Beranda / โรแมนติก / ใต้เงาหนามกุหลาบ / ตอนที่ 3 ร้องไห้ห้ามมีเสียง

Share

ตอนที่ 3 ร้องไห้ห้ามมีเสียง

บรรยากาศในคฤหาสน์อัครเดชเดชาค่ำคืนนี้ช่างหนาวเหน็บกว่าที่เคย เมลดายืนหลบอยู่ในเงามืดหน้าห้องทำงานของพ่อ ลมหายใจของเธอแผ่วเบาจนแทบจะหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงสนทนาที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด

"วันมะรืนตอนงานกุศล ฉันจะให้คนสลับตัวคนขับรถของมัน" เสียงของมนตรีเย็นเยียบ

"พอรถมันวิ่งออกนอกเขตเมือง เบรคจะใช้การไม่ได้ และจะชนเข้ากับสิบล้อที่ฉันเตรียมไว้ ทุกอย่างจะดูเหมือนอุบัติเหตุ จากนั้นแกก็รีบเอาเอกสารโอนหุ้นที่ฉันปลอมลายเซ็นมันไว้ไปจัดการให้เรียบร้อย"

"แล้วเมลดาละครับพ่อ ถ้ามันรู้เรื่องเข้า..." เสียงของเมฆาถามขึ้น

"นังลูกไม่รักดีนั่นน่ะเหรอ?" มนตรีหัวเราะอย่างสมเพช

"ถ้ามันยังบ้าผู้ชายและโง่ไม่เลิก ก็กำจัดมันไปพร้อมๆกับไอ้ภริชเลยก็ได้ ฉันเลี้ยงมันมาเพื่อให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ให้มันมาเป็นหลงผู้ชาย"

เมลดาเย็นวาบไปทั้งตัว มือเรียวบางปิดปากตัวเองแน่นเพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นหลุดรอดออกมา หัวใจของเธอเหมือนถูกกระชากออกไปบดขยี้ เธอต้องหาทางขวาง เธอต้องช่วยภริช

วันต่อมา ...

เมลดาบุกไปที่บริษัทของภริชตั้งแต่เช้าตรู่ เธอเห็นเขาเดินออกมาจากรถพร้อมกับเนตรทรายที่ถือกระเป๋าเอกสารให้ ท่าทางที่เขายิ้มให้หล่อนช่างดูอ่อนโยนจนเมลดารู้สึกเหมือนถูกมีดกรีดหน้าอก แต่เธอต้องสวมวิญญาณนางมารร้ายอีกครั้ง

"หยุดเดี๋ยวนี้นะภริช!" เมลดาแผดเสียงพร้อมกับถลาเข้าไปกระชากกระเป๋าเอกสารจากมือเนตรทรายจนข้าวของกระจัดกระจาย

"เมลดา คุณจะบ้าไปถึงไหน!?" ภริชตวาดลั่น

"ฉันไม่ได้บ้า แต่ฉันไม่ยอมให้คุณใช้รถคันนี้!" เมลดาพยายามจะดึงกุญแจรถจากมือเขา แต่ภริชผลักเธอจนล้มลงไปกองกับพื้นหินอ่อน

"มันจะมากไปแล้วนะ คุณดักทำร้ายทรายไม่พอ นี่ยังจะมาพาลหาเรื่องเรื่องรถเรื่องงานของผมอีกเหรอ คุณมันหน้าด้านไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ เมลดา ผมรังเกียจผู้หญิงอย่างคุณที่สุด!"

เมลดาไม่ได้สนใจคำด่าที่เสียดแทงใจ เธอพยายามลุกขึ้นแล้วเข้าไปอาละวาดใส่เนตรทราย ตบตีหล่อนอย่างรุนแรงเพื่อดึงความสนใจ

ทั้งที่ความจริงเธอแอบหยิบเครื่องติดตามตัวเล็กๆ ที่เธอซื้อมาซ่อนไว้ แอบติดไว้ใต้กันชนรถของเขาในจังหวะที่ชุลมุน และแอบให้คนตัดสายน้ำมันบางส่วนเพื่อให้รถสตาร์ทติดยากจนเขาต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ในวันงาน

"อีคนใช้ชั้นต่ำ เพราะเธอนั่นแหละที่ทำให้ภริชเปลี่ยนไป!" เมลดาตบหน้าเนตรทรายฉาดใหญ่ ภริชโกรธจนหน้ามืด เขาคว้าข้อมือเมลดาแล้วเหวี่ยงเธอไปกระแทกกับเสาปูนอย่างแรง

อั่ก!

ความเจ็บปวดจากแผลเก่าที่หลังปะทุขึ้นมาจนเมลดาหน้าซีดเผือด เธอรู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆ ที่ซึมผ่านเสื้อผ้าออกมา ภริชชี้หน้าเธอด้วยความโกรธแค้น

"ไปตายที่ไหนก็ไปเมลดา ต่อไปนี้ถ้าผมเห็นคุณเข้าใกล้ทรายหรือบริษัทผมอีก ผมจะไม่สนว่าคุณเป็นผู้หญิง ผมจะแจ้งความจับคุณเข้าคุกให้จบๆ ไปซะ!"

เขากระชากแขนเนตรทรายให้เดินตามเขาไป ทิ้งให้เมลดานั่งจมอยู่กับเลือดที่ไหลซิบจากแผลที่พ่อและพี่ชายทำพร้อมเศษใจที่แตกสลาย

เธอพยายามจะลุกขึ้น แต่เรี่ยวแรงที่มีกลับมลายหายไปสิ้น แผ่นหลังที่บอบช้ำ ข้อมือที่ถูกบีบจนช้ำเขียว และความหิวโหยจากการถูกขังอดข้าวหลายวันทำให้สติของเธอค่อยๆดับวูบลง

ภริชที่เดินจากไปได้ไม่กี่ก้าว กลับรู้สึกเอะใจเมื่อได้ยินเสียงพนักงานร้องตะโกนด้วยความตกใจ เขาหันกลับมามองและเห็นเมลดานอนสลบไสลอยู่บนพื้น ใบหน้าสวยของเธอขาวซีดราวกับศพ

"อย่ามาสำออยนะเมลดา ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!"

เขาตะโกนด่า แต่ร่างนั้นกลับไม่ไหวติง จนเขาสังเกตเห็นเลือดที่ค่อยๆซึมออกมาจากแผ่นหลังของเธอจนเป็นดวงกว้าง

ภริชใจเสีย เขาอุ้มเธอขึ้นมาและพบว่าตัวเธอเบาราวกับขนนก ร่างกายที่เขาเคยคิดว่าสวยงามด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนม บัดนี้กลับมีแต่กระดูกโผล่พ้นผิวหนัง เขาตัดสินใจพาเธอส่งโรงพยาบาลทันที

ที่โรงพยาบาล

นายแพทย์วัยกลางคนเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ญาติคุณเมลดาใช่ไหมครับ? คนไข้อาการหนักมากนะครับ เธอมีรอยบอบช้ำทั่วร่างกาย ทั้งรอยแผลเก่าที่หลังที่เหมือนโดนของแข็งฟาดจนอักเสบติดเชื้อ แถมยังมีภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ร่างกายเธออ่อนแอมากเหมือนไม่ได้ทานอะไรมาหลายวัน..."

ภริชยืนอึ้ง คำพูดของหมอเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจรอยแผลเก่าที่โดนของแข็งฟาด และขาดสารอาหาร มันจะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นลูกคุณหนูตระกูลดังที่ใช้ชีวิตหรูหรา

ทว่าก่อนที่หมอจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ เสียงกรีดร้องดังลั่นมาจากภายในห้องพักฟื้น

"ออกไป ออกไปให้หมด ฉันไม่ต้องการให้ใครมายุ่งกับฉัน ไอ้พวกบ้า!"

ภริชรีบวิ่งเข้าไป เห็นเมลดากำลังดึงสายน้ำเกลือออกอย่างบ้าคลั่ง เธอหันมาเห็นเขา แววตาที่เจ็บปวดลึกล้ำถูกฉาบทับด้วยความเกลียดชังทันที

"มาดูผลงานตัวเองเหรอคะภริช ดีใจไหมที่เห็นฉันสภาพแบบนี้!"

"เมลดา หมอบอกว่าคุณถูกทำร้าย ใครทำคุณ?" ภริชถามเสียงสั่น

"ใครจะทำล่ะคะ ก็ฉันน่ะสิคะที่ทำตัวเอง ฉันพยายามเรียกร้องความสนใจจากคุณไง ฉันทำร้ายตัวเอง อดข้าวประท้วงคุณ แต่คุณมันก็ยังหน้าโง่เชื่อยัยเนตรทรายอยู่ได้!"

เมลดาตะโกนใส่หน้าเขา น้ำตาไหลพรากแต่เธอกลับยิ้มเยาะ

"ออกไปซะ รีบออกไปซะ อย่ามาทำเป็นสมเพชฉัน!"

"เธอมันบ้าไปแล้วเมลดา บ้าจนกู่ไม่กลับ!"

ภริชกัดฟันพูดด้วยความรังเกียจอีกครั้ง เขาหมุนตัวเดินออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมามอง

ทันทีที่เสียงฝีเท้าของภริชเงียบหายไป เมลดาที่เคยอาละวาดก็ทรุดตัวลงนอนคุดคู้บนเตียง เธอสะอื้นฮักจนตัวโยน แต่ไร้ซึ่งเสียงร้องไห้ มีเพียงหยดน้ำตาที่ไหลอาบหมอนจนชุ่ม จนคุณหมอเดินเข้ามาประคองเธอขึ้น

"คุณเมลดาครับ ผมต้องบอกความจริงกับคุณภริชนะครับ เรื่องที่คุณ..."

"ไม่ค่ะ..."

เมลดาเอื้อมมือที่สั่นเทาไปคว้าข้อมือคุณหมอ

"ขอร้องล่ะค่ะคุณหมอ อย่าบอกเขา อย่าบอกใครทั้งนั้น ให้เขาเกลียดฉันแบบนี้ดีแล้ว "

"แต่คุณจะตายเอานะครับ..."

"ถ้าความตายของฉันมันแลกกับชีวิตของเขาได้ ฉันก็ยอมค่ะ" เมลดาหลับตาลงปล่อยให้น้ำตาหยดสุดท้ายไหลออกมา

"ช่วยรักษาฉันแค่พอให้มีแรงก็พอค่ะหมอ ฉันอยู่ที่นี่นานไม่ได้"

ในห้องสี่เหลี่ยมที่เงียบงัน มีเพียงหญิงสาวที่ถูกตราหน้าว่าเป็นนางร้าย นอนกอดความเจ็บปวดที่ไร้เสียงเอาไว้เพียงลำพัง โดยที่ผู้ชายที่เป็นเจ้าของหัวใจเธอ กำลังสาปแช่งเธออยู่ในใจด้วยความเกลียดชังที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน

จบตอนที่3

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 52 (ตอนจบ)ให้ตัดใจจากเขามันยากจริงๆ

    เมลดาใช้เวลาในกรุงเทพฯ สองสามวันแรกอย่างเรียบง่าย เธอจงใจหลีกเลี่ยงการไปในที่ที่อาจจะเจอภริช จนกระทั่งวันหนึ่ง แสงดาวพาเธอไปทานข้าวที่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่งโดยอ้างว่าอยากฉลองที่เธอกลับมา แต่ทว่าโลกมันกลมเกินกว่าที่คิด เมื่อเธอเดินเข้าไปในร้าน เธอก็พบกับภริชที่กำลังนั่งคุยงานอยู่กับกลุ่มนักธุรกิจ หัวใจของเมลดาเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ เธอแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและเดินผ่านโต๊ะของเขาไป แต่สิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกหน่วงในใจคือ ภริชเองก็เห็นเธอ แต่เขากลับทำหน้านิ่งเฉย ทำเหมือนไม่รู้จักกัน และทำเป็นมองไม่เห็นเธอแม้แต่ตอนที่เดินสวนกันเพื่อไปเข้าห้องน้ำ เขาก็ไม่แม้แต่จะพยักหน้าทักทาย ความรู้สึกน้อยใจที่ไม่ได้เตรียมใจไว้จู่โจมเมลดาอย่างกะทันหัน เธอสั่งอาหารมาทานได้ไม่กี่คำก็เริ่มนั่งเหม่อ "เป็นอะไรไปจ๊ะ นั่งทำหน้ามุ่ยเชียว อาหารไม่ถูกปากเหรอ" แสงดาวถามพลางอมยิ้ม "เปล่า" เมลดาตอบสั้นๆ "อ้อ... หรือว่าน้อยใจใครบางคนที่ไม่ยอมทัก" แสงดาวแกล้งแทงใจดำ "ก็แกเองไม่ใช่เหรอเมย์ ที่เป็นคนเลือกทางนี้เอง เป็นคนบอกเขาเองว่าขออิสระ" "อย่างน้อยก็ควรจะทักทายกันตามประสาคนรู้จักบ้างสักนิดก็ยังดี" เมลดาบ่นพึมพำออกมา

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 51 ให้ตัดใจจากเขามันยากจริงๆ/1

    ที่สนามบินนานาชาติชวนให้รู้สึกถึงการเริ่มต้นใหม่ เมลดาเดินก้าวออกมาจากประตูผู้โดยสารขาเข้าด้วยท่วงท่าที่มั่นใจและผ่อนคลายกว่าปีที่ผ่านมามาก เธอสวมชุดเดรสผ้าฝ้ายสีอ่อนดูสบายตา ใบหน้าที่เคยซูบซีดบัดนี้ดูมีน้ำมีนวลและสดใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไกลออกไปเธอเห็นร่างที่คุ้นเคยของแสงดาวที่ยืนโบกมือหยอยๆ พร้อมรอยยิ้มกว้างที่เห็นมาแต่ไกล เมลดาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวก่อนจะเร่งฝีเท้าเข้าไปหาเพื่อนรัก ทั้งคู่โผเข้ากอดกันกลมกลางโถงผู้โดยสาร ความรู้สึกโหยหาและมิตรภาพที่ยาวนานถูกส่งผ่านอ้อมกอดนั้น แสงดาวผละออกมาสำรวจเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาพินิจพิจารณา "เป็นยังไงบ้างยายเมย์ ไปใช้ชีวิตสงบสยบความเคลื่อนไหวมาหนึ่งปีเต็ม ค้นพบความสุขที่แท้จริงหรือยังจ๊ะ" แสงดาวถามแกมหยอกตามนิสัย "แกก็พูดไปเรื่อยแสงดาว ฉันแค่ไปอยู่บ้านแม่ ไปดูแลสวนกุหลาบ ไม่ได้ไปจำศีลในถ้ำที่ไหนสักหน่อย" เมลดาตอบพลางหัวเราะเบาๆ ท่าทางของเธอดูผ่อนคลายอย่างที่แสงดาวไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดสิบปีที่ผ่านมา แสงดาวมองเพื่อนรักด้วยความรู้สึกปิติลึกๆ ในใจ เมลดาในวันนี้ดูเหมือนคนที่เป็นอิสระจากพันธนาการทุกอย่างจริงๆ แววตาที่เคยมีความกัง

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 50 ขอโอกาสอีกครั้ง/2

    เมลดาไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธในทันที เธอเพียงแต่ยิ้มบางๆ แล้วมองกลับไปที่ท้องทะเล "ให้เวลาเป็นเครื่องตัดสินเถอะค่ะภริช ตอนนี้ฉันแค่ต้องการไปให้ถึงเชียงดาว ไปหาทุ่งกุหลาบที่แม่ทิ้งไว้ให้ฉัน" เชียงดาว, จังหวัดเชียงใหม่ อากาศที่เชียงดาวเย็นสบายและบริสุทธิ์กว่ากรุงเทพฯ มาก เมลดาเดินทางมาถึงบ้านไม้หลังเก่าที่โอบล้อมด้วยภูเขาตามแผนที่และที่อยู่ในคลิปวิดีโอที่แม่ทิ้งไว้ให้ เธอทำตามคำแนะนำทุกขั้นตอนจนกระทั่งได้รับกุญแจบ้านมาครอบครอง เมื่อประตูรั้วเปิดออก สิ่งที่อยู่เบื้องหน้าทำให้เธอถึงกับน้ำตาคลอ ทุ่งดอกกุหลาบสามสี ทั้งสีแดง สีขาว และสีเหลือง ปลูกสลับกันอย่างสวยงามบานสะพรั่งเต็มพื้นที่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาตามลมประทะใบหน้า เมลดาเดินเข้าไปท่ามกลางดงดอกไม้เหล่านั้น เธอเริ่มใช้เวลาอยู่ที่นี่อย่างจริงจัง ความรู้สึกโศกเศร้าที่มีเริ่มเบาบางลงเหมือนได้อยู่ใกล้ชิดกับแม่ในทุกๆ วัน เวลาหนึ่งปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมลดาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายที่เชียงดาว เธอเรียนรู้วิธีการดูแลสวนกุหลาบอย่างประณีต ดอกกุหลาบที่แม่เลือกมาปลูกไว้เป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีหนามแหลมคมเหมือนกุหลาบทั่วไป เธอสามารถสัมผัสกลีบดอกและก้านข

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 49 ขอโอกาสอีกครั้ง/1

    บรรยากาศภายในห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาลดูผ่อนคลายลงกว่าหลายสัปดาห์ก่อนมาก เมลดาเริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้า แม้ร่างกายจะยังซูบผอมแต่ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยเริ่มกลับมามีประกายแห่งชีวิตอีกครั้ง ภริชและละอองดาว รวมถึงแสงดาว ต่างแวะเวียนมาดูแลเธออย่างไม่ขาดสาย ทุกคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เลวร้าย แต่ความเงียบสงบและท่าทีที่เรียบนิ่งของเมลดากลับเป็นสิ่งที่ทำให้ภริชรู้สึกกังวลใจมากที่สุด เขารู้ดีว่าเมลดารักเขามาทั้งชีวิต เธอใช้ชีวิตเพื่อเขามาโดยตลอด ยอมกระทั่งให้ตัวเองถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิดเพียงเพื่อให้เขาปลอดภัย ข้อนี้คือความจริงที่หนักแน่นจนเขาไม่อาจโต้แย้งได้ และเมื่อเธอเอ่ยปากขอ อิสระมันจึงเป็นคำขอที่เขารู้สึกว่าใจร้ายที่สุด แต่เขาก็มีสิทธิ์น้อยที่สุดที่จะปฏิเสธมัน ในวันที่เธอได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล ภริชตัดสินใจพาเมลดาไปที่บ้านพักริมทะเลแห่งหนึ่ง เขาอยากให้เสียงคลื่นและลมทะเลช่วยเยียวยาจิตใจที่บอบช้ำของเธอ และอยากใช้เวลาช่วงสุดท้ายก่อนที่เธอจะไปจากเขาเพื่อยืนยันความรู้สึกในใจ เมลดายืนนิ่งอยู่บนหาดทรายขาว สายลมพัดเส้นผมยาวสลวยของเธอให้ปลิวไสวไปตามแรงลม เธอมองออกไปที่เส

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 48 ขออิสระ/2

    เธอรวบรวมพละกำลังที่มีเพียงน้อยนิด ขยับมือปัดแจกันพลาสติกข้างเตียงจนตกลงพื้นดัง เคร้ง! แสงดาวสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที เมื่อเห็นดวงตาที่คุ้นเคยกำลังจ้องมองมา แสงดาวก็ปล่อยโฮออกมาด้วยความดีใจ "เมย์! แกฟื้นแล้ว! แกกลับมาหาฉันแล้ว!" ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ภริชและละอองดาวรีบเร่งมาที่โรงพยาบาลทันทีที่ทราบข่าว เมื่อผลักประตูเข้าไป เห็นเมลดานั่งพิงหัวเตียงด้วยใบหน้าที่ซูบซีด ภริชไม่รอช้า เขาโผเข้ากอดเธอแน่นราวกับจะหลอมรวมร่างเธอไว้ในใจ "ในที่สุดคุณก็กลับมา... เมย์ ผมรักคุณนะ! พวกเรารู้ความจริงหมดแล้ว ผมจะจัดงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผมจะแต่งงานกับคุณนะเมย์!" ภริชพูดรัวด้วยความปิติ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวัง แต่ทว่า... เมลดากลับนั่งนิ่งงัน แววตาของเธอว่างเปล่าและเย็นชาราวกับคนละคน "แม่ผมก็อนุญาตแล้วนะเมย์ ท่านอยากให้เราคบกันจริงๆ" ภริชยังคงพยายามสื่อสาร ขณะที่ละอองดาวเดินเข้ามาจับมือเธอไว้ "น้าเข้าใจผิดไปหมด น้าขอโทษนะน้องเมย์" ภริชจ้องมองใบหน้าหญิงสาวที่เขาเฝ้ารอมาตลอด "เมย์... ถ้าคุณอยากได้อะไร เพียงแค่คุณบอกมา ผมจะทำให้คุณได้หมดทุกอย่าง ไม่ว่าอะไรก็ตาม" เมลดาสบตาภริชช้าๆ ก่อนจะเปล

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 47 ขออิสระ/1

    ความเศร้าที่เคยปกคลุมห้องผู้ป่วยพิเศษเริ่มจางหายไป เปลี่ยนเป็นความเงียบสงัดที่เต็มไปด้วยความหวังอันริบหรี่ ภริช ในสภาพที่ผ่ายผอมลงไปถนัดตา นั่งอยู่ข้างเตียงของ เมลดา มาเนิ่นนานหลายสัปดาห์ เขาไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความมืดมิดเพียงลำพังอีกต่อไป งานเอกสารกองโตถูกย้ายมาไว้ที่มุมห้องพยาบาล เพื่อที่เขาจะได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับร่างที่แน่นิ่งได้ทุกวินาที ในทุกๆ วัน ภริชจะบรรจงเช็ดตัวทำความสะอาดร่างกายให้เมลดาอย่างอ่อนโยน เขาไม่เคยนึกรังเกียจแม้เพียงนิด กลับกัน เขากลับรู้สึกผิดทุกครั้งที่สัมผัสโดนรอยแผลเป็นจางๆ ตามเนื้อตัวของเธอ รอยแผลที่เขาเคยละเลยและมองข้ามไปอย่างเลือดเย็น "เมย์ครับ... วันนี้ข้างนอกอากาศดีมากเลยนะ" ภริชเอ่ยพลางนวดเฟ้นกล้ามเนื้อแขนขาให้เธอตามคำแนะนำของแพทย์ "ตื่นขึ้นมาฟังผมเล่าเรื่องงานหน่อยสิ ผมทำพลาดไปหลายอย่างเลยนะถ้าไม่มีคุณคอยกวนประสาทแบบวันก่อนๆ... ตื่นมาด่าผมก็ได้ ผมยอมคุณทุกอย่างแล้ว" เขาโน้มตัวลงจุมพิตที่หน้าผากของเธอเบาๆ ก่อนจะไปทำงาน และทำเช่นเดียวกันเมื่อกลับมาถึง ชายหนุ่มผู้จองหองในวันวาน บัดนี้เหลือเพียงชายผู้อดทนรอคอยปาฏิหาริย์ด้วยหัวใจที่แตกสลาย

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 27 หรือจะเป็นพฤติกรรมจำแลง/1

    ภริชยังนอนหลับสนิทอยู่ที่โซฟา ซึ่งตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว ป้าคณาเข้ามาหาเธอ และบอกเธอเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยของเจ้านาย และบอกกับเมลดาว่า คุณภริชจะต้องอยู่ต่อที่นี่อีกสามถึงสี่วันวัน ให้เธอดูแลเขาอย่างใกล้ชิด ห้ามขัดใจเขา เมลดาพยักหน้าตอบ เมื่อเช้านี้เธอยังคิดอยู่เลยว่าเย็นนี้เขาคงจะได้กลับไปแล้ว แต่นี

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 10 เดิมพันทั้งชีวิต/3

    ภริชเขาอยากพิสูจน์ว่าเมลดาแกล้งช่วยเนตรทรายเพื่อเอาตัวรอด หรือเธอเป็นอย่างที่เนตรทรายบอกจริงๆ และเขาจะใช้เวลาต่อจากนี้ ขยี้ศักดิ์ศรีของคุณหนูผู้สูงส่งให้จมดิน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่แว้งมากัดเขาได้อีก และไม่คิดแก้แค้น เมลดาไม่ได้ตอบโต้ เธอเพียงพยักหน้าเบาๆ ชดใช้งั้นเหรอต่อให้ต้องชดใช้ด้วยชีวิต..

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 9 เดิมพันทั้งชีวิต /2

    เมลดามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาที่สั่นไหว ทราย... เธอก็รักเขามากขนาดนี้เลยเหรอ ภริชคงเจอคนที่เหมาะสมแล้วล่ะ เธอคิด จากนั้นเมลดารีบก้มลงกระซิบข้างหูเนตรทราย "เงียบ..แล้วฟังฉันนะทราย ฉันไม่ได้มาฆ่าเธอ ฉันมาช่วย พกมือถือเครื่องนี้ไว้ ฉันกดเบอร์ตำรวจค้างไว้แล้ว เดี๋ยวพอภริชมาถึง ให้เธอทำตามที่ฉันบอก

  • ใต้เงาหนามกุหลาบ   ตอนที่ 8 เดิมพันทั้งชีวิต /1

    ในงานกาล่าดินเนอร์ระดับมหาเศรษฐีไม่ได้ทำให้หัวใจของเมลดาอบอุ่นขึ้นแม้แต่นิดเดียว เธอสวมชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขรึม ยืนหลบอยู่ในมุมมืดมองดู ภริช ที่เดินเคียงข้างเนตรทรายออกงานอย่างสง่างาม ทั้งคู่ดูเหมือนกิ่งทองใบหยกที่ใครเห็นก็ต้องอิจฉา ความเจ็บช้ำเกาะกินอยู่ภายในใจ แต่ทว่าวันนี้คือวันที่ต้องตัดสิน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status