แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: กิ่งไม้แปลวเพลิง
เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ดวงตาแดงก่ำ เธอพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น

“ฉันตกลง ฉันจะแต่งกับคุณ ฉันยินดีสองร้อยเปอร์เซ็นต์เลย!”

ทีมงานถ่ายภาพรอบ ๆ พากันโห่เชียร์ขึ้นมา

“คบกันเลย! คบกันเลย!”

ภายในรถ สวี่ลู่มองภาพนั้นด้วยสีหน้าเย็นชา เย็นวาบไปทั้งตัว

ห้าปีก่อน ตอนที่ฟู่เซินขอเธอแต่งงานก็เต็มไปด้วยรักลึกซึ้งเหมือนในตอนนี้

เขาสวมสูทสีดำเรียบเนี้ยบแบบนี้ ถือกุหลาบสีสด และหยิบแหวนขอแต่งงานที่เตรียมมาอย่างพิถีพิถัน

กระทั่งตอนที่ขอเธอแต่งงาน เขาถึงกับสะอื้นออกมา

“ลู่ลู่ ทั้งชีวิตนี้ผมจะรักคุณแค่คนเดียว ผู้หญิงคนอื่นจะไม่มีวันเข้ามาในใจผมได้”

“ผมขอร้องนะ แต่งงานกับผมได้ไหม”

“ผมสาบาน ถ้าฟู่เซินคนนี้นอกใจ ผมยอมไปตายเลย”

สวี่ลู่หัวเราะเสียงเย็นเล็กน้อย แต่หัวเราะไปหัวเราะมา จู่ ๆ ก็ร้องไห้ออกมา

ที่แท้ทุกอย่างก็เป็นของปลอม คำสาบานก็เป็นเรื่องโกหก

แม้แต่ความจริงใจก็สามารถเปลี่ยนไปได้ในชั่วพริบตา

หลินเสี้ยวมองสวี่ลู่อย่างสงสาร ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ ว่า

“พวกเขาไปแล้ว ยังจะตามต่อไหม”

“ตามไป”

สวี่ลู่หลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง

เธออยากจะเห็นว่าอีกเดี๋ยวพวกฟู่เซินจะไปไหนกัน

หนึ่งชั่วโมงต่อมา รถเบนท์ลีย์ก็จอดที่ร้านอาหารตะวันตกร้านหนึ่ง

ร้านอาหารตะวันตกร้านนี้ตั้งอยู่ในย่านที่คึกคักที่สุดของเมืองหลิน และโต๊ะติดหน้าต่างก็จองยากมาก

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทานอาหาร จึงมีลูกค้าอยู่ประปรายไม่กี่โต๊ะ

ที่นั่งแต่ละโต๊ะในร้านอาหารจะมีฉากกั้นกั้นไว้

ดูออกเลยว่าฟู่เซินมีมาตรการป้องกันอย่างดีเยี่ยม

เมื่อเห็นฟู่เซินกับอีกคนเดินเข้าไป สวี่ลู่ก็ไปซื้อเสื้อผ้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่ชุดหนึ่งจากร้านข้าง ๆ ก่อน จากนั้นก็สวมหน้ากากกับหมวกใบใหญ่ แล้วเดินเข้าไปข้างในช้า ๆ

หลินเสี้ยวจัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว เธอทุ่มเงินซื้อโต๊ะต่อจากคนที่จองไว้ จนได้โต๊ะด้านหลังของฟู่เซินมา

พอทั้งสองเพิ่งนั่งลง คู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งก็ถูกพนักงานพาไปนั่งที่โต๊ะของฟู่เซิน

คนทั้งคู่ดูอายุราวห้าสิบปี จากท่าทางแล้วเหมือนคนธรรมดาทั่วไป

และหน้าตาของหญิงวัยกลางคนคนนั้น หากมองดี ๆ ก็คล้ายเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์อยู่ไม่น้อย

“อย่าบอกนะว่า ฟู่เซินกำลังจะมาเจอพ่อแม่เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์น่ะ” หลินเสี้ยวร้องออกมาด้วยความตกใจ

สวี่ลู่หยิบโทรศัพท์ออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เธอหามุมที่เหมาะที่สุด ก่อนจะรีบถ่ายรูปผ่านช่องว่างของฉากกั้นสองสามภาพ

เธอถ่ายได้จังหวะเหมาะเจาะ

ถ่ายตอนที่ฟู่เซินยื่นแบล็กการ์ดใบหนึ่งให้แม่ของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ได้พอดิบพอดี

“ไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นมือเติบไม่เบาเลยนะ” หลินเสี้ยวด่าด้วยความโมโห

สวี่ลู่หลุบดวงตาที่มีน้ำคลอเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลง

ปีนั้น ตอนฟู่เซินกับพ่อแม่เธอเจอกันครั้งแรก เพื่อแสดงความจริงใจ เขาก็หยิบแบล็กการ์ดไม่จำกัดวงเงินออกมาเหมือนกัน

แต่พ่อแม่ของเธอยืนกรานไม่รับ พวกเขาไม่อยากขายลูกสาว

ตอนนี้เหตุการณ์แบบเดียวกันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้ง

“ไปกันเถอะ”

เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เมื่อทั้งสองลงไปถึงชั้นหนึ่ง หลินเสี้ยวตั้งใจจะไปส่งสวี่ลู่กลับบ้าน แต่สวี่ลู่ส่ายหน้า

“เสี้ยวเสี้ยว ตอนนี้ฉันสับสนมาก ฉันอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ”

หลินเสี้ยวไม่โน้มน้าวต่อ แค่กำชับเธอให้ระวังตัวอีกครั้ง

รอจนหลินเสี้ยวไปแล้ว สวี่ลู่จึงเดินไปบนถนนใหญ่เพียงลำพัง

อุณหภูมิด้านนอกลดลงเหลือติดลบหนึ่งองศาแล้ว เธอสวมเพียงเสื้อคลุมบาง ๆ เท่านั้น

แต่ความหนาวทางร่างกาย ก็ยังเทียบไม่ได้กับความหนาวเหน็บในใจของเธอ

ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไหร่แล้ว จู่ ๆ โทรศัพท์ของสวี่ลู่ก็สั่นขึ้นมา

เป็นฟู่เซินที่ส่งข้อความมา

สวี่ลู่กดเปิด ภาพพรีเวดดิงสามภาพปรากฏเด่นชัดบนหน้าจอโทรศัพท์

ภาพหนึ่งเป็นภาพที่เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เอนตัวพิงฟู่เซินอย่างออดอ้อน ท่าทางสนิทสนม

อีกภาพหนึ่งเป็นภาพที่ทั้งคู่จูบกันอย่างหวานซึ้ง

และอีกภาพหนึ่งเป็นภาพที่ฟู่เซินคุกเข่าข้างเดียวและชูดอกไม้ขึ้น เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ยิ้มอย่างลำพองใจ

“วันนี้เราไปถ่ายพรีเวดดิงกัน เขาขอฉันแต่งงานต่อหน้าทุกคน ฉันประทับใจมาก”

“เขายังเป็นฝ่ายเสนอว่าอยากเจอพ่อแม่ฉันเองด้วย นอกจากยังจดทะเบียนสมรสกันไม่ได้ เราก็ทำตามขั้นตอนที่ต้องทำในการแต่งงานจนครบแล้ว”

“ใครบอกว่ามีสามีคนเดียวกันมันไม่ดีล่ะ ฉันรับได้ อยู่ที่เธอแล้วว่าจะรับได้ไหม ยังไงซะฉันก็ไม่เสียเปรียบ”

สวี่ลู่มองข้อความอวดดีของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ ไม่ได้ตอบกลับแม้แต่คำเดียว

เธอส่งภาพพรีเวดดิงทั้งสามรูปให้เลขา จากนั้นก็ส่งรูปที่เธอถ่ายตอนทั้งสี่คนนั่งทานอาหารด้วยกันวันนี้ แล้วก็ถือโอกาสแคปหน้าจอบทสนทนาทั้งหมดส่งไปด้วย

“ปล่อยพวกนี้ในวันแต่งงานให้หมด”

เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว สวี่ลู่ก็เก็บโทรศัพท์กลับเข้าไปในกระเป๋า

เธอเดินไปอย่างคนไร้วิญญาณ ไม่ได้สังเกตเลยว่ารถเก๋งสีดำคันหนึ่งที่เสียการควบคุมกำลังพุ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว

โครม!

สวี่ลู่หลบไม่ทัน ถูกรถเก๋งชนกระเด็นไปไกลสองเมตร

ผ่านไปนานแสนนาน สวี่ลู่ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง กลิ่นยาฆ่าเชื้อฉุนแสบจมูกลอยเข้ามา ภาพที่เห็นคือห้องผู้ป่วยสีขาว

พอเห็นว่าในที่สุดเธอก็ฟื้นแล้ว ฟู่เซินก็รีบเดินมาที่ข้างเตียง นัยน์ตาสีดำเต็มไปด้วยความเป็นห่วงและความหวาดกลัวที่ยังไม่จางหาย

“ฟื้นแล้วเหรอ รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม”

สวี่ลู่ขยับสายตาเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ หยุดอยู่ที่ฟู่เซิน

ชายหนุ่มสองตาแดงก่ำ มองเธอด้วยความร้อนใจและเจ็บปวด

ราวกับว่าอยากให้คนที่บาดเจ็บเป็นตัวเอง

สวี่ลู่รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาทันที ภาพพรีเวดดิงที่ทั้งสองแนบชิดสนิทสนมผุดวาบขึ้นมาในหัว ทำให้ท้องของเธอปั่นป่วน

ฟู่เซินหนอฟู่เซิน สรุปแล้วคนไหนคือคุณตัวจริงกันแน่

“ทำไมไม่พูดล่ะ ไม่สบายตรงไหน ผมจะไปเรียกหมอมา”

ฟู่เซินรีบร้อนจะไปเรียกหมอมา แต่สวี่ลู่ดึงมือเขาเอาไว้ก่อน

เธอถามด้วยเสียงแหบพร่าว่า

“คุณมาได้ยังไง”
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 23

    เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รู้ตัวว่าเผลอหลุดปากไป เธอจึงรีบหุบปากลงทันทีนัยน์ตาของฟู่เซินมืดทะมึน เขาจ้องเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เขม็ง พลางเน้นทีละคำ“เธอเป็นคนสั่งให้เซวียฮ่าวฆ่าลู่ลู่ใช่ไหม”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้า ยังคงแก้ตัว“ฉันเปล่า...”ผลัวะ!เธอยังพูดคำสุดท้ายไม่ทันจบ ฟู่เซินก็ซัดหมัดเข้าที่หน้าของเธออย่างจังหมัดนี้ซัดจนหน้าของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หันไปตามแรงกระแทกซัดจนเธอเลือดกลบปากฟู่เซินหรี่ตาลง ซัดหมัดใส่หน้าเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์หมัดแล้วหมัดเล่าราวกับคนเสียสติไม่กี่นาทีต่อมา เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ก็ล้มลงไปกองกับพื้นเพราะทนไม่ไหวทว่าหมัดของฟู่เซินกลับไม่ผ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อยแขกเหรื่อรอบข้างเห็นท่าทางบ้าคลั่งของฟู่เซินก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้ามเลยสักคนกระทั่งตำรวจและรถพยาบาลมาถึง ฟู่เซินถึงได้หยุดทุบตีเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตอนเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ถูกหามขึ้นรถพยาบาลไป สภาพของเธอก็เละเทะไปทั้งตัวตั้งนานแล้วไม่นานนัก งานฉลองครบเดือนที่เคยครึกครื้นและเต็มไปด้วยความสุขก็เหลือเพียงเสียงร้องไห้ของเด็กทารกสามวันต่อมา สวี่ลู่เข้าร่วมงานของตระกูลสวี่ในฐานะสวี่ซินเซิงครั้งนี้เธอเปลี่ย

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 22

    เดิมทีการที่เธอจะเอาเส้นผมของฟู่จื่อหาวไปตรวจดีเอ็นเอถือเป็นเรื่องยุ่งยากแต่ต้องขอบคุณที่ปกติเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทำตัวไม่ดีกับสาวใช้ในบ้านเธอดูถูกสาวใช้ก็แล้วไปเถอะ ปกติยังชอบดุด่าว่ากล่าวพวกเธออีกตอนเธอแอบคุยกับสาวใช้เป็นการส่วนตัว เธอยังไม่ทันหยิบเงินที่เตรียมไว้ออกมา สาวใช้ก็ยอมช่วยดึงเส้นผมของฟู่จื่อหาวให้ เพื่อเป็นการระบายความแค้นบนชั้นสอง พนักงานเสิร์ฟห้าคนกำลังยกอาหารมาเสิร์ฟตามเวลามีพนักงานเสิร์ฟหญิงสวมหน้ากากอนามัยคนหนึ่งถือจานที่มีฝาครอบแบบอาหารตะวันตกเดินไปหยุดอยู่ข้างกายฟู่เซินเธอค่อย ๆ เปิดฝาครอบออกภายในจานไม่มีอาหารใด ๆ กลับมีเอกสารสำเนาสี่ฉบับวางหราอยู่คนที่ร่วมโต๊ะหันมามองทันที และเนื่องจากความเคลื่อนไหวฝั่งนี้ค่อนข้างใหญ่โต แขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ จึงพากันชะโงกหน้ามาดู“นั่นอะไรน่ะ”“ไม่รู้สิ รู้สึกเหมือนจะได้กินเผือกอีกรอบ”เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เกิดความระแวงขึ้นมา เธอกำลังคิดจะดึงเอกสารสำเนากลับไป ทว่าฟู่เซินกลับชิงหยิบผลตรวจร่างกายของตัวเองขึ้นมาดูเสียก่อนชื่อ: ฟู่เซินเพศ: ชายผลการวินิจฉัย: ภาวะมีบุตรยากในเพศชาย ไม่มีตัวอสุจิรูม่าน

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 21

    “นี่เป็นบทลงโทษสำหรับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแกในช่วงนี้ กฎประจำตระกูลฟู่คือต้องซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียว ครอบครัวปรองดองถึงจะเจริญรุ่งเรือง!”ฟู่เซินหลุบตาลงอย่างหม่นหมองปู่ลงโทษไม่ให้เขาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปี ปู่มีหลานชายหลายคน ในช่วงเวลาห้าปีนี้ไม่รู้ว่าจะมีพี่น้องกี่คนที่แซงหน้าและเหยียบย่ำเขามีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสูญเสียสิทธิ์ในการเป็นผู้สืบทอดไปตลอดกาลแต่เขาเสียสวี่ลู่ไปแล้วจะเอาธุรกิจของตระกูลฟู่ไปทำไมอีก“เข้าใจแล้วครับ ปู่”คุณท่านฟู่ส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง ก่อนจะใช้ไม้เท้าพยุงตัวเดินจากไปตกเย็น เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ได้รู้เรื่องที่ฟู่เซินถูกคุณท่านฟู่ออกคำสั่งห้ามเข้ามายุ่งเกี่ยวกับธุรกิจของตระกูลฟู่เป็นเวลาห้าปีเธอนั่งอยู่คนเดียวในห้องรับแขก ภายในหัวสับสนวุ่นวายไปหมดคราวก่อนเธอโทรศัพท์หาเซวียฮ่าว บอกว่าจะเข้าครัวทำกับข้าวให้เขาเป็นรางวัลเซวียฮ่าวบอกว่าจะรีบกลับประเทศมาหาเธอทันที ทว่าผ่านไปไม่นาน เซวียฮ่าวก็โทรศัพท์หาเธออีกครั้งเขาบอกว่าคุณท่านเซวียเรียกเขากลับไปที่บ้านใหญ่หลังจากวางสายครั้งนั้น เธอก็ติดต่อเซวียฮ่าวไม่ได้อีกเ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 20

    “ครับ คุณนาย”หนึ่งสัปดาห์ต่อมา ทนายหลี่เดินทางมาที่คฤหาสน์ของฟู่เซินเขามองผู้ชายตรงหน้าที่น้ำหนักลดลงไปเกือบ 15 กิโลกรัม นัยน์ตาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งแค่หนึ่งวินาที สีหน้าของเขาก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว“ประธานฟู่ครับ คุณนายสวี่สั่งให้ผมนำคฤหาสน์ไปประกาศขาย วันนี้เจ้าของใหม่เซ็นสัญญารับมอบเรียบร้อย ทางนี้คงต้องขอให้คุณ...”ทนายหลี่ยังพูดไม่ทันจบ ฟู่เซินก็เงยหน้าขึ้น แค่นหัวเราะอย่างน่าเวทนา“จะให้ผมย้ายออกไปใช่ไหม ลู่ลู่ตายไปแล้ว ของของเธอในคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่มีเหลือ ผมอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร”ฟู่เซินเดินโซเซออกไปด้านนอก ผู้ช่วยที่อยู่ข้าง ๆ รีบเดินตามไปด้วยความเป็นห่วงช่วงนี้เขามักจะดื่มเหล้าอย่างหนัก คิดถึงสวี่ลู่มากเกินไป วันหนึ่งนอนหลับแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเวลาที่คิดถึงขั้นสุด เขากระทั่งพยายามจะกรีดข้อมือดังนั้นฟู่เซินยังไม่ทันเดินพ้นสวน เขาก็ข้อเท้าพลิกและหมดสติไปอีกครั้งผู้ช่วยพาฟู่เซินไปส่งโรงพยาบาล เขาทนดูต่อไปไม่ไหว จึงกดโทรศัพท์ไปยังเบอร์นั้นสองชั่วโมงต่อมา คนกลุ่มใหญ่ก็พากันเดินเข้ามาในโรงพยาบาลคนที่เดินนำหน้ามาคือคุณท่านฟู่เขาเดินเข้ามาในห้อ

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 19

    เธอมองฟู่เซินที่สติแตกจนแทบบ้า นัยน์ตาหม่นหมองจนยากจะคาดเดาความรู้สึกชายหนุ่มราวกับสิงโตตัวผู้ที่สูญเสียภรรยา ทิ้งความเย่อหยิ่งจองหองจนหมดสิ้นตอนเธอตัดสินใจจากฟู่เซินมาอย่างเด็ดเดี่ยวในตอนนั้นก็ไม่เห็นเขาจะสติแตกขนาดนี้...สวี่ลู่มีดีอะไรนักหนาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าฟู่เซิน คว้ามือของเขาขึ้นมา พลางระบายความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง“คุณจะไปนอร์เวย์เหรอ สวี่ลู่ตายไปแล้ว คุณไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร คุณไปตอนนี้ พอกลับมาก็กลายเป็นคนสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วนะ!”ฟู่เซินเงยหน้าขึ้น เขาสะบัดมือของเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทิ้งอย่างแรงเขาหยัดกายลุกขึ้น ขณะก้าวเข้าไปหาเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ทีละก้าวด้วยใบหน้ามืดครึ้มเซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ตกใจกลัวกับสายตาอันดุร้ายของเขาเธอถอยหลังกรูด กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับผนัง ฟู่เซินก็บีบคอเธออย่างแรง“ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนั้นเธอขวางไม่ให้ฉันไปหาลู่ลู่ ฉันกับเขาก็คงคืนดีกันไปตั้งนานแล้ว เขาจะเกิดอุบัติเหตุได้ยังไง”“เธอเป็นคนฆ่าลู่ลู่ทางอ้อม! เซี่ยงเสวี่ยเอ๋อร์ เธอคลอดเด็กออกมาเมื่อไหร่ ฉันจะทรมานเธอให้ตาย!”น้ำเสียงของชายหนุ่มเหี้ยมเกรียม

  • ใจที่มอดไหม้   บทที่ 18

    “เซวียฮ่าวให้เรารอวันฝนตกในครั้งหน้า รอจนรถของคุณสวี่ขับไปถึงลานจอดรถของบริษัท แล้วให้พวกเราลงมือกับรถของเธอครับ”เขาชะงักไปเล็กน้อย น้ำเสียงของวิลเลียมคนพี่ทุ้มต่ำลง“เซวียฮ่าวกำชับซ้ำ ๆ ว่าต้องจัดการให้เด็ดขาดที่สุด เพื่อให้แน่ใจว่าจะจัดการคุณสวี่ได้ในครั้งเดียว”“ถ้าสำเร็จ เขาจะจ่ายเงินเพิ่มให้เราอีกสองล้านห้าครับ”การหมุนปากกาหมึกซึมในมือของลู่หวยชะงักกึก ใบหน้าหล่อเหลาแผ่ซ่านไปด้วยไอเย็นยะเยือก“หึ เขาใจป้ำดีนี่”วิลเลียมคนพี่ฟังออกถึงความเย็นชาในน้ำเสียงของลู่หวย เขาตกตะลึงไปหลายวินาทีปกติประธานลู่มักจะไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมา แต่ครั้งนี้เขากลับไม่ปิดบังความรู้สึกเลย“งั้นทางฝั่งผมควรจัดการยังไงดีครับ”ลู่หวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนสั่งการ“แค่งัดแงะนิดหน่อยก็พอ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”เขาจะจัดเตรียมตัวแทนให้มาขับรถแทนสวี่ลู่ ถึงตอนนั้นค่อยสร้างสถานการณ์แกล้งทำเป็นเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนเสียชีวิต“ได้ครับ ประธานลู่”ห้าวันต่อมา ประเทศนอร์เวย์ก็มีฝนตกหนักตอนเช้า สวี่ลู่ขับรถไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของบริษัทตามปกติหลังจากจอดรถเสร็จ เธอก็สวมรองเท้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status