Home / รักโบราณ / โอสถฟ้าบัญชารัก / ตอนที่ 2 ชีวิตที่เก็บตก (2)

Share

ตอนที่ 2 ชีวิตที่เก็บตก (2)

last update publish date: 2025-02-13 23:37:18

2 วันต่อมา

‘หุบเขาหงถาว’ (ท้อแดง) มีโอกาสได้ต้อนรับอาคันตุกะที่ลักพา...แค่ก เชื้อเชิญมาด้วยวิธีการอันไม่น่าจะกล่าวถึงนัก 2 คน เดิมทีคนของนายท่านใช้วิธีการต่าง ๆ นานา

กล่าวเชื้อเชิญอย่างสุภาพ... ‘ข้าอารมณ์ไม่ดีไม่ไป’

เสนอรางวัลให้อย่างงาม... ‘เหอะ! เงินทองนับเป็นกระไรได้ ไม่ไป!’

ล้อมจับ... ‘ฮึ...คิดหรือว่าข้าจะกลัว เจอพิษที่ข้าคิดขึ้นมาใหม่หน่อยปะไร”

จนสุดท้ายนายท่านสั่งให้ยื่นจดหมายฉบับหนึ่ง... ‘โอ้...หมอต้องมีจิตใจแห่งโพธิสัตว์ ไยไม่เร่งนำทางอีก’

“ไหนคนไข้ รีบพาข้าไปหาเร็วเข้า!” เดินทางรอนแรมเกือบเดือนอย่างเร่งรีบด้วยวิชาตัวเบาสลับกับการขี่ม้า ไม่ต้องให้พูดถึงสภาพผู้มาเยือนเลย แต่ละคนแข้งขาสั่นแรงเดินไม่มี สภาพสกปรกมอซอราวขอทาน

“จับโยนลงสระเย็น” เสียงเฉื่อยชาไม่บ่งบอกอายุของชายหนุ่มผมเงินดูเจ้าสำราญ เขากำลังนั่งยกจอกสุราอุ่น ๆ ขึ้นจิบ ท่วงท่าทิ้งตัวพิงขอบตั่งเปิดสาบเสื้อให้แยกออกเห็นผิวเนื้อแน่นตึง

ดูเยี่ยงไรก็คล้ายคุณชายเสเพลท่านหนึ่ง

“ขอรับนายท่าน!”

“เพ้ย! ไอ้หนุ่มหัวหงอก! นี่หรือมารยาทรับรองแขกของเรือนเจ้า” หมอประหลาดโวยวายตอนโดนมือขวาของเจ้าหุบเขาหิ้วคอเสื้อด้านหลัง

ชายผมเงินแม้สั่งความแต่ก็รู้ว่าคนสนิทคงทำอันใดหมอประหลาดไม่ได้จึงโบกมือยกเลิก เปลี่ยนคำสั่งใหม่

“เรือนว่างหลังนั้น ท่านกับศิษย์ใช้งานได้ คงไม่คิดเอากลิ่นมรณะนี่ไปรมในเรือนข้าจนเด็กน้อยสิ้นลมกระมัง”

!!!

ถูกเจ้าหุบเขาปรามาสว่าตัวเหม็นโฉ่ หมอประหลาดก็มีสีหน้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนศิษย์น้อยของหมอประหลาดปรายตามองอาจารย์นิ่งเงียบจึงเดินตามคนของหุบเขาหงถาวไป

ผ่านไป 2 เค่อ เจ้าหุบเขาก็ลุกขึ้นผายมือเชื้อเชิญหมอประหลาดเข้าเรือนหลัก

“อ้อ...จริงสิ เสียมารยาทแล้ว ข้าโม่โฉ่ว (ไร้ทุกข์) เป็นเจ้าหุบเขาหงถาวแห่งนี้ ที่เชิญท่านมาเพราะศิษย์ถูกพิษประหลาดไร้ทางรักษา ไม่เคยมีผู้ใดพบในแผ่นดินมาก่อน นางอยู่ในห้องนี้ เชิญ”

ระหว่างเดินตามกันมายังห้องนอนเล็ก โม่โฉ่วหยุดยืนหันเพียงเสี้ยวหน้ามาแนะนำตัวกับหมอประหลาด เปิดประตูให้อาคันตุกะเข้าไปก่อน

หมอประหลาดรีบเดินสะพายล่วมยาหนักอึ้งก้าวไปด้านหน้า กลับรู้สึกถึงไอเย็นยะเยือกแผ่กำจายในห้องนอน จุดที่เย็นสุดมาจากทางเตียงปาปู้ลายดอกท้อ

“นี่!...หายาก! หายาก!” ยังไม่ทันตรวจชีพจรดวงตาหมอวัยกลางคนก็เปล่งประกาย

เพียะ!

“หยุด! อยากตายเรอะไอ้เฒ่าฉีก้วยเชิง!”

มือที่เอื้อมออกไปหวังคลำชีพจรดรุณีน้อยถูกปัดออกพร้อมเสียงตวาดคุ้นหู

“ตู๋ยี่ (แม่เฒ่าพิษ) ... ยัยเฒ่าหนังเหี่ยวเจ้าก็อยู่นี่รึ!?”

“เหอะ! พิษเย็นในตัวนังหนูนี่ร้ายกาจนัก เจ้าจับสุ่มสี่สุ่มห้า ระวังไอเย็นพุ่งเข้าทำลายตันเถียน”

“เจ้าไม่รู้จักพิษชนิดนี้?”

หมอประหลาดเห็นหน้าตายายเฒ่าถมึงทึงยิ่งดีใจจนตัวสั่นระริก ถูไม้ถูมือหยิบถุงมือหนังเม่นทองที่รีดบางราวปีกจักจั่น แล้ววางนิ้วลงจับบนชีพจรของเด็กน้อย

คิ้วรก ๆ เดี๋ยวขมวดเดี๋ยวคลาย...

“พิษเย็นนี่ประหลาดนัก ไม่เหมือนพิษจากภายนอกแต่กลับเกิดจากตันเถียนของเจ้าเด็กน้อยนี่ ไอเย็นวิ่งสะเปะสะปะไปตามเส้นชีพจร...”

“ชีพจรนี่!!!?” หมอประหลาดหันขวับไปมองตู๋ยี่ตาโต

ยายเฒ่าพิษบิดยิ้มเบี้ยวผงกหน้ารับ นางก็ตรวจเจอชีพจรพิเศษของนังหนู จึงรั้งอยู่หุบเขานี่มานานกว่า 5 เดือนแล้ว

“เอาล่ะ พิษเย็นกำเริบจนถึงจุดนี้ได้เยี่ยงไร จากอาการที่ข้าตรวจดูไม่น่ารุนแรงปานนี้”

“เจ้าหุบเขาโม่โฉ่วสอนนังหนูนี่เดินลมปราณ กลับไปกระตุ้นพิษเย็นจนระเบิดกระจายไปทั่วร่าง ข้าใช้ทั้งหนังคางคกไฟ เขาแรดเพลิงยังได้แค่พยุงอาการ”

“เพ้ย! เขาแรดเพลิงเจ้าใช้กับเส้นลมปราณเปราะบางของเด็ก 5 หนาว อยากให้นางพิการรึยายเฒ่าสมองหมู!

สองผู้เฒ่าที่เป็นเอกในเรื่องสมุนไพรต่างเริ่มถกเถียงกันถึงการต้านพิษ ตอนนี้ทั้งหมอเทวดาและยายเฒ่าพิษ ผู้รั้งอันดับหนึ่งในยุทธภพต่างลงแรงให้ดรุณีน้อยผู้หนึ่ง

เป็นความโชคดีในความโชคร้าย

หรือโชคชะตา?

‘ข้าจะฝังเข็มให้นางก่อน’

เสิ่นซินที่หลับลึก สติกำลังค่อยฟื้นคืนมาทันได้ยินเสียงถกเถียง พลันความเย็นจัดเข้าจู่โจมตามแขนขาจนร่างเล็กผอมแห้งสั่นเทารุนแรง

กึก กึก กึก…

“อ๊า…”

ความเจ็บปวดที่ปลายนิ้วราวกับถูกมดแมลงค่อย ๆ กัดกินเนื้อหนังทีละนิด ความรู้สึกของการถูกกัดแทะจนถึงกระดูกขนาดผู้ใหญ่ยังแทบทานทนไม่ได้

“กรี๊ดดดดดดดด อ๊า อ๊า…”

แต่เด็กน้อย 5 หนาวผู้หนึ่งกลับอดทนด้วยพลังใจอันแข็งแกร่งน่าเหลือเชื่อ

“จับตัวนางไว้! อย่าให้นางสั่นเช่นนี้ ข้ามิอาจฝังเข็มได้” หมอประหลาดรีบตะโกนเตือนยายเฒ่าพร้อมโยนถุงมือหนังเม่นทองข้างที่เหลือให้

หากไม่มีหนังเม่นทองนี้คาดว่ายายเฒ่าพิษก็ไม่อาจจับตัวยัยหนูนี่โดยไม่โดนพิษเย็นแทรกเข้าชีพจร

วิชาลับเข็มตรึงวิญญาณ เป็นการฝังเข็มอันเลื่องชื่อของหมอประหลาด ทั้งรวดเร็ว แม่นยำ ลื่นไหล ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วยาม เข็มทอง 670 เล่มถูกปักลงตามจุดทางเดินลมปราณจิงเสวี่ย [1] ทั้ง 14 เส้น ไล่ตามลำดับ

ทั้งห้องมีเพียงเจ้าหุบเขาที่มองตามการฝังเข็มได้ทัน

“ข้าต้องการคนที่มีลมปราณหยางบริสุทธิ์มาถ่ายพลังลงบนเข็ม จะได้ผลดีกว่า”

โม่โฉ่วเดินเข้าไปหยุดข้างเตียง ยกมือรีดเค้นกำลังภายในถ่ายลงไปบนตัวเข็ม เข็มทองทั้งหมดสั่นระรัวค่อย ๆ ปักลึงลงไป 1 ชุ่น

“ทิ้งไว้ 2 เค่อ ค่อยถอนเข็มออก นังหนูนี่คงตื่นขึ้นมาเอง อดทนหน่อยล่ะนังหนู พ้น 2 เค่อนี่ไปเจ้าก็รอดแล้ว”

หมอประหลาดพูดไปหอบไปพยายามปรับสมดุลลมปราณ เดินพลังผ่านชีพจรในร่างเพื่อฟื้นกำลัง ผ่านไป 2 เค่อ เขาสูดหายใจฟื้นพลังได้สามส่วน ลุกขึ้นใช้ท่าร่างเข็มตรึงวิญญาณถอนเข็มจากจุดชีพจร

“แค่ก...แค่ก...”

เสิ่นซินสะดุ้ง ‘เฮือก’ หลังเข็มเล่มสุดท้ายถูกถอนออก โก่งตัวไอออกมาเป็นไอควันเย็นจัดสีขาว

“เจ้าดื่มน้ำอุ่นเสียหน่อย” เสียงกังวานของศิษย์น้อยของหมอประหลาดมาพร้อมแก้วน้ำอุ่น

หวังหยูซินอดมองเด็กหญิงที่อายุน้อยกว่านาง 4 ปีผู้นี้ด้วยสายตานับถือมิได้ นางมองฝ่ามือที่เริ่มมีเลือดหยดไหลซึมออกตามซอกนิ้ว คาดว่าทั่วทั้งฝ่ามือคงมีแผลเหวอะหวะเพราะจิกนิ้วข่มกลั้นความเจ็บปวด

“ขอบคุณพี่สาวเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านหมอกับท่านป้าตู๋ยี่ด้วยนะเจ้าคะ”

คนป่วยพยายามลุกขึ้นเพื่อโค้งคำนับผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือตนจนพ้นวิกฤต

“พอแล้ว ไม่ต้องขอบคุณหรอก ข้าช่วยเพราะสนใจพิษประหลาดในตัวเจ้า รักษาเจ้าก็เหมือนข้าได้ทดสอบพิษ ฮ่า ฮ่า คุ้มค่ายิ่ง!”

เสิ่นซินมุมปากกระตุกเก็บความซาบซึ้งกลับแทบไม่ทัน!

เห็นข้าเป็นหนูทดลองยา...ดีนัก!

“หมดเรื่องแล้ว ข้าไปร่ำสุราต่อ...หากเด็กนี่ใกล้ตายค่อยไปเรียกข้า”

เจ้าหุบเขาที่ยืนเอนพิงเสาเตียงปรายตามองเด็กน้อยหนหนึ่ง ก็เดินเอื่อยออกไปไม่รอผู้ใดตอบรับ

“นังหนูยื่นแขนให้ข้าตรวจชีพจรดู เจ้าไปได้พิษเย็นนี่มาจากที่ใด พิษนี้รุนแรงร้ายกาจ แต่ยังมีส่วนดีกับร่างกายเจ้า ทางหนึ่งก็กัดกินเส้นลมปราณแช่แข็งตันเถียน แต่ยามเจ้าพิษกำเริบกลับปกป้องร่างกายเจ้าไม่ให้ผู้ใดแตะต้อง”

“ว่าแต่...อายุ 5 หนาวเจ้ามีลมปราณก่อกำเนิดแล้วรึ แถมจุดชีพจรเปิดตลอดร่างไม่ติดขัด พรสวรรค์ด้านวรยุทธ์เข้าขั้นอัจฉริยะในรอบ 100 ปีเชียวนา!”

หมอเฒ่าตรวจชีพจรไปก็อ้าปากพูดไปเรื่อย ถามแล้วกลับไม่รอคำตอบ บางคราก็ราวกับพูดกับตนเองเสียมากกว่า

เสิ่นซินจึงเลือกไม่ตอบคำ

‘ถ้าท่านหมอรู้ว่าข้ามีลมปราณก่อกำเนิดตอน 3 ขวบ คงมิใช่ตกใจจนเป็นลม?’

ท่านแม่เคยบอกว่าข้ามีพรสวรรค์ในรอบ 1,000 ปี…

[1] จิงเสวี่ย - ฝังเข็มในเส้นลมปราณหลัก 12 เส้น และเส้นลมปราณกลางลำตัว 2 เส้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 9 ช่วยสหาย, จัดการตงจื่อจิน (1)

    เสิ่นซูเย่วเดินสะกดรอยตงจื่อจินออกมาจากตลาดเดินไปทางทิศใต้ของเมืองราว 1 เค่อ แล้วเดินเลี้ยวไปทางตะวันตกอีก 2 เค่อ แถบนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านธรรมดา บ้านบางหลังสภาพทรุดโทรม แต่คงไม่เท่าหลังที่ตงจื่อจินเปิดประตูไม้เอียงกระเท่เร่เข้าไป“แค่ก แค่ก…”“โอ๊ย…ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ ข้ากลับมาถึงก็ทำเป็นไอสำออยเชียวนะ เฮอะ!”นอกบ้านเสิ่นซูเย่วได้ยินเสียงไอของชายคนหนึ่งพร้อมจับลมหายใจแผ่วได้ มาพร้อมเสียงก่นด่าของสะใภ้ใจมาร‘ด้านในคงเป็นลุงรองหู’เมื่อยืนยันที่อยู่แน่ชัด เสิ่นซูเย่วหมุนตัวกลับเข้าเมืองไปยังโรงเตี๊ยมก่อน“พี่หญิง ตอนเย็นเดี๋ยวข้าอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนท่าน จากนั้นข้าจะออกไปธุระด้านนอกนะขอรับ” ศิษย์พี่กำลังนั่งจิบชาอยู่ล่างโรงเตี๊ยม นางจึงรีบนั่งลงทำเป็นพูดคุยเสียงไม่เบานัก“ธุระอันใดให้พี่ไปช่วยหรือไม่” เพราะศิษย์น้องไม่ได้เตี๊ยมกันไว้ก่อน หวังหยูซินคิดว่าคงมีเรื่องอันใดจึงออกปาก“อะแฮ่ม…ธุระของลูกผู้ชายขอรับ พี่หญิงท่านพักผ่อนอยู่โรงเตี๊ยมเถอะ” รอยยิ้มกรุ้มมกริ่มมุมปากไม่ได้ช่วยให้ศิษย์พี่เอะใจธุระอันใดกัน ธุระของลูกผู้ชาย“นี่คงคิดไปดื่มสุราอีกแล้วล่ะสิ ตามใจเจ้าอย่าดื่มมากเ

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 8 คืนที่วุ่นวาย (2)

    อันดับ 10 ฉายาเจี่ยวเฉียนจิน (เท้าพันชั่ง) หูเหว่ยซิน สำนักอู๋ตังอันดับ 9 ฉายาโม๋กุ่ยซานจื๋อ (มารน้อยสามเล็บ) เลี่ยวชูหราน พรรคจิ้งจอกสวรรค์อันดับ 8 ฉายาเฉินสือฉวา (บุปผารำพัน) เมี่ยวจือซี พรรคเอ๋อเหมยอันดับ 7 ฉายาเฮยกู๋ (อินทรีดำ) ติงเซี่ย หุบเขาอินทรีทองอันดับ 6 ฉายามู่ซือถง (นักบวชสำริด) สมณฉายาอิ้งซุ่น เสี้ยวลิ้มยี่อันดับ 5 ฉายาเล่ยอิง (เหยี่ยวสายฟ้า) ต้วนอวี้หาน เกาะสายฟ้าอันดับ 4 ฉายาไป๋หนี่ฮวา (ธิดาร้อยบุปผา) หวงหยินเย่ว ตำหนักธิดาเทพอันดับม 3 ฉายาปู้หลิวเฉว่ (ไร้โลหิต) เกอเหยาฉิน หุบเขาเร้นเงาอันดับ 2 ฉายาจู่เซียนตี้ยี่ (บรรพตโลกันต์) เฟิงหยินเซี่ย พรรคมารสวรรค์อันดับ 1 ฉายาเทียนถังจื่อกวง (แสงสวรรค์) เมิ่งจีเย่ว พรรคกระเรียนเงิน”ได้ยินรายชื่อทั้ง 10 จอมยุทธ์รุ่นเยาว์ในโรงเตี๊ยมก็หันมาสนทนากันด้วยประเด็นร้อน“เทียนถังจื่อกวงกับจู่เซียนตี้ยี่ผลัดกันครองอันดับหนึ่งทุกปี สมกับเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในงานประลองครั้งนี้”“ปีนี้ได้ข่าวว่านายน้อยเกาะสายฟ้าอย่างเล่ยอิงก็ตอบรับเทียบเชิญมาด้วย”ไม่ใช่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทุกคนที่จะออกมาเผยโฉมภายนอกได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าบุคคลนั้นเป็นศิ

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 8 คืนที่วุ่นวาย (1)

    ห้องรับรองชั้น 3 บนโรงเตี๊ยมแม้กลางวันจะมีเหตุล่วงเกินเหล่าชาวยุทธ์ แต่ตัวตนของ ‘ศิษย์หมอประหลาด’ เป็นดอกไม้กลิ่นหอม ชาวยุทธ์ที่ปากก็บอกไม่อยากเข้าใกล้ แอบลักลอบมาขอพบพยายามสานสัมพันธ์อันดี ส่งมอบของขวัญ สินน้ำใจแน่นอนว่า...เสิ่นซูเย่วรับทั้งหมด!“พี่หญิง คนเขามีน้ำใจให้มาก็รับไว้เถอะ พวกท่านไม่ได้มาขอร้องสิ่งใดนี่ ใช่หรือไม่?”เป็นพวกเขาประเมินความไร้ยางอายของผู้อื่นต่ำเกินไป!ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวสารอีกกำมือ ได้แต่เฝ้ามองสมุนไพรล้ำค่าลอยเข้าปากนายทวารเฝ้าประตูห้องของศิษย์หมอประหลาด“ซูเย่ว เจ้าไม่ควรรับไว้ผูกพันธ์เป็นบุญคุณรัดตัว หากเขาให้ตอบแทนด้วยร่างกายจะทำเยี่ยงไร?” หวังหยูซินหยอกล้อศิษย์น้องหน้าตาย“หมูหมากาไก่คิดอยากจะมีบุญคุณกับข้า ต้องดูว่ามีความสามารถหรือไม่นะเจ้าคะ” เสิ่นซูเย่วบิดปากยิ้มกริ่ม นำของฝากมาคัดแยกอารมณ์ดี‘ข้าไม่รับเป็นบุญคุณเสียอย่าง จะทำอะไรข้าได้’“เจ้าไม่เดินลมปราณสลายปราณหยางหรือ เดี๋ยวพี่เฝ้าระวังให้” หวังหยูซินเดินมาช่วยศิษย์น้องแยกสินบน...แค่ก ของกำนัลมือไม้คล่องแ

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 7 ศิษย์หมอประหลาดและคุณชายไม่เอาไหน (2)

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แค่ก”“ฮ่า ข้า ฮ่า หยะ ฮ่า หยุด หัว ฮ่า เราะ ไม่ได้!!!”“ฮ่า ฮ่า”“จอมยุทธ์โปรดยั้งมือด้วย!” หวังหยูซินหงายฝ่ามือรับหมัดที่ส่งมาตามติดศิษย์น้อง หมุนข้อมือใช้หลังมือปัดหมัดเบี่ยงทิศทางนางหมุนตัวยกมืออีกข้างรับฝักดาบที่กระแทกลงมา กางศอกเบี่ยงตัววาดมือเข้าทั้งสองเป็นวงกลมสลายกำลังภายใน กระแทกฝ่ามือใส่คนผู้นั้นถอยร่น“แม่นางหาใช่เรื่องของเจ้า ถอยออกไป! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!”“ไม่ปราณีแล้วอย่างไร คิดว่าสู้พี่หญิงของข้าได้รึ ฮ่า ฮ่า” เสิ่นซูเย่วกระโดดเข้ามาหลบหลังบอบบางของหวังหยูซิน โผล่หัวออกมาด้านข้างเยาะเย้ยกลอกตาใส่“เจ้า! ไอ้เด็กปากเหม็น วันนี้บิดาจะสั่งสอนเจ้า!”พรึ่บ! ตึง!เสิ่นซูเย่วที่คอยท่าขว้างผงนิทราเข้าหน้าชาวยุทธ์ที่กำลังเดือดดาล เพียงเขาสูดลมหายใจก็ล้มตึงกางแขนกางขานอนกรนดังสนั่น“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“โอย ฮ่า ฮ่า หัวเราะ ฮ่า จน ฮ่า ปวดท้อง”การต่อสู้ด้านในจบลง แต่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมกลับมีภาพอันแปลกประหลาด ชาวยุทธ์ที่ยืนชมดูเรื่องสนุกหัวเราะสลับร้องโอดโอย

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 7 ศิษย์หมอประหลาดและคุณชายไม่เอาไหน (1)

    1 เดือนต่อมา            เมืองจงเหลียง ชายแดน 3 แคว้น จ้าว ฉู่ เหยียน            ครึ่งปีก่อนจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันนามรองหานเถิงเหวิน ฉายาอวิ๋นทุนเย่ว (เมฆากลืนจันทร์) สำนักดาบเงาเมฆาประกาศจัดงานประลองยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ขึ้น วันที่ 5 เดือน 5 ตรงกับเทศกาลลี่เซี่ย[1]            หัวเมืองทางผ่านจากแดนล่างขึ้นสู่อาณาจักรบนจึงเต็มไปด้วยจอมยุทธ์จากสำนักที่ตั้งในเขตแดนล่าง โรงเตี๊ยมที่พักแทบไม่มีห้องว่างเหลือให้จับจอง            และโรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยมก็เป็นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารต่าง ๆ ในยุทธภพชั้นดี            “นี่พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ศิษย์เอกของอาวุโสฉีก้วยเชิงปรากฏตัวที่แคว้นเว่ย”            “ศิษย์ของหมอเทวดาผู้นั้นน่ะหรือ? มิใช่แอบอ้างรึ?”            “จริงเท็จอย่างไร เจ้าก็ลองเข้าไปซื้อข่าวที่ตำหนักว่านเหนี่ยว (หมื่นสกุณา) ดู”            จอมยุทธ์ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ด้านล่างของโรงเตี๊ยมกำลังสนทนากันถึงข่าวที่กำลังโด่งดังไปทั่วยุทธภพกับสหายชาวยุทธ์            “พวกท่านไม่ต้องเสียตำลึงไปซื้อข่าวหรอก ตัวข้าอยู

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 6 ลงจากเขา (2)

    หุบเขาหงถาวฟิ้ว...วี้ด...“นายท่านคุณหนูกลับมาแล้วขอรับ” หลี่เหว่ยได้ยินเสียงสัญญาณลับจึงเคาะประตูรายงานนายท่าน“เจ้าคิดดีแล้วหรือ” ตู๋ยี่มีความวิตกระหว่างคิ้ว หน้าตาไม่สบายใจอย่างยิ่ง“เจ้าจะเก็บนังหนูไว้บนหุบเขาตลอดไปไม่ได้หรอก ปล่อยนางผจญโลกภายนอกหาประสบการณ์ชีวิตเถอะ” หมอประหลาดขัดคำพิรี้พิไรของยายเฒ่าพิษ"ถ้าเลือดนางถูกค้นพบ?”“อาจารย์ เจ้าหุบเขาพวกท่านโปรดวางใจ ข้าจะคอยควบคุมศิษย์น้องให้ดี”ไม่ให้นางก่อเรื่องราวใหญ่โต...ประโยคที่เหลือแม้หวังหยูซินไม่ได้พูดออก อาวุโสในห้องหนังสือล้วนรู้แจ้ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ต่อให้ทักทายเสียงอ่อนหวานแต่การหมุนข้อมือโบกพัดเอื่อย ๆ ตั้งศอกไพล่หลัง ก้าวขายาวกว้าง อกผายท่าทางองอาจสง่างามตู๋ยี่มองสารรูปชายไม่ใช่หญิงไม่หญิงแล้วอยากจะยกถุงหอมมาสูดดมทุกทีไม่ใช่พวกเขาไม่ลักพา...แค่ก เชิญน่ะเชิญ มามาอาวุโสจากในรั้ววังมาสั่งสอนมารยาทสตรี ทั้งฉินฉีซูฮว่า [1] ได้เจ้าหุบเขาที่เป็นเอกบุรุษด้าน 4 ศิลป์แห่งซิ่วไฉ่สอนสั่งด้วยตนเองเพียงแต่นางทำได้ดีเกินไป ดีจนไร้ที่ติแล้วก็เลิกสนใจโดยสิ้นเชิงเวลาของเสิ่นซูเย่วใน 12 ปีที่มาอยู่หุบเขาหงถาว หมดไปกับการฝึกวร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status