Masukทางด้านของมาก่อนก็มีสิ่งที่ต้องทำเหมือนกันนั่นคือการนัดเพื่อนออกไปทำกิจกรรมยามว่าง เชนทร์กับจีซุนแทบไม่มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธเพราะเจ้าตัวไปรับถึงที่บ้าน
วันนี้มาก่อนเลือกที่จะพาเพื่อนไปสนามยิงปืน เพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้ไป อยากทดสอบฝีมือสักหน่อยว่ายังแม่นเหมือนเดิมหรือเปล่า โดยมีเพื่อนสนิทสองคนที่อยู่ข้างกันคนละฝั่ง
ฝั่งซ้ายคือจีซุนหนุ่มลูกครึ่งเกาหลีที่พูดเกาหลีนับคำได้อาจจะเพราะอยู่ที่ไทยมาตั้งแต่เด็กเลยคุ้นชินกับมันมากกว่าภาษาบ้านเกิด คนนี้ไม่ค่อยถนัดเรื่องปืนเท่าไรนัก แต่ก็ถือว่าแม่นใช้ได้เลยทีเดียว
ส่วนฝั่งขวาคือเชนทร์รายนี้ที่บ้านมีสนามยิงปืนจึงเป็นเรื่องง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปากเพราะคลุกคลีอยู่กับมันมาตั้งแต่เกิด
ที่มาก่อนยิงปืนเป็นก็ต้องขอบคุณเชนทร์ แม้เพื่อนคนนี้จะชอบทำหน้าอมทุกข์ดูเหมือนไม่เต็มใจที่จะสอนแต่สุดท้ายก็ทำให้มาก่อนยิงปืนตรงเป้าได้อย่างไม่มีพลาด
“ไม่ได้มายิงด้วยกันตั้งนาน มาก่อนกับเชนทร์ยังยิงแม่นเหมือนเดิมเลยนะครับ”
“ของแบบนี้มันอยู่ที่ฝีมือปะวะ” มาก่อนยกไหล่อย่างไม่ยี่หระ ภูมิใจในฝีมือของตัวเอง “มึงเถอะเมื่อไรจะเลิกพูดเพราะกับพวกกูสักที”
“ยังไม่ชินอีกเหรอครับ?”
“ไอ้ว่าชินมันก็ชิน แต่ได้ยินทีไรแสลงหูแปลก ๆ ใช่ไหมไอ้เชนทร์?” หันไปถามความคิดเห็นของเพื่อนอีกคนที่เอาแต่นั่งเงียบ ไม่พูดไม่จา
“มันพูดเพราะก็ดีแล้ว ใครเขาจะหยาบคายปากหมาเหมือนมึง”
นอกจากเสียงเรียบ ๆ ที่ตอบกลับเพื่อนแล้ว ใบหน้าก็ยังเรียบนิ่งอีกด้วย คนนอกมองมาอาจจะดูปกติ แต่ทว่าคนที่เป็นเพื่อนกันมานานเกือบยี่สิบปีอย่างมาก่อนดูออกได้ทันทีว่าไอ้นี่มันกวนตีน หาเรื่องจะด่าเขาชัด ๆ
“เอ้า! ไอ้นี่” มาก่อนแกว่งปลายเท้าเตะเท้าอีกฝ่ายด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะเห็นมุมปากเชนทร์ยกยิ้มเล็กน้อย หมดคำจะด่ามันจริง ๆ
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
จีซุนหัวเราะชอบใจที่เห็นเพื่อนสองคนตีกันจนกลายเป็นเรื่องชินตาของกลุ่มไปเสียแล้ว
“แล้วกับคนโปรดเป็นไงบ้าง มึงสองคนดีกันหรือยัง” เชนทร์เอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเท่าที่เห็นในงานแต่งสายตาที่มองกันราวกับคนเกลียดกันอย่างไรอย่างนั้น สีหน้าบอกบุญไม่รับของคนโปรดนั่นก็ด้วย
“เฮอะ! คิดว่ามันจะดีกับกูง่าย ๆ หรือไง หรือต่อให้มันดีกับกูกูก็ไม่ดีด้วยหรอกเว้ย!”
“ปากเก่ง”
“กูพูดจริง”
มาก่อนทำหน้าทำตาจริงจังเพื่อยืนยันว่าตนไม่ได้พูดเล่น ให้เขาไปญาติดีกับแฟนเก่าน่ะเหรอไม่มีทางเสียหรอก ยิ่งเป็นแฟนเก่าที่บอกเลิกเขาแล้วหนีหน้ากันไปตั้งสี่ปีกว่าเกือบพอ ๆ กับระยะเวลาที่เป็นแฟนกัน ยังไงเสียเขาก็ไม่ให้อภัยง่าย ๆ แน่
จำไว้!!!
“กูจะคอยดูว่าจริงของมึงนี่จะจริงแค่ไหนกันเชียว”
เพราะเป็นเพื่อนกันมานานเชนทร์คิดว่าตัวเองเดาเพื่อนตัวเองไม่ผิดไปมากนักหรอก น้ำเสียงที่เปล่งออกมาไม่ได้หนักแน่นอย่างที่พูดสักนิด
ไอ้ก่อนยังไงก็ยังเป็นไอ้ก่อน ทำเป็นปากเก่งไปอย่างนั้น
.
.
หลังจากยิงปืนแข่งกันอยู่นาน ตกเย็นก็พากันไปขับรถเล่นก่อนจะแวะไปที่ร้านรุ่นพี่อย่างบาสที่เปิดสถานบันเทิงให้สาว ๆ หนุ่ม ๆ ได้ใช้เสน่ห์ของตัวเองในเวลากลางคืนท่ามกลางเสียงเพลงและแสงสี
อาหารตาดี ๆ ทั้งชายทั้งหญิงสามารถหาดูได้ในร้านนี้ แน่นอนว่าคนรักการสังสรรค์อย่างมาก่อนเข้าออกร้านนี้แทบทุกคืน อาจจะเพราะว่าสนิทกับเจ้าของร้านเนื่องจากเคยเป็นพี่รหัสของคนโปรด
ช่วงที่คบกันนัดกันไปเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่บ่อย ๆ ด้วยไลต์สไตล์คล้าย ๆ กันเลยคุยกันถูกคอ จากนั้นก็สนิทสนมกันมาเรื่อย ๆ จนบาสเริ่มเปิดร้านเหล้า เวลาจะกินเลี้ยงอะไรก็พากันมาที่ร้านนี้เป็นประจำ
“กูนึกว่ามึงอยู่บ้านนอนกอดเมียเสียอีก”
“เพ้อเจ้ออะไรของพี่มึง”
บาสยิ้ม ๆ พลางเบ้ปากใส่คนอายุน้อยกว่าอย่างหมั่นไส้ ตั้งแต่ที่มาก่อนเลิกกับคนโปรดร้านของเขาก็แทบเป็นบ้านหลังที่สองของมัน ก็เล่นเอาดื่มเหล้าทุกวันจนเพื่อนกลัวว่ามันจะตับแข็งตายก่อนได้รับเงินคนแก่กันพอดี ทว่าผ่านไปปีกว่า ๆ อาการหกหักรักคุดเพราะถูกเมียทิ้งก็ดีขึ้น แต่ก็ยังเทียวไปเทียวมาที่ร้านอยู่บ่อย ๆ
“มึงมาที่นี่ไอ้โปรดมันรู้ไหม ไม่กลัวว่ามันโกรธมึงอีกหรือไง”
“ผมเนี่ยนะกลัวมัน เฮอะ! ตลกน่ะพี่คนอย่างมันมีอะไรให้ผมต้องกลัว”
“ปากเก่งไปเถอะมึง เดี๋ยวก็ได้มานั่งร้องน้ำหูน้ำตาเช็ดหัวเข่าที่ร้านกูอีก”
“ไม่มีทาง ครั้งนี้คนที่ต้องร้องไห้น้ำตาเช็ดหัวเข่าคือมันนู่นไม่ใช่ผม”
มาก่อนพูดอย่างไม่ยี่หระ เขาจะไม่ร้องไห้ให้แฟนเก่าเป็นครั้งที่สองแน่ คนที่ต้องเสียใจคือคนที่เคยทิ้งเขาไปต่างหาก
เชนทร์มองเพื่อสนิทพลางส่ายหัวอย่างเอือมระอา เบื่อไอ้ปากเน่า ๆ ที่พ่นคำพูดแต่ละคำออกมาอย่างไม่คิดของมันจริง ๆ
“ก่อนอยากให้ซุนเตรียมอาหารเม็ดไว้รอไหมครับ”
“ไอ้ซุน! นี่มึงจะบอกว่ากูเป็นหมาเหรอวะ!”
“ซุนเปล่าพูดนะครับ” จีซุนตีหน้าซื่อ ยกมือขึ้นทั้งสองข้างราวกับผู้ร้ายที่กำลังถูกจับได้
ดูจากดาวอังคารก็รู้ว่าแม่งกวนตีน!
นั่งดื่มมาได้สักพักก็นึกอะไรสนุก ๆ ออก หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปบรรยากาศครึกครื้นภายในผับส่งไปให้แชตของคนโปรด ตามด้วยรูปที่ตัวเองโอบไหล่เด็กชงเหล้านมเบิ้ม ๆ คนหนึ่งในร้านที่เพิ่งกวักมือเรียกมา
ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มทั้งที่สายตายังจับจ้องอยู่หน้าจอมือถือ จนในที่สุดก็ขึ้นอ่าน จากนั้นเขาถึงได้ส่งข้อความไปบอกว่าส่งผิด แต่แล้วก็ไม่มีข้อความใด ๆ ตอบกลับมา ไม่มีแม้แต่สายโทรเข้า
“เฮอะ!”
มุมปากยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ ตอนนี้คงกำลังหึงจนหน้าขึ้นเลือดอยู่ล่ะซิ คงจะโกรธมากถึงขั้นทำอะไรไม่ถูกแน่ ๆ
“เชนทร์ว่าเพื่อนเรายังปกติดีอยู่ไหมครับ?” จีซุนขยับเข้าไปกระซิบถามเพื่อนหนุ่มอีกคนที่ดูจะเป็นผู้เป็นคนที่สุดในกลุ่ม
“เคยเห็นมันปกติดีด้วยหรือไง” ตอบกลับนิ่ง ๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติทั่วไป
“ก็จริงครับ”
จีซุนพยักหน้าเห็นด้วย ดูท่าแล้วมาก่อนคงจะอาการหนักจนกู่ไม่กลับจริง ๆ
คนโปรดเดินไปหยิบหนังสือมาอ่านอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้รู้สึกทุกร้อนใจร้อนกายใด ๆ กับรูปภาพที่อดีตคนรักส่งมา คิดว่าเขารู้ไม่ทันหรือยังไงกันว่าจงใจแกล้งจะยั่วให้เขาโมโห
ทำไมเขาจะต้องรู้สึกอะไรอย่างนั้น ไม่มีความจำเป็นที่เขาต้องมานั่งหึงหวง ยังไงเสียการแต่งงานของเราก็ไม่ได้เกิดจากความเต็มใจจากทั้งสองฝ่าย เป็นเพียงการคลุมถุงชนก็เท่านั้น
กับไอ้แค่แฟนเก่าคนหนึ่งทำไมเขาต้องให้ความสำคัญขนาดนั้น!
ปึง!!
หนังสือเล่มหนาถูกปิดและวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงเสียงดัง ก่อนที่เจ้าของห้องจะปิดไฟ พร้อมทิ้งตัวลงนอน
เขาก็แค่ง่วง ง่วงจนไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสือ ดึกดื่นป่านนี้แล้วนอนเสียให้จบเรื่อง พรุ่งนี้ยังมีงานต้องทำอีก
“นอนเดี๋ยวนี้คนโปรด!” เสียงหวานกัดฟันพูดกับตัวเองพร้อมกับข่มตาหลับ
อา.. ให้ตายเถอะ! หงุดหงิดชะมัด
----- โปรดอย่าหย่าก่อน -----
Talk Talk
คนปากเก่ง กับคนเก่งมาเจอกันจะไปกันรอดไหมน้ออออ คนโปรดแม่ให้พูดใหม่อีกที ไม่หึงไม่หวง? แน่ใจนะ? เอาดี ๆ ลูกเราเป็นคนสวยนิ่งเข้าไว้ แล้วแม่ ๆ คิดว่าใครจะเป็นฝ่ายยอมใครก่อน ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก
ปัจฉิมบททำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน“ที่รัก ขนมมาแล้วครับ”หลังจากเคลียร์ใจกันไปเมื่อคืนนี้เช้ามาคนเป็นสามีก็เอาอกเอาใจหนักกว่าเดิม ลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง โดยให้แม่บ้านสาวสองคนคอยช่วยสอนทานมื้อเช้าเสร็จมาก่อนก็อุ้มภรรยามานั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เข้าไปเอาของกินเล่นมาให้ พร้อมน้ำผลไม้ที่คนโปรดชอบดื่มเป็นประจำทั้งที่โซฟาก็ตัวใหญ่มีที่ว่างมากพอให้นั่งได้ถึงสามสี่คน ทว่ามาก่อนกลับเลือกนั่งลงบนพื้นพรมด้านล่าง คอยหยิบขนมป้อนให้คนโปรด“กูกินเองได้น่ะก่อน ไม่ต้องป้อนหรอก”“อยากป้อน อ้าปากเร็ว อา~” ว่างพลางทำเสียงคล้ายกับหลอกล่อเด็กน้อยคนโปรดถอนหายใจอย่างเอือม ๆ กระนั้นก็อ้าปากรับขนมเข้าปาก“อร่อยไหม”“อือ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”ขนมชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกป้อนให้คนโปรดจนหมดจาน ไม่มีเข้าปากตัวเองสักชิ้น แค่เห็นภรรยาตัวเองกินได้ก็อิ่มอกอิ่มใจมากแล้ว“ก่อน”“ครับ?”“ขึ้นมานั่งด้วยกันสิ”“ไม่เป็นไร”“ขึ้นมา”ครั้นคนโปรดเริ่มเสียงแข็งมาก่อนก็ไม่อาจขัดได้ รีบลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนตัวเล็กขยับกายเข้ามาชิด กอดแขนแกร่งพร้อมซบไหล่กว้าง ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย รวมไปถึงความสบายใจของการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ม
24อย่าเลิกกันเป็นครั้งที่สอง“กินส้มไหมก่อนปอกให้”“...”มาก่อนนั่งอยู่บนพื้นพรมปอกส้มให้คนรักโดยไม่รอฟังคำตอบ ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลคนโปรดก็ยังไม่คุยกับมาก่อนสักคำนี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว มีแต่มาก่อนที่พูดเองเออเองคอยทำนู่นทำนี่ให้ทั้งที่ไม่ได้ขอ“อ้าปากเร็วครับ” ว่าพลางยื่นส้มไปจ่อที่ปากครั้นคนโปรดยอมอ้าปากกินส้มที่เขาปอกไปเท่านี้ก็พอใจแล้ว แม้ว่าตลอดหลายวันนับตั้งแต่ที่คนโปรดฟื้นขึ้นมาจะยังไม่พูดด้วยสักคำ มาก่อนก็ยังไม่นึกถอดใจ อีกทั้งยังเอาใจมากกว่าเดิม อาจจะน้อยใจบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเอง ตอนนี้เขาอาจจะกำลังเรียนรู้สิ่งที่คนโปรดเคยเจออยู่ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดมาก่อนยังคงทำหน้าที่ป้อนผลไม้เข้าปากคนรัก ปล่อยให้คนโปรดนั่งดูหนังเฉย ๆ ไม่ต้องขยับตัวเยอะ แม้ว่าทุกอย่างจะดีหมดแล้ว แต่ขาข้างที่หักยังต้องใส่เฝือกอยู่ ช่วงนี้คนโปรดเลยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปทำงาน ทว่าไม่วายยังวานให้เลขาเอาเอกสารมาให้ตรวจถึงที่บ้าน คนติดงานอย่างคนโปรดหากให้อยู่เฉย ๆ ก็คงรู้สึกเบื่ออยู่ไม่น้อย“ที่รักเมื่อยไหม เดี๋ยวก่อนนวดให้”หลังจากป้อนส้มหมดไปสองลูก ก็เริ่มหาอย่างอื่นทำ คนโปรดละสายตาจ
23หมาหัวเน่าตัวนี้มันรักเธอชายหนุ่มนำผ้าขนหนูผืนเล็กบิดน้ำพอหมาดเช็ดไปตามเนื้อตามตัวคนที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัวมาตลอดสองอาทิตย์ แม้กระทั่งหมอเองก็ยังนึกแปลกใจที่คนโปรดไม่ฟื้นขึ้นมาทั้งที่บาดแผลภายนอกหายดีหมดแล้วมาก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมข้างเตียง กุมมือเล็กขึ้นมาจูบซ้ำ ๆ อย่างที่ทำอยู่ทุกวัน แม้ว่าหลายวันมานี้จะเริ่มเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังแอบน้ำตาซึมไม่หายทว่าฝ่ามือกลับรู้สึกได้ถึงนิ้วที่กระดิกขยับไปมา หลังจากที่นอนนิ่งไม่ตอบสนองมาหลายวัน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจระคนตกใจในที่สุดคนโปรดก็ลืมตาแล้ว“โปรด..” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกคนรัก พลางวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มดวงตาปรือปรอยเหลือบมองมาก่อนค้างอยู่อย่างนั้นไม่ได้หลบสายตาหนีทว่าไม่พูดไม่อะไรออกมาสักคำ มาก่อนกดปุ่มข้างเตียงเรียกหมอหลังจากตรวจอาการเสร็จเรียบร้อยได้ข้อสรุปว่าทุกอย่างปกติดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกกรือภายใน รอพักฟื้นอีกสองสามวันก็สามารถกลับบ้านได้มาก่อนไม่ลืมที่จะแจ้งข่าวไปให้ผู้ใหญ่ทราบทั้งพ่อแม่คนโปรด และพ่อแม่ของตัวเอง หลังจากนั้นทุกคนก็มาถึงพร้อม ๆ กันรวมถึงวิเวียนที่แวะมาเยี่ยมพอด
22คำที่ไม่เคยได้พูดไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามาก่อนยังคงเอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แทบจะไม่หลับไม่นอน ใต้ตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ครั้นภายในห้องตกอยู่ในความเงียบก็พลันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนบางครั้งก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่อ่อนแอแบบนี้มาก่อนกุมมือเล็กเอาไว้ยกขึ้นแนบใบหน้าตนเอง ดวงตาแดงก่ำจดจ้องไปยังใบหน้าคนรักแทบจะตลอดเวลา หากคนโปรดตื่นมาจะได้เจอเขาเป็นคนแรก แม้ไม่รู้ว่าจะอยากเห็นหน้าผู้ชายเลว ๆ คนนี้อยู่หรือเปล่าหากนึกย้อนไปเมื่อวันเกิดอุบัติเหตุ มาก่อนเกือบขาดใจตายไปหน้าห้องฉุกเฉินแล้วแท้ ๆ เพราะคำบอกกล่าวของหมอ แต่เหมือนฟ้าจะยังเห็นใจคนรักห่วย ๆ อย่างเขาอยู่บ้าง เพราะคนที่เสียชีวิตไม่ใช่คนโปรด แต่เป็นอีกคนที่เกิดอุบัติเหตุมาพร้อมกัน เพียงแค่ชื่อเหมือนกันก็เท่านั้นส่วนคนโปรดก็มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายที่มองเห็นได้ภายนอกอีกทั้งขาข้างขวาหักทว่าได้ทำการใส่เฝือกไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนภายในโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ด้วยแรงกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะทำให้คนโปรดหมดสติ ซึ่งหมอก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นตอนไหน แม้ว่าภายนอกจะดูปกติดีแล้วก็ตาม“โปรด.. ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน กลับมาหาก่อนได้แล้ว
21เรื่องราวในอดีต4 ปีที่แล้วเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปีนั่งหน้าบึงตึ้งกำมือถือแน่นด้วยความโกรธ สามชั่วโมงแล้วที่เขาพยายามติดต่อหาคนรัก ทว่าอีกคนไม่รับอีกทั้งยังปิดเครื่องหายไปเพื่อนสนิทของมาก่อนที่คนโปรดพอจะรู้จักก็โทรไปแล้วแต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะรับสายเช่นกันเมื่อช่วงสายของวันหลังจากเลิกเรียนแล้วคนโปรดไปรอมาก่อนที่หน้าคณะบริหาร ไม่นานนักอีกคนก็หัวเราะร่ามากับกลุ่มเพื่อน แทบจะไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเขานั่งรออยู่ตรงนี้“ก่อน!” ร่างเล็กลุกขึ้นเดินเข้าไปหาพลางยกยิ้มให้น้อย ๆ“อ้าวโปรด มารอนานยังทำไมไม่ส่งข้อความไปบอกก่อน”“โปรดส่งไปแล้วนะ”“อ่า.. เหรอ สงสัยก่อนไม่ได้ยิน ขอโทษนะ”มาก่อนหัวเราะแห้ง ๆ ครั้นตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาดู เพราะมันแต่คุยกับเพื่อนเรื่องปาร์ตี้งานวันเกิดพี่บาสคืนนี้“ไม่เป็นไร”“จริงสิ เดี๋ยวคืนนี้ก่อนไปงานวันเกิดพี่บาสนะ”“อีกแล้วเหรอ?” คำถามของคนโปรดทำเอาเพื่อน ๆ ในกลุ่มมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก เพราะรู้ดีว่ามาก่อนแทบอยู่ไม่ติดห้อง เอะอะก็ไปร้านพี่บาสราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง“วันนี้วันเกิดพี่บาส ก่อนรับปากไว้แล้วว่าจะไปเลยไม่อยากผิดคำพูด”“เดี๋ยวนี้ก่อน
20ความเจ็บปวดที่ไม่เคยชินชาหนึ่งอาทิตย์ในประเทศฝรั่งเศสมาก่อนรู้สึกมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเขากับคนโปรดได้เที่ยวเล่นด้วยกันโดยไร้ซึ่งปากเสียง อีกทั้งยังยิ้มและหัวเราะให้เขามากขึ้น เหมือนตอนยังเป็นแฟนกันไม่มีผิดคนโปรดพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ตอนกลางวันเดินชมศิลปะภาพวาด เดินเล่นกันจนถึงตะวันลาลับฟ้าพร้อมชมความสวยงามของพิระมิดแก้วในตอนกลางคืน ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินมาทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง ได้ยืนเคียงข้างคนที่ตัวรักท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกมันดีเกินบรรยายมาก่อนได้ถ่ายภาพเก็บไว้ จนเต็มเครื่อง ส่วนใหญ่แล้วเป็นรูปตอนเผลอของคนโปรดเสียมากกว่า ทั้งยังแอบตั้งไว้เป็นรูปล็อกหน้าจออย่างถือวิสาสะไม่ให้เจ้าตัวรู้อีกต่างหาก“เพิ่งกลับมาถึงบ้านมึงก็จะไปทำงานเลยหรือไง?”“แค่จะแวะเข้าไปดูสักหน่อย ไม่อยู่ตั้งหลายวัน”“ไม่มีมึงคนเดียวอีกสักวันไม่เจ๊งหรอกโปรด พ่อมึงก็อยู่ พักอีกอีกสักวันเถอะนะ”เก็บกระเป๋าเข้าที่เสร็จแล้วมาก่อนก็เข้ามานั่งเล่นอยู่ที่ห้องคนโปรด ทว่าคนบ้างานจะเข้าบริษัททั้งที่เพิ่งกลับมาถึงแท้ ๆ ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยหรือรู้สึกอยากพักผ่อนบ้างหรือยังไงกันคนโปรดมองคนที่นั่งอยู่ปล







