แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: กิ่งไม้แปลวเพลิง
ฟู่เซินชะงักไปเล็กน้อย ตอนที่เขาได้รับโทรศัพท์จากโรงพยาบาล เขายังกินข้าวกับพ่อแม่ของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์อยู่เลย

ตอนนั้นเขาพลันรู้สึกกลัวขึ้นมา จึงทิ้งครอบครัวเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ไว้แล้วรีบมาทันที

โชคดีที่สวี่ลู่ไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ช่วงเย็นผมกำลังกินข้าวอยู่กับลูกค้า มีดีลใหญ่ที่ต้องตามต่อ พอโรงพยาบาลแจ้งว่าคุณรถชน ผมก็รีบมาเลย”

สวี่ลู่หลุบตาที่น้ำคลอเล็กน้อย ก่อนจะจ้องเขาตรง ๆ

“เพิ่งกลับมาจากเจอลูกค้าเหรอ”

“ใช่ ลู่ลู่ เหนื่อยมากเลย” ฟู่เซินนวดหว่างคิ้วเบา ๆ

สวี่ลู่ค่อย ๆ หลับตาลง และไม่ได้พูดอะไรอีก

ฟู่เซินนั่งลงข้าง ๆ คอยอยู่เป็นเพื่อนเธอ ไม่นานโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เขากดตัดสายอย่างไม่ลังเล แต่อีกฝ่ายก็ยังโทรเข้ามาอีกอย่างไม่ยอมแพ้

ฟู่เซินปิดเสียงโทรศัพท์ ก่อนจะก้มหน้าส่งข้อความไป

หนึ่งนาทีต่อมา สีหน้าของดูตื่นเต้น จากนั้นก็หาข้ออ้างแล้วรีบร้อนออกไป

ฟู่เซินเพิ่งออกไปได้ไม่นาน หลินเสี้ยวก็รีบมาเยี่ยมสวี่ลู่

เพียงแต่ว่าสีหน้าเธอไม่ค่อยสู้ดีนัก

“เธอเดาดูสิ ตอนที่ฉันขึ้นมาบังเอิญเจอใครเข้า”

พอเห็นหลินเสี้ยว สวี่ลู่ก็พยุงตัวลุกขึ้นกึ่งนั่งกึ่งนอน หลังจากครุ่นคิดอยู่สองสามวินาทีก็เดาไปว่า

“ฟู่เซินเหรอ”

หลินเสี้ยวเบ้ปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยความรังเกียจ

“ชั้นสามของโรงพยาบาลนี้เป็นแผนกสูติ ฉันขึ้นลิฟต์มา พอประตูลิฟต์เปิดออกฉันก็เห็นฟู่เซินกับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เลย”

“ตอนนั้นฉันรู้สึกมันแปลก ๆ เลยเดินตามกลุ่มคนออกจากลิฟต์ไป แล้วก็เห็นเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ถือใบรายงานผลตรวจครรภ์อยู่ ส่วนฟู่เซินยิ้มกว้างจนแทบหุบไม่ลง พึมพำว่าเขากำลังจะได้เป็นพ่อแล้ว”

สวี่ลู่ชะงักไปเล็กน้อย เธอหลุบตาลงอย่างครุ่นคิด ใบหน้าไม่มีความไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย

“เธอท้องแล้วเหรอ”

หลินเสี้ยวรู้สึกเพียงว่าสวี่ลู่ในตอนนี้ดูแปลกไปนิดหน่อย แต่เธอก็บอกไม่ได้ว่าแปลกตรงไหน

เธอขยับเข้าไปใกล้สวี่ลู่ ก่อนจะแตะหน้าผากอีกฝ่ายเบา ๆ

“เธอไม่โกรธเหรอ ไม่สิ ก็ไม่ได้เป็นไข้จนสมองเบลอนี่นา”

สวี่ลู่หัวเราะน้อย ๆ ริมฝีปากซีดขาวขยับเล็กน้อย

“เธอไม่รู้อะไร สุขภาพของฟู่เซินมีปัญหา หมอเคยบอกว่าเขามีลูกไม่ได้”

สามปีก่อน พวกเขาพยายามมีลูกอยู่นานถึงหนึ่งปี แต่เธอก็ไม่ท้องสักที

เธอนึกว่าเป็นปัญหาที่ตัวเอง จึงนัดไปตรวจที่โรงพยาบาล

ฟู่เซินเป็นห่วงว่าเธอจะเครียดมากเกินไป จึงไปตรวจด้วยกันกับเธอ

พอผลตรวจออกมา ปรากฏว่าฟู่เซินมีภาวะมีบุตรยาก

คืนนั้นเธอไม่ได้นอนเลยทั้งคืน พยายามกล่อมตัวเองให้ยอมรับความจริงว่าชาตินี้คงไม่ได้มีลูกแล้ว ขอแค่ฟู่เซินรักเธอก็พอ

ถึงขึ้นที่เธอกังวลว่าจะกระทบต่อศักดิ์ศรีและหน้าที่การงานของฟู่เซิน จึงขอให้หมอช่วยปกปิดเรื่องอาการป่วยไว้ และบอกคนอื่นว่าเป็นเธอที่ต้องบำรุงร่างกายให้ดีถึงจะมีลูกได้

ตอนนี้ฟู่เซินตื่นเต้นที่ตัวเองกำลังจะได้เป็นพ่อ ส่วนการปิดบังอย่างระมัดระวังตลอดสามปีของเธอกลับดูโง่เง่าสิ้นดี

“ให้ตาย! นี่มันข่าวฉาวสุด ๆ เลยนะ!”

หลินเสี้ยวตื่นเต้นจนแทบจะกระโดดขึ้นมา เธอถูมือไปมาพลางเลิกคิ้วขึ้น

“ฉันมีไอเดียแล้ว ลู่ลู่ อีกห้าวันเธอก็จะไปอยู่นอร์เวย์ถาวรแล้ว งั้นเราก็ทำเป็นไม่รู้เรื่องไป”

“รอให้เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์คลอดลูกแล้ว เราก็ค่อยส่งผลตรวจของฟู่เซินไปให้เขา ฉันจะดูสิว่าหลังจากฟู่เซินรู้จะเสียใจจนเป็นบ้าไหม”

เช้าวันรุ่งขึ้น ฟู่เซินไม่ได้มาที่โรงพยาบาล

ช่วงบ่าย เลขามาที่ห้องผู้ป่วยของสวี่ลู่ หลังจากรายงานเรื่องการเตรียมการงานแต่งเสร็จแล้ว เธอก็มองสวี่ลู่อย่างลังเล

“มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ” สวี่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย

เลขามองสวี่ลู่อย่างระมัดระวัง แล้วเอ่ยเบา ๆ ว่า

“ตอนเที่ยง ประธานฟู่ให้ฉันเอาเอกสารไปส่งที่คฤหาสน์ ตอนที่ฉันไปเห็นเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์สวมชุดนอนนั่งอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ของคุณนายค่ะ”

“คุณนายคะ ปกติคุณดีกับฉันมาก ฉันทนดูต่อไปไม่ได้จริง ๆ ถึงได้อยากบอกคุณค่ะ”

ไอเย็นแล่นขึ้นมาจากฝ่าเท้า ใบหน้าของสวี่ลู่เย็นเยียบ

เธอยังแอดมิตอยู่ เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็อดรนทนไม่ไหวย้ายเข้าไปอยู่บ้านของพวกเขาแล้วเหรอ

มิน่าล่ะเมื่อวานฟู่เซินถึงจงใจบอกเธอว่า ก่อนเธอออกจากโรงพยาบาลต้องบอกเขา เขาจะมารับเธอเอง

“ฉันรู้แล้ว ขอบใจมาก”

สวี่ลู่หยิบโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเปิดดูภาพจากกล้องวงจรปิด

บนหน้าจอปรากฏเพียงภาพดำมืด

ฟู่เซินเอาอะไรมาบังกล้องไว้ก่อนแล้ว

สวี่ลู่ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองไปยังเลขาที่ยังอยู่ข้าง ๆ

“คืนนี้ฉันจะหาคนล่อฟู่เซินกับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ออกไป ส่วนเธอก็ติดต่อคนไปติดตั้งกล้องวงจรปิดให้หน่อย ทำแบบลับ ๆ นะ”

“ได้ค่ะ คุณนาย”

ตอนดึกเวลาสี่ทุ่ม ฟู่เซินมาที่ห้องผู้ป่วย

เขามองสวี่ลู่ที่อยู่บนเตียง นัยน์ตาสีดำเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ลู่ลู่ คุณให้ผมมาที่นี่ เพราะคิดถึงผมใช่ไหม ขอโทษด้วยนะ วันนี้ยุ่งอยู่กับ...”

สวี่ลู่ขมวดคิ้ว ก่อนจะขัดจังหวะเขาทันที และช่วยหาทางลงให้เขา

“ฉันรู้ค่ะ คุณกำลังเตรียมงานวันเกิดให้ฉัน เพราะงั้นวันนี้ถึงได้มาเยี่ยมฉันดึกขนาดนี้”

ฟู่เซินชะงัก เขายิ้มพลางจับมือสวี่ลู่ขึ้นมาแล้วลูบมันเบา ๆ

“ยังเป็นลู่ลู่ที่เข้าใจผมดีที่สุด”

สวี่ลู่จ้องฟู่เซิน แล้วพูดคล้อยตามคำของเขา

“ใช่แล้ว ฉันเข้าใจคุณดี เข้าใจทุกอย่างที่คุณทำอย่างดี”

หัวใจฟู่เซินกระตุก เขาพึมพำออกมา

“ลู่ลู่...”

เขากำลังจะพูดบางอย่าง แต่พยาบาลก็เข็นรถอุปกรณ์รักษาพยาบาลเข้ามาเพื่อเปลี่ยนขวดน้ำเกลือใหม่ให้สวี่ลู่พอดี

วันรุ่งขึ้น สวี่ลู่เปิดดูภาพวงจรปิด

ภายในคฤหาสน์ เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์กับฟู่เซินกำลังกินมื้อเที่ยงด้วยกัน

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์นั่งอยู่ตรงตำแหน่งที่เธอนั่งเป็นประจำ พลางพูดอย่างออดอ้อนว่าตัวเองท้องแล้ว ยังไงก็ไม่ยอมแตะอาหารเลย

ฟู่เซินอดทน เขาถือช้อนคอยป้อนเธอทีละคำ พลางเกลี้ยกล่อมให้เธอกินข้าว

“เชื่อฟังนะ ดูแลร่างกายให้ดี ๆ รอลูกคลอดแล้ว ฉันจะหาทางให้ลู่ลู่รับลูกของเราเป็นลูกบุญธรรม”

ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็กินจนแน่นท้อง

เธอแอ่นท้องพลางขึ้นไปข้างบนอย่างได้ใจ

ฟู่เซินเรียกพวกคนรับใช้เข้ามาหา ก่อนจะกำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เสวี่ยเอ๋อร์ท้องแล้ว อารมณ์ไม่ค่อยดี พวกเธอก็ช่วยอดทนหน่อย แล้วก็เรื่องที่เสวี่ยเอ๋อร์ย้ายเข้ามา รอลู่ลู่กลับมา ใครก็ห้ามบอกเธอเด็ดขาด!”

“ค่ะ คุณผู้ชาย”

สวี่ลู่ดูภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างนิ่งเฉย

เธอเบือนสายตาหนี ก่อนจะเริ่มสั่งให้เลขาเตรียมการ์ดเชิญงานแต่งไว้ วันนี้เธอจะทำรายชื่อแขกที่จะได้รับการ์ดเชิญ
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 23

    เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไป เธอจึงรีบหุบปากลงทันทีนัยน์ตาของฟู่เซินมืดทะมึน เขาจ้องเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เขม็ง พลางเน้นทีละคำ“เธอเป็นคนสั่งให้เซวียฮ่าวฆ่าลู่ลู่ใช่ไหม”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้า ยังคงแก้ตัว“ฉันเปล่า...”ผลัวะ!เธอยังพูดคำสุดท้ายไม่ทันจบ ฟู่เซินก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าของเธออย่างจังหมัดนี้ซัดจนหน้าของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หันไปตามแรงกระแทกซัดจนเธอเลือดกลบปากฟู่เซินหรี่ตาลง ซัดหมัดใส่หน้าเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หมัดแล้วหมัดเล่าราวกับคนเสียสติไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะทนไม่ไหวทว่าหมัดของฟู่เซินกลับไม่ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อยแขกเหรื่อรอบข้างเห็นท่าทางบ้าคลั่งของฟู่เซินก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยสักคนกระทั่งตำรวจและรถพยาบาลมาถึง ฟู่เซินถึงได้หยุดทุบตีเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตอนเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไป สภาพของเธอก็เละเทะไปทั้งตัวตั้งนานแล้วไม่นานนัก งานฉลองครบเดือนที่เคยครึกครื้นและเต็มไปด้วยความสุขก็เหลือเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กทารกสามวันต่อมา สวี่ลู่เข้าร่วมงานของตระกูลสวี่ในฐานะสวี่ซินเซิงครั้งนี้เธอเปลี่ย

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 22

    เดิมทีการที่เธอจะเอาเส้นผมของฟู่จื่อหาวไปตรวจดีเอ็นเอถือเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ต้องขอบคุณที่ปกติเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทำตัวไม่ดีกับสาวใช้ในบ้านเธอดูถูกสาวใช้ก็แล้วไปเถอะ ปกติยังชอบดุด่าว่ากล่าวพวกเธออีกตอนเธอแอบคุยกับสาวใช้เป็นการส่วนตัว เธอยังไม่ทันหยิบเงินที่เตรียมไว้ออกมา สาวใช้ก็ยอมช่วยดึงเส้นผมของฟู่จื่อหาวให้ เพื่อเป็นการระบายความแค้นบนชั้นสอง พนักงานเสิร์ฟห้าคนกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟตามเวลามีพนักงานเสิร์ฟหญิงสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งถือจานที่มีฝาครอบแบบอาหารตะวันตกเดินไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เซินเธอค่อย ๆ เปิดฝาครอบออกภายในจานไม่มีอาหารใด ๆ กลับมีเอกสารสำเนาสี่ฉบับวางหราอยู่คนที่ร่วมโต๊ะหันมามองทันที และเนื่องจากความเคลื่อนไหวฝั่งนี้ค่อนข้างใหญ่โต แขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ จึงพากันชะโงกหน้ามาดู“นั่นอะไรน่ะ”“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนจะได้กินเผือกอีกรอบ”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เกิดความระแวงขึ้นมา เธอกำลังคิดจะดึงเอกสารสำเนากลับไป ทว่าฟู่เซินกลับชิงหยิบผลตรวจร่างกายของตัวเองขึ้นมาดูเสียก่อนชื่อ: ฟู่เซินเพศ: ชายผลการวินิจฉัย: ภาวะมีบุตรยากในเพศชาย ไม่มีตัวอสุจิรูม่าน

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 21

    “นี่เป็นบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแกในช่วงนี้ กฎประจำตระกูลฟู่คือต้องซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียว ครอบครัวปรองดองถึงจะเจริญรุ่งเรือง!”ฟู่เซินหลุบตาลงอย่างหม่นหมองปู่ลงโทษไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปี ปู่มีหลานชายหลายคน ในช่วงเวลาห้าปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีพี่น้องกี่คนที่แซงหน้าและเหยียบย่ำเขามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดไปตลอดกาลแต่เขาเสียสวี่ลู่ไปแล้วจะเอาธุรกิจของตระกูลฟู่ไปทำไมอีก“เข้าใจแล้วครับ ปู่”คุณท่านฟู่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินจากไปตกเย็น เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ได้รู้เรื่องที่ฟู่เซินถูกคุณท่านฟู่ออกคำสั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปีเธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องรับแขก ภายในหัวสับสนวุ่นวายไปหมดคราวก่อนเธอโทรศัพท์หาเซวียฮ่าว บอกว่าจะเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาเป็นรางวัลเซวียฮ่าวบอกว่าจะรีบกลับประเทศมาหาเธอทันที ทว่าผ่านไปไม่นาน เซวียฮ่าวก็โทรศัพท์หาเธออีกครั้งเขาบอกว่าคุณท่านเซวียเรียกเขากลับไปที่บ้านใหญ่หลังจากวางสายครั้งนั้น เธอก็ติดต่อเซวียฮ่าวไม่ได้อีกเ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 20

    “ครับ คุณนาย”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทนายหลี่เดินทางมาที่คฤหาสน์ของฟู่เซินเขามองผู้ชายตรงหน้าที่น้ำหนักลดลงไปเกือบ 15 กิโลกรัม นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งแค่หนึ่งวินาที สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว“ประธานฟู่ครับ คุณนายสวี่สั่งให้ผมนำคฤหาสน์ไปประกาศขาย วันนี้เจ้าของใหม่เซ็นสัญญารับมอบเรียบร้อย ทางนี้คงต้องขอให้คุณ...”ทนายหลี่ยังพูดไม่ทันจบ ฟู่เซินก็เงยหน้าขึ้น แค่นหัวเราะอย่างน่าเวทนา“จะให้ผมย้ายออกไปใช่ไหม ลู่ลู่ตายไปแล้ว ของของเธอในคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่มีเหลือ ผมอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”ฟู่เซินเดินโซเซออกไปด้านนอก ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ รีบเดินตามไปด้วยความเป็นห่วงช่วงนี้เขามักจะดื่มเหล้าอย่างหนัก คิดถึงสวี่ลู่มากเกินไป วันหนึ่งนอนหลับแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเวลาที่คิดถึงขั้นสุด เขากระทั่งพยายามจะกรีดข้อมือดังนั้นฟู่เซินยังไม่ทันเดินพ้นสวน เขาก็ข้อเท้าพลิกและหมดสติไปอีกครั้งผู้ช่วยพาฟู่เซินไปส่งโรงพยาบาล เขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์นั้นสองชั่วโมงต่อมา คนกลุ่มใหญ่ก็พากันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลคนที่เดินนำหน้ามาคือคุณท่านฟู่เขาเดินเข้ามาในห้อ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 19

    เธอมองฟู่เซินที่สติแตกจนแทบบ้า นัยน์ตาหม่นหมองจนยากจะคาดเดาความรู้สึกชายหนุ่มราวกับสิงโตตัวผู้ที่สูญเสียภรรยา ทิ้งความเย่อหยิ่งจองหองจนหมดสิ้นตอนเธอตัดสินใจจากฟู่เซินมาอย่างเด็ดเดี่ยวในตอนนั้นก็ไม่เห็นเขาจะสติแตกขนาดนี้...สวี่ลู่มีดีอะไรนักหนาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฟู่เซิน คว้ามือของเขาขึ้นมา พลางระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง“คุณจะไปนอร์เวย์เหรอ สวี่ลู่ตายไปแล้ว คุณไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร คุณไปตอนนี้ พอกลับมาก็กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วนะ!”ฟู่เซินเงยหน้าขึ้น เขาสะบัดมือของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทิ้งอย่างแรงเขาหยัดกายลุกขึ้น ขณะก้าวเข้าไปหาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทีละก้าวด้วยใบหน้ามืดครึ้มเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจกลัวกับสายตาอันดุร้ายของเขาเธอถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนัง ฟู่เซินก็บีบคอเธออย่างแรง“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเธอขวางไม่ให้ฉันไปหาลู่ลู่ ฉันกับเขาก็คงคืนดีกันไปตั้งนานแล้ว เขาจะเกิดอุบัติเหตุได้ยังไง”“เธอเป็นคนฆ่าลู่ลู่ทางอ้อม! เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ เธอคลอดเด็กออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะทรมานเธอให้ตาย!”น้ำเสียงของชายหนุ่มเหี้ยมเกรียม

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 18

    “เซวียฮ่าวให้เรารอวันฝนตกในครั้งหน้า รอจนรถของคุณสวี่ขับไปถึงลานจอดรถของบริษัท แล้วให้พวกเราลงมือกับรถของเธอครับ”เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของวิลเลียมคนพี่ทุ้มต่ำลง“เซวียฮ่าวกำชับซ้ำ ๆ ว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าจะจัดการคุณสวี่ได้ในครั้งเดียว”“ถ้าสำเร็จ เขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้เราอีกสองล้านห้าครับ”การหมุนปากกาหมึกซึมในมือของลู่หวยชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาแผ่ซ่านไปด้วยไอเย็นยะเยือก“หึ เขาใจป้ำดีนี่”วิลเลียมคนพี่ฟังออกถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของลู่หวย เขาตกตะลึงไปหลายวินาทีปกติประธานลู่มักจะไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ปิดบังความรู้สึกเลย“งั้นทางฝั่งผมควรจัดการยังไงดีครับ”ลู่หวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งการ“แค่งัดแงะนิดหน่อยก็พอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”เขาจะจัดเตรียมตัวแทนให้มาขับรถแทนสวี่ลู่ ถึงตอนนั้นค่อยสร้างสถานการณ์แกล้งทำเป็นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต“ได้ครับ ประธานลู่”ห้าวันต่อมา ประเทศนอร์เวย์ก็มีฝนตกหนักตอนเช้า สวี่ลู่ขับรถไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของบริษัทตามปกติหลังจากจอดรถเสร็จ เธอก็สวมรองเท้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status