تسجيل الدخولเมื่อวานไอ้จ้อนไปซื้อของสดมาไว้ในตู้เย็นของบ้านนายมัน แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่วันนี้เข้าใจแล้ว มันมาบ้านก็เห็นณปภัชตั้งโต๊ะอาหารรอนายของมัน เมนูอาหารแต่ละอย่างน่าทานทั้งนั้น กลิ่นหอมๆ หอมโชยไปถึงด้านนอกจนมันต้องเดินตามกลิ่นอาหารมาที่ห้องรับประทานอาหารที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเนี่ยแหละ
“มาทำอาหารให้นายเหรอครับ”
“ค่ะ พี่จ้อน ไอซ์เพิ่งเตรียมเสร็จค่ะ”
“หูย! น่ากินทั้งนั้นเลย ทั้งหน้าตาและกลิ่นก็ห๊อมหอม...” ไอ้จ้อนก้มลงหาจานอาหารแล้วสูดลมหายใจนำกลิ่นหอมๆ ของอาหารเข้าปอดตัวเองด้วยความหิว
“พี่จ้อนกินไหมคะ ไอซ์ทำเยอะเลยเดี๋ยวตักแบ่งให้ค่ะ”
“ฉันอนุญาตให้แบ่งให้ไอ้จ้อนแล้วเหรอถึงจะแบ่งให้มัน...มึงมาทำไมแต่เช้าไอ้จ้อน”
เสียงดังมาก่อนตัวจะเดินมาถึง ยอมรับว่ากลิ่นอาหารนั้นชวนให้เขาเจริญอาหารจริงๆ วันนี้ หฤทย์เดินเข้ามาดึงลากเก้าอี้หัวโต๊ะออกนั่ง มองไปยังอาหารตรงหน้าตัวเอง แต่ละเมนูเป็นของโปรดของเขาทั้งนั้น ณปภัชบังเอิญทำหรือตั้งใจทำกันแน่ และหล่อนรู้ได้ยังไงว่าเขาชอบกินอะไร ยังไง หรือว่าพ่อของเขาบอกหล่อน บวบผัดไข่ ผัดพริกหยวกกุ้งสด น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด มันของโปรดเขาทั้งนั้น มองแล้วก็ต้องกลืนน้ำลายจนต้องรีบบอกณปภัชรีบตักข้าวให้ตัวเอง
“ตักข้าวสิ ยืนโง่อะไรของเธออยู่ แล้วมึงมาทำอะไรไอ้จ้อน”
“ผมก็มาหานาย จะมาถามว่าวันนี้จะเข้าไปในเมืองด้วยกันไหมครับ”
“ไป กูมีธุระที่ร้านเจ๊ณี”
“แน่ใจว่ามีธุระกับเจ๊ณีไม่ใช่ลูกสาวเจ๊ณี” ไอ้จ้อนเอ่ยตอบกลับนายอย่างหยอกๆ
ส่วนณปภัชก็ได้แต่เก็บความสงสัยอยากรู้ว่าลูกสาวของเจ๊ณีที่จ้อนพูดนั้นเป็นอะไรกับชายหนุ่มหน้าเถื่อนคนนี้
“มึงเคยโดนตีนไหม แล้วจะกินไหมข้าว ถ้าจะกินก็มานั่งด้วยกัน เอาจานมาตักข้าวให้ไอ้จ้อนด้วย”
ณปภัชรีบเดินไปหยิบจานมาวางให้จ้อนที่ดึงเก้าอี้ออกนั่งทันทีเมื่อเจ้านายสั่ง เธอตักข้าวให้คนโอหังแล้วก็ตักให้จ้อน เมื่อตักเสร็จก็รินน้ำให้ทั้งสอง แล้วตัวเองก็เดินถอยไปยืนอยู่ที่มุมของห้องรับประทานอาหารมองทั้งสองทานข้าว
“ไปยืนโง่ทำอะไรตรงนั้น ถึงฉันจะเกลียดเธอ แต่ใช่จะใจดำไม่ให้กินข้าว ไปตักข้าวมานั่งกินด้วยกันจะได้ไปทำงาน อยู่ที่นี่ไม่สุขสบายเหมือนที่กรุงเทพหรอกนะ” หฤทย์เอ่ยเสียงห้าวพร้อมกับเริ่มตักกับข้าวใส่จานทาน คำแรกที่ได้ลิ้มรสรสมือของณปภัช เขาหลับตานิ่งเคลิ้มไปกับความอร่อยกลมกล่อม เป็นรสชาติที่ถูกปากเขาจนไม่อยากจะเชื่อว่ายัยเด็กนี่จะทำกับข้าวได้อร่อยถูกปากเขาขนาดนี้
“อร่อยไหมนาย” ไอ้จ้อนเห็นนายหลับตาเคลิ้มพร้อมมองไปทางหญิงสาวคนเดียวในห้องเดินไปตักข้าวมานั่งลงตรงข้ามตนเอง แม้จะสงสัยว่าสองคนเป็นอะไรกันแน่ แต่ก็ได้แต่สงสัย เพราะถามไปมีหวังโดนกระทืบปากแตกแน่ๆ ไอ้จ้อนยังรักชีวิตจึงได้แต่สงสัยเงียบๆ
“ดีกว่าเอาลิ้นถูกระเบื้องแล้วกัน” เขาตวัดตาแข็งกระด้างมาทางไอ้จ้อนอย่างไม่พอใจเมื่อโดนไอ้จ้อนถามแซว ยอมรับว่าฝีมือของเด็กนี่ดีจริงๆ ดีจนเขาต้องตักแล้วตักอีก ตักทุกเมนู ทุกเมนูรสชาติดีหมด ดีถูกปากจนเวลาผ่านไปไม่นานก็ยื่นจานข้าวให้ณปภัชตักเพิ่มข้าวให้ตัวเองอีกสองทัพพี
‘ดีกว่าลิ้นถูกระเบื้อง แต่เพิ่มข้าวจานที่สองเนี่ยนะ?’ ไอ้จ้อนพึมพำกับตัวเองในใจก้มหน้าทานต่อเงียบๆ เพราะทุกเมนูอร่อยทั้งนั้นเลย ใครจะคิดว่าคนตัวเล็กๆ จะฝีมือดีแบบนี้
“อืม” เขารับจานข้าวที่สาวน้อยไปตักมาให้แล้วก็ทานต่อ ส่วนณปภัชเดินไปนั่งลงที่เดิมตัวเองแล้วก้มหน้าทานข้าวของตัวเองต่อ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ที่ใส่อยู่ก็สั่นเตือนทำให้ต้องวางมือจากช้อนส้อมมาล้วงกางเกงนำโทรศัพท์ออกมากดรับสาย เธอยิ้มให้กับชื่อที่โชว์หน้าจอแล้วเอ่ยขอตัวกับเจ้าของบ้านเพื่อไปรับสาย
“คุยที่นี่แหละ เปิดลำโพงด้วย” เขาสั่งเสียงห้าวเมื่อเหลือบสายตามองไปเห็นชื่อพ่อตัวเองที่โชว์หน้าจอ
ณปภัชลังเลว่าจะกดรับสายดีไหม และแล้วก็ต้องกดรับสายเมื่อเห็นสายตาคำสั่งของคนโอหัง เธอกดรับสายพร้อมทำตามที่เขาบอก
“หนูไอซ์ไปทำงานรึยังลูก” เสียงแหบแห้งตามวัยของศิวดลดังลอดออกมาจากลำโพงของโทรศัพท์
“ยังครับพ่อ กำลังกินข้าวเช้ากันอยู่” เป็นเสียงเข้มของหฤทย์ที่ตอบกลับคนในสายตัดหน้าณปภัช
“ไอ้โหด มึงมารับมือถือหนูไอซ์ได้ยังไง” ศิวดลถามลูกชายตัวดีตัวเองทันที
“ไม่ได้รับ เด็กของพ่อรับเอง แต่ผมสั่งให้เปิดลำโพง”
“มึงเสือกเรื่องส่วนตัวคนอื่นแบบนี้ประจำเหรอไอ้โหด”
“เรื่องของพ่อคนเดียวเท่านั้นครับ ว่าไงครับ โทรหาเด็กนี่มีอะไร ห่วงนักก็มารับกลับไปสิ หรือให้ผมไปส่งดีครับผม”
“ครับพ่อ ผมจะไม่ทำให้น้องแตงเสียใจ ห้าวกว่านี้ผมก็รักครับ เพราะผมเกิดมาเพื่อรักน้องแตงคนเดียว ตอนนี้ไม่ห้าวแล้วนะครับป๊า น้องแตงพูดขามีหางเสียงหวานๆ แล้วครับตอนนี้”เขารับปากหนักแน่นพร้อมกับบอกท่านว่าตอนนี้แตงไทยนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะว่าฮอร์โมนคุณแม่ทำให้คนดื้อของเขาเปลี่ยนไป และที่สำคัญเธอเสพติดเขาด้วยแหละ เขาชอบฮอร์โมนคุณแม่ของเธอที่สุด ก็เวลาไปทำงาน เธอก็ออกไปด้วย ไม่ได้ไปธรรมดา แต่ไปลวนลามเขา ซึ่งเขาชอบ“ป๊า...” แตงไทยเรียกพ่อตัวเองแล้วโถมตัวเข้าโอบกอดคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงหน้าแล้วผละออกมาหอมแก้มท่านแรงๆ ทั้งสองข้าง“แตงรักป๊านะ”“ป๊าก็รักแตง ต่อไปนี้ก็ดูแลตัวเองดีๆ นะไอ้แตง แกไม่ได้ตัวคนเดียวแล้ว แต่แกกำลังอุ้มท้องหลานป๊าถึงสองคนเชียวนะไอ้แตง”“ค่ะป๊า แตงจะห้าวให้น้อยๆ”“เอาล่ะเลว ได้เวลาขอบคุณญาติๆ บนเวทีแล้วนะ พาน้องไปได้แล้วลูก” ศิวดลก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือแล้วบอกลูกชาย“ครับพ่อ” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วโอบกอดเอวกลมของแตงไทย“ไปกันเถอะทูนหัว” แล้วเขาก็โอบกอดประคองแม่ยอดรักพาเดินไปยังเวทีกลางลานกว้างของสวนหน้าบ้านกำเนิดกุลสี่ทุ่มเกือบห้าทุ่ม ลภัชดนย์แยกจากพี่ชา
หนึ่งเดือนต่อมา... งานแต่งงานของลภัชดนย์และแตงไทยถูกจัดขึ้นแบบเรียบง่าย แขกที่มาร่วมงานก็มีแต่คนในครอบครัว เพื่อน ญาติคนสนิทเท่านั้น ในมุมหนึ่งของงาน หฤทย์อุ้มลูกสาว เด็กหญิงณัฐชนนตัวน้อยวัยขวบกว่านั่งบนตักตัวเองและข้างๆ มีณปภัช ภรรยาคนสวยที่กำลังอุ้มท้องลูกน้อยคนที่สองอยู่ ซึ่งตอนนี้อายุครรภ์ได้สองเดือนกับหนึ่งสัปดาห์ อีกฝั่งตรงข้ามทั้งสองก็เป็นครอบครัวของดิฐากับจันทร์เจ้า บนตักของดิฐาก็มีเด็กชายดิฐากรนั่งอยู่เช่นกัน“ไม่อยากเชื่อว่าเลวจะแต่งงาน” หฤทย์เอ่ยและเกือบเผลอหลุดคำหยาบไปแล้ว แต่ดีที่หันมาสบตาภรรยาคนสวยที่นั่งข้างๆ ทันเลยเปลี่ยนคำพูดทัน“นั่นดิพี่ ผมก็ไม่อยากเชื่อว่าเจ้าบ่าววันนี้คือพี่เลว” ดิฐาเอ่ยเห็นด้วยกับพี่ชาย เพราะในบรรดาของพวกเขาสามคนพี่น้อง เปอร์เซ็นต์ของการแต่งงานมีครอบครัวของลภัชดนย์แทบเป็นศูนย์ เพราะลภัชดนย์ไม่เคยเชื่อในความรักและยากที่จะเชื่อ แต่วันนี้เขาและพี่ชายคนโตก็ได้เห็นแล้วว่าเจ้าบ่าวของงานแต่งงานวันนี้คือลภัชดนย์จริงๆ“พี่โหด น้องคลูตาจะปิดแล้วส่งลูกมาให้ไอซ์เถอะค่ะ ไอซ์จะพาลูกไปกินนมนอน” ณปภัชเอ่ยเมื่อมองเห็นลูกสาวตัวน้อยแก้มยุ้ยตาปรือและหัวเซไปเซ
“อ่า...สวยเหลือเกินแตงจ๋า...แตงของผัว คิดถึงมากรู้ไหม อยาก ‘เอา’ ทุกวันจนเช้าเลยทูนหัว อื้ม...”“อะ...อื้อ พี่เลว...” สาวเจ้าคนสวยครางกระเส่าไปกับปลายลิ้นสากที่ลากไล้ถูไถตั้งแต่โคนหูเลื้อยมายังเนินอกอวบยกเด้งตอบรับปลายลิ้นสาก ซึ่งลืมกลิ่นละมุดเน่าและกลิ่นบุหรี่ที่ลอยอบอวลในห้องไปเสียสนิทเมื่อเพลิงราคะได้เริ่มลุกโชนขึ้น สิ่งเดียวที่แตงไทยรับรู้ได้ตอนนี้คือกลิ่นกายกลิ่นสาบของคนเหนือร่างที่โหยหาคิดถึงมาตลอดหลายเดือนที่ไม่ได้คุกวงในชายหนุ่ม“อ่า...สวยเหลือเกิน เต็มไม้เต็มมือไปหมดแตงจ๋า อ่า...ไม่ไหวแล้ว ‘หิว’ เหลือเกินทูนหัว ซี้ด...อูว์” เขาดูดยอดอกอวบอูมสีระเรื่อที่ไม่ได้ดูดนาน คิดถึง อีกมือก็กอบกุมเต้าอวบใหญ่ล้นมือจากเมื่อก่อนขนาดพอดีมือ แต่ตอนนี้อาจเพราะเจ้าแฝดทั้งสองเลยทำให้หุ่นแม่มีน้ำมีนวลอวบอิ่มน่าฟัดคลอเคลียกว่าเดิมที่เคยแนบอิง“อ่า...พี่เลว อ่า...ไม่ไหวแล้ว อื้อ...เสียว” เธอร้องเสียวกดหัวทุยเล็กซบลงกลางหว่างอกพร้อมกับเรียวขาทั้งสองยกขึ้นมากอดเอวหนาแล้วถูไถเท้าตัวเองกับก้นของบุรุษ“อ่า...พี่รู้ทูนหัว อ่า...แต่พี่จะเบาๆ นะ จะได้เซฟลูกเราในท้องด้วย”“อือ...แต่อย่าช้าได้ไหมพี่เลว แตงไ
“แล้วทำไมต้องกอดด้วย รู้ไหมว่าวันนั้นเสียใจมากแค่ไหน นึกว่าแตงเลือกไอ้หน้าตี๋นั่น พี่เลยหายออกมาเงียบๆ และเห็นกระป๋องเบียร์ ขวดเหล้าและกลิ่นละมุดเหม็นๆ นี่ไหม กลิ่นบุหรี่ที่อบอวลในห้องด้วย คือผลมาจากวันนั้นทั้งนั้น รู้ไหมพี่เสียใจมากแทบไม่เป็นผู้เป็นคน ดื่มหนักทุกวัน” “คนโง่!” “ใช่ พี่มันโง่ โง่เพราะรักเรานั่นแหละ แต่งงานกันนะ พี่ไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว พี่อยากให้ทุกคนรู้ว่าแตงเป็นของพี่” “แล้วถ้าปฏิเสธล่ะคะ” “ไม่ยอม! จะจับมาขังไว้ในห้อง ไม่แต่งงานก็ได้ เพราะยังไงตอนนี้แตงก็อุ้มท้องลูกพี่แล้ว แถมลูกแฝดด้วย” “ร้ายกาจ!” “แน่นอน พี่มันร้ายกาจ ไม่ร้ายกาจไม่หลงรักแตงจนเป็นบ้าเป็นหลังขนาดนี้หรอก รู้ไหมว่าพี่ไม่เคยเชื่อในความรักและคิดว่าความรักเป็นเรื่องไร้สาระ อย่างพี่ชายของพี่และน้องชายของพี่ พี่มองพวกเขาทั้งสองมีความรักแล้วตลกและคิดว่าพวกเขาคิดผิดมากที่แต่งงานมีครอบครัว แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพวกเขาทั้งสองไม่ได้คิดผิดแต่คิดถูก เพราะพี่ก็อยากมีครอบครัวแบบพวกเขา อยากให้ลูกของเราโตมามีพ่อมีแม่ เพราะชีวิตตอนเด็กของพี่ที่ขาดแม่ มันไม่ได้ดีหรอกนะแตง มันลำ
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มาบ้านหลังใหญ่ของลภัชดนย์ เธอถูกอุ้มลงจากรถพาเดินเข้าไปในบ้าน ดีที่ในบ้านไม่มีใครอยู่ มีเพียงสาวใช้ที่เห็นเธอตอนถูกคนตัวโตอุ้มขึ้นมาบนห้องเท่านั้น พอเข้ามาในห้องก็เห็นว่ามีกระป๋องเบียร์ทิ้งเกลื่อนกลาดเต็มพื้นห้อง ซึ่งเหม็นจนแสบจมูก และในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นของควันบุหรี่ที่เขาดูดก่อนหน้า “เหม็น!” เธอบอกเขาเมื่อได้รับอิสระ “ไม่ได้ให้เด็กมาทำความสะอาดหลายวันแล้ว เหม็นมากไหมแตง” เขาถามด้วยความเป็นห่วงและเป็นห่วงเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย “มาก! ถ้าจะคุยไปคุยที่อื่นเถอะ ในห้องนี้ไม่ได้จริงๆ มันเหม็น มีทั้งกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่ คุณอยู่ไปได้ยังไงกันคุณเลว” “จะเอาอะไรกับคนอกหักตรอมใจเมียไม่รักล่ะ” “คุณเลว คุณต่างหากที่ทิ้งแตงไม่ใช่แตงทิ้งคุณ” เธอบอกเขา “ไม่ทิ้งแล้วทำไมไม่บอกว่าถอนหมั้นแล้ว และทำไมไปยืนกอดกันกับไอ้หน้าขาวตี๋นั่นในร้านอาหาร” “เมื่อไหร่ที่แตงไปกอดกับเฮียโป้ง” “ก็ที่โรงเตี๊ยมเพทาย แตงเป็นคนโผเข้ากอดไอ้หน้าขาวนั่นเอง” “เดี๋ยวนะ กอด...” เธอทำหน้าครุ่นคิดนึกย้อนว่าตัวเองไปโรงเตี๊ยมเพทายวันไหน ช่วงไหน แ
“อือ... ‘รัก’ รักจริง” เขาพูดพร้อมรวบร่างอวบอิ่มตรงหน้าเข้ามากอดแนบแน่นพร้อมก้มหน้าลงจูบกระหม่อมสวย “ฝากดูแลน้องสาวผมด้วยนะ”เมื่อส่งแตงไทยให้ลภัชดนย์เสร็จ เขาก็เดินไปทางฝั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับเหมือนเดิมพร้อมติดเครื่องยนต์ และลภัชดนย์ก็ถอยออกห่างจากรถโดยที่กอดสาวเจ้ายอดทูนหัวไม่ปล่อยแล้วปิดประตูรถให้เตวิชแล้วเตวิชก็บังคับรถจากไป ทางด้านศิวดลที่ตามมาได้เห็นและได้ยินทุกอย่างก็อมยิ้มแล้วล้วงกระเป๋ากางเกงมากดต่อสายหาคนขับรถตัวเองให้มารอรับตัวเอง เพราะดูท่าแล้วคงถูกลูกชายลืมแล้วแน่แท้ พอคุยกับคนขับรถเสร็จก็เดินกลับเข้าไปในตัวตึกของโรงพยาบาลเพื่อพบหมอตามนัดของตัวเองต่อ “มีอะไรจะบอกพี่ไหม” เมื่อรถของเตวิชแล่นห่างออกไป เขาก็ก้มหน้าถามคนที่ตัวเองบังคับกอดในวงแขน “ปล่อยค่ะ!” เธอบอกคนตัวโตพร้อมกับดิ้นขัดขืนไม่ยอมให้เขากอด “ทำไมไม่บอกว่าถอนหมั้นกับไอ้หน้าตี๋นั่นแล้ว และทำไมไม่บอกพี่ว่าแตงท้องฮึ เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่บอกพี่แตง” เขาน้อยใจและเสียใจที่คนตัวเล็กไม่บอกเรื่องสำคัญกับตัวเอง เขาเกือบพลาดช่วงเวลาดีๆ ของลูกน้อยไปเสียแล้ว “
“ผมก็กำลังจัดการอยู่พี่ ถ้างั้นไม่เซ็นนะครับ พี่โหดก็ไม่เซ็น วันจันทร์นี้พี่ไปประชุมที่จักรวาลกำเนิดกุลด้วยนะ ตอนสิบโมง และกลับบ้านไปผมก็จะโทรบอกพี่โหดเหมือนกัน” “ตามนั้น เอกสารนี่มึงก็เอากลับไป ส่วนแบบแผนงานมึงส่งเข้าอีเมลกูแล้วกันไอ้ดี” “โอเคครับพี่ ว่าแต่ดื่มได้ไหมครับ” ปากถามพี่ชา
ลภัชดนย์ตามเจ้าของบ้านอย่างสิงห์เข้ามาในห้องทำงาน ห้องทำงานที่เต็มไปด้วยหนังสือ จะว่าไปเป็นห้องหนังสือดีๆ นั่นแหละ เพียงแค่มีโต๊ะทำงานตั้งประดับเฉยๆ และมีชุดโซฟาไว้นั่งอ่านหนังสือ กับถ้วยกาน้ำชาตั้งอยู่โต๊ะกลางโซฟา ทุกอย่างถูกเตรียมไว้ก่อนจะเดินมาถึง เพราะสิงห์ได้ไปสั่งให้เด็กมาเตรียมเครื่องดื่มไว้
“ขอบคุณฮะที่ชมแตง และปล่อยแตงได้แล้วค่ะ แตงจะกลับบ้าน”“ก็บอกแล้วไงจะไปส่ง ฉันจะกลับกับเธอด้วย” เขาบอกย้ำถึงความต้องการของตนเอง“อย่าเลยฮะ เจ้านายไปส่งลูกน้องมันดูไม่เหมาะ อีกอย่างคุณเลวไม่ควรมาวุ่นวายกับแตงอีก เรื่องเมื่อคืนแตงจะถือว่ามันไม่เคยเกิดขึ้นก็แล้วกันนะฮะ” เธอบอกเขาทั้งๆ ที่รู้ดีว่าตัวเอ
“อ่า...อูว์” เสียงร้องครางเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสอง มือใหญ่กอบกุมเต้าของเธอผ่านชุดนอนตัวบางที่ไร้ยกทรงอยู่ข้างใน เอวสอบเด้งไหวตอบสนองอุ้งมือเล็กทั้งสองของณปภัชด้วยความร้อนรุ่ม “อ่า...ไม่ไหวแล้ว ก้มลงไปใช้ปากได้แล้วทูนหัวของไอ้โหด อ่า...” เขาปล่อยปากน้อยให้เป็นอิสระแล้วกดหัวไหล่เธอให้







