LOGIN01
ลิ้นกับฟันเจอกันทีไรก็เรื่องใหญ่
จากที่เคยอยู่บ้านตัวเองดี ๆ กลับกลายเป็นถูกไล่ออกมาให้อยู่บ้านหลังใหม่ซึ่งอยู่ห่างจากในตัวเมืองไม่มากนัก ซึ่งเป็นของขวัญหลังแต่งงานที่พ่อของคนโปรดและพ่อมาก่อนร่วมกันหุ้นซื้อให้เป็นชื่อของลูกชายทั้งสองคน
แม้ว่าคนโปรดไม่ได้เต็มใจที่จะมาอยู่เท่าไรนัก แต่ก็ไม่อาจขัดใจพ่อได้จึงจำใจยอมขนข้าวขนของมาที่นี่
ระหว่างที่กำลังยกกระเป๋าลงจากท้ายรถ ก็มีเสียงท่อรถดังกระหึ่มแล่นมาถึงบริเวณหน้ารั้วบ้านก่อนจะเลี้ยวเข้ามา รถสปอร์ตคันสีแดงจอดเทียบข้างรถของคนโปรด ชายหนุ่มเปิดประตูลงมาจากรถด้วยท่าทีสบาย ๆ ก่อนที่ชายร่างสูงราว ๆ ร้อยเก้าสิบเห็นจะได้ก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่อีกฝั่งใกล้กับคนโปรด พอมาเทียบกันจริง ๆ คนโปรดก็เพิ่งจะสังเกตว่าตัวเองเตี้ยกว่าอีกฝ่ายเยอะพอสมควรทั้งที่เขาเองก็สูงถึงร้อยเจ็ดสิบ
ใบหน้าคมเข้มยกยิ้มให้คล้ายทักทายกัน พลางดึงมือข้างหนึ่งที่ล้วงกระเป๋ากางเกงออกมาเพื่อถอดแว่นตาดำที่ตนเองใส่อยู่
คงจะคิดว่าตัวเองเท่มากอย่างนั้นสินะ?
คนโปรดยังคงนิ่งเฉย ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรกับมาก่อน พลางยกกระเป๋าใบสุดท้ายลงจากรถก่อนจะใช้กุญแจที่พอให้มาไขประตูเข้าไปพร้อมกระเป๋าลากใบใหญ่สองใบ
มาก่อนยกยิ้มมุมปากเอาดุนลิ้นกระพุ้งแก้มมองการกระทำของคนโปรดพลางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ทำเป็นไม่สนใจกันแต่จริง ๆ ก็ใจเต้นแรงเพราะความหล่อของเขาอยู่ล่ะสิ ถึงได้รีบเดินหนีไป คงกลัวว่าเขาจะจับได้ คิดว่าเขารู้ไม่ทันหรือยังไง
เคยเป็นแฟนกันมาตั้งสี่ปีเห็นสายตาก็รู้แล้ว ไม่ผิดแน่!
ห้องนอนใหญ่มีแค่ห้องเดียว ส่วนอีกห้องเป็นห้องรับแขกอาจจะใหญ่ไม่เท่ากับอีกห้องแต่ก็ไม่เล็กจนเกินไป คนโปรดเลือกที่จะใช้ห้องนี้เป็นห้องนอนตัวเอง เพราะไม่อยากอยู่ร่วมห้องกับอีกคน ที่ไม่เลือกห้องนอนใหญ่เพราะคาดไว้แล้วว่ามาก่อนคงไม่ยอมแน่นอน อย่างนั้นจึงตัดปัญหาตั้งแต่ตอนนี้เสียดีกว่า
ใช้เวลาเก็บเสื้อผ้าเข้าตู้เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนจะจัดมุมทำงานภายในห้องเพื่อที่จะได้ไม่ต้องจ้างช่างมาทำห้องเพิ่มให้เสียเวลา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มรำคาญ คนโปรดรู้อยู่แล้วว่าหน้าประตูเป็นใคร เพียงแต่ไม่อยากสนทนาด้วยจึงทำเป็นไม่สนใจ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่หยุดสร้างความกวนใจให้แก่กัน
ร่างเพรียวทอดน่องตรงมาถึงประตู ถอนหายใจออกมาราวกับคนหนักอกหนักใจ หากเป็นอย่างที่เคยได้ยินมาว่าถอนหายใจมากทำให้แก่เร็ว คาดว่าอีกไม่นานหน้าเขาคงเหี่ยวย่นแน่
“มีอะไร”
“ก็แค่มาทักทาย ไม่คิดว่าจะนอนแยกห้องกับกู”
“ทักทายแค่นี้ใช่ไหม เสร็จแล้วก็ถอยออกไป”
“อะไรวะ!คุยกับผัวตัวเองสักนาทีมันจะขาดใจหรือไง”
“เออ ถอยไป” มือเล็กผลักร่างสูงให้ถอยออกจากห้องก่อนจะปิดประตูและล็อกกลอนตามเดิม
คนโปรดไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่ายมากนัก เขายังจัดการเรื่องของตัวเองไม่เสร็จ ไม่อยากจะเสียเวลากับอะไรไร้สาระ ดูก็รู้ว่าจงใจจะแกล้งปั่นประสาทกัน
คิดว่าเขาจะดูแฟนเก่าตัวเองไม่ออกหรือยังไง
นึกแล้วยังเจ็บใจพ่อตัวเองไม่หายที่จับเขามาแต่งงานกับไอ้ตามาก่อนนี่!
ก่อนหน้านี้เขาเรียนปริญญาโทอยู่ที่ฝรั่งเศสประมาณสองปี ก่อนจะเริ่มทำงานที่บริษัทชื่อดังโดยมีรุ่นพี่ที่เรียนมาด้วยกันช่วยแนะนำ ทำงานเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าอยู่ที่นั่นได้ปีกว่า ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่าง ๆ มาอย่างเต็มที่ ก่อนลาออกกลับมาสานต่อธุรกิจแบนเสื้อผ้าของพ่อที่ประเทศไทย
ระยะเวลาภายในสามเดือนคนโปรดทำให้ยอดขายพุ่งขึ้นมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ว่าแบรนด์ Chaucer จะเป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศอยู่แล้ว แต่มันก็ยิ่งดีขึ้นไปอีกหลังจากที่เขาได้เริ่มทำงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี
แต่แล้ววันหนึ่งคุณปิติภัทร วรากุลปรีชาทรัพย์ พ่อของคนโปรดนัดไปทานข้าวเย็นด้วยกันที่ร้านอาหารชื่อดังใจกลางเมือง ชมวิวบรรยากาศตอนกลางคืนจากชั้นดาดฟ้า
ในตอนแรกคนโปรดคิดว่าเป็นการฉลองเรื่องยอดขายของบริษัทภายในครอบครัวของเรา แต่ทว่าเมื่อมาถึงกลับมาอีกครอบครัวที่เขารู้จักเป็นอย่างดีนั่งอยู่ด้วย
ระหว่างทานข้าวมีการพูดคุยเรื่องต่าง ๆ ราวกับไม่เจอกันมานาน ก่อนจะเริ่มเข้าประเด็นสำคัญที่ต้องการจะพูดจริง ๆ
การแต่งงานของเขากับมาก่อนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากการตัดสินใจของผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งที่เคยตกปากรับคำกันไว้ตั้งแต่สมัยไหนก็ไม่รู้
คนโปรดพูดเชิงปฏิเสธไปแล้ว อ้างว่ายังไม่พร้อมบ้างอะไรบ้าง แต่สุดท้ายสิ่งที่พ่อทำคือหาฤกษ์ให้เร็วที่สุด เพราะกลัวลูกชายเพียงคนเดียวจะขึ้นคาด อีกทั้งไม่อยากผิดคำพูดตัวเอง ไหนจะที่ทั้งคู่เคยเป็นแฟนกันมาก่อนเรื่องนี้ทั้งสองครอบครัวต่างรับรู้มาโดยตลอด ยังรู้ด้วยว่าเขากับมาก่อนเลิกรากันไปแล้ว แต่ก็ยังจับมาแต่งงานกัน
‘เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน’ คำที่พ่อพูดในวันนั้น เขาอยากตอกกลับเสียจริงว่าทองที่ว่ามันมีแต่ทองปลอมทั้งนั้น!!!
ไอ้คนที่สมควรจะช่วยต่อต้านกลับนั่งนิ่ง ทำหน้าตาราวกับผู้ชนะยิ้มเยาะเย้ยตอนเห็นเขาอยู่ไม่สุข สุดท้ายมาก่อนก็ตอบตกลงที่จะแต่งงานโดยไม่โต้แย้งใด ๆ หากเป็นแต่ก่อนเขาคงบิดหูอีกฝ่ายให้ยานไปถึงพื้นแล้วแน่ ๆ
พลันความหงุดหงิดในใจสงบลงคนโปรดก็เก็บข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายแบรนด์ดังของไทยเพื่อเดินทางไปบริษัท ถึงเวลาที่เขาต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองแล้ว
.
.
“ในส่วนของชายกระโปรงถ้าเปลี่ยนเป็นสีที่เด่นกว่านี้หน่อยคุณโปรดว่าดีไหมคะ?” เลขาสาวออกความคิดเห็น
“เดี๋ยวเอาให้ฝ่ายออกแบบลองทำมาเสนออีกทีในห้องประชุมแล้วกันครับ”
“ได้ค่ะ”
ณิชาเก็บแฟ้มการออกแบบบนโต๊ะมาถือไว้ ก่อนจะเดินออกไปปล่อยให้เจ้านายของเธอได้ใช้เวลาทำงานในส่วนที่เหลือ
คนโปรดพยายามมองจุดผิดพลาดและแก้แบบที่ฝ่ายออกแบบส่งมาให้ ที่เสนอมาก็สวยดีแต่เขาคิดว่าควรทำให้มันเป็นเอกลักษณ์อีกสักหน่อย ไม่อย่างนั้นก็คงซ้ำกับแบรนด์อื่น ๆ ไม่เป็นที่น่าจดจำ
และนี่คงเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้แบรนด์เสื้อผ้าของพ่อเขาเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น เพราะความใส่ใจทุกรายละเอียดของคนโปรดทำให้ลูกน้องในบริษัทกระตือรือร้นอยู่เสมอ ไม่เช่นนั้นก็จะถูกแก้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเป็นที่พอใจ
----- โปรดอย่าหย่าก่อน -----
Talk Talk
เอาตอนแรกมาเสิร์ฟแล้วค่าาา ความมั่นหน้ามั่นใจอาจจะดูน่าหมั่นไส้นิดหนึ่งนะคะ (ไม่นิด) ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ดราม่าเท่าหางอึ่ง อันนี้เพิ่งจะตอนแรก ความแสบของพระเอกมันจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่สองเป็นต้นไปค่ะ แม่ ๆ กำยาพาราไว้ให้แน่น หรือถ้ามืออีกข้างยังว่างเตรียมไม้เรียวไว้ตีไอ้ลูกเขยตัวดีด้วยก็ได้ค่ะ 5555555555
ปัจฉิมบททำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขัน“ที่รัก ขนมมาแล้วครับ”หลังจากเคลียร์ใจกันไปเมื่อคืนนี้เช้ามาคนเป็นสามีก็เอาอกเอาใจหนักกว่าเดิม ลงมือทำอาหารเช้าด้วยตัวเอง โดยให้แม่บ้านสาวสองคนคอยช่วยสอนทานมื้อเช้าเสร็จมาก่อนก็อุ้มภรรยามานั่งดูหนังในห้องนั่งเล่น เข้าไปเอาของกินเล่นมาให้ พร้อมน้ำผลไม้ที่คนโปรดชอบดื่มเป็นประจำทั้งที่โซฟาก็ตัวใหญ่มีที่ว่างมากพอให้นั่งได้ถึงสามสี่คน ทว่ามาก่อนกลับเลือกนั่งลงบนพื้นพรมด้านล่าง คอยหยิบขนมป้อนให้คนโปรด“กูกินเองได้น่ะก่อน ไม่ต้องป้อนหรอก”“อยากป้อน อ้าปากเร็ว อา~” ว่างพลางทำเสียงคล้ายกับหลอกล่อเด็กน้อยคนโปรดถอนหายใจอย่างเอือม ๆ กระนั้นก็อ้าปากรับขนมเข้าปาก“อร่อยไหม”“อือ”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ”ขนมชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกป้อนให้คนโปรดจนหมดจาน ไม่มีเข้าปากตัวเองสักชิ้น แค่เห็นภรรยาตัวเองกินได้ก็อิ่มอกอิ่มใจมากแล้ว“ก่อน”“ครับ?”“ขึ้นมานั่งด้วยกันสิ”“ไม่เป็นไร”“ขึ้นมา”ครั้นคนโปรดเริ่มเสียงแข็งมาก่อนก็ไม่อาจขัดได้ รีบลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ คนตัวเล็กขยับกายเข้ามาชิด กอดแขนแกร่งพร้อมซบไหล่กว้าง ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย รวมไปถึงความสบายใจของการได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ม
24อย่าเลิกกันเป็นครั้งที่สอง“กินส้มไหมก่อนปอกให้”“...”มาก่อนนั่งอยู่บนพื้นพรมปอกส้มให้คนรักโดยไม่รอฟังคำตอบ ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาลคนโปรดก็ยังไม่คุยกับมาก่อนสักคำนี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว มีแต่มาก่อนที่พูดเองเออเองคอยทำนู่นทำนี่ให้ทั้งที่ไม่ได้ขอ“อ้าปากเร็วครับ” ว่าพลางยื่นส้มไปจ่อที่ปากครั้นคนโปรดยอมอ้าปากกินส้มที่เขาปอกไปเท่านี้ก็พอใจแล้ว แม้ว่าตลอดหลายวันนับตั้งแต่ที่คนโปรดฟื้นขึ้นมาจะยังไม่พูดด้วยสักคำ มาก่อนก็ยังไม่นึกถอดใจ อีกทั้งยังเอาใจมากกว่าเดิม อาจจะน้อยใจบ้างแต่ไม่นานก็หายไปเอง ตอนนี้เขาอาจจะกำลังเรียนรู้สิ่งที่คนโปรดเคยเจออยู่ เพราะฉะนั้นเขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาดมาก่อนยังคงทำหน้าที่ป้อนผลไม้เข้าปากคนรัก ปล่อยให้คนโปรดนั่งดูหนังเฉย ๆ ไม่ต้องขยับตัวเยอะ แม้ว่าทุกอย่างจะดีหมดแล้ว แต่ขาข้างที่หักยังต้องใส่เฝือกอยู่ ช่วงนี้คนโปรดเลยนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่บ้านไม่ได้ไปทำงาน ทว่าไม่วายยังวานให้เลขาเอาเอกสารมาให้ตรวจถึงที่บ้าน คนติดงานอย่างคนโปรดหากให้อยู่เฉย ๆ ก็คงรู้สึกเบื่ออยู่ไม่น้อย“ที่รักเมื่อยไหม เดี๋ยวก่อนนวดให้”หลังจากป้อนส้มหมดไปสองลูก ก็เริ่มหาอย่างอื่นทำ คนโปรดละสายตาจ
23หมาหัวเน่าตัวนี้มันรักเธอชายหนุ่มนำผ้าขนหนูผืนเล็กบิดน้ำพอหมาดเช็ดไปตามเนื้อตามตัวคนที่ยังคงนอนหลับสนิทไม่รู้สึกตัวมาตลอดสองอาทิตย์ แม้กระทั่งหมอเองก็ยังนึกแปลกใจที่คนโปรดไม่ฟื้นขึ้นมาทั้งที่บาดแผลภายนอกหายดีหมดแล้วมาก่อนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิมข้างเตียง กุมมือเล็กขึ้นมาจูบซ้ำ ๆ อย่างที่ทำอยู่ทุกวัน แม้ว่าหลายวันมานี้จะเริ่มเข้มแข็งขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังแอบน้ำตาซึมไม่หายทว่าฝ่ามือกลับรู้สึกได้ถึงนิ้วที่กระดิกขยับไปมา หลังจากที่นอนนิ่งไม่ตอบสนองมาหลายวัน ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้นดีใจระคนตกใจในที่สุดคนโปรดก็ลืมตาแล้ว“โปรด..” น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยเรียกคนรัก พลางวางมือลงบนกลุ่มผมนุ่มดวงตาปรือปรอยเหลือบมองมาก่อนค้างอยู่อย่างนั้นไม่ได้หลบสายตาหนีทว่าไม่พูดไม่อะไรออกมาสักคำ มาก่อนกดปุ่มข้างเตียงเรียกหมอหลังจากตรวจอาการเสร็จเรียบร้อยได้ข้อสรุปว่าทุกอย่างปกติดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภายนอกกรือภายใน รอพักฟื้นอีกสองสามวันก็สามารถกลับบ้านได้มาก่อนไม่ลืมที่จะแจ้งข่าวไปให้ผู้ใหญ่ทราบทั้งพ่อแม่คนโปรด และพ่อแม่ของตัวเอง หลังจากนั้นทุกคนก็มาถึงพร้อม ๆ กันรวมถึงวิเวียนที่แวะมาเยี่ยมพอด
22คำที่ไม่เคยได้พูดไปตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมามาก่อนยังคงเอาแต่นั่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย แทบจะไม่หลับไม่นอน ใต้ตาดำคล้ำอย่างเห็นได้ชัด ครั้นภายในห้องตกอยู่ในความเงียบก็พลันน้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง จนบางครั้งก็อดตำหนิตัวเองไม่ได้ที่อ่อนแอแบบนี้มาก่อนกุมมือเล็กเอาไว้ยกขึ้นแนบใบหน้าตนเอง ดวงตาแดงก่ำจดจ้องไปยังใบหน้าคนรักแทบจะตลอดเวลา หากคนโปรดตื่นมาจะได้เจอเขาเป็นคนแรก แม้ไม่รู้ว่าจะอยากเห็นหน้าผู้ชายเลว ๆ คนนี้อยู่หรือเปล่าหากนึกย้อนไปเมื่อวันเกิดอุบัติเหตุ มาก่อนเกือบขาดใจตายไปหน้าห้องฉุกเฉินแล้วแท้ ๆ เพราะคำบอกกล่าวของหมอ แต่เหมือนฟ้าจะยังเห็นใจคนรักห่วย ๆ อย่างเขาอยู่บ้าง เพราะคนที่เสียชีวิตไม่ใช่คนโปรด แต่เป็นอีกคนที่เกิดอุบัติเหตุมาพร้อมกัน เพียงแค่ชื่อเหมือนกันก็เท่านั้นส่วนคนโปรดก็มีอาการบาดเจ็บตามร่างกายที่มองเห็นได้ภายนอกอีกทั้งขาข้างขวาหักทว่าได้ทำการใส่เฝือกไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนภายในโชคดีที่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ด้วยแรงกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะทำให้คนโปรดหมดสติ ซึ่งหมอก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นตอนไหน แม้ว่าภายนอกจะดูปกติดีแล้วก็ตาม“โปรด.. ไปวิ่งเล่นอยู่ที่ไหน กลับมาหาก่อนได้แล้ว
21เรื่องราวในอดีต4 ปีที่แล้วเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสองปีนั่งหน้าบึงตึ้งกำมือถือแน่นด้วยความโกรธ สามชั่วโมงแล้วที่เขาพยายามติดต่อหาคนรัก ทว่าอีกคนไม่รับอีกทั้งยังปิดเครื่องหายไปเพื่อนสนิทของมาก่อนที่คนโปรดพอจะรู้จักก็โทรไปแล้วแต่ก็ไม่มีใครสักคนที่จะรับสายเช่นกันเมื่อช่วงสายของวันหลังจากเลิกเรียนแล้วคนโปรดไปรอมาก่อนที่หน้าคณะบริหาร ไม่นานนักอีกคนก็หัวเราะร่ามากับกลุ่มเพื่อน แทบจะไม่ได้มองด้วยซ้ำว่าเขานั่งรออยู่ตรงนี้“ก่อน!” ร่างเล็กลุกขึ้นเดินเข้าไปหาพลางยกยิ้มให้น้อย ๆ“อ้าวโปรด มารอนานยังทำไมไม่ส่งข้อความไปบอกก่อน”“โปรดส่งไปแล้วนะ”“อ่า.. เหรอ สงสัยก่อนไม่ได้ยิน ขอโทษนะ”มาก่อนหัวเราะแห้ง ๆ ครั้นตัวเองเป็นฝ่ายที่ไม่ได้หยิบมือถือขึ้นมาดู เพราะมันแต่คุยกับเพื่อนเรื่องปาร์ตี้งานวันเกิดพี่บาสคืนนี้“ไม่เป็นไร”“จริงสิ เดี๋ยวคืนนี้ก่อนไปงานวันเกิดพี่บาสนะ”“อีกแล้วเหรอ?” คำถามของคนโปรดทำเอาเพื่อน ๆ ในกลุ่มมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก เพราะรู้ดีว่ามาก่อนแทบอยู่ไม่ติดห้อง เอะอะก็ไปร้านพี่บาสราวกับเป็นบ้านหลังที่สอง“วันนี้วันเกิดพี่บาส ก่อนรับปากไว้แล้วว่าจะไปเลยไม่อยากผิดคำพูด”“เดี๋ยวนี้ก่อน
20ความเจ็บปวดที่ไม่เคยชินชาหนึ่งอาทิตย์ในประเทศฝรั่งเศสมาก่อนรู้สึกมีความสุขมากเป็นพิเศษ เพราะเขากับคนโปรดได้เที่ยวเล่นด้วยกันโดยไร้ซึ่งปากเสียง อีกทั้งยังยิ้มและหัวเราะให้เขามากขึ้น เหมือนตอนยังเป็นแฟนกันไม่มีผิดคนโปรดพาไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ตอนกลางวันเดินชมศิลปะภาพวาด เดินเล่นกันจนถึงตะวันลาลับฟ้าพร้อมชมความสวยงามของพิระมิดแก้วในตอนกลางคืน ความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินมาทั้งวันหายเป็นปลิดทิ้ง ได้ยืนเคียงข้างคนที่ตัวรักท่ามกลางบรรยากาศโรแมนติกมันดีเกินบรรยายมาก่อนได้ถ่ายภาพเก็บไว้ จนเต็มเครื่อง ส่วนใหญ่แล้วเป็นรูปตอนเผลอของคนโปรดเสียมากกว่า ทั้งยังแอบตั้งไว้เป็นรูปล็อกหน้าจออย่างถือวิสาสะไม่ให้เจ้าตัวรู้อีกต่างหาก“เพิ่งกลับมาถึงบ้านมึงก็จะไปทำงานเลยหรือไง?”“แค่จะแวะเข้าไปดูสักหน่อย ไม่อยู่ตั้งหลายวัน”“ไม่มีมึงคนเดียวอีกสักวันไม่เจ๊งหรอกโปรด พ่อมึงก็อยู่ พักอีกอีกสักวันเถอะนะ”เก็บกระเป๋าเข้าที่เสร็จแล้วมาก่อนก็เข้ามานั่งเล่นอยู่ที่ห้องคนโปรด ทว่าคนบ้างานจะเข้าบริษัททั้งที่เพิ่งกลับมาถึงแท้ ๆ ร่างกายไม่เหน็ดเหนื่อยหรือรู้สึกอยากพักผ่อนบ้างหรือยังไงกันคนโปรดมองคนที่นั่งอยู่ปล







