Share

หลงยุคมาเป็นเมียคนที่5

last update publish date: 2026-10-02 11:15:44

หลินหลานจ้องหน้าชายหนุ่มในชุดมังกรตรงๆ โดยไม่มีความยำเกรงแม้แต่น้อย สายตาเอือมระอาของนางทำให้อ๋องเต้ชะงักไปเล็กน้อย เพราะปกติสนมคนที่ห้าผู้เจียมเนื้อเจียมตัวคนนี้ มักจะเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาตรงๆ ด้วยซ้ำ ดวงตาที่เคยหลบตาลงต่ำที่สุดทุกครั้งที่เขาผ่านไป บัดนี้กลับมองเขาตรงหน้าตาเฉย ด้วยสายตาที่ราวกับเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้า หรือสิ่งที่น่ารำคาญกว่าสิ่งใด

“มองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นหมายความว่าอย่างไร?” ฮ่องเต้ตรัสเสียงเรียบ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน รอยย่นระหว่างคิ้วบ่งบอกถึงความไม่สบายใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“หม่อมฉันไม่ได้เรียกร้องความสนใจเพคะ” หลินหลานปัดฝุ่นที่แขนเสื้อเบาๆ ก่อนจะเดินถอยห่างออกจากขอบสระน้ำอย่างสงบ “หม่อมฉันแค่มาเดินสูดอากาศ แล้วก็... กำลังคิดว่าน้ำในสระมันตื้นไปหน่อย ตกลงไปคงไม่ตาย แถมยังหนาวอีกต่างหาก” นางพูดอย่างตรงไปตรงมาราวกับเล่าเรื่องทั่วไป ไม่ได้พูดถึงเรื่องชีวิตความเป็นความตายของตนเอง

“นี่เจ้า...!” เสี่ยวถาวที่คุกเข่าอยู่ข้างๆ แทบจะลมจับกับคำพูดขวานผ่าซากของนายตน ตาเหลือกพร้อมจะล้มลงทันที คนในวังไม่เคยมีใครกล้าพูดกับฮ่องเต้เช่นนี้มาก่อน

ฮ่องเต้เค่นเสียงหัวเราะในลำคอ พลางก้าวเท้าเข้ามาหาหลินหลานทีละก้าว รังสีความกดดันของผู้นำแผ่นดินแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ทำให้เหล่าข้าราชบริพารที่ยืนเฝ้าอยู่เบื้องหลังถอยร่นลง “ไม่เจอกันไม่กี่วัน เจ้ากล้าปากดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ หลินซินเอ๋อร์? หรือคิดว่าการเรียกร้องความสนใจแบบเดิมๆ ไม่ได้ผล เลยเปลี่ยนมาใช้วิธีวาจาเหยียดหยามกวนโมโหข้าแทน?”

“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันพูดจริงๆ” หลินหลานถอนหายใจยาว ดวงตาใสกระจ่างไม่มีรอยแกล้งทำ “หม่อมฉันไม่ได้อยากได้ความรัก ไม่ได้อยากได้ความสนใจ และไม่ได้อยากได้ตัวท่านด้วยเพคะ สิ่งเดียวที่หม่อมฉันต้องการในตอนนี้คือ... การกลับบ้าน”

คำว่า ‘ไม่ได้อยากได้ตัวท่าน’ ทำให้อ๋องเต้หน้าตึงขึ้นมาทันที วังหลังแห่งนี้มีสตรีมากมายที่ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้เขาเหลียวมอง สนมอีกสี่คนที่เหลือต่างประคบประงมเอาใจเขาอย่างถึงที่สุด ต่างแย่งกันถวายอาหาร ถวายน้ำ ชมเชยเขาจนล้นฟ้า แต่สตรีตรงหน้ากลับพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ต้องการเขา! มันทำร้ายเกียรติยศของผู้ปกครองแผ่นดินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“บ้านของเจ้าคือจวนสกุลหลิน แต่ในเมื่อเจ้าแต่งเข้ามาเป็นสนมของข้าแล้ว วังหลังแห่งนี้คือบ้านหลังเดียวของเจ้า!” อ๋องเต้เอ่ยเสียงหนัก ก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าวจนใกล้ชิด “อย่ามาทำเป็นยกตนข่มท่าน คิดหรือว่าข้าอ่านแผนการของเจ้าไม่ออก? เจ้าอยากให้ข้าใส่ใจยิ่งกว่าเดิม จึงทำเป็นไม่แคร์ใช่หรือไม่?”

“โอ้ย... เอาที่สบายใจเลยเพคะ จะคิดว่าหม่อมฉันเล่นละครหรืออยากเรียกร้องความสนใจก็เชิญตามสบาย” หลินหลานยักไหล่อย่างไม่แยแส ก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเข้าตำหนัก “หม่อมฉันขอตัวไปนอนต่อดีกว่า เสียเวลาชีวิตจริง ๆ”

“หยุดเดี๋ยวนี้!” อ๋องเต้คว้าข้อมือของหลินหลานไว้แน่น ความเย็นชาในดวงตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความกรุ่นโกรธที่ถูกเมินเฉย “ข้ายังไม่อนุญาตให้เจ้าไป!”

หลินหลานหันกลับมามองมือที่ถูกเกาะกุมไว้ แล้วเงยหน้าสบตากับฮ่องเต้ตรงๆ ความรู้สึกเจ็บที่ข้อมือทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าร่างกายนี้อ่อนแอแค่ไหน — ไม่ใช่หลินหลานจากยุคปัจจุบันที่แข็งแรง แต่เป็นสตรีโบราณที่เติบโตมาในที่ที่ไม่มีใครเคยเอาใจใส่

“ฝ่าบาทจับข้าไว้ทำไมเพคะ? สนมรักอีกสี่คนของท่านคงกำลังรอให้ท่านไปหากระมัง” หลินหลานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไม่มีอิจฉาริษยา ไม่มีน้ำตา “ปล่อยมือหม่อมฉันเถอะเพคะ หม่อมฉันเจ็บ... และหม่อมฉันก็กลัวเจ็บมากด้วย”

ดวงตาตาใสซื่อที่ปราศจากความเสแสร้งและไร้ซึ่งความรักใคร่หลงใหลในตัวเขา ทำให้อ๋องเต้ชะงักไปครู่หนึ่ง เขารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของสตรีตรงหน้า นางไม่ได้ประจบ ไม่ได้บีบน้ำตา และไม่ได้พยายามเข้าหาเหมือนแต่ก่อน เหมือนคนละคน... หรืออาจจะเป็นตัวตนที่แท้จริงของนางที่ถูกซ่อนไว้ตลอดมา

อ๋องเต้ค่อยๆ ปล่อยมือออก แต่สายตายังคงจ้องมองนางไม่วางตา มือที่เพิ่งปล่อยจับยังคงรู้สึกถึงความนุ่มและบอบบางของข้อมือนางติดอยู่

“กักบริเวณสนมคนที่ห้าไว้ที่ตำหนัก ห้ามออกไปไหนจนกว่าข้าจะมีคำสั่ง!” อ๋องเต้หันไปสั่งทหารเฝ้าประตูเสียงดังลั่น “ในเมื่อเจ้าชอบเรียกร้องความสนใจนัก ข้าก็จะดูซิว่าอยู่ในตำหนักคนเดียว เจ้าจะเรียกร้องความสนใจจากใครได้อีก!”

หลินหลานมองหน้าฮ่องเต้ที่เดินสะบัดหน้าจากไปพร้อมกับขบวนข้าราชบริพารที่รีบตามอย่างตกใจ เธอไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนกับคำสั่งกักบริเวณเลยสักนิด ตรงกันข้าม... เธอกลับยิ้มออกมาเล็กน้อย

‘กักบริเวณก็ดีดิ จะได้มีเวลาคิดแผนหาทางกลับบ้านแบบที่ไม่ต้องเจ็บตัว! ไม่ต้องกระโดดน้ำ ไม่ต้องตกหน้าผา แค่ค่อยๆ หาช่องทาง... ค่อยๆ หาวิธีกลับ’

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อำนาจ ของหยก

    แสงจันทร์ยามค่ำคืนไหลรินดุจแพรเงิน สาดส่องลอดผ่านม่านไหมสีครามอ่อนที่พริ้วไหวตามแรงลม ทอดตัวลงต้องกับตราประทับหยกขาวลายมังกรคู่ที่กำลังนอนนิ่งอยู่ในอุ้งมือของหลินหลานหยกนั้นขาวบริสุทธิ์ไร้มลทิน เนื้อนวลเนียนละเอียดราวกับน้ำค้างแข็งยามต้องแสงจันทร์ ลวดลายมังกรคู่ที่สลักอย่างประณีตพันเกี่ยวกันอย่างสง่างาม ดวงตามังกรทำจากทับทิมสีโลหิต ส่องประกายลึกล้ำ แต่ถึงสัมผัสจะเย็นและเนียนเพียงใด น้ำหนักของมันในมือของนางกลับหนักอึ้งอย่างประหลาด หนักดั่งอำนาจที่สามารถชี้ชะตาคนทั้งวังหลัง หนักดั่งดาบสองคมที่พร้อมจะหันกลับมาทิ่มแทงเจ้าของได้ทุกเมื่อหลินหลานนั่งอยู่บนตั่งนุ่มริมหน้าต่างตำหนักเฟิ่งหวง นิ้วเรียวเล็กหมุนตราประทับไปมาอย่างกระวนกระวาย หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะนางช้อนสายตาขึ้นมองบุรุษที่ยืนประทับอยู่ข้างกายฮ่องเต้เซียวจิ้นรัชทายาทมังกรหนุ่มในฉลองพระองค์สีดำขลิบทอง ยืนเอามือไพล่หลัง แสงจันทร์จับขอบสันกรามคมสันของเขาให้ดูน่าเกรงขามยิ่งขึ้น นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นทอดมองนาง ไม่ได้มองด้วยสายตาที่มองสนมคนหนึ่ง แต่เป็นสายตาที่มองคนที่เขาตัดสินใจแล้วว่าจะให้ยืนเคียงข้างอย่างเด็ดเดี่ยว

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   แม่ขอแผ่นดิน

    แสงแดดยามเช้าสีทองนวลทอแสงกราบลงบนหลังคากระเบื้องทองคำเปลวระยิบระยับของพระราชวังหลวง ทว่าบรรยากาศภายในท้องพระโรงกลับตึงเครียดจนอากาศแทบหยุดหมุน เมื่อขันทีผู้เฒ่าผู้แก่กราบบังคมทูลอ่านพระราชโองการฉบับประวัติศาสตร์ต่อหน้าเหล่าขุนนางและเสนาบดีนับร้อยที่ยืนเกร็งกันทั่วลาน “…มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ ขึ้นดำรงตำแหน่ง ฮองเฮา แม่แห่งแผ่นดิน ควบคุมดูแลกิจการวังหลังและช่วยงานพระอักษร สืบไป!” สิ้นเสียงอ่านอันแผ่วเบาแต่หนักแน่น เสียงฮือฮาและกระแสความขัดแย้งก็ดังระเบ็งเซ็งแซ่ไปทั่วท้องพระโรง! เสียงกระซิบกระซาบปะทุกันเป็นคลื่น ทุกสายตาจับจ้องไปที่บัลลังก์มังกรด้วยความไม่เชื่อ “ฝ่าบาท! ทรงโปรดตรึกตรองอีกครั้งด้วยพะยะค่ะ!” มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้เป็นบิดาของสนมเอกเฉิน ก้าวออกมาหมอบราบกับพื้นหินอ่อน ใบหน้าสั่นระริกด้วยความแค้นเคืองที่กลั้นไว้ไม่อยู่ “นางเป็นเพียงสตรีตระกูลเล็ก ไร้อำนาจ ไร้ชาติกำเนิดสูงส่ง และไร้ผลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ เหตุใดจึงข้ามหน้าข้ามตาพระสนมเอกและพระสนมท่านอื่นขึ้นสู่ตำแหน่งอันสูงส่งและสำคัญยิ่งนี้ได้พะยะค่ะ!”

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   ยศที่ใหญ่ขึ้น

    ความเงียบสงบเข้าปกคลุมห้องพระอักษรทันทีที่สิ้นเสียงคำเอ่ยของหลินหลาน ความเงียบที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก ขันทีหลิวที่ยืนถวายการรับใช้อยู่ที่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนแรงจนแทบจะล้มพับลงกับพื้นไม้ขัดมัน นัยน์ตาแทบเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนกจนไม่อาจปิดลงได้ ‘สตรีผู้นี้… กล้าเอ่ยปากขอตำแหน่งฮองเฮาต่อพระพักตร์ฝ่าบาทตรงๆ เชียวหรือ! นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยที่ใครก็พูดได้…’ ฮ่องเต้จ้องมองใบหน้าหวานที่ชูเชิดขึ้นอย่างท้าทาย นัยน์ตาคมกริบของพระองค์วูบวาบไปด้วยความตกตะลึงที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความขบขันผสมความพึงพอใจอย่างที่สุด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องไปทั่วห้องพระอักษรอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เป็นเสียงหัวเราะที่ปนไปด้วยความประหลาดใจและความชื่นชมที่หาได้ยากยิ่ง “ฮะฮะฮะ… ฮองเฮางั้นหรือ?” ฮ่องเต้ยันพระกายลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ก้าวข้ามโต๊ะทรงงานเข้ามาหานางทีละนิด ทุกก้าวหนักแน่นราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นแรง “หลินซินเอ๋อร์… เจ้าช่างเป็นสตรีที่ไร้ความเดียงสา หรือว่ากล้าบ้าบิ่นกันแน่? รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งฮองเฮาแห่งแผ่นดินนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สตรีคนใดจะเ

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   การต่อรองที่หัวเกือบขาด

    ข่าวการเสด็จกลับวังหลวงของฮ่องเต้พร้อมด้วยสนมคนที่ห้า สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งราชสำนัก ไม่ใช่เพียงเพราะทั้งสองรอดพ้นจากการจู่โจมของกลุ่มมือสังหารอย่างหวุดหวิด แต่เป็นเพราะพระราชโองการฉบับหนึ่งที่ถูกประกาศออกมาอย่างกะทันหันในรุ่งเช้าวันถัดมา ‘ยกเลิกการกักบริเวณสนมคนที่ห้า หลินซินเอ๋อร์ และแต่งตั้งให้นางเป็นผู้ช่วยกำกับงานตำหนักพระอักษรอย่างเป็นทางการ!’ ข่าวนี้ทำเอาตำหนักเหมยฮวาของสนมเอกเฉินร้อนรุ่มดั่งไฟเผา ผลึกหยกและเครื่องกระจกแพงถูกปาทิ้งจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น หยดน้ำตาของความโกรธเกรี้ยวคลอเบ้าตา แต่กลับถูกกลั้นไว้อย่างแน่นหนา “เป็นไปได้อย่างไร!” สนมเอกเฉินตวาดลั่น ใบหน้าสวยงามบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยาที่ปกปิดไม่มิด “นางนั่นแอบหนีออกไปกลางดึก แถมยังมีข่าวลือว่าไปยืนทำท่าจะกระโดดเหวไร้สาระนั่น! เหตุใดฝ่าบาทถึงไม่ลงโทษนาง แต่กลับประทานตำแหน่งและให้เข้าใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม!” “พระสนมเอกโปรดระงับพระทัยก่อนเพคะ” นางกำนัลคนสนิทรีบคลานเข้าไปหมอบราบ เสียงต่ำพร่าด้วยความหวาดกลัว “บัดนี้สนมห้ามีฝ่าบาทคอยปกป้องอย่างชัดเจน หากเราลงมือส่งเดชในเวลานี

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   คิดจะหนีก็ไปไม่ได้

    ลมราตรีพัดกระหน่ำซัดเซพเนจรจนสายหมอกหนาทึบหมุนคว้างปกคลุมขอบเหวเซียนหลิงจนแทบมองไม่เห็นพื้นดินเบื้องล่าง ประกายแสงสีเงินดวงสุดท้ายของฝนดาวตกกะทัดแสงลงท้องฟ้าอันมืดมิดก่อนจะดับวูบหายไปอย่างเงียบเชียบ… สัญญาณแห่งการข้ามมิติที่นางรอคอยมานานก็เลือนจางหายไปพร้อมกัน โอกาสสุดท้ายที่จะหวนกลับสู่บ้านเกิดในยุคปัจจุบันสลายลงราวกับควันไฟ มือเย็นเฉียบของหลินหลานกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อฝ่ามือจนเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มันจบลงแล้ว… ความหวังที่จะกลับไปยังที่ที่ปลอดภัย คุ้นเคย และเป็นบ้านของนางตลอดชีวิต ดับสูญลงไปพร้อมกับแสงดาวดวงสุดท้ายนั้นแล้ว “ฝ่าบาท…” หลินหลานเอ่ยเสียงแผ่วราวกับเสียงลมที่พัดผ่านหน้าผา ร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะยืนไม่อยู่ ความกลัวความเจ็บบวกกับความผิดหวังอันรุนแรงที่กัดกินใจทำให้น้ำตาซึมไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย นางไม่ได้ต้องการตาย… นางแค่กลัว กลัวที่จะต้องอยู่ในโลกที่ไม่ใช่ของตน กลัวความไม่แน่นอน กลัวความเหงาที่จะกัดกินใจไปตลอดชีวิต “เข้ามานี่… หลินซินเอ๋อร์” ฮ่องเต้ ตรัสด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านยิ่งกว่าลมยามราตร

  • โปรดอย่ารักข้าเพียงเพราะนางสนม   อยู่ก็เจ็บ ไม่อยู่ก็ตาย

    บานประตูกระดานไม้ค่อย ๆ ถูกผลักออกทีละน้อยโดยไร้เสียง หลินหลานย่องออกจากห้องพักอย่างระมัดระวังที่สุด ลมราตรีอันเย็นเยือกของป่าเชิงเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจนนางต้องยกมือขึ้นกอดอก อาศัยความมืดและเงาของต้นไม้ใหญ่ในการหลบเลี่ยงสายตาของเหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังเวรยามอยู่รอบเรือนพัก หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา มือและเท้าสั่นระริกไม่ใช่เพราะหนาวเพียงอย่างเดียว แต่เพราะรู้ดีว่าหากถูกพบ ทุกอย่างจะจบลงทันที เป้าหมายเดี่ยวของนางในตอนนี้คือเส้นทางขึ้นสู่ ‘ยอดเขาเซียนหลิง’ ‘เอาวะ… ตกเหวมันน่ากลัวก็จริง แต่ถ้าละอองแสงจากฝนดาวตกนี่คือประตูมิติเปิดจริง ๆ การเสี่ยงครั้งนี้ก็คุ้ม!’ หลินหลานปลุกปลอบใจตัวเองพลางเร่งก้าวเท้าฝ่าความมืดและสายหมอกที่เริ่มหนาขึ้นเรื่อย ๆ เส้นทางคดเคี้ยวคดงอ มือบางจับกิ่งไม้เพื่อพยุงตัวทุกครั้งที่ลื่นไถล เส้นทางขึ้นเขาทั้งชันและเต็มไปด้วยก้อนหินขรุขระ ร่างกายอันบอบบางของสนมคนที่ห้าเริ่มเหนื่อยหอบ เท้าทั้งสองข้างสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากเศษหินที่บาดผ่านรองเท้าผ้าไหมจนเลือดซึม แต่นางก็กัดฟันก้าวต่อไป ไม่ยอมหันกลับ จนกระทั่งในที่สุด… นางก็มาหยุดอยู่ต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status