Share

ท่านฮ๋องสมองกลับหรอเพค่ะ

last update publish date: 2026-10-03 08:00:55

หลินหลานถอยหลังจนแผ่นหลังชนผนังอิฐที่เย็นเฉียบตั้งแต่ปลายจรดปลายเท้า สายตาพล่านมองแผงอกกว้างแกร่งของอ๋องเต้ที่ขยับเข้ามาใกล้จนแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ปนกับอากาศเย็นของยามราตรีลอยมาจะที่จมูก ทำให้นางรู้สึกอึดอัดจนต้องเอียงหน้าหนีไปอีกทาง ทั้งที่รู้ดีว่าไม่มีที่ให้หลบหนีไปได้อีกแล้ว

“คอยรับใช้ข้างกายทุกวันงั้นหรือเพคะ?” หลินหลานทวนคำเสียงต่ำ แววตาสะพรั่งด้วยความไม่อยากเชื่อ “ฝ่าบาท... หม่อมฉันโดนกักบริเวณอยู่ในตำหนักเงียบๆ แบบนี้ก็ดีอยู่แล้วเพคะ ให้หม่อมฉันอยู่อย่างไร้ตัวตนในตำหนักร้างนี้แหละ เหมาะสมที่สุดแล้ว ไม่รบกวนใคร ไม่ถูกใครรบกวน”

ฮ๋องเต้เลิกคิ้วคู่เข้มขึ้นเล็กน้อย ยื่นมือไปแตะผนังอิฐข้างแก้มเนียนของนาง กักขังร่างบางไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้างอย่างสมบูรณ์ ไม่ให้หลบเลี่ยงแม้แต่นิดเดียว “ปกติสนมคนอื่นหากได้รับโอกาสเช่นนี้ คงดีใจจนลืมตาย แต่นี่เจ้ากลับปฏิเสธอย่างไม่มีรีรอ... หลินซินเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำให้ข้ารู้สึกว่า การบังคับเจ้า มันน่าสนุกกว่าการตามใจเจ้าเสียอีก”

‘ไอ้หมอนี่มันเป็นมาโซคิสต์หรือไงวะ!’ หลินหลานคิดในใจอย่างขมขื่น สบตาฮ๋องเต้ด้วยสีหน้าปลงตกที่สุด “หม่อมฉันปรารถนาความสงบเพคะ และการไปอยู่ใกล้ฝ่าบาท ก็คือศูนย์รวมของความวุ่นวายที่สุด สนมรักอีกสามคนของท่านคงได้แห่กันมาจิกหัวหม่อมฉันวันละแปดรอบพอดี แบบนั้นไม่เรียกว่าคอยรับใช้ แต่เรียกว่าไปรับกรรมแทน!”

“ใครกล้าจิกหัวเจ้า?” ฮ๋องเต้ตรัสเสียงเรียบเย็น แต่แฝงความดุดันจนคนฟังรู้สึกหนาวสะท้าน “วังหลังแห่งนี้ข้าเป็นใหญ่ ใครกล้าแตะต้องคนที่ข้าให้คอยรับใช้ข้างกาย แม้แต่ปลายเส้นผมเส้นเดียว ก็ต้องถามข้าก่อน”

“แต่หม่อมฉันกลัวเจ็บเพคะ!” หลินหลานโพล่งออกมาอย่างเหลืออด ทั้งที่รู้ว่าพูดกับผู้เป็นฮ่องเต้แบบนี้เสี่ยงตัวนัก “การต้องไปรบรากับเหล่าสนมผู้ทรงอิทธิพลของท่าน หรือการต้องไปรองรับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของท่านเอง มันเสี่ยงต่อชีวิตและแขนขาของหม่อมฉันมาก! ขาเคยบอกแล้วไงว่า... ขากลัวเจ็บ”

ฮ๋องเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสดใสที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างจริงจัง ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอทำให้บารมีอันน่าเกรงขามที่เคยปกคลุมรอบกายดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด “เจ้ากลัวเจ็บ... แต่เจ้ากลับกล้าปีนหน้าต่างกลางดึกเพื่อจะกระโดดลงมาเนี่ยนะ?”

“ก็นั่นมัน... หม่อมฉันลังเลอยู่ไงเล่า!” หลินหลานเถียงหน้าดำหน้าแดง รู้ตัวว่าถูกจับได้แต่ก็ยังดึงดัน “ถ้าเห็นว่ามันสูงไปจนเสี่ยงเจ็บ หม่อมฉันก็ไม่กระโดดหรอก! หม่อมฉันแค่... แค่หาทางออกอื่นเฉยๆ”

“เอาล่ะ... ไม่ว่าจะอย่างไร คำสั่งข้าถือเป็นเด็ดขาด” อ๋องเต้ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว ปล่อยให้นางได้หายใจสะดวกขึ้น ท่าทางกลับคืนสู่ความนิ่งสุขุมตามเคย “ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ปลดโทษกักบริเวณของสนมห้า! และให้นางย้ายไปช่วยงานข้าที่ห้องพระอักษรทุกวันยามเช้า”

“ฝ่าบาท!” หลินหลานร้องประท้วงอย่างไม่คิดคาด “ทำไมถึงต้อง...”

“หากเจ้าขัดคำสั่งราชโอการ... โทษคือการโบยยี่สิบที” อ๋องเต้ยิ้มกวนโทโส พลางก้มลงกระซิบข้างหูของนางจนขนลุกซู่ “การโดนไม้โบยหนาๆ ตีลงบนเนื้อ... ข้าประกันได้เลยว่า มันเจ็บยิ่งกว่าการตกหน้าต่างอย่างแน่นอน”

หลินหลานกลืนน้ำลายเอือกใหญ่ เพียงได้ยินคำว่า ‘โดนโบย’ แผ่นหลังของนางก็เย็นวาบราวกับถูกน้ำแข็งลูบไล้! ร่างกายสั่นเล็กน้อยไม่ใช่จากความหนาว แต่จากภาพที่คิดตามมาถึงความเจ็บปวดที่จะตามมา

‘ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ฮ่องเต้เผด็จการ!’ หลินหลานกัดฟันข่มอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ย่อตัวลงทำความเคารพอย่างกึ่งเชื่อฟังกึ่งจำยอม “รับด้วยเกล้าเพคะ... ฝ่าบาท!”

ฮ๋องเต้มองท่าทีฮึดฮัดของสตรีตรงหน้าด้วยความพึงพอใจที่ซ่อนอยู่ แววตาอ่อนโยนลงมากกว่าที่เคยเป็น ก่อนจะหมุนตัวทะยานร่างหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว ปล่อยให้หลินหลานยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าช่องหน้าต่างที่เพิ่งหลุดรอดไปได้

“หนีก็ยาก... แถมยังต้องไปเป็นเบ๊ให้ฮ่องเต้ปัญญาอ่อนนี่อีก!” หลินหลานบ่นพึมพำกับตัวเองขณะเดินกลับเข้ามาภายในห้อง ปิดหน้าต่างและลั่นกลอนด้วยความหงุดหงิด “ไม่ได้การ... แต่การไปห้องพระอักษรก็ดีเหมือนกันนะ อาจจะมีแผนที่แผนผังวังหลวง หรือบันทึกเก่าๆ เรื่อง ‘เหวเซียนหลิง’ ซ่อนอยู่ก็ได้ ถ้าเจอทางกลับบ้านจริงๆ... ไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใด หม่อมฉันต้องพยายาม!”

นางเดินไปนั่งบนขอบเตียง มองเงาตัวเองที่สะท้อนบนพื้นผิวนิ่งของแจกันดินเผา ความหวังเล็กๆ ที่คิดว่าจะได้กลับสู่โลกเดิมยังคงอยู่ แต่เส้นทางข้างหน้าดูจะคดเคี้ยวและอันตรายไม่น้อย “ฮ่องเต้... ไม่ว่าท่านจะคิดอะไรอยู่ หม่อมฉันไม่ได้มาเพื่อเป็นของใคร และไม่ได้มาจะอยู่ที่นี่ตลอดไป” เสียงของนางแผ่วเบาแต่หนักแน่น “รอเถอะ... สักวันหม่อมฉันจะหาทางกลับไปให้ได้”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อำนาจ ของหยก

    แสงจันทร์ยามค่ำคืนไหลรินดุจแพรเงิน สาดส่องลอดผ่านม่านไหมสีครามอ่อนที่พริ้วไหวตามแรงลม ทอดตัวลงต้องกับตราประทับหยกขาวลายมังกรคู่ที่กำลังนอนนิ่งอยู่ในอุ้งมือของหลินหลานหยกนั้นขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน เนื้อนวลเนียนละเอียดราวกับน้ำค้างแข็งยามต้องแสงจันทร์ ลวดลายมังกรคู่ที่สลักอย่างประณีตพันเกี่ยวกันอย่างสง่างาม ดวงตามังกรทำจากทับทิมสีโลหิต ส่องประกายลึกล้ำ แต่ถึงสัมผัสจะเย็นและเนียนเพียงใด น้ำหนักของมันในมือของนางกลับหนักอึ้งอย่างประหลาด หนักดั่งอำนาจที่สามารถชี้ชะตาคนทั้งวังหลัง หนักดั่งดาบสองคมที่พร้อมจะหันกลับมาทิ่มแทงเจ้าของได้ทุกเมื่อหลินหลานนั่งอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่างตำหนักเฟิ่งหวง นิ้วเรียวเล็กหมุนตราประทับไปมาอย่างกระวนกระวาย หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะนางช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษที่ยืนประทับอยู่ข้างกายฮ่องเต้เซียวจิ้นรัชทายาทมังกรหนุ่มในฉลองพระองค์สีดำขลิบทอง ยืนเอามือไพล่หลัง แสงจันทร์จับขอบสันกรามคมสันของเขาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองนาง ไม่ได้มองด้วยสายตาที่มองสนมคนหนึ่ง แต่เป็นสายตาที่มองคนที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ยืนเคียงข้างอย่างเด็ดเดี่ยว

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   แม่ขอแผ่นดิน

    แสงแดดยามเช้าสีทองนวลทอแสงกราบลงบนหลังคากระเบื้องทองคำเปลวระยิบระยับของพระราชวังหลวง ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงกลับตึงเครียดจนอากาศแทบหยุดหมุน เมื่อขันทีผู้เฒ่าผู้แก่กราบบังคมทูลอ่านพระราชโองการฉบับประวัติศาสตร์ต่อหน้าเหล่าขุนนางและเสนาบดีนับร้อยที่ยืนเกร็งกันทั่วลาน “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ฮองเฮา แม่แห่งแผ่นดิน ควบคุมดูแลกิจการวังหลังและช่วยงานพระอักษร สืบไป!” สิ้นเสียงอ่านอันแผ่วเบาแต่หนักแน่น เสียงฮือฮาและกระแสความขัดแย้งก็ดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วท้องพระโรง! เสียงกระซิบกระซาบปะทุกันเป็นคลื่น ทุกสายตาจับจ้องไปที่บัลลังก์มังกรด้วยความไม่เชื่อ “ฝ่าบาท! ทรงโปรดตรึกตรองอีกครั้งด้วยพะยะค่ะ!” มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้เป็นบิดาของสนมเอกเฉิน ก้าวออกมาหมอบราบกับพื้นหินอ่อน ใบหน้าสั่นระริกด้วยความแค้นเคืองที่กลั้นไว้ไม่อยู่ “นางเป็นเพียงสตรีตระกูลเล็ก ไร้อำนาจ ไร้ชาติกำเนิดสูงส่ง และไร้ผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ เหตุใดจึงข้ามหน้าข้ามตาพระสนมเอกและพระสนมท่านอื่นขึ้นสู่ตำแหน่งอันสูงส่งและสำคัญยิ่งนี้ได้พะยะค่ะ!”

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   ยศที่ใหญ่ขึ้น

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องพระอักษรทันทีที่สิ้นเสียงคำเอ่ยของหลินหลาน ความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ขันทีหลิวที่ยืนถวายการรับใช้อยู่ที่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนแรงจนแทบจะล้มพับลงกับพื้นไม้ขัดมัน นัยน์ตาแทบเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนกจนไม่อาจปิดลงได้ ‘สตรีผู้นี้… กล้าเอ่ยปากขอตำแหน่งฮองเฮาต่อพระพักตร์ฝ่าบาทตรงๆ เชียวหรือ! นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ใครก็พูดได้…’ ฮ่องเต้จ้องมองใบหน้าหวานที่ชูเชิดขึ้นอย่างท้าทาย นัยน์ตาคมกริบของพระองค์วูบวาบไปด้วยความตกตะลึงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความขบขันผสมความพึงพอใจอย่างที่สุด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วห้องพระอักษรอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นเสียงหัวเราะที่ปนไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชมที่หาได้ยากยิ่ง “ฮะฮะฮะ… ฮองเฮางั้นหรือ?” ฮ่องเต้ยันพระกายลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวข้ามโต๊ะทรงงานเข้ามาหานางทีละนิด ทุกก้าวหนักแน่นราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง “หลินซินเอ๋อร์… เจ้าช่างเป็นสตรีที่ไร้ความเดียงสา หรือว่ากล้าบ้าบิ่นกันแน่? รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งฮองเฮาแห่งแผ่นดินนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สตรีคนใดจะเ

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   การต่อรองที่หัวเกือบขาด

    ข่าวการเสด็จกลับวังหลวงของฮ่องเต้พร้อมด้วยสนมคนที่ห้า สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งราชสำนัก ไม่ใช่เพียงเพราะทั้งสองรอดพ้นจากการจู่โจมของกลุ่มมือสังหารอย่างหวุดหวิด แต่เป็นเพราะพระราชโองการฉบับหนึ่งที่ถูกประกาศออกมาอย่างกะทันหันในรุ่งเช้าวันถัดมา ‘ยกเลิกการกักบริเวณสนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ และแต่งตั้งให้นางเป็นผู้ช่วยกำกับงานตำหนักพระอักษรอย่างเป็นทางการ!’ ข่าวนี้ทำเอาตำหนักเหมยฮวาของสนมเอกเฉินร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ผลึกหยกและเครื่องกระจกแพงถูกปาทิ้งจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น หยดน้ำตาของความโกรธเกรี้ยวคลอเบ้าตา แต่กลับถูกกลั้นไว้อย่างแน่นหนา “เป็นไปได้อย่างไร!” สนมเอกเฉินตวาดลั่น ใบหน้าสวยงามบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาที่ปกปิดไม่มิด “นางนั่นแอบหนีออกไปกลางดึก แถมยังมีข่าวลือว่าไปยืนทำท่าจะกระโดดเหวไร้สาระนั่น! เหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ลงโทษนาง แต่กลับประทานตำแหน่งและให้เข้าใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม!” “พระสนมเอกโปรดระงับพระทัยก่อนเพคะ” นางกำนัลคนสนิทรีบคลานเข้าไปหมอบราบ เสียงต่ำพร่าด้วยความหวาดกลัว “บัดนี้สนมห้ามีฝ่าบาทคอยปกป้องอย่างชัดเจน หากเราลงมือส่งเดชในเวลานี

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   คิดจะหนีก็ไปไม่ได้

    ลมราตรีพัดกระหน่ำซัดเซพเนจรจนสายหมอกหนาทึบหมุนคว้างปกคลุมขอบเหวเซียนหลิงจนแทบมองไม่เห็นพื้นดินเบื้องล่าง ประกายแสงสีเงินดวงสุดท้ายของฝนดาวตกกะทัดแสงลงท้องฟ้าอันมืดมิดก่อนจะดับวูบหายไปอย่างเงียบเชียบ… สัญญาณแห่งการข้ามมิติที่นางรอคอยมานานก็เลือนจางหายไปพร้อมกัน โอกาสสุดท้ายที่จะหวนกลับสู่บ้านเกิดในยุคปัจจุบันสลายลงราวกับควันไฟ มือเย็นเฉียบของหลินหลานกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือจนเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มันจบลงแล้ว… ความหวังที่จะกลับไปยังที่ที่ปลอดภัย คุ้นเคย และเป็นบ้านของนางตลอดชีวิต ดับสูญลงไปพร้อมกับแสงดาวดวงสุดท้ายนั้นแล้ว “ฝ่าบาท…” หลินหลานเอ่ยเสียงแผ่วราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหน้าผา ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ ความกลัวความเจ็บบวกกับความผิดหวังอันรุนแรงที่กัดกินใจทำให้น้ำตาซึมไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย นางไม่ได้ต้องการตาย… นางแค่กลัว กลัวที่จะต้องอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตน กลัวความไม่แน่นอน กลัวความเหงาที่จะกัดกินใจไปตลอดชีวิต “เข้ามานี่… หลินซินเอ๋อร์” ฮ่องเต้ ตรัสด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านยิ่งกว่าลมยามราตร

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อยู่ก็เจ็บ ไม่อยู่ก็ตาย

    บานประตูกระดานไม้ค่อย ๆ ถูกผลักออกทีละน้อยโดยไร้เสียง หลินหลานย่องออกจากห้องพักอย่างระมัดระวังที่สุด ลมราตรีอันเย็นเยือกของป่าเชิงเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจนนางต้องยกมือขึ้นกอดอก อาศัยความมืดและเงาของต้นไม้ใหญ่ในการหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังเวรยามอยู่รอบเรือนพัก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มือและเท้าสั่นระริกไม่ใช่เพราะหนาวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะรู้ดีว่าหากถูกพบ ทุกอย่างจะจบลงทันที เป้าหมายเดี่ยวของนางในตอนนี้คือเส้นทางขึ้นสู่ ‘ยอดเขาเซียนหลิง’ ‘เอาวะ… ตกเหวมันน่ากลัวก็จริง แต่ถ้าละอองแสงจากฝนดาวตกนี่คือประตูมิติเปิดจริง ๆ การเสี่ยงครั้งนี้ก็คุ้ม!’ หลินหลานปลุกปลอบใจตัวเองพลางเร่งก้าวเท้าฝ่าความมืดและสายหมอกที่เริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางคดเคี้ยวคดงอ มือบางจับกิ่งไม้เพื่อพยุงตัวทุกครั้งที่ลื่นไถล เส้นทางขึ้นเขาทั้งชันและเต็มไปด้วยก้อนหินขรุขระ ร่างกายอันบอบบางของสนมคนที่ห้าเริ่มเหนื่อยหอบ เท้าทั้งสองข้างสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากเศษหินที่บาดผ่านรองเท้าผ้าไหมจนเลือดซึม แต่นางก็กัดฟันก้าวต่อไป ไม่ยอมหันกลับ จนกระทั่งในที่สุด… นางก็มาหยุดอยู่ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status