Share

บทที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2025-12-05 23:16:50

เช้าวันใหม่ที่ความรู้สึกไม่เหมือนทุกวัน แสงอาทิตย์อ่อน ๆ และสายลมเย็น ๆ พัดลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่ากระทบใบหน้าเรียวใสของคะน้า แต่กลับไม่สามารถละลายความหนักอึ้งในใจที่แบกมาจากเมื่อคืนได้เลย

คะน้าลืมตาขึ้นช้า ๆ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาไม่ใช่เรื่องเรียนต่อ ไม่ใช่เรื่องยาย แต่คือ…

“เฮ้อ… นี่ฉันต้องย้ายไปอยู่ที่นั่นจริงเหรอ”

คนตัวบางลุกขึ้นนั่งบนเตียงเก่า เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดเบา ๆ ดังตามจังหวะการขยับตัว แสงแดดที่ส่องเข้ามาในเช้านี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเคย แต่มันคือแสงของเช้าวันใหม่ที่เธอต้องเตรียมตัวเดินหน้าเข้ากรงมังกรโดยไม่มีสิทธิ์ถอยหลัง

กลิ่นข้าวต้มที่ยายสมพรกำลังต้มลอยมาแตะจมูก ของเธอ ยายยังคงเหมือนเดิมไม่รู้เลยว่าหลานสาวของตัวเองได้ทำข้อตกลงกับมังกรตัวใหญ่ไปแล้ว

“ตื่นแล้วเหรอคะน้า” เสียงของยายดังมาจากครัว

“จ้ะยาย” คะน้าตอบเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้นมาแต่งตัว ถักเปียผมลวก ๆ เหมือนทุกวัน แต่แววตาในกระจกไม่เหมือนเดิม มันไม่มีความใสซื่อแบบเดิมอีกแล้ว

“วันนี้…ฉันต้องเริ่มขยับแล้ว”

พูดจบเธอรีบเดินไปนั่งกินข้าวกับยายเงียบ ๆ แม้จะยิ้มให้ยายเหมือนเดิม แต่ภายในกลับเหมือนมีเสียงนาฬิกานับถอยหลังดังในหัว

จนกระทั่งกินข้าวเสร็จ หลังล้างถ้วย คะน้าเดินออกมาหน้าบ้าน สายตาเธอมองไปทางใจกลางเมือง…ที่ซึ่งเป็นทางของตึกสูงบริษัทของหลงเฟยตั้งตระหง่านราวกับปราสาทของมังกร

“ฉันกำลังจะก้าวเข้าไปในกรงของคุณ…แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแค่คนที่อยู่ในนั้นเฉย ๆ แน่หลงเฟย”

พูดจบคนตัวบางก็รีบเดินกลับเข้าบ้าน อาบน้ำแต่งตัว เมื่อเสร็จสายตากลมใสจึงกวาดมองห้องไม้เก่าอย่างเงียบงัน ตู้ไม้ใบเล็กที่ยายใช้มาตั้งแต่สมัยยังสาว ผ้าม่านซีดจางที่ถูกแดดเลียมาหลายสิบปี และโต๊ะเตี้ย ๆ ที่เป็นทั้งที่ทำการบ้านและพับผัก

เธอเปิดตู้หยิบเสื้อผ้าไม่กี่ชุด พับเรียบ ๆ แล้วใส่ลงในกระเป๋าผ้าใบเดิมที่ใช้มาตลอด มันไม่ใช่กระเป๋าใบสวย แต่เป็นใบที่เธอใช้สะพายไปมอบตัวที่มหาลัย และตอนไปช่วยยายขายผัก และ…ตอนนี้ มันกำลังจะกลายเป็นกระเป๋าที่พาเธอออกจากบ้านหลังนี้

“ขอโทษนะยายที่หนูต้องโกหก…” คะน้าพูดคนเดียวเบา ๆ

“คะน้า ทำอะไรอยู่น่ะลูก” เสียงยายสมพรดังมาจากหน้าครัวอีกครั้ง

“เก็บของนิดหน่อยจ้ะยาย” เธอตอบกลับเสียงเรียบ พยายามกลั้นใจไม่ให้สั่น

“จะไปไหนเหรอ” ยายเดินเข้ามาใกล้ มือเหี่ยวย่นถือผ้าขี้ริ้วเปียกที่เพิ่งเช็ดโต๊ะ

“เอ่อ…ช่วงนี้ที่มหาลัยจัดอบรมเยอะน่ะยาย ก่อนจะเปิดเทอม หนูเลย…ต้องเข้าไปอยู่หอเพื่อนใกล้ ๆ มหาลัย” คะน้าวางกระเป๋าลง ขยับยิ้มบาง ๆ เสียงของเธอนิ่ง เรียบ เหมือนคนซ่อนบางอย่างไว้ข้างใน

“อืม…ก็ดีแล้วลูก ตั้งใจเรียนเข้าไว้นะ ยายอยากเห็นคะน้ามีอนาคตดี ๆ ไม่ต้องมาลำบากเหมือนยาย” ยายสมพรพยักหน้าเบา ๆ แม้ดวงตาจะมีรอยกังวลแฝงอยู่

“จ้ะยาย หนูสัญญาเลย” คะน้ายิ้มพยายามกลบเสียงหัวใจที่เต้นแรง เธอเดินเข้าไปกอดยายแน่น กลิ่นสบู่ราคาถูกและกลิ่นข้าวต้มที่คุ้นเคยโอบรัดเธอไว้เหมือนอ้อมแขนของบ้าน

“จะไปนานไหมลูก” หญิงชราถามเสียงแผ่ว ๆ

“ไม่นานหรอกยาย หนูจะโทรมาหายายทุกวันเลย เดี๋ยววันหยุดหนูจะกลับมาขายผักช่วยยายนะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจหนักเหมือนมีหินก้อนใหญ่ทับไว้ พูดจบคะน้ารีบก้มลงเก็บกระเป๋าขึ้นพาดบ่า ก่อนจะหันกลับมามองบ้านไม้ทั้งหลังอีกครั้ง บ้านที่มีแต่ความทรงจำของเธอกับยาย

….

เสียงเบรกของรถสองแถวค่อย ๆ จางลงด้านหลัง เมื่อสองเท้าเล็กก้าวลงแตะพื้นซีเมนต์เรียบเย็น หน้าอาคารสูงตระหง่านบริษัทหลงเฟยตั้งชูเด่นเหนือสิ่งอื่นใดรอบข้าง กระจกสีเข้มสะท้อนแสงแดดยามสายจนแทบแสบตา

ความแตกต่างระหว่างบ้านไม้กับตึกตรงหน้าเหมือนคนละโลก โลกที่ไม่ใช่ของเธอ แต่วันนี้…เธอกำลังจะก้าวเข้าไป

คะน้ายืนมองตึกสูงตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะยกมือขึ้นกำสายกระเป๋าผ้าบนบ่าแน่น กระเป๋าที่บรรจุชีวิตทั้งหมดของเธอไว้ข้างใน

ตึกตัก… ตึกตัก… ตึกตัก…

หัวใจเต้นแรงแต่ไม่ใช่เพราะกลัว ไม่ใช่เพราะตื่นเต้น แต่เป็นเพราะรู้ดีว่าจากวินาทีนี้ ทุกก้าวต่อไปจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

เสียงเปิดประตูอัตโนมัติดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวเข้าไป ลมแอร์เย็นเฉียบพัดเข้ามากระแทกผิว ความแตกต่างระหว่างโลกภายนอกกับโลกภายในราวกับเดินข้ามเส้นแบ่งเขต พื้นหินอ่อนขาวสะอาดสะท้อนเงาร่างของเธอเหมือนบอกว่า ที่นี่ไม่มีที่ให้พลาด

ผู้คนในล็อบบี้แต่งตัวเรียบหรู พนักงานชุดสูทเดินไปมาด้วยจังหวะมั่นใจ ไม่มีใครสนใจเด็กสาวในเสื้อยืด กางเกงยีนส์ และกระเป๋าผ้าเลยสักคน

แต่คะน้ารู้ว่าสายตาหลายคู่กำลังประเมินเธออยู่เงียบ ๆ

“คุณคะน้าใช่ไหมคะ?” เสียงสุภาพของพนักงานต้อนรับดังขึ้น

“ค่ะ” คะน้าตอบเสียงเรียบ ดวงตาไม่หลบ

พนักงานเหลือบดูรายชื่อบนหน้าจอ ก่อนเงยหน้ากลับมาพูดด้วยน้ำเสียงมาตรฐานที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ลังเล

“คุณหลงเฟยแจ้งไว้แล้วค่ะ เชิญขึ้นชั้นบนสุด มีคนรออยู่”

คำว่าชั้นบนสุดทำให้คะน้าหายใจเข้าช้า ๆ เธอไม่ได้กลัว เธอแค่กำลังเตรียมใจให้มั่นคงที่สุด

เธอก้าวเข้าไปในลิฟต์ เสียงเครื่องยนต์เบา ๆ ดังขณะตัวเลขไฟสีแดงเปลี่ยนขึ้นไปทีละชั้น 15… 28… 40… 45… จนถึง ชั้นบนสุด

เสียงติ๊งดังขึ้นเมื่อประตูลิฟต์เปิดออก

เบื้องหน้าเป็นโถงทางเดินกว้างขวาง ผนังสีเข้มตัดกับกระจกใสที่เผยให้เห็นวิวเมืองจากมุมสูง โต๊ะประชุมไม้โอ๊คตั้งตระหง่านกลางพื้นที่เงียบสงัด ทุกอย่างเรียบหรู เยือกเย็นและไม่มีความอบอุ่นแม้แต่นิด กวาดสายตาที่โซฟาหน้ากระจกบานใหญ่ ร่างสูงในสูทสีดำกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่

‘หลงเฟย’

“มาตรงเวลาดี” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นโดยไม่ต้องเงยหน้ามอง

“คุณเป็นคนบอกเวลาเอง” คะน้าตอบเสียงนิ่ง สายตาไม่ยอมหลบ

“ดี ฉันไม่ชอบคนผิดนัด” หลงเฟยพูดพลางเงยหน้าขึ้นช้า ๆ

ดวงตาคมกริบจ้องมาโดยไม่เร่งรีบ น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดัง ไม่แข็ง แต่หนักพอให้คนฟังรู้สึกเหมือนถูกกดให้อยู่ในกรอบ

ด้านคะน้าเมื่อได้ยินหลงเฟยพูดเช่นนั้น เธอก็ขยับยืนให้มั่น ยกคางขึ้นนิด ๆ โดยไม่รู้ตัว ท่าทีเล็ก ๆ ที่ทำให้เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดเดียว คล้ายจะพอใจ

“วันนี้ไม่มีอะไรให้เซ็น” หลงเฟยพูดพลางลุกขึ้นยืน รูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำเรียบทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาหนักขึ้นทันที

“มีแต่ที่ที่เธอต้องไป”

“ที่ไหน” คะน้าขมวดคิ้ว

“เพนส์เฮาต์ของฉัน” คำตอบนั้นหลุดออกมาเรียบง่ายราวกับเป็นเรื่องปกติของชีวิต แต่สำหรับเธอ มันไม่ใช่เลย

“ฉันไปเองได้ ขอแค่บอกที่อยู่ฉันมา” ร่างบางรีบสวนทันที น้ำเสียงแข็งกว่าที่ตั้งใจ

“ไม่ได้” หลงเฟยตอบทันที น้ำเสียงเยือกเย็นพอจะตัดทางทุกความพยายามต่อต้าน

“ตั้งแต่วันนี้ เธอจะอยู่ในสายตาฉันตลอดเวลา ฉันไม่มีเวลามานั่งตามหาเธอทุกวัน”

คะน้าเม้มปากแน่น ความรู้สึกต้านแล่นขึ้นมาในอกทันที แต่ยังคงยืนนิ่งไม่ถอย

“ฉันมีข้อเสนอหนึ่งข้อ”

“ข้อเสนอ?” หลงเฟยทวนคำ น้ำเสียงเรียบและนิ่งราวกับกำลังฟังอะไรเล่น ๆ

“ทุกวันฉันต้องได้กลับไปช่วยยายขายผักหาเงิน” คะน้าพูดชัดถ้อยชัดคำ

“ยายฉันอยู่คนเดียว ถ้าฉันหายไปทั้งเก้าสิบวัน…ร้านมันจะไม่ไหว”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ไม่อ้อนวอน ไม่ขอร้องแต่หนักแน่นและมั่นใจ เหมือนคนที่ไม่คิดจะถอยทั้งหมด

หลงเฟยเลิกคิ้วช้า ๆ ความสนใจในดวงตาคมเข้มของเขาไหววูบเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงนั้นเย็นและคล้ายจะดูแคลน

“เธอกำลังต่อรองกับฉันงั้นสิ”

“ใช่” คะน้าตอบกลับทันทีโดยไม่ลังเล

“ถ้าคุณอยากให้ฉันทำตามข้อตกลง ฉันก็ต้องมีพื้นที่ของฉันบ้าง”

บรรยากาศในห้องเงียบงันไปชั่วขณะ เขาเดินเข้ามาใกล้ช้า ๆ เสียงรองเทาหนังแข็งกระทบพื้นไม้ดัง ตึก…ตึก… จนหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทุกก้าวที่เขาเข้ามาใกล้

หลงเฟยหยุดยืนตรงหน้าเธอ พื้นที่ระหว่างกันเหลือไม่ถึงหนึ่งช่วงแขน ดวงตาคมจ้องเธอแน่นิ่ง

“เธอคิดว่าเงื่อนไขเล็ก ๆ นั่นจะทำให้ฉันใจอ่อนเหรอ”

“ไม่ใช่ใจอ่อน ฉันแค่เป็นห่วงยายฉัน” เธอสวนกลับทันที

หลงเฟยไม่ตอบทันที…เพียงแต่จ้องเธออยู่นานพอจะทำให้ใครหลายคนถอย แต่คะน้ายืนนิ่ง ไม่หลบสายตาแม้แต่นิดเดียว

ในที่สุด…มุมปากของเขาก็กระตุกขึ้นนิดหนึ่ง คล้ายรอยยิ้มแบบนักล่าที่ยอมปล่อยเชือกแค่พอให้เหยื่อรู้สึกว่ายังหายใจได้

“ทุกวัน…” เขาพูดเรียบ

“ฉันจะให้คนขับรถไปส่งและไปรับเธอด้วยตัวเอง เธอไม่มีสิทธิ์หนีหรือหายไปไหน…เข้าใจไหม”

คะน้าหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนพยักหน้า

“เข้าใจ”

“ดี” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนหมุนตัวเดินไปทางประตูลิฟต์

“งั้นก็ไปเถอะ ถึงเวลาแล้ว”

คะน้ามองแผ่นหลังสูงของเขาที่เดินนำหน้า เขาไม่ให้ช่องว่างเลยแม้แต่นิด แต่แค่เธอได้ยืนอยู่บนข้อตกลงของตัวเอง…มันก็พอให้รู้ว่าเธอยังมีเสียงได้

และไม่นานคะน้าก้าวตามเขาไปในที่สุด

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศที่พัดเบา ๆ

เธอกำมือแน่น… ไม่ใช่เพราะแพ้ แต่เพราะรู้ว่าเขากำลังบีบให้เธอต้องเลือกทางเดียว

“ไปสิ” คะน้าตอบเบา ๆ แต่หนักแน่น

หลงเฟยไม่ได้พูดอะไร เขาหยิบกุญแจรถจากโต๊ะ ก่อนจะเดินผ่านหน้าคะน้าไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ และแรงกดดันที่หนาแน่นเกินบรรยาย

“ตามมา” เขาพูดเรียบ ไม่แม้แต่จะหันหลังกลับ

คะน้าสูดลมหายใจเข้าลึกนี่คือก้าวแรกของ 90 วันที่เธอต้องยืนอยู่ในโลกของหลงเฟย

เธอก้าวเดินตามเขาออกจากห้องเงียบ ๆ ผ่านโถงลิฟต์หรู สายตาพนักงานที่มองทั้งคู่เหมือนรู้ว่าใครเป็นคนคุมเกมและใครคือคนนอกยิ่งตอกย้ำให้คะน้ากำกระเป๋าบนบ่าแน่นขึ้น

เสียงลิฟต์ติ๊งดังเบา ๆ ทั้งสองคนก้าวเข้าไปโดยไม่มีคำพูดใด และคะน้ารู้ว่านี่ไม่ใช่แค่การนั่งรถไปคเพนส์เฮาต์ธรรมดา แต่มันคือการเริ่มนับหนึ่งของการที่ตัดสินใจที่เธอไม่มีสิทธิ์พลาดแม้แต่ก้าวเดียว
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 159

    หลงเฟยอยู่ในสูทสากลสีดำทรงเฉียบปักลายมังกรทองบาง ๆ ที่ปกเสื้อ ประสานความเป็นจีนกับความเป็นสากลได้อย่างพอดีที่สุด ทันทีที่หลงเฟยเห็นคะน้าเขาหยุดหายใจอีกครั้งในวันเดียว “สวยกว่าพิธีเช้าอีก” ร่างสูงกระซิบเบา ๆ “ก็คุณเลือกชุดให้นี่คะ” คะน้ายิ้ม งานเริ่มด้วยพิธีเปิดตัวบ่าวสาว เดินเข้าสู่เวทีท่ามกลางแ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 158

    รุ่งเช้าในวันแต่งงานของตระกูลหลง ท้องฟ้าเซี่ยงไฮ้สีฟ้าอ่อนแบบหายาก แสงสว่างลอดผ่านม่านผืนบางในคฤหาสน์ใหญ่ บรรยากาศในบ้านไม่ใช่ความเร่งรีบ แต่เป็นความสงบ อบอุ่น และเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุหลาบขาวกับลิลลี่ที่ทีมงานกำลังจัดอยู่ทุกมุม ห้องแต่งตัวชั้นบนถูกเปิดไฟนุ่ม ๆ ช่างแต่งหน้าช่างผมยืนเรียงกันอย่

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 157

    “เดี๋ยวคุณจินก็บินมาแล้ว” “เอาล่ะ เรามาดูชุดเจ้าสาวต่อดีกว่า” หลงเฟยพูดขึ้น พลางเลือกรูปชุดจากโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า kanaa bridal ไว้ “แล้วคุณอยากให้ฉันใส่แบบไหนคะ?” “ที่เธอชอบที่สุด” หลงเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนกำลังตั้งใจจริง “แต่คุณก็ต้องชอบด้วยค่ะ” “คะน้าไม่ว่าชุดไหน เธอก็สวย” เขาส่ายหัวเบา

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 156

    หลังจากสรุปจำนวนแขกและรูปแบบงานได้อย่างสงบที่สุดในรอบเช้าปั่นป่วน ช่วงบ่ายของวันนั้นบรรยากาศในบ้านหลังโต ตระกูลหลงก็เปลี่ยนไปเป็นอีกโลกหนึ่ง ราวกับจากสนามรบกลายเป็นสตูดิโอวางแผนความฝันของคู่รัก… บ่ายวันเดียวกัน ห้องนั่งเล่นชั้นล่าง คะน้านั่งอยู่บนโซฟาตัวเดิม แต่คราวนี้ไม่ใช่เพื่อเถียง แต่เพื่อไล่ดู

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 155

    “คะน้า…” “คะ?” “ฉันตั้งใจรักเธอมากนะ” เสียงกระซิบเบา ๆ ข้างหู ทำให้หัวใจคะน้าสั่นอย่างที่คำหวานเกินไปไม่เคยทำได้ “ฉันก็เหมือนกันค่ะ” เธอยิ้ม หลงเฟยกอดแน่นขึ้นนิด เหมือนยืนยันคำพูดโดยไม่ต้องอธิบายอะไรอีก วันนี้ไม่มีเสียงถกเถียงเรื่องงานแต่งอีกแล้ว จะมีแค่เสียงหัวใจของสองคน ที่กำลังก้าวจากสู้กันเ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 154

    เสียงของคะน้าดังสะเทือนไปทั้งโถงบ้าน แต่แทนที่หลงเฟยจะเถียงกลับ เขากลับยกมือยอมแพ้ทั้งสองข้างอย่างสงบ เหมือนผู้ชายที่รู้ว่าถ้ายังไปต่อ จะไม่มีทางชนะตั้งแต่ต้น… “ล้อเล่น” หลงเฟยพูดเสียงเบานุ่มจนคะน้าขมวดคิ้ว “ฉันจะไม่บังคับเรื่องจำนวนแขกแล้วให้เราค่อย ๆ คุยกันใหม่ดีกว่า” คะน้าไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยิ้

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 153

    ห้าเดือนผ่านไปหลังจากคะน้าตอบตกลงแต่งงานกับหลงเฟยบนยอดหอไข่มุกแบบโรแมนติกปนความพังกลางทางเพราะน้องชายฝาแฝดมาขัดจังหวะและชีวิตหลังขอแต่งงานก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมันเริ่มด้วยกลีบมีดโกนต่างหาก เพราะทั้งคู่ความคิดต่างกัน! เช้าวันถัดมา ณ. บ้านหลังโตตระกูลหลงกลางเมืองเซี่ยงไฮ้ คะน้านั่งจิบชาหอม ๆ เปิ

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 152

    สองปีผ่านไปไวเกินกว่าที่ใครในชีวิตของหลงเฟยจะคาดคิด เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ จากตลาดเก่า ที่ครั้งหนึ่งเคยยืนมองเขาด้วยดวงตามุ่งมั่นเพียงเพื่อรักษาที่ดินของยาย วันนี้กลายเป็นผู้หญิงที่เขาเลือกให้ยืนเคียงข้างในทุกการตัดสินใจของชีวิต คะน้าโตขึ้น ในแบบที่ไม่ใช่ใครปั้นแต่เป็นแบบที่เธอเลือกเองทุกอย่าง หลงเฟย

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 151

    บ้านพักริมทะเลหลังใหม่ของหลงเฟยไม่เหมือนคฤหาสน์ ไม่เหมือนเพนต์เฮาส์และไม่เหมือนสถานที่ใดที่เขาเคยมีมาก่อน มันเหมือนบ้านจริง ๆ แบบที่เขาไม่เคยคิดจะมีจนกระทั่งผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาในชีวิต เสียงคลื่นกลายเป็นเสียงพื้นหลังประจำวันของคะน้า บ้านหลังนี้ที่หลงเฟยเตรียมไว้ให้ไม่ใช่เพียงที่อยู่ให

  • ใต้เงาหลงเฟย   บทที่ 150

    “คุณคะน้าเมื่อคืนหลับสบายไหมคะ” คุณจินยิ้มละมุนอย่างจริงใจ “เอ่อ ส…สบายค่ะ” คะน้าหน้าแดงก่ำทันที หลงเฟยที่เดินตามหลังมาแตะมือบนหลังเธอเบา ๆ เหมือนจะบอกว่าไม่ต้องอาย แต่ความจริงเขาแอบยิ้มมุมปากด้วยความพอใจสุด ๆ “วันนี้ต้องใช้พลังงานเยอะนะคะ จะได้เก็บของย้ายไปบ้านใหม่กัน” คุณจินตักข้าวต้มให้ทั้งคู

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status