Beranda / รักโบราณ / ใคร่รัก / ตอนที่ 7 ขอกำลังใจ

Share

ตอนที่ 7 ขอกำลังใจ

last update Tanggal publikasi: 2026-05-14 17:10:33

สือซื่ออันในชุดสีดำรัดกุม เคลื่อนไหวเข้ามาในห้องบรรทมในเงามืด ร่างกำยำคุกเข่าลงเบื้องหน้าหญิงสูงศักดิ์ เพื่อถวายรายงานก่อนออกเดินทาง

“กระหม่อมต้องเดินทางไปต่างเมือง เพื่อจัดการเรื่องขององค์ชายใหญ่ให้เรียบร้อยพ่ะย่ะค่ะ” น้ำเสียงของแม่ทัพหนุ่มหนักแน่น ท่าทางเคร่งขรึมผิดกับตอนที่อยู่บนเตียงกับนางเมื่อคืนก่อน

ซ่งซือหนิงวางพู่กันในมือลงพลางเลิกคิ้วขึ้น “พี่ใหญ่เคลื่อนไหวแล้วหรือ เขาจะทำสิ่งใด”

“องค์ชายใหญ่ทรงใช้บารมีของตระกูลเสวียนฝั่งฮองเฮา สั่งเปิดคลังข้าวจากร้านค้าข้าวทั่วราชอาณาจักรพ่ะย่ะค่ะ ทรงมีแผนจะนำข้าวสารจำนวนมหาศาลไปแจกจ่ายให้ราษฎรที่ประสบภัยแล้งทางตะวันตก เพื่อสร้างชื่อเสียงว่าเป็นผู้โอบอ้อมอารีต่อปวงประชา”

ซ่งซือหนิงแค่นยิ้มหยัน แววตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “ห่วงแต่จะซื้อใจคน การแจกข้าวก็แค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าพยุงปากท้องไปวันๆ แต่ไม่เคยคิดจะแก้ที่ต้นเหตุเรื่องระบบชลประทานหรือการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน วิธีนี้ทั้งสิ้นเปลืองและโง่เขลา แต่ก็ต้องยอมรับว่าราษฎรที่กำลังหิวโหยย่อมจะสรรเสริญเขาเป็นเทพบุตรจุติลงมา”

นางปรายตามองแม่ทัพหนุ่ม แล้วถามถึงแผนการที่เขากำลังคิดจะทำเพื่อนาง “แล้วเจ้าจะจัดการอย่างไร คงไม่ใช่การเผาคลังข้าวหรอกนะ เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน”

แม่ทัพน้อยยกยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก “กระหม่อมจะไม่เผาให้เสียของพ่ะย่ะค่ะ แต่กระหม่อมจะวางกำลังดักปล้นขบวนลำเลียงเสบียงเหล่านั้นกลางทาง จากนั้นจะนำข้าวทั้งหมดไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านในนามของเศรษฐีใจบุญนิรนามให้ทั่วถึงทุกครัวเรือน”

เขาเว้นจังหวะพลางสบตาที่เริ่มฉายแววพึงพอใจของนาง “ชาวบ้านจะอิ่มท้องและสรรเสริญสวรรค์ที่ส่งคนมาช่วย แต่สำหรับองค์ชายใหญ่ เขาจะเหลือเพียงความว่างเปล่า ข้าวหายไปแต่ไม่ได้หน้า แถมยังต้องรับผิดชอบต่อตระกูลเสวียนที่ทำข้าวสูญหายมหาศาลอีกด้วย”

ซ่งซือหนิงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แววตาฉายความชื่นชมในความเด็ดขาดของเขา

“ร้ายกาจมาก สือซื่ออัน... งานนี้อย่าให้พลาด รอยเท้าเดียวก็ห้ามทิ้งไว้ให้ใครตามสืบมาถึงตัวเจ้าได้ ข้าจะรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่” นางก้าวเข้าไปใกล้พลางจัดคอเสื้อของเขาให้เข้าที่

“กระหม่อมจะไม่ทำให้พระองค์ผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ” สือซื่ออัน รับคำด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

แม้จะรับคำสั่งเรียบร้อยแล้วแต่สองเท้ากลับไม่ยอมขยับเขยื้อนออกจากห้องบรรทม สายตาคมกริบของแม่ทัพหนุ่มจ้องมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่มากกว่าแค่ภักดีตามหน้าที่

“ดึกมากแล้ว เจ้าควรเร่งเดินทางไม่ใช่หรือ” องค์หญิงสามเอ่ยถามพลางเลิกคิ้วมองบุรุษที่ยังยืนปักหลักอยู่ราวกับเสาหิน

“กระหม่อมต้องเดินทางไกล อาจมิได้เห็นหน้าพระองค์ไปอีกหลายวัน” เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้จนเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับร่างอรชร

“ขอกระหม่อมร่วมเตียงกับพระองค์อีกสักครา เพื่อเป็นแรงใจในการทำงานใหญ่ครั้งนี้ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

ซ่งซือหนิงนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มละมุน นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้คือคมดาบที่สำคัญที่สุด มือเรียวเอื้อมไปกุมมือหยาบกร้านของเขาไว้แล้วจูงนำไปยังเตียงนอนหลังใหญ่

“เห็นแก่ความทุ่มเทของเจ้า ข้าจะให้รางวัลตามที่เจ้าขอ”

เมื่อร่างของทั้งสองทอดตัวลงบนฟูกนุ่ม แม่ทัพน้อยสือเริ่มต้นอย่างอ่อนหวานผิดกับบุคลิกที่แข็งกร้าว เขาโน้มลงประทับจุมพิตที่หน้าผากของนางอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าหยกงามชิ้นนี้จะแตกสลาย

ใบหน้าคมเลื่อนลงไปอย่างอ้อยอิ่ง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดซอกคอขาวระหง ขณะที่ริมฝีปากของเขาพรมจูบอย่างทะนุถนอม ลิ้นร้อนลากลำคอลงไปที่เนินอกแล้วสะบัดอาภรณ์ออกไปอย่างเร่งรีบ

ทุกสัมผัสสร้างความซ่านสยิวไปทั่วสรรพางค์กายจนซ่งซือหนิงเผลอครางออกมาเบาๆ ในลำคอ ทว่าความอ่อนโยนนั้นดำรงอยู่ได้เพียงชั่วครู่ เมื่อความโหยหาและความปรารถนาที่ต้องจากไกลทำให้คนตัวโตนั้นควบคุมไม่อยู่ จังหวะการเล้าโลมเปลี่ยนเป็นดุดันและเร่าร้อนขึ้นตามอารมณ์ที่ปะทุ

สือซื่ออันพลิกกายขึ้นทาบทับบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างหนักหน่วงจนนางแทบหายใจไม่ทัน ฝ่ามือใหญ่ลูบล้วงที่เนินสวาทอย่างเอาแต่ใจ เขาจงใจทิ้งรอยประทับแห่งความเป็นเจ้าของไว้ที่เนินอกของนาง การเคลื่อนไหวของเขาทั้งรวดเร็วและทรงพลังราว ความรุนแรงที่แฝงไปด้วยความเสน่หานั้นทำเอาสตรีใต้ร่างถึงกับต้องจิกเล็บลงบนไหล่แกร่งเพื่อระบายความรัญจวน

เนิ่นนานกว่าพายุสวาทจะสงบลง สือซื่ออันผละออกไปเพื่อเตรียมตัวเดินทาง ทิ้งให้องค์หญิงนอนหอบหายใจอยู่บนเตียงด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง

ร่างกายของนางรู้สึกล้าไปหมด โดยเฉพาะที่บั้นเอวที่ถูกมือหนาบีบเค้นและแบกรับน้ำหนักของเขามานานจนรู้สึกปวดร้าว

“พระองค์พักผ่อนเถิด กระหม่อมจะรีบไปรีบกลับพ่ะย่ะค่ะ” เขากระซิบสั่งลาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ก่อนจะหายวับไปกับเงามืด

“แม่ทัพน้อยผู้นี้ ทำข้าปวดเอวไปหมดแล้ว” นางพึมพำเสียงเรียบ ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่พอใจออกมา

**********************

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใคร่รัก   ตอนพิเศษ ความจริงของซ่งซือหนิง

    แผ่นดินสงบสุขไร้กังวล หน้าที่ในราชสำนักถูกปลดเปลื้อง ยามค่ำคืนอันยาวนานนี้จึงกลายเป็นเวลาที่องค์หญิงใหญ่จะหาความสำราญให้แก่ตนเองร่างอรชรลุกขึ้นจากสระน้ำหยก ผิวพรรณของนางขึ้นสีระเรื่อชวนมองจากความอุ่นของน้ำ มีเพียงผ้าไหมบางเบาผืนเดียวห่อหุ้มร่างกายทว่ากลับเน้นย้ำสัดส่วนโค้งเว้าเย้ายวนตา นางก้าวเดินอย่างเชื่องช้ามายังเตียงหลังใหญ่ ก่อนจะทอดกายลงนั่งเอนหลังพิงหมอน พลางปรายสายตาคู่หงส์มองสามหนุ่มที่บัดนี้เข้าสู่วัยสามสิบต้นๆ ที่ยืนยิ้มอยู่เบื้องหน้า“พวกท่านพี่เหน็ดเหนื่อยมามากแล้ว ให้ข้าปรนนิบัติเถิด” เสียงหวานล้ำแฝงความยั่วเย้าทำเอาใจของบุรุษทั้งสามกระตุกไหวต่อหน้าคนอื่นนางคือองค์หญิงใหญ่ผู้มีอำนาจ แต่เมื่ออยู่ตามลำพังกับที่ปรึกษาผู้ทรงอำนาจทั้งสาม นางคือภรรยาของพวกเขา“พวกข้าต่างหากที่ต้องปรนนิบัติน้องหญิง” จางอวิ๋นเซียวก้าวเข้ามาหา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของราชครูหนุ่มฉายแววรักใคร่ลึกซึ้งเกินพรรณนา เขาทรุดกายลงนั่งข้างเตียงก่อนจะช้อนฝ่ามือเรียวงามของนางขึ้นมาประทับจูบอย่างแผ่วเบา“หนิงเอ๋อร์... มือคู่นี้ของเจ้าแบกรับสิ่ง

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 125 หงส์เหนือมังกร (จบ)

    ยามนี้เป็นเวลาห้าปีเต็มแล้วนับตั้งแต่องค์หญิงใหญ่ นางก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ นำพาแคว้นต้าซ่งก้าวเข้าสู่ยุคสมัยอันรุ่งเรืองที่สุดในประวัติศาสตร์ ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข คลังหลวงเนืองแน่น และไร้ซึ่งวี่แววของศึกสงครามใดๆ มารบกวนฮ่องเต้น้อยซ่งเล่อคังในวัยสิบแปดชันษา เติบใหญ่ขึ้นเป็นโอรสสวรรค์ผู้ทรงปัญญา สุขุม และเปี่ยมด้วยความเที่ยงธรรม ยามนี้พระองค์สามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีพี่สาวอย่างซ่งซือหนิงคอยอยู่เบื้องหลัง ทรงประกาศยกเลิกม่านไม้ไผ่ทองคำ และคืนอำนาจสิทธิ์ขาดให้แก่พระอนุชาอย่างสง่างามทว่าขุนนางทั้งราชสำนักและราษฎรทั่วหล้าต่างรู้ดีแก่ใจว่า บุคคลที่อยู่เหนือบัลลังก์มังกร และเป็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของแผ่นดินนี้ ก็คือสตรีผู้เลอโฉมผู้นี้ไม่แปรเปลี่ยนส่วนทางด้านทิศเหนือ เป่ยเหยียนชินอ๋องยังคงทำหน้าที่ปกครองดินแดนชายแดนอย่างสงบ ทุกๆ ครึ่งปีเขาจะต้องส่งฎีกาแสดงความจงรักภักดีอย่างนอบน้อมที่สุดเข้ามาในวังหลวง พร้อมกับขบวนเครื่องบรรณาการเพื่อแลกกับยาประทังพิษกู่จากองค์หญิงใหญ่ เขามิกล้ามีความคิดกบฏหรือทรยศหักหลังอีกเลยแม้เพียงเ

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 124 ผลัดแผ่นดินใหม่

    กาลเวลาผันผ่านเข้าสู่รัชศกเทียนอี้ที่ยี่สิบแปด ฤดูหนาวปีนี้มาเยือนเมืองหลวงเร็วกว่าทุกปี พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในราชสำนักแคว้นต้าซ่งภายในตำหนักเฉียนชิงอันอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรขมปร่า ฮ่องเต้ซ่งเทียนเฟยในวัยห้าสิบเอ็ดชันษา มีพระวรกายที่ซูบผอมและอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พระชนมายุที่มากขึ้น ตรากตรำพระวรกายในราชกิจมานานหลายสิบปี ทำให้พระอาการประชวรเรื้อรังเริ่มรุมเร้าจนมิอาจทรงงานได้อย่างเต็มที่ แววตาของโอรสสวรรค์ยามนี้เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและปลงตกต่อกิเลสทั้งปวงข้างพระวรกายมีหลี่ฮองเฮาคอยประคองถ้วยยาและปรนนิบัติอย่างใกล้ชิด นางทอดสายตามองพระสวามีด้วยความเห็นใจ ก่อนจะเอ่ยแนะนำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแฝงความห่วงใย“ฝ่าบาท ยามนี้แผ่นดินสงบ ขุนนางก็มีความสามารถช่วยงานราชสำนักอย่างราบรื่น ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข องค์รัชทายาทก็เติบใหญ่ทรงปัญญาพอที่จะแบกรับใต้หล้าได้แล้ว พระวรกายของพระองค์สำคัญที่สุด เหตุใดมิปล่อยวางราชกิจ แล้วเสด็จไปประทับพักผ่อน ณ ตำหนักฤดูร้อนชานเมืองหลวงเพื่อใช้ชีวิตในบั้นปลายอย่างสงบเล่าเพคะ” นางกล่าวด้วยน้ำ

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 123 สามพยัคฆ์เหยียบเมฆา

    กาลเวลาผันผ่านไปอีกปี พร้อมกับการขยับหมากบนกระดานอำนาจอันเหนือชั้นขององค์หญิงสาม แผนการที่นางเคยวางไว้เพื่อผลักดันยอดที่ปรึกษาอีกสองคนให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุด บัดนี้บรรลุผลสำเร็จลุล่วงอย่างงดงาม ไร้ซึ่งข้อครหาใดๆทางด้านฝ่ายบู๊แม่ทัพสือซื่ออันที่ถูกส่งขึ้นเหนือไปปราบกลุ่มกบฏ ได้แสดงความแข็งแกร่งในสนามรบอย่างเกรียงไกร เขาใช้เวลาไม่นานในการกวาดล้างศัตรูจนราบคาบ ซ้ำยังวางระบบป้องกันชายแดนใหม่จนมั่นคงดั่งปราการเหล็ก ผลงานศึกนี้บีบให้เสนาธิการเฒ่าที่ฝักใฝ่สกุลเฉินและขุนพลอาวุโสขั้วอำนาจเก่าต้องยอมสยบยามที่เขาเลื่อนทัพกลับเข้าสู่เมืองหลวง ฮ่องเต้ซ่งเทียนเฟยจึงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งเขาขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งแคว้นต้าซ่ง กุมตราพยัคฆ์สั่งการกองทัพทั้งหมดไว้ในอุ้งมืออย่างชอบธรรม ทหารทุกนายพร้อมหลั่งเลือดเพื่อเขา และเขาพร้อมสะบัดดาบเพื่อองค์หญิงสามในขณะเดียวกันไป๋เมิ่งเทาก็ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งสำคัญในกรมคลัง สืบทอดอำนาจการบริหารการคลังและภาษีทั้งหมดต่อจากบิดาได้อย่างเบ็ดเสร็จ มิหนำซ้ำแผนการจัดตั้งหน่วยตรวจการพิเศษที่องค์หญิงสามทูลเสนอ ก็ได้รับการอนุม

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 122 สัญญาสู่ความยิ่งใหญ่

    ในค่ำคืนนี้ จางอวิ๋นเซียวต้องอยู่เฝ้าเวรและจัดเตรียมฎีกาชุดแรกในตำหนักบูรพาเพื่อเตรียมตัวรับตำแหน่งข้างกายรัชทายาทอย่างเป็นทางการ ยามนี้ในตำหนักเฟิ่งหลัวจึงเหลือเพียงเงาร่างของยอดบุรุษอีกสองคนที่พึ่งก้าวข้ามผ่านประตูเข้ามาแม่ทัพน้อยสือซื่ออัน ในชุดลำลองสีดำสนิท รูปร่างสูงใหญ่กำยำแฝงไปด้วยไอสังหารของบุรุษเหล็กผู้ผ่านศึก และ ไป๋เมิ่งเทาในชุดสีครามเข้มที่แทบจะกลืนหายไปกับความมืดของค่ำคืนทั้งสองมองสตรีเลอโฉมตรงหน้า หลังจากถูกเรียกตัวมาในห้องอักษรกลางดึก ทว่าสายตาที่ทอดมองนางกลับมิใช่สายตาที่มองเจ้านาย หากแต่เป็นสายตาของบุรุษที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาอันแรงกล้า“แผนอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”รอยยิ้มงดงามปานล่มเมืองผุดพรายบนใบหน้า แสงเทียนสาดสะท้อนดวงตาคู่หงส์ให้ดูระยิบระยับชวนหลงใหล นางยื่นม้วนแผนการบนโต๊ะให้แก่บุรุษทั้งสองได้อ่านสือซื่ออันก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษเพศอันดุดันแผ่ซ่านจนองค์หญิงสามสัมผัสได้ มือหนาที่หยาบกร้านจากการจับดาบรับม้วนกระดาษไปคลี่ดูอย่างละเอียด ในขณะที่ไป๋เมิ่งเทาก้าวเข้ามาขนาบอีกข้างหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มกวาดมองข

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 121 เบญจมาศซ่อนเงา

    ซ่งซือหนิงก้าวเดินไปมาอย่างช้าๆ เสื้อคลุมผ้าไหมสีม่วงเข้มปักลายหงส์ลากไปกับพื้น นัยน์ตาคู่หงส์จ้องมองรายชื่อขุนนาง ทหาร และเสนาบดีขั้วต่างๆ ที่ถูกเขียนเชื่อมโยงกันยามนี้จางอวิ๋นเซียวได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่ปรึกษาเอกประจำตำหนักบูรพา คุมรากฐานทางปัญญาและการปกครองฝ่ายบุ๋นเคียงข้างองค์รัชทายาทซ่งเล่อคังเป็นที่เรียบร้อย อนาคตตำแหน่งราชครูแห่งแผ่นดินย่อมอยู่เพียงเอื้อมมือ ทว่าซ่งซือหนิงรู้ดีว่าแผ่นดินที่มั่นคง มิอาจค้ำจุนไว้ได้ด้วยพู่กันเพียงด้ามเดียว นางจำเป็นต้องผลักดันยอดบุรุษอีกสองคนให้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดในสายงานของตน เพื่อสร้างระบบสามขั้วอำนาจค้ำบัลลังก์ให้แก่น้องชายของนางอย่างเบ็ดเสร็จสายตาของนางเลื่อนไปตกอยู่ที่ชื่อแรก สือซื่ออัน“ซื่ออัน...” ซ่งซือหนิงพึมพำแผ่วเบาตลอดสองปีหลังจากวังหลังสงบสุข เขามีชื่อเสียงจากการกวาดล้างกบฏและกุมกำลังทหารรักษาพระองค์อันแข็งแกร่ง ทว่าในโครงสร้างกองทัพใหญ่ของแคว้นต้าซ่ง บารมีของเขายังคงถูกทับและคานอำนาจอยู่ลึกๆ โดยเสนาธิการเฒ่าที่ภักดีต่อสกุลเฉิน ขุนพลอาวุโสผู้เปรียบเสมือนจิ้งจอกเฒ่าในสนามรบที่คอยขัดแข้งขั

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 15 รู้ทัน

    ไป๋เมิ่งเทาก้าวเข้ามาในตำหนักเฟิ่งหลัวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดกว่าปกติ เมื่อเห็นว่าภายในห้องบรรทมมีเพียงซ่งซือหนิงและนางกำนัลคนสนิทที่ไว้วางใจ เขาจึงรีบคุกเข่าลงถวายรายงานทันที“ทูลองค์หญิง สิ่งที่กระหม่อมไปตรวจสอบมานั้น ร้ายแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้มากพ่ะย่ะค่ะ” เขาเริ่มด้วยน้ำเสี

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 14 จางเฟย

    ในอุทยานหลวง ซ่งซือหนิงนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านในศาลาริมน้ำ ท่าทางดูผ่อนคลายประหนึ่งสตรีที่ใช้ชีวิตไปกับความรื่นรมย์วันต่อวัน ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของสนมจางเฟย และองค์หญิงเจ็ด บุตรuวัยสิบหกชันษา“แหม องค์หญิงสามช่างมีความสุขเสียจริงนะเพคะ” จางเ

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 13 ขุนนางกรมโยธา

    บรรยากาศภายในตำหนักเฟิ่งหลัววันนี้ดูเงียบสงบเป็นพิเศษ ซ่งซือหนิงนั่งเอนกายอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก จิบชาพลางทอดสายตามองดูจางอวิ๋นเซียวที่กำลังสอนซ่งเล่อคัง คัดลายมือและอธิบายหลักปรัชญาอย่างใจเย็นอยู่ห่างๆภาพของพี่สาวที่เฝ้าดูน้องชายเรียนหนังสือช่างดูอบอุ่นและธรรมดา หากแต่เบื้องหลังนั้นคือการห

  • ใคร่รัก   ตอนที่ 12 ข่าวฉาวโลกีย์

    เช้าวันต่อมา ข่าวคาวจากตำหนักเฟิ่งหลัวก็กลายเป็นพายุลูกใหญ่ที่พัดถล่มไปทั่ววังหลัง เมื่อข่าวลือที่หลุดลอดออกมาจากปากนางกำนัลและขันทีเวรยามระบุว่า ค่ำคืนที่ผ่านมาองค์หญิงสามมิได้เรียกหาที่ปรึกษาเพียงคนเดียวดังเช่นทุกครั้ง ทว่ากลับมีทั้งจางอวิ๋นเซียวและไป๋เมิ่งเทา ก้าวเข้าสู่ห้องบรรทมพร้อมกัน และไม่ม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status