مشاركة

ตอนที่ 3 นามรอง (1)

last update تاريخ النشر: 2025-02-13 23:38:06

7 วันผ่านไป

อาการกำเริบของพิษเย็นถูกหมอเฒ่าและยายเฒ่าช่วยกันหาทางระงับควบคุมไว้ได้ ทำให้เสิ่นซินกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว

‘เจ้าไม่ใช่ศิษย์ข้า แต่เป็นคุณหนูน้อยแห่งหุบเขาหงถาว’

เสิ่นซินเรียกขานท่านเจ้าหุบเขาเป็นอาจารย์เขากลับรีบปฏิเสธ สุดท้ายบอกว่าอยากเรียกอะไรได้ทั้งนั้นยกเว้นอาจารย์ และฐานะของนางถูกยกเป็นคุณหนูน้อยไปแล้ว

“ชีพจรวันนี้ดีนัก เจ้ากินยาเทียบนี้ติดต่อกันสัก 3 ปี อาการกำเริบของพิษเย็นจะกำเริบเหลือปีละ 2 ครั้ง หลังจากนั้น ในวันที่ร้อนที่สุดและเย็นที่สุดของปี”

“ไม่ได้หายขาดหรือเจ้าคะ?” เสิ่นซินถามด้วยความผิดหวัง

“ข้าเป็นหมอมิใช่เทพเซียน! พิษประหลาดของเจ้าไร้ที่มา ข้ากดอาการของมันให้เจ้าได้นับว่าดีเท่าไหร่!” คำถามของเด็กน้อยหมอประหลาดเหมือนโดนเหยียบหาง ลุกขึ้นมาเต้นเร่า

ยิ่งดวงตากลอกกลิ้งไม่เชื่อถือ...

ราวกับเขามีเพียงราคาคุย!

“เพ้ย! ถึงไม่หายขาดแต่เจ้าสามารถโคจรลมปราณได้โดยแลกกับอาการกำเริบเดือนละครั้ง!”

“ท่านทำการค้ารึ? เอาผลประโยชน์เล็กน้อยล่อลวงข้าหวังให้ข้าคล้อยตาม”

เสิ่นซินแม้ยังไม่หายดี แต่เป็นเด็กใฝ่รู้จนน่ากลัว กลางวันเรียนหนังสือโดยท่านจ้าวหุบเขาสอนด้วยตนเอง ตกเย็นสอบถามเรื่องทำการค้ากับหลี่เหว่ยมือซ้ายของเจ้าหุบเขา

อย่าเห็นนางเป็นเพียงเด็กน้อยไม่รู้ความ สิ่งใดได้รับการสอนสั่งล้วนจดจำไม่ลืม ภายใน 7 วันที่ลืมตาตื่นสามารถเรียนรู้ตัวอักษรได้มากกว่า 350 ตัวแล้ว

โม่โฉ่วยามค้นพบมีประกายแปลกประหลาดสะท้อนผ่านแววตาเฉื่อยชา แล้วหายไปไร้ร่องรอย

ตู๋ยี่เห็นหน้าดำจนเขียวของหมอประหลาดก็หัวเราะใส่หน้า “ฮ่า ฮ่า ไอ้หมอเฒ่าโดนเด็กถอนหงอกแล้ว”

“เหอะ! เจ้าอยู่มา 5 เดือนกลับทำอันใดไม่ได้ กล้ากล่าววาจาต่อหน้าข้ารึ” สองผู้เยี่ยมยุทธ์ไม่มีใครยินยอม ทำท่าจะวางมวยเตรียมควักทั้งพิษทั้งยาในห่อพกมาสาดใส่กัน

“ท่านป้าตู๋ยี่กับท่านลุงฉีก้วยเชิงผู้ใดเก่งกาจกว่ากันหรือเจ้าคะ” เสิ่นซินที่นอนชมดูก็ถามขึ้นราวไม่ตั้งใจ

“ข้า!”

“ข้า!”

ยายเฒ่าพิษและหมอประหลาดแทบจะตอบออกมาพร้อมกัน

“เรื่องปรุงพิษแก้พิษตัวข้าตู๋ยี่เป็นหนึ่งย่อมไม่มีสอง พิษเจ็ดราตรีเลือนรางของข้ายังไม่มีผู้ใดแก้พิษได้ แม้แต่ไอ้หมอเก๊นี่” ยายเฒ่ายืดอกยืดหลังด้วยภูมิใจหนักหนา แสยะยิ้มเหยียดใส่หมอเทวดาที่เต้นผาง

“ถุย ๆ ตัวเจ้ายังแก้พิษที่ปรุงเองมิได้ ปรุงใหม่ก็มิได้เอาอันใดมาภูมิใจ ที่ข้าแก้ไม่ได้เพราะเจ้าไม่ยอมบอกสมุนไพรตัวสุดท้าย!!!”

เสิ่นซินชมดูความสัมพันธ์พิลึกพิลั่นของสองผู้อาวุโส ทั้งสองคล้ายชมชอบแข่งขัน แม้ไม่มีเจตนามุ่งร้ายแต่ยามประลองฟาดฟันถึงตาย นางเอนตัวพิงหัวเตียงเก็บงำประกายเจ้าเล่ห์ในเงามืด

“พวกท่านแข่งกันหลายสิบปีกลับไม่มีผู้ใดแพ้ชนะ ไม่สู้สอนสั่งผู้คนให้มาเป็นตัวแทนแข่งแทนตน? ใครสอนสั่งได้ดีกว่าย่อมฝีมือร้ายกาจกว่า” คำแนะนำเรียบง่ายของเด็กหญิงกลับไปปลุกไฟต่อสู้ของทั้งสอง

“งั้นเจ้ามาเรียนวิชาพิษจากข้า” ตู๋ยี่รีบจับจองเสิ่นซินนำหน้าหมอประหลาดไปครึ่งก้าว

“เพ้ย! เจ้าจะโกงข้ารึไร! พรสวรรค์นังหนูนี่ในรอบ 100 ปี จะมีสักคน ไม่ได้จะหาคนสอนสั่งแข่งกันต้องมีพรสวรรค์เทียบเท่ากันจึงจะถูก!”

“ถ้าเจ้าทวงถามความเหลื่อมล้ำของพรสวรรค์ มิสู้ต้องสอนคนเดียวกันเลยรึไง!” แม่เฒ่าพิษถูกแย่งคนก็โมโหหลุดปากกระแทกเสียง แต่หมอประหลาดกลับชะงักคิดตาม

“ได้! ถ้างั้นข้าสอนวิชาแพทย์ เจ้าสอนวิชาพิษผลัดกันคนละ 2 ชั่วยามต่อวัน พอครบปีมาทดสอบความก้าวหน้า 1 ครั้ง”

“ดี!”

“ดี!”

ครานี้กลับเห็นดีเห็นงามพูดตกลงกันเองเสร็จสรรพ

...

เสิ่นซินกลายเป็นศิษย์ของทั้งสองแบบงง ๆ

เด็กหญิงกดตามองต่ำปกปิดแววเจ้าเล่ห์สมใจ ไม่คิดว่าจะได้ผลที่เกินคาด คิดว่าขอเพียงได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของท่านผู้ใดผู้หนึ่งก็ดีแล้ว

“ตอนเช้ากับเย็นต้องฝึกปราณกับข้า ครึ่งเช้าเรียนวรยุทธ์ เขียนอักษร ที่เหลือพวกท่านแบ่งเวลาเอาเอง” เจ้าหุบเขาเยี่ยมหน้ามาจัดตารางเวลาโดยไม่ต้องการคำโต้แย้ง

เสิ่นซินรับฟังการจัดตารางใหม่อ้าปากค้าง นางลืมเจ้าหุบเขาผู้นี้ไปได้อย่างไร! ตอนนี้ตารางการเรียนของนางไม่มีเวลาพักตั้งแต่รุ่งสางจรดค่ำ

พวกเขาลืมหรือไรว่า...นางเพิ่งจะ 5 หนาว!!!

ทุ่มหินไม่พ้นหัวแม่เท้าตนเสียแล้ว

ตกเย็นเสิ่นซิ่นถูกเชิญมาร่วมสำรับกับทุกคนที่ห้องโถงของเรือนใหญ่เป็นวันแรก เพราะได้รับอนุญาตจากหมอจริงและหมอพิษแล้ว

บนโต๊ะอาหารมีกับข้าวง่าย ๆ 5 อย่าง น้ำแกง 1 อย่าง หุบเขานี้นอกจากเจ้าหุบเขานายบ่าวทั้งสาม ยังมีบ่าวที่ทำงานหยาบประเภทใช้แรงงานอีกเพียง 3 คน แม่ครัวอีก 1 พวกเขาพักอยู่เรือนหลังป่าไผ่

และด้วยลักษณะนิสัยของเจ้าหุบเขา ในเรือนจึงค่อนข้างหย่อนยานกฎระเบียบ อย่างตอนกินข้าวก็ไม่ได้ห้ามพูดคุย

“ร่างกายนางดีพอที่จะเริ่มเรียนได้หรือยัง?” โม่โฉ่วหยิบจอกสุราขึ้นจิบ อีกมือก็ใช้ตะเกียบคีบเนื้อไก่ขอทานเข้าปาก

“เรื่องฝึกยุทธ์เดินลมปราณทำได้ แต่จะมีผลข้างเคียงคือลมปราณที่หมุนวนจะมีไอเย็นแทรกอยู่ มีทั้งข้อดีข้อเสีย”

กึก กึก...

หมอประหลาดตอบไปก็ใช้ตะเกียบประมือกับยายเฒ่าพิษเหนือโต๊ะ “ไก่ชิ้นนี้ข้าคีบก่อน!”

“ใครดีใครได้”

“ศิษย์พี่ ปกติท่านอาจารย์เป็นเช่นนี้?” เสิ่นซินหันไปถามศิษย์พี่ใหญ่หวังหยูซินเสียงเบา ท่าทางไม่แน่ใจปนคลางแคลง

หวังหยูซินหันมองสภาพอาจารย์ มวยผมหลุดลุ่ย ใบหน้าแดงยับยู่ ไหนเลยเหลือท่าทางสง่างามของหมอเทวดา

“ศิษย์พี่มีคำกล่าวสอนเจ้า ‘อย่าตัดสินคนแต่เพียงภายนอก’ รอดูนิสัยให้ถ่องแท้ก่อน” นางเองก็ถูกท่าทางอ่อนโยนใจดีแรกพบของอาจารย์หลอกลวงเช่นกัน

“เป็นเช่นนั้น!” เสิ่นซินพยักหน้าท่าทางรู้ความ ดวงตาเปล่งประกาย

ศิษย์พี่เห็นศิษย์น้องว่านอนสอนง่ายน่าเอ็นดูสายตาเฉยชาก็อ่อนลง “กินต่อเถอะไม่ต้องใส่ใจ”

เพียะ!

“ข้อดีข้อเสียของไอเย็นในร่างยาโถว [1] ?” โม่โฉวใช้ตะเกียบชิงไก่ชิ้นที่ก่อสงครามเข้าปากหน้าตาย ทำหมอประหลาดและยายเฒ่าพิษหรี่ตามองหน้ากันแล้ววางตะเกียบลง

‘ไอ้หนุ่มนี่ฝีมือไม่ธรรมดา’

สามารถลบกำลังภายในของพวกเขาสองคนที่ปะทะกันได้เรียบง่าย ไม่แน่หากวัดกันที่วรยุทธ์เขาร่วมมือกับยายเฒ่าพิษยังไม่อาจเอาชนะเจ้าหุบเขานี่ได้

“ข้อเสียคือไอเย็นจะกัดกร่อนเส้นลมปราณ ร่างกายจะอ่อนแอเจ็บป่วยง่าย แต่ถ้าพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสหากนังหนูทนไหวใช้ไอเย็นในการขยายขนาดเส้นลมปราณได้...”

ร่างกายนี่จะกลายเป็นอัจริยะแห่งยุคด้านการฝึกยุทธ์!

เส้นลมปราณที่กว้างสามารถกักเก็บพลังปราณให้หมุนวนตามจุดชีพจรได้มากกว่า เปรียบกับเจ้าเป็นแม่น้ำ ผู้อื่นเป็นเพียงลำธารสายเล็ก

เวลาฝึกปรือจะได้ผลลัพธ์ดีและเร็วกว่า

การใช้ออกของกำลังภายในย่อมรุนแรงกว่าคนที่มีพลังฝึกปรือเท่ากัน

“ต้องใช้สิ่งใดเป็นตัวช่วย?” เจ้าหุบเขารินสุราหงถาวใส่จอกของหมอประหลาดและยายเฒ่าพิษที่ยื่นมา

“สุราดี! สุรานี่ดีกว่าสุราดอกท้อของสำนักกระเรียนเงินเสียอีก!” ตู๋ยี่ที่ได้จิบคำแรกถึงกับอุทานอย่างประหลาดใจ โดยไม่เห็นมือของโม่โฉวที่ชะงักไปช่วงสั้น ๆ

“ใช้หญ้าเกล็ดเพลิงมาเป็นตัวยาลดฤทธิ์ยาให้อ่อนลง ใช้ตอนที่นังหนูเดินลมปราณทุกครั้ง”

เสิ่นซินได้ยินชื่อสมุนไพรคุ้นหูอดแปลกใจไม่ได้

‘แสดงว่าท่านแม่มีความรู้เรื่องสมุนไพร’

เด็กหญิงปัดความคิดนี้ไปก่อน ตอนนี้มีสิ่งสำคัญเร่งด่วนกว่า

“พวกท่าน! ข้ามีชื่อนะเจ้าคะ!!!”

[1] ยาโถว - คำเรียกเด็กน้อย สาวน้อย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 9 ช่วยสหาย, จัดการตงจื่อจิน (1)

    เสิ่นซูเย่วเดินสะกดรอยตงจื่อจินออกมาจากตลาดเดินไปทางทิศใต้ของเมืองราว 1 เค่อ แล้วเดินเลี้ยวไปทางตะวันตกอีก 2 เค่อ แถบนี้เป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวบ้านธรรมดา บ้านบางหลังสภาพทรุดโทรม แต่คงไม่เท่าหลังที่ตงจื่อจินเปิดประตูไม้เอียงกระเท่เร่เข้าไป“แค่ก แค่ก…”“โอ๊ย…ไอ้ตัวไร้ประโยชน์ ข้ากลับมาถึงก็ทำเป็นไอสำออยเชียวนะ เฮอะ!”นอกบ้านเสิ่นซูเย่วได้ยินเสียงไอของชายคนหนึ่งพร้อมจับลมหายใจแผ่วได้ มาพร้อมเสียงก่นด่าของสะใภ้ใจมาร‘ด้านในคงเป็นลุงรองหู’เมื่อยืนยันที่อยู่แน่ชัด เสิ่นซูเย่วหมุนตัวกลับเข้าเมืองไปยังโรงเตี๊ยมก่อน“พี่หญิง ตอนเย็นเดี๋ยวข้าอยู่กินข้าวเป็นเพื่อนท่าน จากนั้นข้าจะออกไปธุระด้านนอกนะขอรับ” ศิษย์พี่กำลังนั่งจิบชาอยู่ล่างโรงเตี๊ยม นางจึงรีบนั่งลงทำเป็นพูดคุยเสียงไม่เบานัก“ธุระอันใดให้พี่ไปช่วยหรือไม่” เพราะศิษย์น้องไม่ได้เตี๊ยมกันไว้ก่อน หวังหยูซินคิดว่าคงมีเรื่องอันใดจึงออกปาก“อะแฮ่ม…ธุระของลูกผู้ชายขอรับ พี่หญิงท่านพักผ่อนอยู่โรงเตี๊ยมเถอะ” รอยยิ้มกรุ้มมกริ่มมุมปากไม่ได้ช่วยให้ศิษย์พี่เอะใจธุระอันใดกัน ธุระของลูกผู้ชาย“นี่คงคิดไปดื่มสุราอีกแล้วล่ะสิ ตามใจเจ้าอย่าดื่มมากเ

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 8 คืนที่วุ่นวาย (2)

    อันดับ 10 ฉายาเจี่ยวเฉียนจิน (เท้าพันชั่ง) หูเหว่ยซิน สำนักอู๋ตังอันดับ 9 ฉายาโม๋กุ่ยซานจื๋อ (มารน้อยสามเล็บ) เลี่ยวชูหราน พรรคจิ้งจอกสวรรค์อันดับ 8 ฉายาเฉินสือฉวา (บุปผารำพัน) เมี่ยวจือซี พรรคเอ๋อเหมยอันดับ 7 ฉายาเฮยกู๋ (อินทรีดำ) ติงเซี่ย หุบเขาอินทรีทองอันดับ 6 ฉายามู่ซือถง (นักบวชสำริด) สมณฉายาอิ้งซุ่น เสี้ยวลิ้มยี่อันดับ 5 ฉายาเล่ยอิง (เหยี่ยวสายฟ้า) ต้วนอวี้หาน เกาะสายฟ้าอันดับ 4 ฉายาไป๋หนี่ฮวา (ธิดาร้อยบุปผา) หวงหยินเย่ว ตำหนักธิดาเทพอันดับม 3 ฉายาปู้หลิวเฉว่ (ไร้โลหิต) เกอเหยาฉิน หุบเขาเร้นเงาอันดับ 2 ฉายาจู่เซียนตี้ยี่ (บรรพตโลกันต์) เฟิงหยินเซี่ย พรรคมารสวรรค์อันดับ 1 ฉายาเทียนถังจื่อกวง (แสงสวรรค์) เมิ่งจีเย่ว พรรคกระเรียนเงิน”ได้ยินรายชื่อทั้ง 10 จอมยุทธ์รุ่นเยาว์ในโรงเตี๊ยมก็หันมาสนทนากันด้วยประเด็นร้อน“เทียนถังจื่อกวงกับจู่เซียนตี้ยี่ผลัดกันครองอันดับหนึ่งทุกปี สมกับเป็นตัวเต็งอันดับ 1 ในงานประลองครั้งนี้”“ปีนี้ได้ข่าวว่านายน้อยเกาะสายฟ้าอย่างเล่ยอิงก็ตอบรับเทียบเชิญมาด้วย”ไม่ใช่ยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ทุกคนที่จะออกมาเผยโฉมภายนอกได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะถ้าบุคคลนั้นเป็นศิ

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 8 คืนที่วุ่นวาย (1)

    ห้องรับรองชั้น 3 บนโรงเตี๊ยมแม้กลางวันจะมีเหตุล่วงเกินเหล่าชาวยุทธ์ แต่ตัวตนของ ‘ศิษย์หมอประหลาด’ เป็นดอกไม้กลิ่นหอม ชาวยุทธ์ที่ปากก็บอกไม่อยากเข้าใกล้ แอบลักลอบมาขอพบพยายามสานสัมพันธ์อันดี ส่งมอบของขวัญ สินน้ำใจแน่นอนว่า...เสิ่นซูเย่วรับทั้งหมด!“พี่หญิง คนเขามีน้ำใจให้มาก็รับไว้เถอะ พวกท่านไม่ได้มาขอร้องสิ่งใดนี่ ใช่หรือไม่?”เป็นพวกเขาประเมินความไร้ยางอายของผู้อื่นต่ำเกินไป!ขโมยไก่ไม่สำเร็จยังเสียข้าวสารอีกกำมือ ได้แต่เฝ้ามองสมุนไพรล้ำค่าลอยเข้าปากนายทวารเฝ้าประตูห้องของศิษย์หมอประหลาด“ซูเย่ว เจ้าไม่ควรรับไว้ผูกพันธ์เป็นบุญคุณรัดตัว หากเขาให้ตอบแทนด้วยร่างกายจะทำเยี่ยงไร?” หวังหยูซินหยอกล้อศิษย์น้องหน้าตาย“หมูหมากาไก่คิดอยากจะมีบุญคุณกับข้า ต้องดูว่ามีความสามารถหรือไม่นะเจ้าคะ” เสิ่นซูเย่วบิดปากยิ้มกริ่ม นำของฝากมาคัดแยกอารมณ์ดี‘ข้าไม่รับเป็นบุญคุณเสียอย่าง จะทำอะไรข้าได้’“เจ้าไม่เดินลมปราณสลายปราณหยางหรือ เดี๋ยวพี่เฝ้าระวังให้” หวังหยูซินเดินมาช่วยศิษย์น้องแยกสินบน...แค่ก ของกำนัลมือไม้คล่องแ

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 7 ศิษย์หมอประหลาดและคุณชายไม่เอาไหน (2)

    ฮ่า ฮ่า ฮ่า...แค่ก”“ฮ่า ข้า ฮ่า หยะ ฮ่า หยุด หัว ฮ่า เราะ ไม่ได้!!!”“ฮ่า ฮ่า”“จอมยุทธ์โปรดยั้งมือด้วย!” หวังหยูซินหงายฝ่ามือรับหมัดที่ส่งมาตามติดศิษย์น้อง หมุนข้อมือใช้หลังมือปัดหมัดเบี่ยงทิศทางนางหมุนตัวยกมืออีกข้างรับฝักดาบที่กระแทกลงมา กางศอกเบี่ยงตัววาดมือเข้าทั้งสองเป็นวงกลมสลายกำลังภายใน กระแทกฝ่ามือใส่คนผู้นั้นถอยร่น“แม่นางหาใช่เรื่องของเจ้า ถอยออกไป! ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่ปราณี!”“ไม่ปราณีแล้วอย่างไร คิดว่าสู้พี่หญิงของข้าได้รึ ฮ่า ฮ่า” เสิ่นซูเย่วกระโดดเข้ามาหลบหลังบอบบางของหวังหยูซิน โผล่หัวออกมาด้านข้างเยาะเย้ยกลอกตาใส่“เจ้า! ไอ้เด็กปากเหม็น วันนี้บิดาจะสั่งสอนเจ้า!”พรึ่บ! ตึง!เสิ่นซูเย่วที่คอยท่าขว้างผงนิทราเข้าหน้าชาวยุทธ์ที่กำลังเดือดดาล เพียงเขาสูดลมหายใจก็ล้มตึงกางแขนกางขานอนกรนดังสนั่น“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”“โอย ฮ่า ฮ่า หัวเราะ ฮ่า จน ฮ่า ปวดท้อง”การต่อสู้ด้านในจบลง แต่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมกลับมีภาพอันแปลกประหลาด ชาวยุทธ์ที่ยืนชมดูเรื่องสนุกหัวเราะสลับร้องโอดโอย

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 7 ศิษย์หมอประหลาดและคุณชายไม่เอาไหน (1)

    1 เดือนต่อมา            เมืองจงเหลียง ชายแดน 3 แคว้น จ้าว ฉู่ เหยียน            ครึ่งปีก่อนจ้าวยุทธ์คนปัจจุบันนามรองหานเถิงเหวิน ฉายาอวิ๋นทุนเย่ว (เมฆากลืนจันทร์) สำนักดาบเงาเมฆาประกาศจัดงานประลองยอดยุทธ์รุ่นเยาว์ขึ้น วันที่ 5 เดือน 5 ตรงกับเทศกาลลี่เซี่ย[1]            หัวเมืองทางผ่านจากแดนล่างขึ้นสู่อาณาจักรบนจึงเต็มไปด้วยจอมยุทธ์จากสำนักที่ตั้งในเขตแดนล่าง โรงเตี๊ยมที่พักแทบไม่มีห้องว่างเหลือให้จับจอง            และโรงน้ำชาหรือโรงเตี๊ยมก็เป็นที่แลกเปลี่ยนข่าวสารต่าง ๆ ในยุทธภพชั้นดี            “นี่พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ศิษย์เอกของอาวุโสฉีก้วยเชิงปรากฏตัวที่แคว้นเว่ย”            “ศิษย์ของหมอเทวดาผู้นั้นน่ะหรือ? มิใช่แอบอ้างรึ?”            “จริงเท็จอย่างไร เจ้าก็ลองเข้าไปซื้อข่าวที่ตำหนักว่านเหนี่ยว (หมื่นสกุณา) ดู”            จอมยุทธ์ที่กำลังนั่งจิบชาอยู่ด้านล่างของโรงเตี๊ยมกำลังสนทนากันถึงข่าวที่กำลังโด่งดังไปทั่วยุทธภพกับสหายชาวยุทธ์            “พวกท่านไม่ต้องเสียตำลึงไปซื้อข่าวหรอก ตัวข้าอยู

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 6 ลงจากเขา (2)

    หุบเขาหงถาวฟิ้ว...วี้ด...“นายท่านคุณหนูกลับมาแล้วขอรับ” หลี่เหว่ยได้ยินเสียงสัญญาณลับจึงเคาะประตูรายงานนายท่าน“เจ้าคิดดีแล้วหรือ” ตู๋ยี่มีความวิตกระหว่างคิ้ว หน้าตาไม่สบายใจอย่างยิ่ง“เจ้าจะเก็บนังหนูไว้บนหุบเขาตลอดไปไม่ได้หรอก ปล่อยนางผจญโลกภายนอกหาประสบการณ์ชีวิตเถอะ” หมอประหลาดขัดคำพิรี้พิไรของยายเฒ่าพิษ"ถ้าเลือดนางถูกค้นพบ?”“อาจารย์ เจ้าหุบเขาพวกท่านโปรดวางใจ ข้าจะคอยควบคุมศิษย์น้องให้ดี”ไม่ให้นางก่อเรื่องราวใหญ่โต...ประโยคที่เหลือแม้หวังหยูซินไม่ได้พูดออก อาวุโสในห้องหนังสือล้วนรู้แจ้ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ต่อให้ทักทายเสียงอ่อนหวานแต่การหมุนข้อมือโบกพัดเอื่อย ๆ ตั้งศอกไพล่หลัง ก้าวขายาวกว้าง อกผายท่าทางองอาจสง่างามตู๋ยี่มองสารรูปชายไม่ใช่หญิงไม่หญิงแล้วอยากจะยกถุงหอมมาสูดดมทุกทีไม่ใช่พวกเขาไม่ลักพา...แค่ก เชิญน่ะเชิญ มามาอาวุโสจากในรั้ววังมาสั่งสอนมารยาทสตรี ทั้งฉินฉีซูฮว่า [1] ได้เจ้าหุบเขาที่เป็นเอกบุรุษด้าน 4 ศิลป์แห่งซิ่วไฉ่สอนสั่งด้วยตนเองเพียงแต่นางทำได้ดีเกินไป ดีจนไร้ที่ติแล้วก็เลิกสนใจโดยสิ้นเชิงเวลาของเสิ่นซูเย่วใน 12 ปีที่มาอยู่หุบเขาหงถาว หมดไปกับการฝึกวร

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 2 ชีวิตที่เก็บตก (2)

    2 วันต่อมา‘หุบเขาหงถาว’ (ท้อแดง) มีโอกาสได้ต้อนรับอาคันตุกะที่ลักพา...แค่ก เชื้อเชิญมาด้วยวิธีการอันไม่น่าจะกล่าวถึงนัก 2 คน เดิมทีคนของนายท่านใช้วิธีการต่าง ๆ นานากล่าวเชื้อเชิญอย่างสุภาพ... ‘ข้าอารมณ์ไม่ดีไม่ไป’เสนอรางวัลให้อย่างงาม... ‘เหอะ! เงินทองนับเป็นกระไรได้ ไม่ไป!’ล้อมจับ... ‘ฮึ...คิด

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 2 ชีวิตที่เก็บตก (1)

    “อ๊ากกก ช่วยด้วย!”เกวียนบ้านหูเพิ่งจะเคลื่อนไปได้ไม่นาน เสียงกรีดร้องหวาดกลัวกับเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากดังมาจากทางหลังหมู่บ้านที่ติดกับทางขึ้นเขา“สวรรค์!!! ทหารแคว้นจ้าว!”“ย่ะ ๆ”ชาวบ้านวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น พี่ใหญ่หูตีวัวเร่งความเร็วขึ้น ด้วยความที่บรรทุกทั้งของทั้งคนจึงทำความเร็วสูงสุดไม่ได

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 1 เด็กอัปมงคลแห่งหย่งฉวน (2)

    3 วันต่อมาภาพเด็กหญิงตัวน้อยสามคนเดินเท้าขึ้นเขาตั้งแต่กลางยามเหม่าคุ้นตาชาวบ้านที่พากันเข้าไปเสี่ยงโชคในป่า ป่าหลังหมู่บ้านหย่งฉวนหากข้ามเขาไปอีกฟากจะเป็นเขตรอบนอกของป่าซื่อเพียนซิน (สี่พิสดาร)เดินจากเขตรอบนอกไม่ถึงสิบลี้จะเริ่มเข้าเขตป่าชั้นนอก ซึ่งมักมีชาวบ้านในเขตชายแดนทั้งแคว้นจ้าวและแคว้น

  • โอสถฟ้าบัญชารัก   ตอนที่ 1 เด็กอัปมงคลแห่งหย่งฉวน (1)

    5 ปีต่อมา หมู่บ้านหย่งฉวนชายแดนแคว้นเว่ย“นังตัวซวย! ใช้ให้ไปเก็บผักป่าเก็บฟืนซีกมายังได้มาแค่นี้ เลี้ยงเสียข้าวสุก! ถ้าไม่ทำงานเย็นนี้ก็ไม่ต้องกินข้าว!!!”ชาวบ้านในหมู่บ้านที่เดินผ่านประตูบ้านหู มักได้ยินเสียงเกรี้ยวกราดด่าทอของสะใภ้ใหญ่หู ตงจื่อจิน พร้อมเสียงไม้เรียวฟาดกระทบเนื้อหนัง แรก ๆ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status