เข้าสู่ระบบ
เอี๊ยด!
เสียงเบรกรถดังเข้ามาในบ้าน ทุกคนรู้โดยไม่ต้องเดาว่าคนที่มาถึงคือใคร และคนที่มาถึงก็เดินลงส้นเท้าหนักๆ เข้ามาในบ้านด้วยสีหน้าและท่าทางตึงโกรธไม่พอใจเจ้าของบ้านหลังใหญ่ เขาต้องรีบเร่งขับรถมาเมื่อรู้ว่าพ่อแต่งภรรยาใหม่เข้าบ้าน และที่สำคัญภรรยาใหม่ แม่เลี้ยงของเขาก็เด็กคราวลูกอีกต่างหาก “มันหมายความว่ายังไงพ่อ...มันหมายความว่ายังไง” พอเดินเข้ามาในบ้านก็ชี้มือไปยังหน้าเด็กสาวหน้าตาละอ่อนที่ไม่ต้องเดาให้ยากว่าหล่อนคือใคร ถ้าไม่ใช่ ‘เมียใหม่ของพ่อ’ แล้วจะเป็นใครไปได้ “ใจเย็นๆ ก่อนพี่โหด” เสียงน้องชายคนเล็กเอ่ยห้ามพี่ชายที่เดินตึงๆ ไปหยุดตรงหน้าของสาวน้อยหน้าละอ่อนหวานหยดย้อยใสซื่อ “มึงไม่ต้องมาห้ามก็เลยไอ้ดี หรือมึงเห็นดีเห็นงามกับเรื่องนี้ แล้วมึงล่ะไอ้เลว มึงเห็นด้วยที่พ่อมีเมียใหม่คราวลูกเหรอวะ!” เขาดันอกน้องชายคนเล็กออกห่างแล้วหันสายตาไปถามเอาคำตอบจากน้องชายคนรองตัวเอง “พ่อก็แก่แล้วนะพี่โหด พ่อควรมีคนดูแล ไม่ดีเหรอที่มีคนมาช่วยดูแลพ่อเราแทนเรา เพราะเราทุกคนก็ไม่ได้อยู่กับพ่อตลอด” น้องชายคนรองเอ่ยบ้าง “ไม่มีใครมาแทนที่แม่กูได้ทั้งนั้นแหละ แล้วเธอเถอะ ยัยเด็กนี่ก็เหลือเกิน อายุยังน้อยทำไมต้องอยากมีผัวแก่ๆ ใกล้ลงโลงด้วย” เขาเดินไปกระชากร่างเล็กที่โซฟาให้ลุกขึ้นยืนประจันหน้าตัวเองจนเท้าเล็กยืนไม่ติดพื้น ตุ้บ! เสียงกระแทกไม้เท้าดังขึ้นเมื่อลูกชายคนโตกำลังเอานิสัยคนป่ามาใช้กับคนของตัวเอง “มันอะไรนักหนาไอ้โหด ปล่อยน้องหนูไอซ์เดี๋ยวนี้นะ” เสียงแหบแห้งเอ่ยเสียงดังด้วยความไม่พอใจ “พ่อปกป้องเมียใหม่งั้นเหรอ” แล้วเขาก็ผลักคนตัวเล็กที่ตัวเองกระชากให้ลุกขึ้นลงไปกับโซฟาเหมือนเดิม โอ๊ย! เสียงเล็กดังขึ้นเมื่อกระแทกกับพนักโซฟาด้านหลัง “แล้วยังไง ก็นั่นเมียพ่อ พ่อก็ต้องปกป้อง” เสียงแหบแห้งเอ่ยตอบสวนกลับลูกชายคนโตทันที “เมียพ่อ? พูดได้เต็มปาก หัดอายเด็กในบ้านมั่งพ่อ พ่อไปโดนยาตัวไหนมา ไหนบอกจะไม่มีใครใหม่ ไหนบอกไม่มีใครมาแทนแม่ของพวกเราได้ไง แล้วทำไมวันนี้ถึงมียัยเด็กนี่ล่ะ” เขาหันไปตอบพ่อพร้อมหันมามองร่างน้อยที่นั่งก้มหน้าอยู่บนโซฟา “นั่นมันเมื่อก่อน และพ่อว่าแม่ของพวกแกต้องเข้าใจพ่อ พ่อแก่แล้วอย่างไอ้ดีว่านั่นแหละ พ่อต้องมีคนดูแล” “จ้างคนมาดูแลก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมีแม่ใหม่ที่เด็กคราวลูกให้พวกผม พ่อก็แก่ใกล้ลงโลงแล้วยังบ้าตัณหาอีก ผมผิดหวังในตัวพ่อมาก” หฤทย์ กำเนิดกุล หรือโหด วัย 41 ปีเอ่ยตอบพ่อ เขาเป็นลูกชายคนโตของตระกูล ‘กำเนิดกุล’ เป็นเจ้าของไร่ส้มที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดสุโขทัย ชายหนุ่มรับมรดกมาจากแม่ที่จากไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เขาชอบทำสวนจึงรับช่วงต่อจากผู้เป็นแม่และพัฒนามาถึงตอนนี้จนเป็นที่รู้จักของตลาดในไทยและต่างประเทศ ตุ้บ! “อุวะ! ไอ้ลูกเวร! มึงแช่งพ่อมึงสองครั้งแล้วนะไอ้โหด คำก็แก่ใกล้ลงโลง มึงสิ ใกล้ลงโลงไอ้ลูกเวร!” เสียงกระแทกไม้เท้ากับพื้นดังขึ้นพร้อมกับดันตัวเองลุกขึ้นเดินมาหาลูกชายตัวดีของตัวเอง “ผมไม่ได้ตั้งใจจะว่าพ่อ ไม่ได้แช่งพ่อ ผมพูดไปตามอารมณ์ ผมขอโทษ แต่มันก็จริง พ่อแก่แล้ว พ่อจะมามีเมียตอนแก่ไม่ได้ เดี๋ยวก็ช็อกตายคาอกอีเด็กนี่หรอก” เขายังคงไม่ยอมลงแม้จะพูดเบาลงแล้ว ลภัชดนย์ หรือเลว วัย 38 ปี เจ้าพ่อคาร์แคร์และอู่ซ่อมรถชื่อดังในกรุงเทพฯ กับดิฐา หรือดี วัย 36 ปี เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์หนุ่มไฟแรงที่รับช่วงจากคนเป็นพ่อ สองหนุ่มได้แต่หันไปส่งสายตาให้กันแล้วพากันลุกขึ้นเดินออกจากห้องนั่งเล่นเงียบๆ เมื่อตอนนี้พ่อกับพี่ชายคนโตกำลังฟาดฟันอารมณ์กัน “นั่นปากมึงเหรอไอ้โหด ใครสั่งใครสอนให้มึงพูดกับผู้หญิงแบบนี้” “ผมพูดของผมเองแหละ ไม่ต้องมีใครสอน ผู้หญิงบางคนก็สมควรถูกเรียก ‘อี’ ว่าไหมล่ะ” แล้วเขาก็หันเบนสายตาไปทางคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้า “หนูไอซ์ออกไปก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะคุยกับไอ้ลูกตัวดีตามลำพังสักหน่อย” ศิวดลเอ่ยสั่งเด็กสาวที่ตัวเองเอ็นดู “ค่ะ คุณท่าน” แล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินก้มหน้าออกไปจากห้องนั่งเล่น ทิ้งให้คุณท่านกับลูกชายคุยกันตามลำพังอย่างที่ท่านเอ่ยบอก “นั่งลง!” ศิวดลเดินกลับไปทิ้งตัวนั่งลงที่เดิมพร้อมสั่งลูกชายให้นั่งลง และหฤทย์ก็ทิ้งตัวนั่งลงโซฟาแทนที่คนที่เพิ่งเดินจากไปทันทีด้วยความหงุดหงิดฮึดฮัดในอกไม่พอใจ “ผมไม่ยอมหรอกนะ อย่าคิดว่าจะได้อยู่กันสุขสบายผัวเมีย” หึหึ “มึงเนี่ยนะไอ้โหด มึงก็อายุเยอะแล้ว” “แล้วไงครับ ผมอายุเยอะ แต่พ่ออายุเยอะกว่าผมอีก ‘อี’ เด็กนั่นอายุเท่าไหร่กันเชียว พ่อถึงเอามาเป็นเมีย เอามาเป็นแม่เลี้ยงพวกผมทั้งสามคน พ่อคิดอะไรของพ่ออยู่ พ่อไม่ใช่อายุน้อยๆ แล้วนะ ปีนี้เจ็ดสิบหกปี ใช้ไม้เท้าเดินแล้วนะพ่อ” “ก็หนูไอซ์น่ารัก และอายุสิบเก้าปีย่างยี่สิบ” ท่านตอบพร้อมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “น่ารัก? น่ารักน่ะน่ารักได้ แต่ไม่ใช่น่ารักจนเอามาเป็นเมีย แถมอายุสิบเก้าย่างยี่สิบ นั่นรุ่นหลานเลยนะพ่อ” “ไม่ดีเหรอไอ้โหด พ่ออยากมีหลาน มีทั้งเมียและหลานในคนเดียวกันไว้เลี้ยงดูเล่น” “ไม่มีทาง! ผมไม่ยอมให้เด็กนั่นมาเป็นแม่เลี้ยงผมหรอก”“ลูกจ๋าว่าพ่อเขาจะรักแม่ไหมจ๊ะ” เธอลูบท้องตัวเองไปมาพร้อมถามเจ้าตัวเล็กในท้องตัวเอง แม้รู้ดีว่าหนูน้อยนั้นตอบตัวเองไม่ได้ “แม่...คิดถึงพ่อหนูมากรู้ไหม ตอนอยู่ข้างล่างเมื่อกี้ใจแม่เต้นแรงมาก และดีใจมากที่ได้เจอหน้าพ่อของลูก แต่แม่ก็ต้องเก็บซ่อนความรู้สึกดีใจตัวเองไว้เพราะแม่กลัว พ่อของหนูทำให้แม่กลัว แต่แม่ก็ยังรักความน่ากลัวและความใจร้ายของเขา” เธอพึมพำกับลูกน้อยแล้วลุกขึ้นสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ เดินไปห้องน้ำเพื่อจะอาบน้ำนอน พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดอีกหนึ่งวัน ทั้งๆ ที่ในใจคิดถึงคนที่ตัวเองตบหน้าอยู่ข้างล่าง แต่ก็หักห้ามใจตัวเองไม่ให้ใจอ่อนกับคนใจร้ายอย่างหฤทย์ ด้านหฤทย์เมื่อณปภัชไม่สนใจตัวเอง เขาก็นั่งที่เชิงบันไดหน้าตึกทางเข้ารอผู้หญิงคนที่ไปกับเธอกลับมา ซึ่งไม่รู้ว่าจะกลับมาตอนไหน เขานั่งเท้าคางหลับอยู่ตรงนั้นโดยไม่สนใจผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาและผู้รักษาความปลอดภัยของตึกก็เดินมาไล่เขา แต่พอรู้ว่าทำไมเขาถึงนั่งที่นี่ ลุงคนนั้นก็มานั่งอยู่คุยเป็นเพื่อนเขา “ขอบคุณนะครับลุง ตอนนี้ก็ตีสามแล้ว ผมว่าเธอคงไม่กลับมาแล้วแหละ” เขาบอกลุงที่มานั่งคุยเป็นเพื่อนตัวเอง “แล้วจะ
“ถ้าเธอไม่ท้อง ฉันก็จะทำแบบนั้น แต่ตอนนี้เธอมีลูกของฉันอยู่ในท้อง แล้วจะให้ฉันปล่อยเธอพาลูกฉันมาลำบากข้างนอกได้ยังไง กลับสุโขทัยด้วยกันเด็กน้อย” ‘อ้อ...ที่มาเพราะรู้ว่าเราท้องสินะ’ เธอพึมพำกับตัวเองในใจแล้วก็รู้สึกปวดร้าวในอกจนต้องหลับตาไล่ความเจ็บปวดและน้ำตาใสๆ ก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ อึก! ฮือ! “เป็นอะไรของเธอเนี่ยไอซ์” หฤทย์ถึงกับไปไม่ถูกเมื่ออยู่ๆ คนตัวเล็กที่ตัวเองบังคับกอดร้องไห้ขึ้นมาเสียดื้อๆ เขาดันเธอออกห่างพร้อมก้มหน้าลงมองหน้าที่อาบนองน้ำตาของณปภัชแล้วใช้มือหนาเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้นแล้วอีกมือก็ยกขึ้นมาปาดป้ายเช็ดน้ำตาออกให้อย่างอ่อนโยน สิ่งที่คนพาลทำทำให้ณปภัชใจพองโต ความอ่อนโยนน้อยๆ ที่หฤทย์ปฏิบัติกับเธอทำให้ใจดวงน้อยนั้นกลับมามีชีวิตชีวา เธอไม่อยากเชื่อว่าคนที่เช็ดน้ำตาให้ตัวเองตอนนี้คือคนโฉดที่ทำร้ายหัวใจและร่างกายตัวเอง ดวงตากลมโตที่อาบคลอไปด้วยน้ำตาจ้องมองดวงตาดุดันที่จ้องมองหน้าตัวเองอย่างค้นหาคำตอบในดวงตาคู่นั้น “ร้องไห้ทำไม แค่บอกให้กลับด้วยกัน กลับไปอยู่ด้วยกัน เธอเลี้ยงลูกคนเดียวไม่ได้หรอกไอซ์ และลูกต้องมีพ่อ” มือที่เช็ดน้ำตาและ
ณปภัชเดินออกมาจากตึกพร้อมกับพี่สาวข้างห้อง วันนี้เธอหยุดและพี่ข้างห้องก็หยุดเหมือนกัน พอหยุดแล้วเลยชักชวนกันออกไปทานมื้อเย็นข้างนอกที่ร้านส้มตำเจ้าประจำที่มักไปนั่งทานด้วยกันบ่อยๆ เวลาหยุด ทั้งสองสาวเดินพูดคุยหัวเราะต่อกระซิกกันผ่านหฤทย์ที่ยืนอยู่หน้าตึกโดยไม่สังเกตเห็นเขา ส่วนคนที่ถูกเมินก็ถึงกับเดือด กำมือแน่นเข้าหากันเมื่อสาวน้อยเดินผ่านหน้าตัวเองไปโดยไม่คิดจะมองเขาและสนใจเขา ‘นี่เด็กนั่นไม่เห็นเราจริงๆ เหรอ’ เขาพึมพำถามตัวเองในใจแล้วสูดลมหายใจข่มความไม่พอใจตัวเองเข้าปอดแรงๆ แล้วเดินตามทั้งสองไปเงียบๆ “วันนี้ไอซ์นึกว่าพี่เค้กจะไม่อยู่ห้องซะแล้ว ตอนแรกว่าจะออกไปซื้อส้มตำมานั่งกินคนเดียวเหงาๆ ที่ห้อง แต่พี่เค้กก็มาเคาะห้องไอซ์ก่อน” “วันนี้พี่หยุดน่ะ พอดีที่ร้านมีเด็กใหม่ พี่เลยได้วันหยุดเพิ่ม และช่วงนี้แขกก็ไม่ค่อยมีด้วย” “แย่กันเลยนะคะ ที่ร้านของไอซ์ทำงานก็ไม่ค่อยมีคนนักท่องเที่ยวน้อยมากสองสามอาทิตย์นี้” “แล้วไปหาหมออีกวันไหนบอกพี่นะ พี่จะได้พาไป” “เดือนหน้าค่ะ อาทิตย์หน้าวันศุกร์ค่ะหมอนัด” “อือ...พี่จะได้พาไป พี่รู้ว่าผู้หญิงตัวคนเดี
หฤทย์นอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เมื่อติดต่อพ่อที่เคารพรักไม่ได้ วันนี้เขาตื่นแต่เช้า จะว่าไปคือเขายังไม่นอนก็ว่าได้ ตื่นมารอพ่อที่รักกลับมาบ้าน รอจนเที่ยงบ่ายท่านถึงกลับมาบ้าน พอมาถึงเขาก็รีบลุกเดินตรงไปหาท่านที่โรงจอดรถทันที พอมาถึงก็ถามคำถามที่ทำให้เขานอนไม่หลับมาตลอดทั้งคืนทันที “ยัยเด็กนั่นท้อง ทำไมพ่อไม่บอกผม” “บอกมึงแล้วได้อะไร ในเมื่อหนูไอซ์กับมึงไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ท่านตอบแล้วก็เดินผ่านลูกตัวดีตัวเองเข้าไปในบ้าน “แต่นั่นลูกผม ผมควรรู้ว่าผมกำลังจะมีลูก” เขาเดินตามท่านเข้าไปในบ้าน “รู้แล้วจะทำยังไงได้ มึงก็แค่พ่อ มึงไม่ได้อุ้มท้องเหมือนหนูไอซ์สักหน่อย” “แต่ผมก็ทำให้เกิดมา” “ทำให้เกิดมาก็จริง แต่ก็แค่ทำให้เกิดมา” คนที่ใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองหยุดเดินหันมาตอบลูกชายพร้อมยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเดินหน้าต่อเข้าไปในบ้าน “พ่อ!” “มึงจะเรียกเสียงดังอะไรไอ้โหด อยู่กันแค่นี้ พ่อจะไปอาบน้ำนอนพักผ่อน นั่งรถมาเหนื่อย มึงจะไปไหนก็ไป” “บอกผมมาว่าไอซ์กับลูกของผมอยู่ไหนแล้วผมจะไป” “ถ้ากูไม่บอก” “ผมก็จะทำแบบนี้” แ
ณปภัชทำงานกลับห้องเช่าตามปกติทุกวัน จนเริ่มชินกับการเดินกลับห้องพักแล้ว เพราะเดินแค่ห้าร้อยเมตรก็ถึงที่พัก ถือว่าเป็นการเดินออกกำลังกาย แถมมีเพื่อนร่วมงานเดินเป็นเพื่อนตลอด ณปภัชหยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าตึกห้องเช่าตัวเองเห็นว่ามีรถยนต์คันหรูจอดอยู่และจำได้ดีว่ามันเป็นรถของใคร “คุณท่าน” เธอพึมพำพร้อมกับเดินไปที่รถยนต์ที่จอดอยู่ทันที แล้วไปเคาะกระจกให้เจ้าของรถเปิดลดกระจกลง “คุณท่านมาได้ยังไงคะ และรู้ได้ยังไงว่าหนูอยู่ที่นี่” เธอยกมือไหว้พร้อมถามคนที่ลดกระจกลงมาส่งยิ้มเอ็นดูให้ตัวเอง “ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้หรอก ขึ้นมาบนรถสิหนูไอซ์ แล้วไปกินข้าวด้วยกัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับหนูด้วย” “ค่ะ คุณท่าน” เธอไม่อาจปฏิเสธได้จึงยอมเปิดประตูขึ้นไปบนรถยนต์คันหรูและไม่ลืมบอกลาเพื่อนร่วมงานที่เดินมากับตัวเอง “ไปร้านอาหาร...ฉันจะพาหนูไอซ์และหลานฉันไปกินข้าว” เมื่อเด็กสาวขึ้นมาบนรถ ศิวดลก็สั่งคนขับรถออกรถทันที ส่วนณปภัชก็ไม่ได้สงสัยว่าท่านรู้เรื่องที่เธอตั้งท้องได้ยังไง เพราะท่านบอกเองว่าไม่มีอะไรที่ท่านไม่รู้ และที่ท่านมาที่นี่คงเพราะจะคุยเรื่องหลานท่านในท้องเธอแน่ๆ แม
“พ่อบอกแล้วไงไอ้ดีว่าให้เตรียมตัวเป็นคุณอา อีกไม่นานก็จะได้เลี้ยงหลานแล้วแก และไอ้เลวล่ะ ช่วงนี้มันหายหัวไปไหน สองอาทิตย์แล้วนะมันไม่กลับบ้าน” “อย่าบอกนะครับว่าน้องไอซ์ท้อง แล้วพี่โหดรู้รึยังครับ ส่วนพี่เลวคงยุ่งที่อู่นั่นแหละครับ เลยไม่ได้กลับบ้าน” “แน่ใจว่ายุ่ง ไม่ใช่ไปติดอีหนูที่ไหน ไม่ได้ไปข่มเหงลูกสาวบ้านไหนนะดี” คนแก่เอ่ย และคำพูดของพ่อทำให้ดิฐารู้สึกว่าท่านต้องรู้อะไรมาแน่นอนถึงได้พูดแบบนี้ “เหมือนพ่อรู้ว่าพี่เลวไปทำอะไร ที่ไหน” “พวกแกทำอะไรปิดบังพ่อไม่ได้หรอก ตอนนี้พี่แกก็กำลังแพ้ท้องแทนเมีย ดูน่ารักเชียวแหละ ไอ้ยักษ์วัดแจ้งของเราตอนนี้” ท่านพูดพร้อมเปิดรูปที่ไอ้จ้อนแอบถ่ายตอนโก่งคออาเจียนส่งมาให้ในไลน์ให้ลูกชายคนเล็กดู “ดูตลกพิลึก แล้วพ่อจะบอกพี่โหดไหมว่าตอนนี้กำลังจะเป็นพ่อคน” “ให้มันมาหาพ่อเอง ตอนนี้มันคงเริ่มกังวลแล้วแหละ เพราะพ่อให้ไอ้จ้อนพูดกรอกหูมันทุกวันว่าอาการที่มันเป็นตอนนี้เหมือนอาการคนแพ้ท้องแทนเมีย” “พ่อร้าย!” “ไม่ร้ายก็เป็นพ่อมึงสามคนไม่ได้หรอก อย่าคิดว่าจะปิดบังอะไรพ่อได้นะดี พ่อรู้ทุกอย่างนั่นแหละ”







![นางบำเรอมาเฟีย [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)