Masukในวันวาน ยอร์ช เคยเชื่อว่าเขาคือผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก เขามีครอบครัวที่อบอุ่น มีธุรกิจที่รุ่งเรือง และมี เบล คู่หมั้นหนุ่มหน้าหวานผู้เลอโฉมที่เขารักสุดหัวใจ ทว่าความสุขนั้นกลับเป็นเพียงยอดปราสาททรายที่รอวันพังครืน
พ่อของเบลไม่ได้เป็นเพียงพาร์ทเนอร์ธุรกิจ แต่คือคนที่พ่อของยอร์ชไว้ใจเหมือนพี่น้อง ทว่าความโลภกลับทำให้พ่อของเบลตัดสินใจหักหลังอย่างเลือดเย็น ด้วยการยักยอกเงินกองกลางและปัดความรับผิดชอบทั้งหมดให้ตระกูลของยอร์ชเพียงผู้เดียว ชั่วข้ามคืน อาณาจักรที่สร้างมาด้วยหยาดเหงื่อกลับกลายเป็นหนี้สินมหาศาล พ่อของยอร์ชทนความอัปยศไม่ไหว จบชีวิตตัวเองทิ้งให้ยอร์ชเผชิญชะตากรรมลำพัง ในนาทีที่มืดแปดด้าน แม่ของยอร์ชหอบสังขารที่ทรุดโทรมไปคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาหน้าบ้านของเบล หวังเพียงเศษเงินเล็กน้อยมาประทังชีวิตและใช้หนี้ แต่พ่อของเบลกลับสั่งคนรับใช้ให้สาดน้ำไล่ ยอร์ชจำภาพแม่ที่เดินโซเซออกไปในคืนฝนตกก่อนจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงปริศนาและความแค้นฝังลึก สิ่งที่ทำให้โลกของยอร์ชถล่มทลายลงอย่างสมบูรณ์คือ บิลลี่ เพื่อนสนิทคนเดียวที่เขากล้าเปิดอกระบายความทุกข์ทุกอย่าง ในวันที่ยอร์ชมาหาบิลลี่ที่คอนโดด้วยความหวังจะหาที่พักพิงใจ เขากลับพบภาพที่กรีดหัวใจจนเหวอะหวะ บิลลี่กำลังระเริงกามอยู่บนเตียงกับเบลที่เมามาย "มึงมันหมดตัวแล้ววิทย์ เบลคู่ควรกับกู ไม่ใช่ขอทานอย่างมึง!" บิลลี่เอ่ยเย้ยหยันขณะที่เบลมองเขาด้วยสายตายากจะคาดเดา ปัจจุบันยอร์ชในวันนี้ไม่ใช่ไอ้ขี้แพ้คนเดิมที่ถูกรุมทำร้ายจนปางตาย เขากลับมาพร้อมกับอำนาจล้นฟ้าในอาณาจักรสีเทา และความร่ำรวยที่ซื้อได้แม้กระทั่งชีวิตคน ยอร์ช หยิบโทรศัพท์ส่วนตัวขึ้นมาต่อสายถึงนอมินีรายใหญ่ที่เขากุมบังเหียนอยู่ "บีบโครงการคอนโดหรูย่านสุขุมวิทของพ่อเบลให้หนัก ทำให้เขาต้องเป็นหนี้มหาศาล ส่วนไอ้บิลลี่ ส่งคนไปเสนอเงินกู้นอกระบบของเราให้มัน บอกมันว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่มันจะกู้ได้ เพราะมันไม่มีสิ่งค้ำประกันเหลือแล้ว นอกจากตัวของมันเอง..." . . เดือนต่อมา "ท่านผู้บริหารรออยู่ที่ห้องประชุมด้านบนครับ" เสียงเลขาหน้าห้องเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อม เบลก้าวเข้ามาด้วยความหวังจะกอบกู้ธุรกิจที่บ้าน มึงสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเข้าไปในห้องประชุมหรูหราด้วยชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทที่จงใจตัดเย็บเน้นสัดส่วนเอวคอดสะโพกผาย หวังจะใช้เสน่ห์และความยั่วยวนที่เคยสะกดผู้ชายได้ทั้งมหาวิทยาลัยมามัดใจเจ้าของบริษัทผู้กุมชะตาชีวิตครอบครัวเขาไว้ กึ่ก.. แต่ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพรมหนานุ่ม มึงกลับต้องชะงักเมื่อภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่ชายวัยกลางคนตัณหากลับอย่างที่มึงจินตนาการไว้ แต่กลับเป็นชายหนุ่มรูปงามที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หนังตัวใหญ่หลังโต๊ะทำงานไม้โอ๊คราคาแพงลิบ ผู้ชายคนนั้นมีบุคลิกที่สงบนิ่งทว่าน่าเกรงขามจนข่มบรรยากาศรอบข้างให้ตายสนิท เขาสวมสูทแบรนด์เนมสั่งตัดสีดำสนิท จัดแต่งทรงกูรับใบหน้าหล่อจัดคมคายสง่างามกว่าผู้ชายทุกคนที่เบลเคยเจอจนเทียบไม่ติด "ไม่ได้เจอกันนานนะเบล" ยอร์ช หมุนเก้าอี้กลับมาสบตา พร้อมรอยยิ้มที่เย็นเยียบไปถึงขั้วหัวใจ รอยยิ้มนั้นทำเอาเบลชะงักค้าง มุมปากที่ยกยิ้มเจื่อนลง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "ยะ... ยอร์ช?" บิลลี่ ที่เดินตามหลังมาอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับคนเห็นผี เมื่อต้องเผชิญหน้ากับอดีตเพื่อนที่เขาเคยเหยียบย่ำและสมเพช คนที่เขาเคยคิดว่าจะไม่มีวันปีนขึ้นมาจากนรกความโชคร้ายได้ เจ้าของอาณาจักรคนใหม่ พ่อหม้ายหนุ่มเมียตายที่รวยที่สุด ยืนขึ้นเต็มความสูง ผายมือให้เพื่อนเก่าและอดีตคู่หมั้นหนุ่มนั่งด้วยท่าทางสุภาพแต่นัยตาวาวโรจน์เป็นประกายเหี้ยมเกรียมเมื่อเห็นคนทั้งคู่ตกใจจนไร้สติ เบลคือคุณหนูผู้เคยใช้ชีวิตเสเพลอย่างสนุกสนานบนกองเงิน ส่วนบิลลี่คือเพื่อนสนิทที่แทงข้างหลังเลือกหักหลังเขาเพื่อความสบาย ส่วนยอร์ช คนเคยรวยที่บ้านล้มละลายหายไปจากวงการไฮโซ กระทั่งอายุสามสิบกว่าปีก็แต่งงานกับเศรษฐีรุ่นใหญ่ และปีต่อมาเมียก็ตายทิ้งสมบัติและอาณาจักรสีเทาทั้งหมดไว้ให้เพราะไม่มีลูกหลานสืบสกุล ยอร์ชจ้องมองทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาคู่นั้นกวาดมองชุดเข้ารูปยั่วยวนของเบลที่ครั้งหนึ่งเคยชวนให้หลงใหล แต่ในนาทีนี้กลับดูไร้ค่าสิ้นดีในสายตาของนักล่า "เห็นว่าทางบ้านกำลังจะล้มละลาย และผู้ชายข้างๆ มึงก็ดูจะหมดประโยชน์ซะด้วยสิ" ยอร์ชเอ่ยกับเบลพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สั่นระริก เบลกำหมัดแน่น พยายามเชิดใบหน้าน่ารักที่ซีดเซียวขึ้นทั้งที่ร่างกายสั่นเทิ้ม ในอดีตเขาเคยยอมไปนอนเพื่อนสนิทอย่างบิลลี่ และเลือกคบหากับบิลลี่ตามคำสั่งพ่อ แต่ใครจะคิดว่าวันนี้เขากลับกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทพ่อตนเองไว้ทั้งหมด "มึงต้องการอะไร จะเรียกกูมาทำไม... ทำไมพ่อถึงไม่บอกว่าคนที่ดูแลบริษัทเงินกู้คือ...!" เบลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประชันหน้ากับอดีตคู่หมั้นด้วยใบหน้าบึ้งตึงและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างแค้นเคือง "ไม่รู้เหรอ หึ หึ หึ... เพราะรู้ต่างหากล่ะ เขาถึงรีบส่งมึงมาใช้หนี้ถึงที่นี่" ยอร์ชสาวเท้าก้าวเข้ามาหาเบลช้าๆ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระคนกับความมั่นใจและอำนาจอันดุดันที่แผ่ออกมาจนเบลรู้สึกตัวหดเล็กลงเรื่อยๆ ราวกับถูกแรงกดดันมหาศาลบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก "เขารู้ดีกว่าใครเสียอีก กูเป็นคนยื่นข้อเสนอเองว่าให้ส่งตัวมึงมาทำงาน มาอยู่ในการดูแลของกู แล้วกูจะพิจารณาเรื่องการต่อสัญญาหนี้ให้... พ่อมึงนี่มันเห็นแก่ตัวและเห็นแก่ได้เสมอต้นเสมอปลายจริงๆ " "ยอร์ช...!" เบลหน้าถอดสี "ตอนนี้มึงอยู่ในการปกครองของกูแล้ว เพราะพ่อมึงกู้เงินไปหลายสิบล้าน... เพราะงั้นก็คงต้องทำงานปรนนิบัติรับใช้กูไปจนกว่าพ่อมึงจะเอาเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยมหาศาลมาคืนจนครบละนะ" ยอร์ชโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหูของเบล ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปลูบไล้เส้นกูและกรอบหน้าหวานของเบลแผ่วเบา ทว่าสัมผัสนั้นกลับเย็นเยียบและแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต จนเบลรู้สึกราวกับถูกงูพิษตัวใหญ่รัดลำคอจนแทบสิ้นใจ "แต่... ถ้ามึงอยากช่วยพ่อปลดหนี้เร็วขึ้น มันก็มีอีกวิธีนะ... มีเงื่อนไขว่ามึงต้องยอมถอดศักดิ์ศรีทั้งหมด แล้วมาเป็น 'สัตว์เลี้ยง' บำเรอกามใต้ร่างของกู" ยอร์ชผละตัวออกมายิ้มเยาะเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบสายตาคมกริบไปมองบิลลี่ที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นทำอะไรไม่ถูกอยู่ด้านหลัง ความเจ้าเล่ห์และความแค้นที่สะสมมานานสะท้อนออกมาผ่านแววตาดุดัน ดอกเบี้ยความแค้นที่สั่งสมมาเนิ่นนาน... บัดนี้ถึงเวลาที่เขาจะทวงคืนและขยี้คนพวกนี้ให้จมดินด้วยมือของเขาเองอย่างสาสมแล้วยอร์ชจ้องมองความงามที่ยับเยินนั้นด้วยความสะใจ สูดกลิ่นคาวสวาทที่คละคลุ้งในห้องทำงานเพื่อกล่อมประสาทที่เพิ่งผ่านการเสร็จสม มือหนาคว้าหมับเข้าที่คางของเบล บังคับให้ใบหน้าฉ่ำปรือนั้นสบตา "ดูสิเบล... โต๊ะทำงานราคาแพงของกูเปื้อน 'น้ำร่าน' โสโครกของมึงหมดแล้ว" ยอร์ชเค่นเสียงหัวเราะพลางใช้นิ้วป้ายน้ำหวานบนโต๊ะมาถูลงบนริมฝีปากบวมเจ่อ "รสชาติความพ่ายแพ้มันหวานดีใช่ไหม ไหนดูดนิ้วกูสิ... เลียคราบราคะของมึงคืนไปให้หมด!" เบลทำได้เพียงครางเครือ ยอมดูดเลียนิ้วหนาอย่างเชื่องช้า ร่างกายยังกระตุกเร่าจากควันหลง รูรักยังขมิบตอดอากาศรัวๆ เหมือนสัตว์ป่าที่ถูกทำให้เชื่องด้วยความเสียว ยอร์ชหยัดกายลุกขึ้นจัดสูทให้เข้าที่ ชายหนุ่มในคราบปีศาจยังคงสง่างามต่างจากเบลที่นอนหมดสภาพเหมือนตุ๊กตายางยอร์ชจิบวิสกี้พลางปรายตามอง "น้ำเงี่ยนท่วมโต๊ะหมดแล้วยัยหมาร่าน... เช็ดให้สะอาดด้วยล่ะ เช็ดด้วยลิ้นของมึง" ความเงียบปกคลุม มีเพียงเสียงหอบกระเส่า ยอร์ชหยิบแท็บเล็ตที่สั่นรัววางลงตรงหน้าใบหน้าที่บิดเบี้ยวของมึง "นั่งตัวตรงๆ สิ... แฟนเก่ามึงโทรมาตามแล้วน่ะ" ยอร์ชสั่งเสียงเย็นพลางจงใจแหวกสาบเสื้อเชิ้ตที่เบลใส่อยู่ใ
เบลพยุงร่างกายที่อ่อนเปลี้ยเดินโซเซลงมาด้านล่าง เห็นยอร์ชนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ด้วยท่าทางสง่างามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น สายตาคมกริบของเขาตวัดมองมาที่สัตว์เลี้ยงที่เดินแทบไม่ไหวด้วยรอยยิ้มเหยียด "ตื่นแล้วเหรอสัตว์เลี้ยง? ดูท่าทางมึงจะ 'อิ่ม' กับอาหารเครื่องจักรเมื่อคืนมากเลยนะ" เบลพยุงร่างเข้าไปในห้องครัวด้วยความหิวโหยที่ปวดหนึบในท้อง ทว่าเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเคาน์เตอร์หินอ่อน เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นด้านหลัง กึ่ก… ยอร์ชยืนพิงกรอบประตูในชุดสูทเนี๊ยบกริบ สายตาคมดุจใบมีดไล่มองเรียวขาที่สั่นพั่บๆ และรูจีบสีหวานที่ยังเผยออ้าทิ้งคราบน้ำรักแห้งกรังประจานความร่านจากเมื่อคืน "หิวมากขนาดนั้นเชียว แต่ดูท่าทางยังเดินไหวนี่นา สัตว์เลี้ยงของกูอึดกว่าที่คิดแฮะ... ดื่มนมหน่อยไหม ท่าทางจะคอแห้ง" ยอร์ชกระตุกยิ้มร้ายพลางคว้าขวดนมเข้าประชิดตัวเบลจนได้กลิ่นบุหรี่ผสมน้ำหอมราคาแพง "คุกเข่าลงแล้วอ้าปาก!" โจ้กกก~ อื๊ออออ แค่กๆๆๆ น้ำนมสีขาวไหลทะลักออกจากปากสวย เลอะเทอะไปตามแผงอกและลำคอ "หกหมดแล้วเลอะเทอะไปหมดเลยแย่จัง คงต้องกินนมอย่างอื่นเป็นมื้อเช้าแทนแล้วล่ะ" "... ผมหิว" เบลประท้วงเสี
ภายในห้องน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำอุ่น เบลยืนพิงผนังหินอ่อนอย่างคนสิ้นเรี่ยวแรง ร่างกายโปร่งหนาที่ผ่านศึกหนักยังคงสั่นกระตุก สายน้ำเย็นที่ราดรดไม่ได้ช่วยมอดไฟราคะที่ยอร์ชสุมไว้ได้เลยแม้แต่นิดเดียว ยอร์ชจ้องมองอดีตเพื่อนร่วมชั้นผู้หยิ่งทะนงในวันวานที่มีสภาพไม่ต่างจากหมาตัวเมียติดสัด "เป็นไงล่ะสัตว์เลี้ยง...เยี่ยวแตกคาเบาะรถแบบนั้น รสชาติความร่านมันซ่านไปถึงสมองเลยไหม" ยอร์ชก้าวเข้าไปประชิด จับเบลหมุนหันหน้าเข้าหาผนังเย็นเฉียบ "หรือว่า 'รูร่าน' ของมึงมันร่านจนเอาไม่อยู่?" ยอร์ชกระตุกกลุ่มผมของเบลให้แหงนเงยหน้าสบตากันผ่านกระจก "ดูสารรูปตัวเองสิเบล... ตอนนี้มึงไม่ต่างอะไรกับโสเพณีข้างถนนที่รอรับส่วนแบ่งความเสียวจากกูเลยนะ" ยอร์ชใช้นิ้วหนาที่เปื้อนคราบน้ำรักป้ายลงบนริมฝีปากบางอย่างเหยียดหยาม "ชิมน้ำร่านของตัวเองสิ ว่ารสชาติมันเป็นยังไง" เบลหลับตาพริ้ม ดูดเลียนิ้วยอร์ชอย่างตะกรุมตะกรามราวกับคนเสียสติ "รูร่านผมเป็นของเจ้านาย... ช่วยผมที ยะ... อยากได้อีก!" "อยากได้อะไรบอกมาสิ" ยอร์ชถามเสียงทุ้มพร่า ขบกรามแน่นจนเห็นสันนูน "อยากโดนเจ้านายกระแทกแรงๆ ... เอาดุ้นยัดเข้ามาในรูนี้..ได้โปร
อีกหลายวันต่อมา ท่ามกลางความเงียบสงัดของโถงทางเดินหินอ่อนในคฤหาสน์หลังใหญ่ เบลในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมตัวบางเฉียบที่ยอร์ชสั่งให้ใส่กำลังยืนรอรับตะกร้าผลไม้จาก มาร์ค ลูกน้องหนุ่มเฝ้าประตูที่วันนี้ได้รับหน้าที่ให้นำของว่างมาส่ง ชุดเชิ้ตที่รัดรึงเน้นสัดส่วนบวกกับรอยแดงจ้ำที่โผล่พ้นปกเสื้อออกมาประจานบทสวาท ทำให้มาร์คที่จ้องมองอยู่ถึงกับลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มาร์คจงใจเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นคาวกามอ่อนๆ ที่โชยออกมาจากร่างของเบล สายตาหื่นกระหายลากไล้ไปตามแผงอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ ก่อนจะหยุดลงที่สะโพกผุดผาด "วันนี้คุณเบลดู...อวบอิ่ม เป็นพิเศษเลยนะครับ" มาร์คเอ่ยเสียงพร่าพลางแสร้งยื่นตะกร้าให้ แต่กลับจงใจใช้นิ้วหนาครูดไปตามง่ามมือของเบลอย่างจาบจ้วง เบลสะดุ้งตัวโยนพยายามจะชักมือกลับ แต่ความร่านร้อนที่ถูกยอร์ชปลุกปั่นมาทั้งวันทำให้ร่างกายของเขากลับสั่นสะท้านตอบสนองต่อสัมผัสแปลกปลอมอย่างน่าละอาย มาร์คเห็นท่าทีอ่อนระทวยนั้นก็ยิ่งย่ามใจ วางตะกร้าลงบนโต๊ะข้างๆ ก่อนจะขยับเข้าประชิดจนหน้าขาเบียดเสียดกับหน้าท้องเนียน "บอสคงใช้งานหนักสินะครับ...ดูสิ ขาสั่นหมดแล้ว" มาร์คหัวเราะในลำค
"อยากกินเนื้อไหมหรืออยากกินอย่างอื่นที่มันแข็งและร้อนกว่านี้หน่อย" ยอร์ชกระตุกยิ้มเหี้ยมเกรียมพลางกระแทกนิ้วลงบนรีโมท เร่งระดับความสั่นของเครื่องมือในตัวเบลให้สั่นระรัวจนร่างโปร่งบิดเป็นเกลียว อกขมวดเกร็งจนลอนกล้ามเนื้อบางๆ สั่นกระตุก น้ำรักพุ่งทะลักออกมาอาบเรียวขาอีกครั้งจนเปียกโชกไปทั้งเคาน์เตอร์หินอ่อนสีดำขลับ สวบบบ!! ซ่าาาาาา!! ยอร์ชจิบวิสกี้รสเลิศพลางทอดสายตามองน้ำคาวหวานที่พุ่งทะลักออกมาจากช่องทางรักของสัตว์เลี้ยงไม่ขาดสาย ทุกครั้งที่เครื่องสั่นจิ๋วกระแทกอัดเข้ากับจุดกระสันภายใน เบลสะดุ้งตัวโยน อกกระเพื่อมไหวรุนแรงจนยอดอกสีคล้ำสั่นระริกชูชัน น้ำหวานใสผสมกับน้ำผึ้งเหนียวหนืดไหลเยิ้มผ่านง่ามก้นงอนงามลงมานองบนโต๊ะหินอ่อนเป็นแอ่งลามกอนาจารที่สุด "ดูสิ น้ำพุ่งออกมาไม่หยุดเลยนะ... มึงมันร่านแค่ไหนเบล ตอนที่พยายามจะกักเก็บเสียงครางร่านๆ ไว้ใต้แครอทแท่งนั้น" ยอร์ชเอ่ยเสียงเรียบเย็นทว่านัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความสะใจ ยอร์ชไม่พูดเปล่า แต่กดรีโมทเร่งระดับการสั่นให้แรงขึ้นเป็นจังหวะกระแทกกระทั้น จนเบลตาค้าง ขาเรียวสั่นระริกจิกเกร็งลงบนโต๊ะหินอ่อนจนเกิดเสียง "เอี๊ยด เอี๊ยด" ของเนื้
แผล้บบบ!! เสียงลิ้นเล็กของเบลตวัดเลียคราบน้ำรักที่ผสมปนเปกับหยาดเหงื่อบนนิ้วหนาของยอร์ชอย่างโหยหา ดวงตาปรือปรอยฉ่ำวาวไปด้วยตัณหาที่ถูกจุดติดจนยากจะดับ แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัวทำหน้าที่เป็นสปอตไลท์ส่องกระทบผิวขาวจัด ขับเน้นรอยแดงจ้ำที่ยอร์ชประทับตราความเป็นเจ้าของไว้ทั่วเรือนร่างให้ดูเด่นชัดและน่ารังแกยิ่งกว่าเดิม "เจ้านาย... ขออีก... อย่าหยุดสิครับ... อูยยย" เบลพึมพำเสียงสั่นพร่า ร่างกายสั่นระริกบิดเร่าอยู่บนเคาน์เตอร์หินอ่อนที่เย็นเฉียบ เขายอมละทิ้งสิ้นซึ่งศักดิ์ศรีที่เคยมี หมอบราบคาบแก้วอยู่ใต้มนต์ขลังของปีศาจร้ายในคราบนักธุรกิจหนุ่มตรงหน้า ยอร์ชยกยิ้มร้าย แววตาคมกริบเหลือบไปเห็นตะกร้าผักสดที่วางอยู่ใกล้ๆ เขาเอื้อมมือหนาไปคว้าแครอทหัวอวบใหญ่ที่เพิ่งล้างน้ำมาหมาดๆ ขึ้นมากัดส่วนปลายจนแหลกด้วยฟันคม ยอร์ชเคี้ยวพลางจ้องมองรูของเบลที่กำลังขมิบตอดอากาศอย่างหิวโหยสลับกับมองหน้าหวานแดงซ่านที่พยายามจะร่อนสะโพกสวนเข้าหาแก่นกายของเขา ยอร์ชแค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะใช้แท่งผักสีส้มสดนั้นป้อนเข้ารูล่างจอมตะกละที่อ้าแหกกว้างรอรับบทลงทัณฑ์ทันที! สวบบบบ! "อ๊าาาาา! มั







