หน้าหลัก / โรแมนติก / โอบรักด้วยหัวใจ / ตอนที่ 2 ฉันไม่ใช่เด็ก

แชร์

ตอนที่ 2 ฉันไม่ใช่เด็ก

ผู้เขียน: จินต์พิชา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-04 16:32:05

 

“วันนี้ตอนบ่ายปอขอเข้าไปในตัวเมืองหน่อยนะคะแม่ ปอว่าจะไปซื้อพวกของใช้และจะเลยไปหาซื้อของขวัญวันเกิดให้หนูดีหน่อยค่ะ” กัลยณัฏฐ์มักจะแทนตัวเองว่าปอเสมอ แต่ที่จริงแล้วเธอมีชื่อเล่นว่าโอปอหรือพี่โอปตามที่พิจิกาชอบเรียก

“ให้พ่อขับรถให้ไหมลูก” ปองพลที่พึ่งเสร็จจากการซ่อมก๊อกน้ำบนอ่างล้างหน้าในห้องพักที่อยู่ริมสุดเดินมาร่วมวงสนทนากับสองแม่ลูกที่ตอนนี้นั่งคุยกันอยู่บริเวณห้องโถงหน้า

“ไม่เป็นไรค่ะพ่อ ปอจะรีบไปรีบกลับ พ่ออยู่ช่วยแม่รับแขกเถอะค่ะ บ่ายนี้จะมีแขกมาพักอีก 2 ห้อง” กัลยณัฏฐ์มักจะไปซื้อพวกของใช้ในตัวจังหวัดสมุทรสาครเพราะใกล้กว่าตัวอำเภออัมพวา

กัลยณัฏฐ์เลือกซื้อของใช้สำหรับโฮมสเตย์เสร็จจากนั้นก็ชำระเงินแล้วนำของทั้งหมดไปเก็บไว้ในรถ ก่อนที่จะเดินมายังร้านหนังสือที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้าง วันศุกร์หน้าก็จะถึงวันเกิดของพิจิกาแล้ว เด็กสาวที่เธอรักเหมือนน้องสาว

พิจิกาเคยเรียนกับเธอตอน ป.6 ซึ่งในตอนนั้นหญิงสาวมีโอกาสไปเป็นนักศึกษาฝึกสอนที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งที่เด็กสาวเรียนอยู่ความที่เป็นเด็กช่างพูดทำให้หญิงสาวสนิทกับเธอกว่านักเรียนคนอื่นๆ แม้จะฝึกสอนเสร็จแล้วแต่ทั้งสองยังติดต่อกันตลอดเพราะบ้านอยู่ไม่ไกลกันมาก

เมื่อครั้งเธอเอ่ยชวนให้มาทำงานที่โอบรักโฮมสเตย์พิจิกาก็รีบตอบตกลงทันทีเพราะอยากหารายได้พิเศษ อันที่จริงโฮมสเตย์ของเธอไม่จำเป็นต้องจ้างใครมาเพิ่มก็ได้ แต่เธอเองอยากให้เด็กดีแบบพิจิกามีรายได้และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ อีกทั้งที่โฮมสเตย์ของเธอยังมีแขกชาวต่างชาติมาพักเกือบทุกสัปดาห์

การที่พิจิกามาทำงานที่นี่ก็จะได้มีโอกาสฝึกใช้ภาษาอังกฤษไปในตัวอีกด้วย ทางโฮมสเตย์ให้ค่าจ้างทำความสะอาดห้องกับพิจิกาเท่ากับที่อื่นจ้าง และถ้ามีเวลาว่าเธอมักจะสอนภาษาอังกฤษให้กับพิจิกาเสมอ

หลังจากเดินวนอยู่สักพักเธอก็เห็นลูกโลกจำลองหลายขนาดวางเรียงกันอยู่ หญิงสาวยืนเลือกอยู่เกือบ 10 นาทีก็ตัดสินใจเลือกลูกโลกขนาด 32 ซม. ซึ่งต่างจากชิ้นอื่นตรงที่ชิ้นนี้มีผิวลูกโลกเวลาสัมผัสจะรู้สึกถึงความสูงต่ำของเทือกเขาและยังมีสีของน้ำทะเลที่ต่างกันไปตามความสูงต่ำของระดับน้ำทะเลมองแล้วเพลินตา

“เอาอันนี้ค่ะ” / “เอาอันนี้ครับ”

สองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน และเนื่องจากลูกโลกอยู่สูงในระดับสายตาทำให้คนที่อยู่อีกด้านของลูกโลกมองไม่เห็น

“คือทางร้านเหลือแค่ชิ้นนี้เพียงชิ้นเดียวนะคะ” น้องพนักงานรีบบอกกับทั้งสองคน

“ฉันบอกก่อน” กัลยณัฏฐ์รีบหันไปบอกกับผู้ชายตัวสูงน่าจะเกือบ 190 ซม.ผิวสองสี ใบหน้าคมคายรับกับจมูกโด่งได้รูปน่ามอง สวมกางเกงยีนส์สีเข้มกับเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลอ่อน รองเท้าผ้าใบยี่ห้อที่กำลังเป็นที่นิยม เธอเผลอสำรวจใบหน้าของเขา ‘ดูดีในระดับหนึ่ง แต่แก่และน่าจะกินยีราฟเข้าไปถึงได้สูงขนาดนี้’ หญิงสาวคิดในใจ

‘เด็ก’ เขาคิดในใจ

“ผมว่าผมเป็นคนพูดก่อนนะ” ชายหนุ่มมองเด็กสาวตรงหน้าดูยังไงก็น่าจะอายุไม่เกิน 20 ปี เขามองแล้วนึกไปถึงหลานสาวของตัวเองแววตาที่สดใสแต่แฝงด้วยความจริงจังบ่งบอกว่าเจ้าตัวนั้นเป็นคนไม่ยอมใครง่ายๆ ถ้าจะให้เขาเลือกลูกโลกอีกใบที่พนักงานนำมาเสนอก็ย่อมได้ แต่เขาอยากลองแกล้งแหย่เธอ ดูสิว่าเธอจะทำยังไง

ปุณณวิชญ์นั้นมาถึงร้านนี้ได้ไม่นานนัก ระหว่างที่กำลังมองหาของขวัญให้หลานสาวนั้นเขาก็มาสะดุดตาที่ลูกโลกจำลองนี้ พิจิกานั้นชอบเรียนภาษาและมีความฝันอยากเป็นนักการทูตปุณณวิชญ์จึงจะซื้อของขวัญชิ้นนี้ให้เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับเธอ

“เอาที่ไหนมาพูด ฉันเห็นก่อนและยืนเลือกอยู่ตั้งนาน” กัลยณัฏฐ์พูดออกไปตามความจริงเพราะหญิงสาวยืนเลือกอยู่ตั้งนานไม่เห็นว่าจะมีใครมายืนเลือกกับเธอสักคน

“คุณลูกค้าคะ ลูกโลกจำลองของร้านเรามีหลายขนาดนะคะ และหลายแบบค่ะ อย่างใบนี้สามารถเปิดไฟแล้วมองเห็นอาณาเขตต่างๆ ได้ชัดเจน” พนักงานนำลูกโลกจำลองอีกใบมาเสียบปลั๊กแล้วเปิดไฟให้ลูกค้าทั้งสองคนดู

กัลยณัฏฐ์จ้องหน้าชายหนุ่มท่าทางเอาเรื่องแม้ในใจจะกลัวเพียงใดแต่ภายนอกต้องแสดงท่าทีแข็งแกร่งเอาไว้ ชายหนุ่มเห็นท่าทีจ้องตาเขม็งแล้วก็อดขำไม่ได้ แต่จะหัวเราะก็กลัวเสียฟอร์ม

“แต่ผมชอบอันนี้” ปุณณวิชญ์ชี้ไปที่ลูกโลกจำลองใบเดิม ขณะพูดก็แอบชำเลืองไปมองเด็กสาวตรงหน้า

“นี่คุณ ฉันก็บอกอยู่นี่ไงว่าฉันเลือกก่อน” เรื่องที่จะยอมใครง่ายๆ ไม่เคยอยู่ในหัวของกัลยณัฏฐ์

“งั้นผมให้ราคาเป็น 2 เท่า” ปุณณวิชญ์เสนอ แม้จะเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนักแต่เขาก็ยินดีจะจ่ายแพงกว่าถ้ามันทำให้เขาได้ชนะเด็กผู้หญิงตรงหน้า ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงอยากเอาชนะเธอนัก อาจเป็นเพราะดวงตากลมโต คิ้วเรียงตัวสวยกับผมบ๊อบสั้นไล่ระดับ ด้านหลังทุยและใบหน้าเรียวได้รูปกับท่าทางเอาเรื่องนั้นก็เป็นได้

“อย่ามาทำเป็นเงินหนาแถวนี้ นึกว่าจ่ายแพงเป็นคนเดียวหรือไง” หญิงสาวฮึดฮัดอย่างขัดใจ

“ทำไม จะประมูลสู้กันอย่างนั้นเหรอ แล้วหนูจะมีเงินพอจ่ายเร้อ” ท่าทางยียวนบวกกับคำว่าหนูที่หลุดออกจากปากของผู้ชายตรงหน้าทำเอาคนฟังควันออกหูเพราะเธอไม่ใช่เด็กอย่างที่เขาว่า

“ฉันไม่ใช่เด็กนะ ไม่ต้องมาเรียกว่าหนู” น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“อ้าว! ใครจะไปรู้ก็เห็นตัวเล็กนิดเดียว ดูยังไงก็ยังเด็กอยู่ดี นี่เรียนอยู่ชั้นไหนแล้ว”

“จะให้บอกอีกกี่ครั้งว่าฉันไม่ใช่เด็ก แล้วนายก็ไม่มีสิทธิ์มาว่าคนอื่นแบบนี้” กัลยณัฏฐ์หัวเสียและหงุดหงิดเป็นอย่างมากไม่เคยมีใครมาทำกิริยาแบบนี้กับเธอมาก่อน คำว่าเด็กที่ออกมาตากปากของผู้ชายตรงหน้าทำให้เธอหวนคิดไปถึงวันเก่าๆ

“ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ก็พูดไปตามจริงที่เห็น” คนตัวโตกว่ามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วยิ้มเยาะอย่างเอ็นดู ทำให้คนตัวเล็กโมโหยิ่งกว่าเดิม

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง ยังไงฉันก็จะเอาลูกโลกอันนี้ให้ได้ ถ้าลุงมีเงินมากนักก็ไปหาขับรถไปหาซื้อที่อื่นสิผู้ชายประสาอะไรไม่เป็นสุภาพบุรุษ”  

คำว่าไม่เป็นสุภาพบุรุษที่หลุดออกมาจากปากบางได้รูปนั้นนั้น ไม่ทำให้ปุณณวิชญ์สะอึกเท่ากับเมื่อได้ยินสรรพนามเด็กคนนี้ใช้เรียก เธอเรียกเขาว่าลุง ซึ่งไม่เคยมีใครเรียกเขาอย่างนี้มาก่อน แม้กระทั่งลูกของเพื่อนๆ เขาก็ให้เรียกน้าหรืออาเท่านั้น ถึงแม้เขาจะดูอายุมากว่าเธอแต่ก็คงไม่อายุมากกว่าพ่อกับแม่ของเธอจนถึงขนาดให้เธอมาเรียกเขาว่าลุงทั้งที่เขาเองอายุพึ่งจะ 32 ปีเท่านั้น ไม่ได้แก่อย่างที่ถูกเรียก

ครืด..... ครืด…..

โทรศัพท์ที่ใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงสั่นอย่างต่อเนื่องจนปุณณวิชญ์ต้องหยุดการโต้เถียงตรงหน้าแล้วรีบล้วงโทรศัพท์ออกมาดูเมื่อเห็นเบอร์โทร. เข้าเป็นเบอร์ของลูกค้าคนสำคัญเขาจึงรีบกดรับและเดินออกไป กัลยณัฏฐ์มองตามแล้วก็ยิ้มอย่างผู้ชนะ

“ห่อเป็นของขวัญให้พี่ด้วยนะ” เธอรีบบอกพนักงานอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าเขาจะกลับมาแย่งเธออีกครั้ง

เมื่อได้ของขวัญสำหรับพิจิกาแล้วกัลยณัฏฐ์ก็เดินเลือกซื้อหนังสือที่ถูกใจอีก 3 เล่มระหว่างรอพนักงานห่อของขวัญ การควักเงินจ่ายค่าหนังสือสำหรับเธอนั้นเป็นอะไรที่ง่ายเหลือเกินแต่ถ้าจะให้ไปซื้อเสื้อผ้าเครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้าละก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ เธอเป็นผู้หญิงที่แต่งตัวสบายๆ แค่เสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงยีนส์เก่าๆ รองเท้าผ้าใบ เธอก็ออกจากบ้านได้แล้ว เพราะหญิงสาวถือว่าเวลาที่เธอไปสอนหนังสือที่โรงเรียนเธอก็ใส่ชุดกระโปรงตามแบบที่ทางโรงเรียนกำหนด พอวันหยุดจึงอยากแต่งตัวตามสบายบ้าง

ปุณณวิชญ์คุยโทรศัพท์กับลูกค้าเสร็จแล้วก็รีบเดินกลับมาที่ร้านหนังสือ เขาสอดสายตาหาคนตัวเล็กแต่ก็ไม่พบ

“เด็กคนเมื่อกี้ไปไหนแล้วครับ” เอ่ยถามพนักงานแต่ในใจก็ติดว่าเธอคงรีบซื้อแล้วรีบกลับอย่างแน่นอน ชายหนุ่มนึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักแม้แต่ชื่อของเธอ

“คุณคนนั้นเธอไปแล้วได้สักพักแล้วค่ะ เธอไม่ใช่เด็กอย่างที่คุณคิดนะคะ” แม้จะเป็นการเสียมารยาทแต่พนักงานก็ไม่อยากให้ลูกค้าเข้าใจผิด

“อย่างนั้นเหรอครับ” เขาเลิกคิ้วอย่างสงสัยไม่ค่อยจะเชื่อคำพูดของพนักงานเท่าไหร่นัก

“ดูท่าทางคุณคงไม่เชื่อ แต่เชื่อเถอะค่ะ เพราะเธอเป็นลูกค้าประจำของเราค่ะ เธอเป็นครูแต่จะสอนที่ไหนนั้นทางเราก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ”

“ขอบคุณมากครับ สำหรับข้อมูล” ปุณณวิชญ์บอกกับพนักงานขายที่ดูเหมือนจะช่างพูดซะเหลือเกิน จากนั้นเขาก็เลือกลูกโลกจำลองใบที่พนักงานแนะนำเมื่อครู่พร้อมกับให้พนักงานจัดห่อเป็นของขวัญเพื่อเตรียมให้พิจากาในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ส่วนตัวเขาเองก็เลือกหนังสือเกี่ยวกับการท่องเที่ยวและการลงทุนที่เขาสนใจไว้อ่านยามว่าอีก 2 เล่ม กว่าจะออกจากร้านหนังสือก็มืดพอดี เขาจึงรีบโทรบอกที่บ้านเพราะเกรงว่าพี่สาวกับหลานสาวจะรอเขาทานข้าวเย็น

“หนูดี น้ากลับค่ำหน่อยนะ ถ้าหนูดีกับแม่หิวก็ทานข้าวก่อนเลยไม่ต้องรอน้า” ปุณณวิชญ์รีบกรอกเสียงไปตามสายทันที่ทีอีกฝ่ายกดรับ

“ค่ะน้าวิชญ์” พิจิการับคำสั้นๆ ในมือก็สาละวนอยู่กับการช่วยมารดาเด็ดยอดชะอม

“น้าวิชญ์หรือลูก”

“ค่ะแม่ น้าวิชญ์บอกว่าจะกลับค่ำๆ ว่าถ้าเราหิวก็ทานข้าวกันไปก่อนได้เลย”

“แม่ยังไม่หิวเลย หนูดีล่ะลูกถ้าหิวก็ทานก่อนอย่างที่น้าวิชญ์ว่าก็ได้ เดี๋ยวแม่ทำไข่เจียวชะอมอีกอย่างก็เสร็จแล้ว”

“ไม่ค่ะแม่ หนูดีจะรอน้าวิชญ์” เมษาพยักหน้าอย่างเข้าใจลูกสาวเพราะตั้งแต่มีน้าชายมาอยู่ด้วยก็ทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูจะอบอุ่นขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก เธออยากให้น้องชายมาอยู่ด้วยกันที่นี่ตลอดไป

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 60 ตอนจบ

    กัลยณัฏฐ์เงียบหายไปตั้งแต่เช้าวันจันทร์ เขารีบตื่นแต่เช้าเพื่อจะมาส่งเธอและอยากเจอเพื่อนของเธอด้วยแต่พอมาถึงน้ากัลยาก็บอกว่าเพื่อนเธอมารับไปตั้งแต่เช้าปุณณวิชญ์ทำงานอยู่ที่บ้านตามที่หญิงสาวขอร้อง เขาแวะไปคุยกับมารดาของแฟนสาวทุกวัน เพราะกลัวเธอจะเหงา“เหงามากไหม” กัลยาถามชายหนุ่มที่นั่งมองเรือสัญจรไปมาอยู่หน้าระเบียง ชายหนุ่มพึ่งจะรดน้ำต้นไม่เสร็จ ยิ่งมองต้นพิทูเนียในกระถางเขาก็ยิ่งคิดถึงเจ้าของ“ครับน้า ปอไม่ติดต่อมาเลย” ใบหน้าเศร้าสร้อยของชายหนุ่มทำให้เธอยิ้มดีใจที่ลูกสาวได้พบเจอคนดีๆ อย่างเขา ระหว่างที่กัลยณัฏฐ์ไม่อยู่ชายหนุ่มจะแวะมาเธอทุกวัน บางวันก็มาทานอาหารเย็นด้วยอย่างวันนี้เขาก็มานั่งเล่นที่โอบรักโฮมเสตย์ตั้งแต่เช้า“เดี๋ยววันศุกร์ก็คงได้เจอกัน น้าเองก็ไม่เคยห่างกันนานแบบนี้มาก่อน แต่ก็ต้องอดทน” “ครับ” เขาตอบแบบหงอยๆ แล้วนั่งอยู่ที่เดิมจนพระอาทิตย์เริ่มแตะขอบฟ้า ท้องน้ำเบื้องหน้ากลายเป็นสีส้ม ก่อนจะค่อยๆ หายไปกับความมืดยามค่ำคืนเช้าวันศุกร์ปุณณวิชญ์ตื่นแต่เช้าเพราะวันนี้แล้วที่กัลยณัฏฐ์จะกลับมา เขานั่งทำงานอย่างกระสับกระส่ายรอเวลาที่เธอจะโทรหา จนเลยเวลาอาหารกลางวันไปแล้ว ชา

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 59 เราจำเป็นต้องห่างกันสักพัก

    กว่าสัปดาห์ที่ปุณณวิชญ์นอนอยู่ที่โรงพยาบาล กัลยณัฏฐ์เฝ้าดูแลไม่ห่าง และระหว่างนี้เธอก็ได้มีโอกาสช่วยเขาจัดการกับไฟล์เอกสารต่างๆ ที่ไม่ค่อยเป็นระเบียบ เธออาศัยช่วงที่เขาทานยาแล้วนอนพักในตอนบ่าย จัดเรียงข้อมูลที่อยู่ในโน้ตบุ๊กของเขา ชายหนุ่มดูจะพอใจเป็นย่างมากเพราะช่วยให้เขาทำงานได้เร็วขึ้น และการที่ไม่ต้องอยู่เฉยๆ ทำให้เธอจะลืมเรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมาได้อย่างรวดเร็วคงเพราะมีเขาอยู่ใกล้ๆ กลางคืนเธอก็นอนเป็นเพื่อนเขาทุกคืน และจะกลับไปบ้านบ้างในตอนเย็นที่พี่สาวของเขามาเยี่ยมโดยมีพิจิกานั่งรถไปด้วยทุกครั้ง เพราะชายหนุ่มยังไม่ยอมให้เธอไปไหนมาไหนคนเดียว วันนี้เขาได้รับอนุญาตให้กลับไปพักที่บ้านได้เพราะแผลหายดีแล้ว โดยเธอเป็นคนพาขากลับมาที่บ้าน“คืนนี้พี่นอนไม่หลับแน่เลย” ปุณณวิชญ์พูดในระหว่างที่เธอกำลังช่วยเขาจัดโต๊ะทำงาน “ไม่ได้แปลกที่เสียหน่อยจะนอนไม่หลับได้ยังไงคะ”“ก็คืนนี้พี่ต้องนอนคนเดียวนี่ครับ คงเหงาน่าดูเลย”“ให้หนูดีมานอนด้วยไหมคะ เผื่อมีอะไรจะได้เรียกใช้ได้”“ไม่เอาหรอก ใครมานอนด้วยก็ไม่เหมือนมีปอมานอนด้วย”“พี่วิชญ์พูดแบบนี้ ถ้าเกิดคนอื่นมาได้ยินปอเสียหายแย่เลยนะคะ” กัลยณัฏฐ์ต่อว่า

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 58 ผลของการกระทำ

    มุกไหมนั่งมองตัวเองในกระจกภายในห้องนอนของบ้านไม้สักหนังใหญ่ ตั้งแต่เธอมาอยู่กับพ่อเลี้ยงมงคล หญิงสาวมีความสุขมาก พ่อเลี้ยงเอาใจเธอทุกอย่าง ทุกคืนเขามานอนที่ห้องของเธอและไม่เคยสนใจภรรยาของเขาอีกเลย เวลาไปงานเลี้ยงหรือไปติดต่อธุรกิจต่างๆ เขาก็จะพามุกไหมไปด้วยทุกครั้งจนใครๆ ก็ต่างก็พากันเอาอกเอาใจเธอในฐานะคนรักคนใหม่ของพ่อเลี้ยงมงคล เธอมีชีวิตหรูหราชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ก็เข้าร้านเสริมสวย ช้อปปิ้ง แต่งตัว พ่อเลี้ยงเองก็ไม่เคยว่าอะไรเธอเลยสักนิด แต่เขามีข้อแม้ว่าไม่ให้เธอไปยุ่งเกี่ยวกับเขมิกาภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น “พ่อเลี้ยงไปไหนเหรอป้าชื่น” มุกไหมตื่นนอนมาตอนเกือบเที่ยงถามขึ้น “ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรีบขับรถอออกไปหลังจากที่รับโทรศัพท์” ป้าชื่นตอบโดยไม่มองหน้าหญิงสาวเลยเพราะนางไม่พอใจที่หญิงสาวมาแย่งความรักไปจากนายหญิงของนาง มุกไหมไม่สนใจว่านางจะปฏิบัติกับเธอยังไง เพราะเธอมีแค่พ่อเลี้ยงก็พอแล้ว หญิงสาวนั่งจิบกาแฟอยู่ที่ระเบียงก็เห็นว่าป้าชื่นนั่งรถคนงานออกไปจากไร่ หญิงสาวไม่สนใจเพราะคนที่คอยรับใช้เธอในบ้านหลังนี้คือชบาคนเดียว “คุณมุกคะ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 57 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 2

    พอหญิงสาวออกไปได้สักครู่ปุณณวิชญ์ก็เรียกตรีทิพย์เข้ามาถามเรื่องงานทันที“ไม่พักผ่อนก่อนเหรอคะพี่ เรื่องงานเอาไว้ทีหลังก็ได้งานไม่ได้หนักหนาอะไร”“พี่อยากรีบตรวจเอกสารให้เสร็จระหว่างที่นอนอยู่ที่นี่ เพราะถ้าออกจากโรงพยาบาลแล้วพี่คงต้องคอยรับส่งปอพี่ไม่กล้าไว้ใจให้อยู่ที่โรงเรียนคนเดียวอีกแล้ว”“ก็ดีนะคะ แต่ทำไมน้องปอถึงโชคร้ายอย่างนี้ก็ไม่รู้ ครั้งก่อนก็คุณมุกใหม่ครั้งนี้ก็อยากจะมาเจอคนใกล้ตัวจับไปอีก”“นั่นแหละสิพี่ใจหายหมดเลยตั้งแต่รู้เรื่อง นี่ก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องจะจบลงจริงๆ หรือเปล่าเพราะคดีเก่าก็ยังจับตัวมุกไหมไม่ได้เลย”“นั่นสิค่ะ ตรีให้เครื่องช็อตไฟฟ้ากับสเปรย์พริกไทยน้องไว้แล้ว ช่วงไหนน้องปอว่าตรีว่างจะชวนไปเรียนศิลปะป้องกันตัวสักหน่อย ตรีเองก็อยากเรียนอยู่ด้วย”“ก็ดีเหมือนกันนะ ตรีลองไปหาที่เรียนดู เรื่องค่าใช้จ่ายพี่จะจัดการทั้งสองคนเลย”“ใจดีที่สุดเลยนะคะ ชวนหนูดีไปด้วยอีกคนดีไหมคะ”“ดีเลย พี่จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมาก อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองได้บ้าง” เขาเอ่ยจากใจจริง“แล้วตอนนี้พี่เจ็บตรงไหนอยู่หรือเปล่า”“ก็ยังเจ็บแผลอยู่ ขยับตัวมากไม่ค่อยได้”“อย่างนั้นก็นอนเล่นอยู่บนเตียงส

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 56 อย่าเป็นอะไรเลยนะ 1

    เสียงปืนที่ได้ยินในที่เกิดเหตุนัดแรกนั้นเป็นเสียงปืนที่คนร้ายยิงปุณณวิชญ์ส่วนอีกสองนัดที่เหลือเป็นเสียงจากปืนของขุนพลที่ยิงไปยังคนร้ายเขาไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุเพราะถ้าเขาไม่ยิง คนร้ายก็คงจะยิงปุณณวิชญ์ซ้ำอีกเป็นแน่ ส่วนปราณีเมื่อเห็นร่างของแฟนหนุ่มโดนยิงจนร่วงไปกองกับพื้นก็กรี๊ดร้องอย่างคนเสียสติแล้วเป็นลมไป ตอนนี้กำลังอยู่ในความดูแลของทางโรงพยาบาลไปก่อนขุนพลมาแจ้งข่าวเรื่องคนร้ายกับกัลยณัฏฐ์หญิงสาวต้องไปให้ปากคำเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ระหว่างที่รอปุณณวิชญ์ฟื้น หญิงสาวรู้ว่าปราณีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแต่เธอเลือกที่จะไม่ไปเยี่ยม ไม่ใช่เพราะเธอใจดำหรือโกรธ แต่เพราะเธอกลัวว่าจะใจอ่อนจนทำให้ไม่กล้าเอาผิดเธอ“ผมแค่แจ้งให้ทราบเท่านั้นครับ ส่วนเรื่องคดีก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของตำรวจเจ้าของคดี” ขุนพลบอกหญิงสาว“ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ” เธอยกมือไหว้และขอบคุณขุนพล“ไม่เป็นไรครับ ถ้านายวิชญ์ฟื้นแล้วรบกวนบอกผมด้วยนะครับ” ขุนพลบอกแล้วขอตัวกลับภายในห้องพักผู้ป่วยตอนนี้มีเมษาและกัลยณัฏฐ์นั่งรอให้ชายหนุ่มฟื้น ส่วนกัลยาและพิจิกากลับไปก่อนแล้ว เมษาให้ลูกสาวไปนอนที่บ้านของกัลยา ส่วนเธอจะรอกว่าน้องชายคนเดียวจ

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 21 ลองเปิดใจ

    ปุณณวิชญ์ตื่นนอนแต่เช้าแม้จะนอนดึกแต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกๆ วัน พอออกมาจากห้องพักก็เห็นแขกผู้เข้าพักท่านอื่นกำลังใส่บาตรกันอยู่ชายหนุ่มจึงเดินเลี่ยงไปอีกทาง“ใส่บาตรไหมคะ” เสียงหวานดังไล่หลังเขามา“ผมไม่ได้เตรียมของมาเลย” เขาหันไปยังเจ้าของเสียง ใบหน้าสวยหวานนั้นดูสดชื่นกว่าเมื่อวานมาก“นี่ค่ะ แม่

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 20 ขออนุญาต

    ปุณณวิชญ์ขับรถมายังร้านอาหารที่เธอบอกให้มารับ ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีทั้งนั่งรับประทานเป็นโต๊ะ หรือถ้าเป็นหมู่คณะก็มีห้องแยกเป็นส่วนตัว ชายหนุ่มดูป้ายหน้าร้านเมื่อทราบว่าเธอและเพื่อนครูอยู่ห้องไหนเขาก็เลือกนั่งบริเวณที่เห็นประตูทางออก ชายหนุ่มสั่งอาหารทานเล่นมาสามอย่างกับน้ำมะพร้าวปั่นอีกหนึ่งแก้

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 19 เป็นห่วง

    ชายหนุ่มมาที่บ้านของตัวเองตั้งแต่เช้าเพื่อเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้สิงหนาทเพราะวันนี้เขาจะไม่เข้ามาอีกแล้ว จากนั้นก็จัดของในรถที่กระจัดกระจายให้เข้าที่เพียงไม่นานหญิงสาวตัวเล็กก็เดินเข้ามา วันนี้เธอสวมกางเกงพละและเสื้อสีฟ้าคอปก ที่มีตราประจำโรงเรียนอยู่ที่กระเป๋าบนอกเสื้อด้านซ้าย ผมที่สั้นตอนนี้เริ่มยาวข

  • โอบรักด้วยหัวใจ   ตอนที่ 18 เชื่อแล้วว่าเธอไม่ใช่เด็ก 2

    ปุณณวิชญ์ขับรถออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้าเพราะวันนี้มีนัดคุยกับอาธร เมื่อขับผ่านมาถึงหน้าโรงเรียนก็เห็นขบวนพาเหรดกีฬาสี มีนักเรียนบางส่วนเดินเข้าไปในรั้วโรงเรียนบ้างแล้ว ด้านหน้ารถติดยาวหลายร้อยเมตรชายหนุ่มจอดรถแล้วนั่งรอให้ขบวนผ่านไปช้าๆ สีสุดท้ายที่กำลังจะถึงรั้วโรงเรียนเป็นขบวนของนักกีฬาสีฟ้า นั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status