로그인“ผู้ใหญ่ที่บ้านก็พูดแบบนี้เหมือนกันค่ะ” ชวีจิงโยวยู่ปาก: “ฉันไม่อยากคบเป็นเพื่อนกับเขาหรอก ชื่อเสียงเขาในแวดวงไฮโซแย่จะตายไป ไม่กี่วันก็ควงแฟนใหม่แล้ว ชีวิตส่วนตัวเละเทะไม่ไหว” หลินซีอินร้อง “อ้อ” ออกมาคำหนึ่ง ชวีจิงโยวรีบอธิบาย: “ฉันไม่ได้เอาเขามานินทาลับหลังนะคะ แต่มันคือเรื่องจริง!” เธอหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าโมเมนต์ในไลน์ เลื่อนหาชื่อผู้ชายคนนั้นเจออย่างง่ายดาย: “พี่ดูสิคะ ผ่านไปไม่กี่วันก็เปลี่ยนผู้หญิงมาโชว์หวานออกสื่ออีกแล้ว!” หลินซีอินก้มหน้ามองจอ ก่อนจะชะงักเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นตา ลู่จั่วฝาน? ลู่จั่วฝานเนี่ยนะ! เธอจำได้ว่าเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเผยมู่เหยี่ยไม่ใช่หรือไง? อายุมากกว่าชวีจิงโยวเกือบสิบปีเลยนะ ทางบ้านของชวีจิงโยวคิดอะไรอยู่กันแน่ ถึงได้นัดดูตัวผู้ชายที่อายุมากกว่าขนาดนี้ให้เธอ? ชวีจิงโยวสังเกตเห็นท่าทีที่เปลี่ยนไปของหลินซีอิน จึงเอ่ยถาม: “พี่คะ พี่รู้จักลู่จั่วฝานด้วยเหรอ” หลินซีอินได้สติกลับมา เธอพยักหน้า แล้วส่ายหน้า: “พี่แค่เคยได้ยินชื่อเขาน่ะ แต่ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก” “งั้นพี่ก็คงเคยได้ยินใช่ไหมคะ ว่าเขาเป็นเสือผู้หญิงต
“อายุเธอยังน้อยอยู่เลยนะ” หลินซีอินอดประหลาดใจไม่ได้: “คุณพ่อคุณแม่ของเธอรีบร้อนกันไปหรือเปล่า” “เพราะ... พวกท่านกลัวว่าฉันจะถูกหลอกน่ะสิคะ” ชวีจิงโยวบอก: “คนที่เพิ่งเลิกกันไป... เขาก็หวังแค่เงินของบ้านฉันเหมือนกัน” คราวนี้หลินซีอินถึงกับอึ้งไปจริง ๆ เด็กผู้หญิงอย่างชวีจิงโยวออกจะน่ารักน่าเอ็นดูถึงขนาดนี้ จะไม่มีผู้ชายคนไหนมารักเธอด้วยใจจริงเลยเชียวหรือ? เธอจึงเอ่ยถามออกไป: “มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า”ชวีจิงโยวทำหน้าราวกับจะร้องไห้อีกรอบ: “จะเข้าใจผิดอะไรได้ล่ะคะ พี่ชายฉันแค่ไปหาเขาหนเดียว เขาก็กลัวหัวหดจนรีบมาขอเลิกกับฉันเลย!”พอหลินซีอินนึกย้อนไปถึงท่าทีคุกคามของชวีฉงโยวในตอนที่บุกมาหาเธอเมื่อคราวก่อน ก็แอบรู้สึกว่าผู้ชายคนนั้นก็คงจะเจอมาหนักและออกจะน่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย เธอจึงเอ่ยขึ้นว่า: “จิงจิง ฉันว่าเรื่องบางเรื่อง เธอน่าจะลองไปถามผู้ชายคนนั้นดูให้แน่ใจอีกทีนะ เขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจหลอกคบเธอแค่เพราะฐานะทางบ้านหรอก อีกอย่าง... ถ้าพี่ชายเธอออกโรงขัดขวางขนาดนั้น การที่พวกเธอจะคบกันต่อไปก็คงยาก เดาว่าปัญหาน่าจะมาจากเรื่องฐานะทางบ้านที่แตกต่างกันเกินไป ซึ่งจุดนี้ ปั
หลังจากได้ยินคำพูดเหล่านั้นของเผยมู่เหยี่ย หลินซีอินก็สลัดมันทิ้งออกจากหัวไปอย่างรวดเร็ว เธอไม่มีกะจิตกะใจจะไปคิดถึงเรื่องไร้สาระพวกนั้นหรอก ตั้งแต่ตัดสินใจเดินออกมาจากเผยมู่เหยี่ย ผู้ชายคนนั้นก็เลือนหายไปจากใจของเธออย่างสิ้นเชิง เธอจะไม่มีวันยอมให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอีกแล้ว ตอนนี้เธอพึงพอใจกับชีวิตที่เป็นอยู่มาก ๆ ไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องลูก ทุกอย่างล้วนลงตัวและอยู่ในจุดที่ดีที่สุด หลินซีอินยุ่งอยู่จนถึงห้าทุ่มกว่าจึงเข้านอน เช้าวันรุ่งขึ้น เธอได้รับข้อความจากชวีจิงโยวตลอดสามปีที่ผ่านมา ทั้งสองคนยังคงติดต่อกันอยู่เป็นระยะ ชวีจิงโยวถึงขั้นเคยบินไปหาเธอที่ต่างประเทศด้วยซ้ำ หลินซีอินเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่า คนที่แรกเริ่มเดิมทีไม่ได้คิดจะสนิทสนมด้วย ท้ายที่สุดจะกลายมาเป็นเพื่อนซี้กันจริง ๆ ช่วงแรกหลินซีอินยังมีตะขิดตะขวงใจอยู่บ้างเพราะคำพูดที่พี่ชายของชวีจิงโยวเคยพูดเอาไว้ แต่พอได้คลุกคลีกันนานเข้า เธอก็พบว่าเด็กสาวอย่างชวีจิงโยวนั้นทั้งใสซื่อและน่ารัก ความหวังดีที่มอบให้เธอก็บริสุทธิ์ใจโดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง มาถึงตอนนี้ หลินซีอินจึงเอ็นดูอีกฝ่ายเหมือนเป็นน้องส
เผยมู่เหยี่ยทิ้งช่วงไปพักใหญ่กว่าจะเอ่ยปากขึ้นมา “ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” เขาพูด: “แต่เธอ... เป็นคนแรกที่ฉันชอบ และเป็นเพียงคนเดียว” ลู่จั่วฝานฟังแล้วก็หัวเราะร่วน: “มาทำเป็นใสซื่ออะไรต่อหน้าฉัน! ไม่ถูกสิ ตอนม.ปลายนายก็มีแฟนไม่ใช่หรือไง ตอนนั้นนายกับหลินซีอินยังไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ!” เผยมู่เหยี่ยส่ายหน้า ไม่อยากจะอธิบายอะไรให้มากความ แต่พอลู่จั่วฝานเปิดประเด็นนี้ขึ้นมา เขาก็ยิ่งนึกสนุก: “จะว่าไป เหลียนอีก็กลับมาได้สักพักแล้ว พวกนายสองคนเจอกัน ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยเหรอ” เผยมู่เหยี่ยตีหน้าตาย: “ความรู้สึกอะไร” “นายยังจะมาถามอีกว่าความรู้สึกอะไร!” ลู่จั่วฝานบ่นอย่างขัดใจ: “ก็บรรยากาศคลุมเครือชวนหวั่นไหวเวลาถ่านไฟเก่ามาเจอกันไงล่ะ” “ไม่มี” “ไม่มีได้ไง” ลู่จั่วฝานไม่มีทางเชื่อ: “อีกอย่าง เหลียนอีสู้หลินซีอินไม่ได้ตรงไหน แล้วฉันก็ดูออกนะว่าเธอเองก็ไม่ได้ไร้เยื่อใยกับนาย นายสองคนคบกันยังจะดูเหมาะสมกว่าอีก” “ไม่มี” เผยมู่เหยี่ยย้ำอีกประโยค: “และไม่ได้เป็นถ่านไฟเก่าด้วย” “จะมาปากแข็งอะไรกับฉัน เหลียนอีคือผู้หญิงคนเดียวที่นายเคยยอมรับว่าเป็นแฟนเลยนะเว้ย” ลู่จั่วฝานงัดหลักฐาน:
“เผยมู่เหยี่ย ฉันลืมเรื่องราวในอดีตไปหมดแล้ว ทำไมคุณถึงยังต้องมาเสนอหน้าให้ฉันเห็นอีก” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ก่อนจะเอ่ยเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน: “เห็นแล้วมัน... ขยะแขยง” สิ้นคำพูดนั้น เธอก็หมุนตัวเปิดประตูห้องแล้วเดินกลับเข้าไปทันที คำว่า “ขยะแขยง” จากปากเธอ ทิ่มแทงเผยมู่เหยี่ยจนถึงกับชะงักงัน เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกดิ่งวูบราวกับร่วงหล่นลงสู่ถ้ำน้ำแข็ง เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า... หัวใจคนเราจะเจ็บปวดได้ถึงเพียงนี้ ตอนที่ลู่จั่วฝานตามมาเจอ เผยมู่เหยี่ยก็ยังคงเอาแต่กระดกเหล้าไม่หยุด ย้อนกลับไปตอนที่เผยมู่เหยี่ยหย่าร้าง ลู่จั่วฝานยังคิดอยู่เลยว่า ไม่ว่าจะด้วยเหตุ ผลอะไร การที่เพื่อนรักกลับมาโสดและสามารถออกไปเที่ยวเตร่ใช้ชีวิตเสเพลด้วยกันได้อีกครั้งก็ถือเป็นเรื่องดีไม่หยอก เขาหลงนึกว่าเผยมู่เหยี่ยคงจะทำใจได้ในเร็ววันก็ในเมื่อหลินซีอินใจจืดใจดำถึงขั้นกล้าเอาเด็กในท้องออกขนาดนั้น ทว่าเขาคาดไม่ถึงเลยว่า เผยมู่เหยี่ยหลังหย่าร้างกับก่อนแต่งงาน แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด หมอนั่นยังคงปลีกวิเวกไม่ข้องแวะกับสตรีหน้าไหน ใช้ชีวิตจืดชืดราวกับพระจำศีล แต่
ทำไมกัน... เธอไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าที่เผยมู่เหยี่ยทำเรื่องพวกนี้ไปทั้งหมดมันเพื่ออะไร หน้าที่การงานของเผยมู่เหยี่ยในตอนนี้เรียกได้ว่าเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ต่อให้หลินซีอินจะเรียนมาทางสายเคมีและเอาแต่ขลุกอยู่กับงานวิชาการ ทว่าเวลาออกไปกินข้าวข้างนอกเธอก็ยังมักจะได้ยินคนพูดถึงเขาอยู่ดี เล่าลือกันว่าอาณาจักรธุรกิจของเขานั้นยิ่งใหญ่เสียจนน่าขนลุก คนที่มีฐานะและจุดยืนอย่างเขา คงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจมาสร้างความมั่นคงอีกแล้ว เขาไม่ควรไปหาผู้หญิงที่ตัวเองชอบแล้วแต่งงานด้วยหรอกเหรอ? คนแบบหมิงชิงหว่านไง แต่หลินซีอินก็เคยเจอหมิงชิงหว่านมาแล้ว และแอบตกใจอยู่ไม่น้อยกับสภาพที่ดูร่วงโรยและซูบซีดของหล่อน เธอคิดว่า บางทีเวลาสามปีที่ผ่านมา เผยมู่เหยี่ยกับหมิงชิงหว่านอาจจะเลิกรากันไปตั้งนานแล้วก็ได้ แต่นั่นมันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยล่ะ? หรือว่าสามปีผ่านไป เผยมู่เหยี่ยเพิ่งจะนึกถึงความดีงามของอดีตภรรยาอย่างเธอขึ้นมาได้? จะเป็นไปได้ยังไง แล้วตกลงเขากำลังเล่นบ้าอะไรอยู่กันแน่? หลินซีอินคิดหัวแทบแตกก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เธอจึงต้องเอ่ยปากถามออกไปว่า ทำไม







