LOGINรวิชญ์มาถึงที่ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ตั้งแต่งานยังไม่เริ่ม เขาพยายามมองหาสองนางแบบรุ่นจิ๋วตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาถึงงาน แต่ก็ไม่เห็นเพิ่งจะเจอก็บนเวทีนี่แหละ
เขารีบขยับตัวให้เข้าใกล้เด็กสองคนมากขึ้น ด้วยอยากเห็นหน้าเด็กสองคนนี้ให้ชัดๆ ยิ่งเข้าใกล้ยิ่งได้เห็นหน้าชัดเจนขึ้น ยิ่งรู้สึกว่าแววตาสองคู่นี้ช่างคุ้นตาเขานัก โดยเฉพาะคนที่ถือกระป๋องนม และยังรอยยิ้มจากริมฝีปากจิ้มลิ้นนั่นอีก ยิ่งทำให้เขารู้สึกเหมือนรู้จักกับเด็กสองคนนี้มาก่อนอย่างบอกไม่ถูก มันช่างคุ้นตามาก แต่ทำไมถึงนึกไม่ออกว่าเหมือนใคร และเคยเห็นที่ไหน เวลานี้เขาอยากจะให้เด็กสองคนนี้ทำงานเสร็จเร็วๆ เพื่อที่จะได้เข้าไปพูดคุยด้วย
หลังจากที่สองนางแบบตัวน้อยยืนโพสท่าถ่ายรูปอยู่ไม่นานทั้งคู่ก็เดินกลับไปด้านหลังเวที เมื่อพ้นฉากด้านหน้าเวทีทั้งคู่ก็พุ่งตรงหาปานชนกทันที ยามที่ไม่มีแม่มาด้วยเช่นนี้เด็กสองคนจะติดเธอมาก ทุกครั้งที่เสร็จงานปุ๊บสองสาวจะต้องวิ่งเข้าหาเธอทันทีเหมือนต้องการกำลังใจหรือคำชมจากผู้เป็นน้า ซึ่งเด็กน้อยสองคนก็ไม่เคยผิดหวังเลยสักครั้ง
“เก่งมากเลยค่ะน้องทอฝัน น้องพาฝัน วันนี้เอาอะไรเป็นรางวัลดีคะ”
ปานชนกเอ่ยชม แขนเรียวสองข้างโอบกอดเด็กน้อยสองคนไว้อย่างรักใคร่
“เอาคุกกี้รสช็อกโกแลตค่ะ”
เสียงน้องทอฝันดังขึ้นบอกน้าสาวทันที
ปานชนกยิ้มให้นิดหนึ่งก่อนหันมองหน้าเด็กอีกคน เมื่อสังเกตเห็นว่าแฝดคนน้องไม่แสดงความคิดเห็น ซึ่งผิดวิสัยเจ้าตัวนัก
“น้องพาฝันเป็นอะไรไปคะ... ทำไมวันนี้หนูดูเงียบจังคะ”
ปานชนกถามขึ้น พลางลูบศีรษะเด็กน้อยไปด้วย
“น้องพาฝันคิดถึงคุณแม่ อยากให้คุณแม่มาด้วยจังค่ะ”
สิ้นเสียงเด็กน้อย ปานชนกก็คว้าร่างเล็กเข้ามาโอบกอดไว้ทันที
“โธ่ลูก... ทำไมวันนี้ถึงเกิดคิดถึงคุณแม่ขึ้นมาล่ะคะ”
“สงสัยคงเพราะวันนี้เด็กเยอะ และส่วนมากเด็กๆ ก็มีคุณพ่อ คุณแม่มาด้วยกันทั้งนั้น แกคงอยากให้คุณแม่แกมาบ้างนั่นแหละค่ะ”
เสียงผู้จัดงานดังขึ้น เมื่อเดินมาทันได้ยินที่น้องพาฝันพูด
“คงใช่ค่ะ... คุณแม่เขาก็งานเยอะเหลือเกิน วันนี้ก็ดันต้องอยู่ดูเด็กนักเรียนแทนครูเวร เลยมาไม่ได้”
ปานชนกเงยหน้าขึ้นมองผู้จัดงาน แขนยังคงโอบร่างเล็กของน้องพาฝันไว้อยู่ มืออีกข้างพลางลูบศีรษะแฝดผู้พี่ไปด้วย
“อ่อ... เดี๋ยวพี่ขอตัวน้องทอฝันกับน้องพาฝันไปถ่ายรูปด้านหน้าก่อนนะคะ”
“ค่ะ... เดี๋ยวป่านพาออกไปค่ะ”
พูดพลางก้มลงมองหน้าเด็กแฝดทั้งคู่อีกครั้ง
“ไปค่ะ เราออกไปถ่ายรูปกันก่อน ถ่ายเสร็จเราจะได้กลับบ้านไปหาคุณแม่กัน วันนี้เราซื้อของไปทำให้คุณแม่กินกันดีกว่านะคะ”
ปานชนกดันร่างน้องพาฝันออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย
“ค่ะ วันนี้น้องพาฝันจะทำไอติมให้คุณแม่”
จากใบหน้าที่ดูเศร้าเมื่อครู่ เวลานี้กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง พร้อมแววตามุ่งมั่นของเด็กที่ตั้งใจจะทำอะไรสักอย่าง
“พี่ทอฝันก็จะทำไอติมให้คุณแม่ด้วยค่ะ”
ทอฝันรีบพูดสมทบขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“โอเค งั้นเรารีบออกไปถ่ายรูปกันก่อน จะได้รีบกลับไปทำไอติมกันนะคะ”
พูดจบปานชนกก็ลุกขึ้นจูงมือทั้งคู่ออกไปด้านหน้าของงาน
เมื่อเด็กทั้งคู่ออกมาให้บรรดาสื่อมวลชนกดชัดเตอร์ถ่ายรูปอีกครั้ง ตลอดจนถ่ายกับบรรดาคนที่ชื่นชอบความน่ารักของเด็กทั้งสอง โดยที่ปานชนกไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทีมผู้จัดงานเป็นคนคอยดูแลแทน ส่วนเธอก็แค่คอยมองดูห่างๆ เท่านั้น
“สวัสดีค่ะ ขอคุณลุงคุยด้วยหน่อยได้ไหมคะ”
รวิชญ์เดินตรงเข้าหาร่างเล็กๆ ทั้งสองคนทันทีเมื่อเห็นว่าเวลานี้ทั้งคู่กำลังให้ความสนใจกับซุ้มเกม
“สวัสดีค่ะ”
แฝดคนพี่ยกมือขึ้นไหว้ก่อน และดูเหมือนเวลานี้แฝดคนน้องนั้นจะยืนหลบหลังแฝดผู้พี่เสียแล้ว
“หนูชื่ออะไรคะ”
รวิชญ์ย่อเข่าลงนั่งเพื่อที่จะได้คุยกันง่ายขึ้น
“หนูชื่อพี่ทอฝันค่ะ ชื่อจริงชื่อเด็กหญิงรวีรินดาค่ะ”
เสียงเจื้อยแจ้วทำเอาคนฟังถึงกับยิ้มออกมา
“แสดงว่าหนูเป็นพี่สิคะ”
ชายหนุ่มเดาเอาจากการแนะนำตัวของเด็กน้อย
“ใช่ค่ะ”
“แล้วหนูล่ะคะ ชื่ออะไรเอ่ย”
รวิชญ์เบี่ยงหน้านิดหนึ่งเพื่อจะได้มองหน้าเด็กอีกคนที่เงียบ ไม่ตอบอะไร แถมเจ้าตัวยังคงยืนหลบหลังพี่สาวอยู่เช่นเดิม
“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลายให้ผม”ชายหนุ่มโอบไหล่ภรรยาสาวแล้วดึงเข้ามาใกล้อีกนิด ณรันดาคว้ามืออีกข้างที่ว่างอยู่นั้นมาทาบที่หน้าท้องของเธอ“สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดค่ะคุณวิชญ์ ปลายกำลังมีเจ้าตัวเล็กเป็นของขวัญให้คุณค่ะ”“จริงเหรอปลาย นี่ปลายกำลังจะมีลูกให้ผมเหรอครับ”รวิชญ์ตะโกนขึ้นอย่างดีใจ เป็นผลให้ทุกคนที่อยู่ในงานนั้นได้ยิน ต่างพากันแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย“ค่ะ ปลายท้องจะสามเดือนแล้วค่ะ”ณรันดาย้ำให้เขาฟังอีกครั้ง“พี่ทอฝัน น้องพาฝัน ดีใจไหมคะลูก เรากำลังจะมีน้องแล้วนะคะ”รวิชญ์ดึงร่างเล็กของเด็กทั้งคู่เข้ามากอด สลับกับหอมแก้มคนละข้างอย่างดีใจ“จริงๆ เหรอคะ น้องพาฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะคุณพ่อ”“จริงเหรอคะคุณแม่ขา พี่ทอฝันจะมีน้องแล้วเหรอคะ”ณรันดาพยักหน้าน้อยๆ แทนคำตอบ พร้อมกับคว้ามือเล็กๆ ของทั้งคู่มาคนละข้าง วางทาบที่หน้าท้องของตัวเอง“น้องของหนูอยู่ในนี้ค่ะ ต้องรออีกสักหกเจ็ดเดือนนะคะ น้องถึงจะออกมาให้หนูสองคนเห็
ของขวัญที่ลูกสาวตัวน้อยนำมาให้นั้นคือภาพวาดครอบครัว ระบายด้วยสีชอล์กสวยงาม รวิชญ์กับณรันดาดูรูปถึงกับยิ้มออกมาก่อนผลัดกันถามลูกสาวว่ามีใครบ้างภายในภาพนั้น ถึงแม้ว่าภายในภาพนั้นจะระบุชื่อไว้ชัดเจนก็ตาม เด็กน้อยแย่งกันบอกว่าใครเป็นใครจนมาถึงรูปเด็กน้อยอีกคนที่นิ้วเล็กจิ้มไปพร้อมกันทำให้ทั้งคู่ต้องเงยหน้าขึ้นมองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา“แล้วสองคนนี้ใครคะ ทำไมไม่เห็นมีชื่อเหมือนคนอื่นเลยล่ะคะ”ณรันดาถามขึ้นเมื่อเห็นรูปวาดเด็กอีกสองคนที่ไม่มีชื่อติดอยู่“คนนี้น้องสาวพี่ทอฝันค่ะ”ทอฝันชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้หญิงที่ปราศจากชื่อนั้น“คนนี้น้องชายน้องพาฝันค่ะ”แฝดคนน้องชี้ไปที่รูปวาดเด็กผู้ชายที่ปราศจากชื่ออีกเช่นกัน จากคำตอบของลูกสาวทั้งสองคนทำให้ณรันดาเงยหน้ามองรวิชญ์แล้วส่งยิ้มให้น้อยๆ“เอ... ลูกสาวมีของให้คุณพ่อ แล้วคุณภรรยาไม่มีของขวัญให้สามีคนนี้บ้างเหรอครับ”รวิชญ์ได้ทีรีบทวงของขวัญจากภรรยาสาวทันที“มีให้สิคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณจะอยากได้หรือเปล่า”ณรันดาเอียงคอตอบเล็กน้อย เด็กน้อยที่ได้ยินคำตอบของมารดาก็รีบเงยหน้าขึ้นมอง ด้วยความอยากรู้บ้างว่าผู้เป็นแม่จะให้อะไรกับคุณพ่อ“ผมอยากได้ทุกอย่างที่ปลา
ณรันดาเดินออกมาบริเวณสนามหญ้าหน้าบ้าน ที่เดิมทีเป็นที่สำหรับจัดวางโต๊ะอาหาร แต่วันนี้มันโดนรื้อออกเหลือเพียงแค่สามถึงสี่โต๊ะเท่านั้น บรรยากาศโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวสลับกับดอกกุหลาบสีแดงสด ซึ่งทั้งหมดนั้นถูกจัดขึ้นด้วยช่างฝีมือทั้งสิ้นหญิงสาวยืนมองบรรยากาศโดยรอบแล้วทำให้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังอยู่ในบรรยากาศของงานแต่งงานอย่างไรอย่างนั้น แล้วณรันดาก็รู้สึกตัวอีกครั้ง หลังจากที่ปล่อยตัวไปตามบรรยากาศของงาน เมื่อร่างเล็กในชุดนางฟ้าตัวน้อยที่ยืนขนาบข้างเธอนั้นกระตุกมือเธอพร้อมๆ กัน“คุณแม่ขา หยุดเดินทำไมคะ”น้องพาฝันเงยหน้าขึ้นถามมารดา“คุณแม่แค่แปลกใจค่ะ ว่าทำไมดอกไม้พวกนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่เร็วจัง เมื่อสักพักมันยังไม่มีเลย”ณรันดาก้มหน้าตอบคนช่างสงสัย“คุณแม่ชอบหรือเปล่าคะ”คราวนี้เสียงแฝดคนโตถามขึ้นบ้าง“ชอบสิคะ คุณแม่ชอบดอกลิลลี่สีขาวกับดอกกุหลาบมากที่สุดเลย นี่ถ้าคุณป้าเมย์ไม่บอกว่าเป็นการจัดฉากเพื่อถ่ายละครที่หนูสองคนเล่นอยู่ คุณแม่คิดว่าเป็นงานแต่งงานของคุณแม่แล้วนะคะนี่”หญิงสาวว่าพลางหัวเราะน้อยๆ กับลูกสาวทั้งสองคนในขณะที่สามคนแม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ของ
รวิชญ์ให้สัญญากับตัวเองว่า ไม่ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นเช่นไร เขาจะไม่ยอมกลับไปเป็นคนขี้ขลาด และจะไม่ปล่อยให้ความกลัวกับอดีตเข้ามาครอบงำเขาได้อีกเป็นอันขาด เพราะสิ่งเหล่านั้นมันเกือบทำให้เขาต้องเสียคนที่เขารักไปตลอดชีวิต เมื่อเวลานี้เขาได้ของรักที่สุดในชีวิตกลับคืนมาแล้ว เขาจะรักษาของมีค่าที่สุดชิ้นนี้ไว้ให้อยู่กับเขาตลอดไปนานเท่าที่จะนานได้......บ้านเคียงฟ้า...ณรันดายืนอ่านป้ายชื่อร้านที่เธอและเพื่อนรักอีกสองคนลงความเห็นว่าเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นชื่อร้านอาหารที่จะเปิดขึ้น“ปลาย มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ ทำไมยังไม่แต่งตัวอีก... ตอนนี้แซนดี้จับยายสองแสบแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว รู้สึกกำลังตื่นเต้นกับชุดที่แซนดี้หามาให้ใหญ่เลย”ปานชนกตรงเข้ามาหาเพื่อนรัก พลางมองในสิ่งที่หญิงสาวที่ยืนอยู่ก่อนมองอยู่“ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ ว่าวันนี้ปลายกับคุณรวิชญ์จะได้กลับมาที่ร้านนี้ด้วยกันในฐานะสามีภรรยากัน”ปานชนกยิ้มอย่างปลื้มใจแทนเพื่อนรัก เพราะเธอรู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาที่ ‘บ้านเคียงฟ้า’ ในวันนี้มีความสำคัญกับเพื่อนรักของเธอมากเพียงไร“ป่าน เรามีความสุขจังเลย”หญิงสาวเอ่ยขึ้น พร้อมกับโผเข้ากอดเพื่อนรักเอาไว้
ณรันดายืนเหม่อมองดวงจันทร์ที่สาดแสงส่องลงมาเหนือผิวน้ำ บริเวณศาลาที่หญิงสาวใช้นั่งคุยอยู่กับเพื่อนรักเมื่อตอนหัวค่ำ ทว่าเวลานี้มีเพียงเธอยืนอยู่ตามลำพังเท่านั้น แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่หญิงสาวได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง“ปลายจ๋า... มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะครับ”รวิชญ์ที่มาเงียบๆ สวมกอดร่างบางจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวที่กำลังยืนเหม่ออยู่นั้นสะดุ้งเล็กน้อย“ปลายก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ ค่ะ... ว่าแต่คุณลงมาทำไมคะ”ณรันดาเอียงคอหันมองหน้าผู้เป็นสามี“ก็มาตามเมียไปนอนด้วยน่ะสิ... ไม่มีเมียให้นอนกอด ผมนอนไม่หลับรู้ไหม”สายตากรุ้มกริ่มที่มองหญิงสาวนั้นทำให้คนฟังถึงกับต้องหลบตายตาเจ้าชู้นั้น“จะให้ปลายเชื่อได้เหรอคะ ก่อนหน้านี้ปลายไม่ได้นอนกับคุณตั้งหลายปี”ณรันดาพลิกตัวหันเข้าหาร่างสูงใหญ่ วงแขนเล็กคล้องคอชายหนุ่มเอาไว้มั่น“แล้วปลายรู้หรือเปล่าว่าหลายปีที่ผมไม่มีคุณนอนด้วย ผมไม่เคยได้นอนหลับเต็มตื่นเลยสักคืน”“อย่ามาทำปากหวานเลยค่ะ... ไม่มีปลาย คุณก็มีผู้หญิงอื่นอีกตั้งเยอะ”หญิงสาวแสร้งทำเสียงเหมือนงอน“ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนที่ปลายได้สักคนเลยนะ ปลายเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมรักและอยากใช้ชีว
“น้องพาฝันอยากให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่ค่ะ อยู่กันเยอะๆ น้องพาฝันชอบค่ะ”เด็กน้อยตอบพลางมองไปรอบๆ แล้วมาจบที่หน้าของป้านวลเช่นเดิม“คุณยายนวลก็อยากมาอยู่กับน้องพาฝันและน้องทอฝันนะคะ แต่คุณยายนวลมาอยู่ไม่ได้สิคะ เพราะถ้าคุณยายมาอยู่ที่นี่แล้วใครจะดูคนที่บ้านโน้นล่ะคะ”ป้านวลดึงเก้าอี้ที่วางอยู่ใกล้ๆ มานั่งก่อนอุ้มร่างเล็กนั่งบนตัก“เหรอคะ งั้นคุณยายนวลต้องมาหาน้องพาฝัน พี่ทอฝัน กับคุณแม่บ่อยๆ นะคะ”“ได้สิคะ”ป้านวลหอมเข้าที่แก้มคนช่างพูดเข้าฟอดใหญ่“จริงๆ นะคะ”แล้วน้องพาฝันก็ซบศีรษะเข้าที่อกของผู้สูงวัย ป้านวลลูบศีรษะเล็กนั้นอย่างอ่อนโยนก่อนย้ำให้รู้ว่านางไม่ได้โกหก“เย้ๆ... น้าป่าน ลุงมาร์คมาแล้ว”แฝดคนพี่ที่ยืนอยู่ข้างป้านวลโห่ร้องขึ้น เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นหน้าผู้มาใหม่แล้วก็รีบวิ่งไปหาน้าสาวทันที“ไงจ๊ะ ไม่ได้เจอซะหลายวันเลย คิดถึงน้าป่านหรือเปล่าคะ”ปานชนกรีบรับร่างที่วิ่งเข้าหาแล้วอุ้มขึ้นเหมือนทุกๆ ครั้งเวลาที่คนใดคนหนึ่งในสองคู่แฝดนี้วิ่งเข้าหา“คิดถึงมากๆ เลยค่ะ พี่ทอฝันปิ้งบาร์บิคิวไว้ให้น้าป่านกับลุงมาร์คด้วยค่ะ”“ว้าว! ดีจังเลย ไหนครับคุณลุงมาร์คกำลังหิวอยู่พอดีเลย”มาร์คทำตาโต
“เออ ป่าน พรุ่งนี้เรารบกวนให้มาอยู่เป็นเพื่อนเด็กๆ หน่อยนะ พอดีคุณมาร์คชวนเราไปงานเลี้ยงเป็นเพื่อนน่ะ”ณรันดาเอ่ยบอกเพื่อนอย่างเกรงใจชื่อมาร์ค ที่ดังขึ้นทำให้หัวใจปานชนกเต้นผิดจังหวะขึ้นมาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวมือไม้ที่ก็วางอยู่ดีๆ ก็ดันเกิดรู้สึกว่ามันไม่มีที่วางซะอย่างนั้น ทว่าก็พยายามเก็บอาการเอา
“ชื่อน้องพาฝันค่ะ ชื่อจริงเด็กหญิงรวรันตาค่ะ”แฝดผู้พี่มองหน้าน้องสาวนิดหนึ่งก่อน เมื่อเห็นว่าน้องสาวยังเงียบ ไม่ยอมตอบจึงตอบขึ้นมาเอง“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่หนูชื่ออะไรคะ”รวิชญ์รีบถามทันที ด้วยความที่อยากรู้ว่าใครกันที่เป็นพ่อแม่ของเด็กน่ารักและช่างเจรจานี้คู่นี้“คุณแม่หนูชื่อ...”น้องทอฝันตอบได้เพ
ณ ชั้นสูงสุดของคอนโดฯ หรูใจกลางเมืองรวิชญ์นั่งดูแบบโครงการบ้านจัดสรร สลับกับโครงการคอนโดฯ ที่เขาเพิ่งตกลงว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่ให้เป็นผู้ดูแลสองโครงการนี้เมื่อสองวันก่อนอีกครั้ง ก่อนที่จะหันมาดูเอกสารอื่นๆ ที่ทางเลขาฯ เพิ่งนำเข้ามาให้เขาเมื่อเช้าหนึ่งในเอกสารทั้งหมดนั้นมีเอกสารอยู่ฉ
บรรยากาศภายในโรงเรียนอนุบาลยามเช้าเช่นนี้ เด็กๆ ต่างพากันจับกลุ่มวิ่งเล่นบริเวณสนามเด็กเล่นที่ทางโรงเรียนจัดเตรียมไว้เช้านี้ณรันดาต้องมารับเด็กที่หน้าโรงเรียนแทนครูเวร เนื่องจากครูเวรประจำวันเกิดป่วย ทำให้เธอได้มีโอกาสเจอหน้าผู้ปกครองของเด็กและได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปกครองของเด็กบางคนบ้าง“สวัสดีคร







