Share

ใจที่มอดไหม้
ใจที่มอดไหม้
Penulis: กิ่งไม้แปลวเพลิง

บทที่ 1

Penulis: กิ่งไม้แปลวเพลิง
“คุณนายคะ เอาหนังสือหย่าในตู้เซฟมาให้แล้วค่ะ”

ในวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า เลขายื่นหนังสือหย่าให้สวี่ลู่ภายในร้านอาหารตะวันตก

เมื่อห้าปีก่อนในวันที่ประธานฟู่และคุณนายจดทะเบียนสมรสกัน

ประธานฟู่ตั้งใจร่างหนังสือหย่าพร้อมเซ็นชื่อกำกับไว้และเก็บเข้าตู้เซฟเพื่อแสดงความจริงใจ

หากเขานอกใจ คุณนายก็เซ็นชื่อหย่าได้ทุกเมื่อ

สวี่ลู่เซ็นชื่อลงไปอย่างรวดเร็ว

เธอมองไปยังที่นั่งอันว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าหม่นหมอง

“เอาหนังสือหย่านี้ไปให้ทนายหลี่ แล้วค่อยไปจองโรงแรม เตรียมสถานที่จัดงานแต่งงานล่วงหน้าให้เรียบร้อย”

เลขาชะงักไปเล็กน้อยแล้วเอ่ยหยั่งเชิง

“ชื่อของเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะให้เขียนชื่อของใครคะ”

“เขียนชื่อฟู่เซินกับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์”

เลขาเงียบไปหลายวินาที

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์คือรักแรกของประธานฟู่

เธอถามต่อไปด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“คุณนายจะให้จัดงานแต่งงานขึ้นในอีกกี่วันคะ”

สวี่ลู่ค่อย ๆ หันไปมองนอกหน้าต่าง

ในที่สุดดอกไม้ไฟสีฟ้าที่จุดต่อเนื่องมานานหนึ่งชั่วโมงก็มอดดับลง สุดท้ายก็ทิ้งข้อความบรรทัดหนึ่งไว้กลางอากาศ

“ฟู่เซิน&สวี่ลู่ สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า”

สวี่ลู่ดึงสายตากลับมาแล้วเม้มริมฝีปาก

“จัดงานแต่งงานในอีกเจ็ดวันข้างหน้า แล้ววันนั้นช่วยจองตั๋วเครื่องบินไปนอร์เวย์ให้ฉันด้วยหนึ่งใบ”

“นอร์เวย์เหรอคะ” เลขาตกตะลึงไปหลายวินาที ก่อนเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความลังเล “คุณนายลองพิจารณาดูอีกทีดีไหมคะ”

ความจริงแล้วในวันจดทะเบียนสมรสของคุณนายเมื่อห้าปีก่อน นอกจากหนังสือหย่าที่ประธานฟู่เป็นฝ่ายเสนอตัวเซ็นแล้ว

พ่อแม่ของคุณนายที่ตั้งรกรากอยู่ในนอร์เวย์ไม่ได้เรียกร้องค่าสินสอดหลักสิบล้านจากประธานฟู่ เพียงแต่ให้ประธานฟู่เซ็นสัญญาก่อนแต่งงานฉบับหนึ่ง

หากคุณนายต้องเสียใจเพราะชีวิตคู่และเดินทางกลับบ้านเกิดเพียงลำพัง ประธานฟู่จะไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าเหยียบเข้าไปในนอร์เวย์แม้แต่ครึ่งก้าวไปตลอดชีวิต

ถึงเวลานั้นประธานฟู่จะไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะขอคืนดี

“ไม่คิดแล้วละ”

สวี่ลู่ส่ายหน้า

อีกเจ็ดวันข้างหน้าตรงกับวันเกิดของเธอพอดี

เธอจะบินจากฟู่เซินไปนอร์เวย์ และให้คนจัดงานแต่งงานให้เขากับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เพื่อทำให้พวกเขาได้สมหวัง

หลังจากที่เลขาเดินออกไป จู่ ๆ โทรศัพท์ของสวี่ลู่ก็สั่นเตือนขึ้นมา

ข้อความหนึ่งเด้งขึ้นมา

เป็นฟู่เซินที่ใช้บัญชีเวยปั๋วของบริษัทโพสต์ภาพดอกไม้ไฟสีฟ้าที่กำลังเบ่งบานอย่างเอิกเกริกพร้อมกับแท็กหาเธอ

“ที่รัก สุขสันต์วันครบรอบแต่งงานปีที่ห้า รักคุณตลอดไปนะ”

โพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปไม่ถึงหนึ่งนาที ยอดคอมเมนต์ก็พุ่งสูงถึง 999+

“อิจฉา ๆ ฉันก็ว่าอยู่ทำไมคืนนี้เมืองหลินเฉิงถึงจุดดอกไม้ไฟสีฟ้านานตั้งหนึ่งชั่วโมง ที่แท้ประธานฟู่ก็เป็นคนจุดให้คุณนายนี่เอง”

“แต่งงานกันมาห้าปี ประธานฟู่ก็ยังแสดงความรักอย่างเปิดเผยแบบนี้ทุกปีเลย”

“ฉันได้ยินมาว่าตอนประธานฟู่ผ่าตัดแบบดมยาสลบแล้วกลับมาที่ห้องพักฟื้นเมื่อปีก่อน เขายังไม่ทันได้สติเต็มที่ เห็นคุณนายแบบเบลอ ๆ ประโยคแรกที่พูดก็คือกระเพาะของคุณไม่ค่อยดี ตอนเที่ยงกินข้าวตรงเวลาไหม เฮ้อ ตอนนั้นทำเอาพยาบาลซาบซึ้งจนร้องไห้กันหมดเลย”

ท่ามกลางคอมเมนต์มากมาย ฟู่เซินได้ตอบกลับคอมเมนต์นี้ว่า:

“ลู่ลู่เป็นภรรยาของผม การรักเธอ ตามใจเธอ และปกป้องเธอให้ราบรื่นปลอดภัยไปตลอดชีวิตคือความรับผิดชอบของผมในฐานะสามีครับ”

ชั่วพริบตาเดียวใต้คอมเมนต์นี้ก็เต็มไปด้วยเสียงโอดครวญแห่งความอิจฉา

ส่วนสวี่ลู่ซึ่งเป็นเป้าหมายของความอิจฉา ในเวลานี้กลับกำลังมองไปยังที่นั่งอันว่างเปล่าฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก

จริง ๆ เธอกับฟู่เซินเคยมีความรักให้แก่กัน

พวกเขาไม่เคยทะเลาะกันเลยตลอดเจ็ดปีที่คบหากันมา

ฟู่เซินมอบทั้งเงินทอง สถานะ และความรักทั้งหมดให้แก่เธอตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมา

ทว่าเมื่อหนึ่งเดือนก่อน คืนที่ฟู่เซินเดินทางไปทำงานต่างเมือง เธอกลับพบว่าฟู่เซินแอบปันใจให้คนอื่นมาตั้งนานแล้ว

คืนนั้นฟู่เซินส่งข้อความเสียงมาข้อความหนึ่ง

ทว่าตอนที่เธอกดฟังกลับมีเสียงผู้หญิงแปลกหน้าดังออกมาจากลำโพง

“ฉันกลับประเทศมาได้หกเดือน แค่ฉันกระดิกนิ้วเรียก เขาก็มาติดเบ็ดแล้ว”

“คืนนี้เขาเตรียมดอกไม้ไฟสีฟ้าไว้ให้ฉัน แต่ฉันไม่ชอบสีฟ้า เพราะงั้นเพื่อไม่ให้เป็นการสิ้นเปลือง ฉันเลยยกให้เธอเอาไว้จุดฉลองในวันครบรอบแต่งงาน”

ตอนนั้นเธอยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

กระทั่งในงานเลี้ยงเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ฟู่เซินเดินเข้ามาในห้องอาหารส่วนตัวพร้อมกับผู้หญิงคนนี้

ฟู่เซินแนะนำกับเธอว่าเป็นญาติห่าง ๆ เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขา

เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทักทายเธอด้วยรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าเล็กอันงดงาม

“ไฮ กลับประเทศมาหกเดือนกว่า ในที่สุดก็ได้เจอพี่สะใภ้สักที”

น้ำเสียงออดอ้อนอันคุ้นเคยของหญิงสาวทำให้สวี่ลู่สมองขาวโพลนไปหมด

หลังจากนั้นเธอทนอยู่ต่อไม่ไหวจึงขอตัวกลับก่อน และเธอก็ได้รับข้อความจากคนแปลกหน้าเมื่อฟู่เซินกลับมาถึงบ้านในตอนกลางดึก

“ดาดฟ้าคืนนี้เร้าใจเกินไปหน่อย ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลยทิ้งรอยข่วนไว้บนตัวคุณพี่แฟนเก่าเต็มไปหมดเลย”

“พูดตามตรงนะ คุณพี่แฟนเก่าของฉันก็ยังดุดันเหมือนเดิม เอวพริ้วยังกับมอเตอร์ไฟฟ้า”

สวี่ลู่มองฟู่เซินล้มตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเมา ชายหนุ่มปลดกระดุมออกสองเม็ด มีรอยข่วนเต็มแผงอก

และเสื้อเชิ้ตสีขาวที่เขาสวมอยู่ก็คือเสื้อคู่รักของผู้ชายที่เธอสั่งทำพิเศษเมื่อวันครบรอบแต่งงานปีที่แล้ว

บนปกเสื้อมีคำย่อของคำว่าสามีที่เธอปักด้วยมือของตัวเองว่า ‘Husband’

คืนนั้นตอนที่ฟู่เซินได้รับเสื้อเชิ้ต เขาจับมือของเธอและให้สัญญากับเธอด้วยความซาบซึ้งใจว่า

“ลู่ลู่ วันหลังถ้าผมใส่เสื้อเชิ้ตที่คุณให้ตัวนี้ ผมจะเตือนตัวเองให้อยู่ห่างจากผู้หญิงคนอื่นเข้าไว้ ผมจะรักษาความบริสุทธิ์เพื่อคุณ”

ทว่าตอนนี้กลับมีรอยประทับริมฝีปากสีแดงสดเพิ่มขึ้นมาบนตัวอักษรภาษาอังกฤษคำนี้

กระทั่งถึงวันนี้ที่เธอและฟู่เซินฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าด้วยกัน

เธอมาถึงร้านอาหารตะวันตกก่อน และเธอก็ได้รับสายโทรศัพท์จากฟู่เซินหลังจากผ่านไปห้านาที

เขาบอกว่ากำลังเตรียมเซอร์ไพรส์ให้เธออยู่จึงตามไปกินดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับเธอไม่ทัน ให้เธอดูดอกไม้ไฟคนเดียวไปก่อน

ฟู่เซินพูดจบก็วางสายไป จากนั้นอีกสองนาทีต่อมาเธอก็ได้รับภาพถ่ายที่เขาส่งมาทางวีแชต

เมื่อกดเปิดดูแล้วพบว่าเขากำลังดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์

ซึ่งเต็มไปด้วยดอกไม้สดและไวน์แดงอันแสนโรแมนติกแบบสุด ๆ

โพสต์เวยปั๋วแสดงความรักโพสต์นี้ ฟู่เซินน่าจะโพสต์ตอนนอนอยู่ในอ้อมกอดของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์สินะ
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 23

    เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไป เธอจึงรีบหุบปากลงทันทีนัยน์ตาของฟู่เซินมืดทะมึน เขาจ้องเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เขม็ง พลางเน้นทีละคำ“เธอเป็นคนสั่งให้เซวียฮ่าวฆ่าลู่ลู่ใช่ไหม”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้า ยังคงแก้ตัว“ฉันเปล่า...”ผลัวะ!เธอยังพูดคำสุดท้ายไม่ทันจบ ฟู่เซินก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าของเธออย่างจังหมัดนี้ซัดจนหน้าของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หันไปตามแรงกระแทกซัดจนเธอเลือดกลบปากฟู่เซินหรี่ตาลง ซัดหมัดใส่หน้าเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หมัดแล้วหมัดเล่าราวกับคนเสียสติไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะทนไม่ไหวทว่าหมัดของฟู่เซินกลับไม่ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อยแขกเหรื่อรอบข้างเห็นท่าทางบ้าคลั่งของฟู่เซินก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยสักคนกระทั่งตำรวจและรถพยาบาลมาถึง ฟู่เซินถึงได้หยุดทุบตีเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตอนเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไป สภาพของเธอก็เละเทะไปทั้งตัวตั้งนานแล้วไม่นานนัก งานฉลองครบเดือนที่เคยครึกครื้นและเต็มไปด้วยความสุขก็เหลือเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กทารกสามวันต่อมา สวี่ลู่เข้าร่วมงานของตระกูลสวี่ในฐานะสวี่ซินเซิงครั้งนี้เธอเปลี่ย

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 22

    เดิมทีการที่เธอจะเอาเส้นผมของฟู่จื่อหาวไปตรวจดีเอ็นเอถือเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ต้องขอบคุณที่ปกติเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทำตัวไม่ดีกับสาวใช้ในบ้านเธอดูถูกสาวใช้ก็แล้วไปเถอะ ปกติยังชอบดุด่าว่ากล่าวพวกเธออีกตอนเธอแอบคุยกับสาวใช้เป็นการส่วนตัว เธอยังไม่ทันหยิบเงินที่เตรียมไว้ออกมา สาวใช้ก็ยอมช่วยดึงเส้นผมของฟู่จื่อหาวให้ เพื่อเป็นการระบายความแค้นบนชั้นสอง พนักงานเสิร์ฟห้าคนกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟตามเวลามีพนักงานเสิร์ฟหญิงสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งถือจานที่มีฝาครอบแบบอาหารตะวันตกเดินไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เซินเธอค่อย ๆ เปิดฝาครอบออกภายในจานไม่มีอาหารใด ๆ กลับมีเอกสารสำเนาสี่ฉบับวางหราอยู่คนที่ร่วมโต๊ะหันมามองทันที และเนื่องจากความเคลื่อนไหวฝั่งนี้ค่อนข้างใหญ่โต แขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ จึงพากันชะโงกหน้ามาดู“นั่นอะไรน่ะ”“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนจะได้กินเผือกอีกรอบ”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เกิดความระแวงขึ้นมา เธอกำลังคิดจะดึงเอกสารสำเนากลับไป ทว่าฟู่เซินกลับชิงหยิบผลตรวจร่างกายของตัวเองขึ้นมาดูเสียก่อนชื่อ: ฟู่เซินเพศ: ชายผลการวินิจฉัย: ภาวะมีบุตรยากในเพศชาย ไม่มีตัวอสุจิรูม่าน

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 21

    “นี่เป็นบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแกในช่วงนี้ กฎประจำตระกูลฟู่คือต้องซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียว ครอบครัวปรองดองถึงจะเจริญรุ่งเรือง!”ฟู่เซินหลุบตาลงอย่างหม่นหมองปู่ลงโทษไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปี ปู่มีหลานชายหลายคน ในช่วงเวลาห้าปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีพี่น้องกี่คนที่แซงหน้าและเหยียบย่ำเขามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดไปตลอดกาลแต่เขาเสียสวี่ลู่ไปแล้วจะเอาธุรกิจของตระกูลฟู่ไปทำไมอีก“เข้าใจแล้วครับ ปู่”คุณท่านฟู่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินจากไปตกเย็น เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ได้รู้เรื่องที่ฟู่เซินถูกคุณท่านฟู่ออกคำสั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปีเธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องรับแขก ภายในหัวสับสนวุ่นวายไปหมดคราวก่อนเธอโทรศัพท์หาเซวียฮ่าว บอกว่าจะเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาเป็นรางวัลเซวียฮ่าวบอกว่าจะรีบกลับประเทศมาหาเธอทันที ทว่าผ่านไปไม่นาน เซวียฮ่าวก็โทรศัพท์หาเธออีกครั้งเขาบอกว่าคุณท่านเซวียเรียกเขากลับไปที่บ้านใหญ่หลังจากวางสายครั้งนั้น เธอก็ติดต่อเซวียฮ่าวไม่ได้อีกเ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 20

    “ครับ คุณนาย”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทนายหลี่เดินทางมาที่คฤหาสน์ของฟู่เซินเขามองผู้ชายตรงหน้าที่น้ำหนักลดลงไปเกือบ 15 กิโลกรัม นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งแค่หนึ่งวินาที สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว“ประธานฟู่ครับ คุณนายสวี่สั่งให้ผมนำคฤหาสน์ไปประกาศขาย วันนี้เจ้าของใหม่เซ็นสัญญารับมอบเรียบร้อย ทางนี้คงต้องขอให้คุณ...”ทนายหลี่ยังพูดไม่ทันจบ ฟู่เซินก็เงยหน้าขึ้น แค่นหัวเราะอย่างน่าเวทนา“จะให้ผมย้ายออกไปใช่ไหม ลู่ลู่ตายไปแล้ว ของของเธอในคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่มีเหลือ ผมอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”ฟู่เซินเดินโซเซออกไปด้านนอก ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ รีบเดินตามไปด้วยความเป็นห่วงช่วงนี้เขามักจะดื่มเหล้าอย่างหนัก คิดถึงสวี่ลู่มากเกินไป วันหนึ่งนอนหลับแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเวลาที่คิดถึงขั้นสุด เขากระทั่งพยายามจะกรีดข้อมือดังนั้นฟู่เซินยังไม่ทันเดินพ้นสวน เขาก็ข้อเท้าพลิกและหมดสติไปอีกครั้งผู้ช่วยพาฟู่เซินไปส่งโรงพยาบาล เขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์นั้นสองชั่วโมงต่อมา คนกลุ่มใหญ่ก็พากันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลคนที่เดินนำหน้ามาคือคุณท่านฟู่เขาเดินเข้ามาในห้อ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 19

    เธอมองฟู่เซินที่สติแตกจนแทบบ้า นัยน์ตาหม่นหมองจนยากจะคาดเดาความรู้สึกชายหนุ่มราวกับสิงโตตัวผู้ที่สูญเสียภรรยา ทิ้งความเย่อหยิ่งจองหองจนหมดสิ้นตอนเธอตัดสินใจจากฟู่เซินมาอย่างเด็ดเดี่ยวในตอนนั้นก็ไม่เห็นเขาจะสติแตกขนาดนี้...สวี่ลู่มีดีอะไรนักหนาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฟู่เซิน คว้ามือของเขาขึ้นมา พลางระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง“คุณจะไปนอร์เวย์เหรอ สวี่ลู่ตายไปแล้ว คุณไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร คุณไปตอนนี้ พอกลับมาก็กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วนะ!”ฟู่เซินเงยหน้าขึ้น เขาสะบัดมือของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทิ้งอย่างแรงเขาหยัดกายลุกขึ้น ขณะก้าวเข้าไปหาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทีละก้าวด้วยใบหน้ามืดครึ้มเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจกลัวกับสายตาอันดุร้ายของเขาเธอถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนัง ฟู่เซินก็บีบคอเธออย่างแรง“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเธอขวางไม่ให้ฉันไปหาลู่ลู่ ฉันกับเขาก็คงคืนดีกันไปตั้งนานแล้ว เขาจะเกิดอุบัติเหตุได้ยังไง”“เธอเป็นคนฆ่าลู่ลู่ทางอ้อม! เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ เธอคลอดเด็กออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะทรมานเธอให้ตาย!”น้ำเสียงของชายหนุ่มเหี้ยมเกรียม

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 18

    “เซวียฮ่าวให้เรารอวันฝนตกในครั้งหน้า รอจนรถของคุณสวี่ขับไปถึงลานจอดรถของบริษัท แล้วให้พวกเราลงมือกับรถของเธอครับ”เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของวิลเลียมคนพี่ทุ้มต่ำลง“เซวียฮ่าวกำชับซ้ำ ๆ ว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าจะจัดการคุณสวี่ได้ในครั้งเดียว”“ถ้าสำเร็จ เขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้เราอีกสองล้านห้าครับ”การหมุนปากกาหมึกซึมในมือของลู่หวยชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาแผ่ซ่านไปด้วยไอเย็นยะเยือก“หึ เขาใจป้ำดีนี่”วิลเลียมคนพี่ฟังออกถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของลู่หวย เขาตกตะลึงไปหลายวินาทีปกติประธานลู่มักจะไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ปิดบังความรู้สึกเลย“งั้นทางฝั่งผมควรจัดการยังไงดีครับ”ลู่หวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งการ“แค่งัดแงะนิดหน่อยก็พอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”เขาจะจัดเตรียมตัวแทนให้มาขับรถแทนสวี่ลู่ ถึงตอนนั้นค่อยสร้างสถานการณ์แกล้งทำเป็นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต“ได้ครับ ประธานลู่”ห้าวันต่อมา ประเทศนอร์เวย์ก็มีฝนตกหนักตอนเช้า สวี่ลู่ขับรถไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของบริษัทตามปกติหลังจากจอดรถเสร็จ เธอก็สวมรองเท้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status