ“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดค่ะคุณวิชญ์ ปลายกำลังมีเจ้าตัวเล็กเป็นของขวัญให้คุณค่ะ”“จริงเหรอปลาย นี่ปลายกำลังจะมีลูกให้ผมเหรอครับ”รวิชญ์ตะโกนขึ้นอย่างดีใจ เป็นผลให้ทุกคนที่อยู่ในงานนั้นได้ยิน ต่างพากันแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย“ค่ะ ปลายท้องจะสามเดือนแล้วค่ะ”ณรันดาย้ำให้เขาฟังอีกครั้ง“พี่ทอฝัน น้องพาฝัน ดีใจไหมคะลูก เรากำลังจะมีน้องแล้วนะคะ”รวิชญ์ดึงร่างเล็กของเด็กทั้งคู่เข้ามากอด สลับกับหอมแก้มคนละข้างอย่างดีใจ“จริงๆ เหรอคะ น้องพาฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะคุณพ่อ”“จริงเหรอคะคุณแม่ขา พี่ทอฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะ”ณรันดาพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ของทั้งคู่มาคนละข้าง วางทาบที่หน้าท้องของตัวเอง“น้องของหนูอยู่ในนี้ค่ะ ต้องรออีกสักหกเจ็ดเดือนนะคะ น้องถึงจะออกมาให้หนูสองคนเห็
ของขวัญที่ลูกสาวตัวน้อยนำมาให้นั้นคือภาพวาดครอบครัว ระบายด้วยสีชอล์กสวยงาม รวิชญ์กับณรันดาดูรูปถึงกับยิ้มออกมาก่อนผลัดกันถามลูกสาวว่ามีใครบ้างภายในภาพนั้น ถึงแม้ว่าภายในภาพนั้นจะระบุชื่อไว้ชัดเจนก็ตาม เด็กน้อยแย่งกันบอกว่าใครเป็นใครจนมาถึงรูปเด็กน้อยอีกคนที่นิ้วเล็กจิ้มไปพร้อมกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา“แล้วสองคนนี้ใครคะ ทำไมไม่เห็นมีชื่อเหมือนคนอื่นเลยล่ะคะ”ณรันดาถามขึ้นเมื่อเห็นรูปวาดเด็กอีกสองคนที่ไม่มีชื่อติดอยู่“คนนี้น้องสาวพี่ทอฝันค่ะ”ทอฝันชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้หญิงที่ปราศจากชื่อนั้น“คนนี้น้องชายน้องพาฝันค่ะ”แฝดคนน้องชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้ชายที่ปราศจากชื่ออีกเช่นกัน จากคำตอบของลูกสาวทั้งสองคนทำให้ณรันดาเงยหน้ามองรวิชญ์แล้วส่งยิ้มให้น้อยๆ“เอ... ลูกสาวมีของให้คุณพ่อ แล้วคุณภรรยาไม่มีของขวัญให้สามีคนนี้บ้างเหรอครับ”รวิชญ์ได้ทีรีบทวงของขวัญจากภรรยาสาวทันที“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลา
ณรันดาเดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เดิมทีเป็นที่สำหรับจัดวางโต๊ะอาหาร แต่วันนี้มันโดนรื้อออกเหลือเพียงแค่สามถึงสี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกกุหลาบสีแดงสด ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งสิ้นหญิงสาวยืนมองบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศของงานแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น แล้วณรันดาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศของงาน เมื่อร่างเล็กในชุดนางฟ้าตัวน้อยที่ยืนขนาบข้างเธอนั้นกระตุกมือเธอพร้อมๆ กัน“คุณแม่ขา หยุดเดินทำไมคะ”น้องพาฝันเงยหน้าขึ้นถามมารดา“คุณแม่แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมดอกไม้พวกนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่เร็วจัง เมื่อสักพักมันยังไม่มีเลย”ณรันดาก้มหน้าตอบคนช่างสงสัย“คุณแม่ชอบหรือเปล่าคะ”คราวนี้เสียงแฝดคนโตถามขึ้นบ้าง“ชอบสิคะ คุณแม่ชอบดอกลิลลี่สีขาวกับดอกกุหลาบมากที่สุดเลย นี่ถ้าคุณป้าเมย์ไม่บอกว่าเป็นการจัดฉากเพื่อถ่ายละครที่หนูสองคนเล่นอยู่ คุณแม่คิดว่าเป็นงานแต่งงานของคุณแม่แล้วนะคะนี่”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะน้อยๆ กับลูกสาวทั้งสองคนในขณะที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของ
รวิชญ์ให้สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนขี้ขลาด และจะไม่ปล่อยให้ความกลัวกับอดีตเข้ามาครอบงำเขาได้อีกเป็นอันขาด เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกือบทำให้เขาต้องเสียคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เมื่อเวลานี้เขาได้ของรักที่สุดในชีวิตกลับคืนมาแล้ว เขาจะรักษาของมีค่าที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปนานเท่าที่จะนานได้......บ้านเคียงฟ้า...ณรันดายืนอ่านป้ายชื่อร้านที่เธอและเพื่อนรักอีกสองคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชื่อร้านอาหารที่จะเปิดขึ้น“ปลาย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก... ตอนนี้แซนดี้จับยายสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว รู้สึกกำลังตื่นเต้นกับชุดที่แซนดี้หามาให้ใหญ่เลย”ปานชนกตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางมองในสิ่งที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ก่อนมองอยู่“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าวันนี้ปลายกับคุณรวิชญ์จะได้กลับมาที่ร้านนี้ด้วยกันในฐานะสามีภรรยากัน”ปานชนกยิ้มอย่างปลื้มใจแทนเพื่อนรัก เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาที่ ‘บ้านเคียงฟ้า’ ในวันนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักของเธอมากเพียงไร“ป่าน เรามีความสุขจังเลย”หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดเพื่อนรักเอาไว้
ณรันดายืนเหม่อมองดวงจันทร์ที่สาดแสงส่องลงมาเหนือผิวน้ำ บริเวณศาลาที่หญิงสาวใช้นั่งคุยอยู่กับเพื่อนรักเมื่อตอนหัวค่ำ ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอยืนอยู่ตามลำพังเท่านั้น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หญิงสาวได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง“ปลายจ๋า... มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”รวิชญ์ที่มาเงียบๆ สวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่นั้นสะดุ้งเล็กน้อย“ปลายก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณลงมาทำไมคะ”ณรันดาเอียงคอหันมองหน้าผู้เป็นสามี“ก็มาตามเมียไปนอนด้วยน่ะสิ... ไม่มีเมียให้นอนกอด ผมนอนไม่หลับรู้ไหม”สายตากรุ้มกริ่มที่มองหญิงสาวนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องหลบตายตาเจ้าชู้นั้น“จะให้ปลายเชื่อได้เหรอคะ ก่อนหน้านี้ปลายไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายปี”ณรันดาพลิกตัวหันเข้าหาร่างสูงใหญ่ วงแขนเล็กคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้มั่น“แล้วปลายรู้หรือเปล่าว่าหลายปีที่ผมไม่มีคุณนอนด้วย ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มตื่นเลยสักคืน”“อย่ามาทำปากหวานเลยค่ะ... ไม่มีปลาย คุณก็มีผู้หญิงอื่นอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนงอน“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนที่ปลายได้สักคนเลยนะ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและอยากใช้ชีว
“น้องพาฝันอยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่กันเยอะๆ น้องพาฝันชอบค่ะ”เด็กน้อยตอบพลางมองไปรอบๆ แล้วมาจบที่หน้าของป้านวลเช่นเดิม“คุณยายนวลก็อยากมาอยู่กับน้องพาฝันและน้องทอฝันนะคะ แต่คุณยายนวลมาอยู่ไม่ได้สิคะ เพราะถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่แล้วใครจะดูคนที่บ้านโน้นล่ะคะ”ป้านวลดึงเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ มานั่งก่อนอุ้มร่างเล็กนั่งบนตัก“เหรอคะ งั้นคุณยายนวลต้องมาหาน้องพาฝัน พี่ทอฝัน กับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ”“ได้สิคะ”ป้านวลหอมเข้าที่แก้มคนช่างพูดเข้าฟอดใหญ่“จริงๆ นะคะ”แล้วน้องพาฝันก็ซบศีรษะเข้าที่อกของผู้สูงวัย ป้านวลลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนย้ำให้รู้ว่านางไม่ได้โกหก“เย้ๆ... น้าป่าน ลุงมาร์คมาแล้ว”แฝดคนพี่ที่ยืนอยู่ข้างป้านวลโห่ร้องขึ้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าผู้มาใหม่แล้วก็รีบวิ่งไปหาน้าสาวทันที“ไงจ๊ะ ไม่ได้เจอซะหลายวันเลย คิดถึงน้าป่านหรือเปล่าคะ”ปานชนกรีบรับร่างที่วิ่งเข้าหาแล้วอุ้มขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้งเวลาที่คนใดคนหนึ่งในสองคู่แฝดนี้วิ่งเข้าหา“คิดถึงมากๆ เลยค่ะ พี่ทอฝันปิ้งบาร์บิคิวไว้ให้น้าป่านกับลุงมาร์คด้วยค่ะ”“ว้าว! ดีจังเลย ไหนครับคุณลุงมาร์คกำลังหิวอยู่พอดีเลย”มาร์คทำตาโต
“เดี๋ยวให้คุณเพียงฟ้าเดินแบบชุดผ้าไหมก่อนนะครับ ผมจะรีบไปส่ง”“จริงๆ แล้วคุณอยู่งานต่อกับคุณแม่คุณก็ได้นะคะ ไม่ต้องไปส่งปลายก็ได้ค่ะ”หญิงสาวเอ่ยอย่างเกรงใจ ด้วยไม่อยากป็นภาระเขา“ทำอย่างนั้นได้ไงกันครับ ผมไปรับคุณมาก็ต้องไปส่งคุณถึงที่สิครับ อีกอย่างเกิดเจ้าแสบสองคนเห็นคุณกลับเองโดยไม่มีรถผมไปส่งจ
“มายืนอยู่ตรงนี้เอง โรสเดินหาทั่วงานเลย เอ... พี่วิชญ์อยู่กับใครคะ เมื่อกี้โรสเห็นเหมือนมีใครยืนอยู่ด้วย”เสียงใสของรสรินทร์ดังขึ้นพร้อมๆ กับกวาดสายตามองรอบสระน้ำ ก่อนจ้องหน้าพี่ชาย“อ๋อ แขกที่มางานนี่แหละจ้ะ... พี่เห็นเขาอยู่คนเดียวก็เลยเดินมาคุยด้วย”“อืม... งั้นเราเข้าไปในงานกันเถอะค่ะ งานเริ่มแ
นับจากวันที่ณรันดาหนีจากเขาไปเงียบๆ ไม่ทิ้งแม้แต่จดหมายหรือข้อความใดๆ ไว้ มีเพียงแต่ของมีค่าที่เขาเคยซื้อให้เธอด้วยความเสน่หา หวังตอบแทนเธอที่เธอให้ความสุขกับเขาได้ทุกครั้ง ทุกเวลาที่เขาต้องการเท่านั้นที่เธอทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าและจากวันนั้น เขาก็รอคอยเธอและตามหาเธออย่างมีความหวัง จนเวลาล่วงไปจนสี่
งานที่มาร์คชวนมานั้นเป็นงานแฟชั่นการกุศล โดยมีคุณหญิงกาญจนา มารดาเขาเป็นประธานในการจัดงาน บรรยากาศภายในงานนั้นมีแต่คุณหญิงคุณนายและบรรดาลูกๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวหรือลูกชายที่ต่างพามาร่วมงาน เพื่อหวังจะให้เด็กๆ ได้รู้จักมักจี่กัน หรืออีกนัยก็เหมือนพากันมาดูตัวกันนั่นแหละมาร์คเดินควงคู่ณรันดาเข้ามาในง







