تسجيل الدخولบทที่ 1
ไข่มุก สาวสวยวัยยี่สิบห้าปี ที่อาสามาช่วยพี่สาวสอนวิชาศิลปะกับเด็ก ๆ ที่นี่เป็นประจำ เพราะเธอเรียนจบมาก็ยังไม่ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่งสักที จึงเวียนมาช่วยพี่สาวอยู่บ่อยครั้ง จนแทบจะเป็นคุณครูสอนพิเศษให้เด็ก ๆ อีกคนแล้ว กำลังล้างถาดสีกับถังพู่กันอยู่ดี ๆ ก็ดันบังเอิญไปชนกับผู้ปกครองของนักเรียนซะงั้น แล้วเธอดันหวังดีเทสีใส่ถาดเตรียมพร้อมให้เด็ก ๆ แต่ตอนนี้สีพวกนั้นมันเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหมดแล้ว “ถอดเสื้อมาเลยค่ะ” ไข่มุกเอ่ยบอกเมื่อเดินนำมาถึงจุดล้างมือ เธอมองหน้าเขาตาแป๋ว “ถอดเลยเหรอครับ” อาโปเลิกคิ้วถาม “มันจะดีเหรอ นี่ในโรงเรียนนะครับ” “เอ่อ….คือ…แค่ถอดเสื้อล้างสีเอง คงไม่เป็นไรมั้งคะ” หญิงสาวพูดตะกุกตะกักเมื่อสบตากับเขาตรง ๆ คนตรงหน้ามองมาด้วยแววตาเป็นประกายทั้งยังยิ้มกริ่มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงชวนคิดไปไกล จนเธอรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าเล็กน้อย “ถ้าคนอื่นมาเห็นเขาจะคิดไปไกลเอานะ” “งะ….งั้นล้างแบบนี้ก็ได้ค่ะ” ไข่มุกบอกเขา เธอเปิดก๊อกน้ำก่อนจะหันไปมองเขาอีกรอบ “ขยับมาใกล้ ๆ หน่อยสิคะ” คนตัวโตเดินเข้าไปใกล้จนทั้งคู่แทบจะแนบติดกัน ไข่มุกเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจที่อีกฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ตัวเองขนาดนี้ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาลอยเข้าจมูกของเธออย่างจัง จนหญิงสาวเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด “ใกล้พอไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียกสติที่หลุดลอยไปไกลของเธอให้กลับมา ไข่มุกพยักหน้ารับหงึกหงักจนอาโปอดไม่ได้ที่จะแอบอมยิ้มกับอากัปกิริยาของเธอ มือน้อย ๆ รองน้ำไว้เล็กน้อย ก่อนจะหันไปดึงชายเสื้อของเขาแล้วหยดน้ำลงไปเพื่อให้สีที่ติดเปื้อนเสื้อไหลออก เสื้อเชิ้ตสีขาวเปียกเป็นวงกว้าง มือขาวค่อย ๆ ลูบไล้มันเบา ๆ มีเผลอกดขยี้เพื่อให้สีหลุดออก อาโปจ้องมองการกระทำของคนตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาจ้องหน้าเธอเพลินจนไม่รู้ว่าเสื้อตัวเองเปียกไปเกือบครึ่งตัวแล้ว ไข่มุกถู ๆ ชายเสื้ออีกครั้งพร้อมกับรองน้ำมาราดออกเป็นครั้งสุดท้าย “ขออนุญาตบิดน้ำนะคะ” เธอเอ่ยบอกพร้อมกับยกเสื้อขึ้นแล้วม้วน ๆ เตรียมจะบิด แต่สายตาเจ้ากรรมกลับจ้องมองไปที่หน้าท้องขาวเนียนที่เต็มไปด้วยซิกแพคของเขาอย่างตกตะลึง เกิดมายังไม่เคยเห็นซิกแพคชัด ๆ แบบเต็มลูกตาเหมือนตอนนี้เลย หุ่นดีชะมัด! “มองอะไรครับ” “หุ่นดีมากค่ะ….เอ้ย!” ไข่มุกร้องเสียงดังอย่างตกใจ เธอเงยหน้ามองเขาอย่าลนลาน กลัวว่าอีกคนจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอเป็นประเภทบ้ากาม “คะ…คือไม่ใช่ค่ะ” “หึ ผมไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย” อาโปเอ่ยบอก เขาดึงชายเสื้อจากมือเธอมาบิดน้ำออกเอง ไข่มุกถอยหลังหนีเล็กน้อย เธอมองชายเสื้อของเขาที่เปียกแฉะและยังคงมีคราบสีน้ำติดอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็สะอาดกว่าเมื่อกี้พอสมควร “หุ่นดีใช่ไหมครับ” “ค่ะ” เธอพยักหน้าตอบ จ้องมองหน้าอีกคนก่อนจะรีบส่ายหัวเป็นพันละวัน “มะ…ไม่ใช่นะคะ!” “หึ” อาโปหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ “กลับกันเถอะครับ แค่นี้ก็พอแล้ว” “ขอโทษอีกรอบด้วยนะคะ” ไข่มุกยกมือไหว้เขา มือหนารีบคว้าจับมือของเธอที่กำลังยกไหว้เขาลง “ไม่ต้องถึงขั้นยกมือไหว้ก็ได้ครับ” เขาเอ่ยบอก “เราสองคนคงอายุห่างกันไม่เท่าไร” “อ๋อค่ะ ไข่มุกนะคะ อายุยี่สิบห้าปีค่ะ” “…” “แล้วคุณอาโปล่ะคะ เป็นคุณอาของเด็ก ๆ แล้ว ตอนนี้อายุเท่าไรแล้วเหรอคะ” เธอถามเขาตาแป๋ว แต่อีกคนกลับนิ่งไปเสียอย่างนั้น “สามสิบสองครับ” “….” ดวงตากลมโตเบิกโพลงจ้องมองหน้าเขาอย่างตกใจ เพราะอีกคนยังดูหนุ่มอยู่ไม่คิดว่าจะเข้าเลขสามแล้ว “ยังไม่แก่ครับเพิ่งจะเข้าเลขสามไม่นาน” อาโปรีบพูดต่อ เพราะอายุเพิ่งแตะเลขสาม ใครที่ไหนเขาว่าแก่กันมันกำลังเข้าสู่ช่วงผู้ใหญ่เฉย ๆ “ห่างกันตั้งเจ็ดปี ยกมือไหว้ได้อยู่นะคะ” หญิงสาวตรงหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แต่เขากลับยิ้มไม่ออกเมื่อรู้ว่าเธออายุห่างกับเขาถึงเจ็ดปี “ไปกันไหมครับ” อาโปชวนอีกฝ่ายกลับ เพราะไม่รู้จะคุยอะไรต่อ ทั้งที่รู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวแล้วแท้ ๆ แต่พอได้รู้ว่าเธออายุน้อยกว่าเขามาก ๆ แบบนี้มันก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่ใช่ว่าจะตีตัวออกห่างเสียเลยแต่แค่ไม่อยากขัดกับสเปคที่ตั้งเอาไว้แต่แรก ที่บอกว่าไม่ชอบเด็กน่ะ “อาอาโป!” สไปร์ทวิ่งนำหน้ามาคนแรก เขาวิ่งกอดอาสุดที่รักอย่างคิดถึง “วันนี้ไปไหนต่อดีครับ!” เด็กชายวัยห้าขวบถามเสียงดัง “ไปไหนไม่ได้ แม่ไม่ให้ไปเที่ยวแล้วเพราะวันก่อนไปร์ททำถ้วยไอติมที่ร้านเขาแตก” สมายด์พี่สาววัยเจ็ดขวบเดินตามมาทีหลังเอ่ยบอก “อ้าว ทำไมอาไม่เห็นรู้เรื่องเลย” อาโปลูบผมสไปร์ท แต่เด็กชายกลับส่ายหน้าระรัวแล้วซุกหน้าหนีเข้าหาอ้อมแขนเขา อาโปได้แต่หัวเราะเบา ๆ “ไปร์ทดื้อ ผมเลยอดเที่ยวด้วยเลย” ไดมอนด์ลูกชายของปฐพีเอ่ยบอก เขายืนจับมือไข่มุกอยู่ เด็กน้อยเงยหน้ามองพี่สาวคนสวยพร้อมทำตาปริบ ๆ “ใช่ไหมครับพี่ไข่มุก ไปร์ทดื้อ” “เราก็ดื้อ ไปว่าพี่เขาได้ยังไง” ไข่มุกลูบผมของเขาเบา ๆ อย่างเอ็นดู “ผมเกิดที่หลังไปร์ทแค่เดือนเดียวเอง ไม่อยากเป็นน้อง” “ไม่อยากเป็นน้องก็เกิดก่อนสิ แบร่!” สไปร์ทเถียงกลับพร้อมแลบลิ้นใส่ “ไปร์ทอย่าแลบลิ้นใส่น้อง!” สมายด์ดุ “พวกหนูกลับก่อนนะคะพี่ไข่มุก” “โอเคจ่ะ กลับบ้านกันดี ๆ น้า” หญิงสาวโบกมือลาเด็ก ๆ พร้อมฉีกยิ้มหวาน “พี่ไข่มุกไม่บอกลาลุงอาโปเหรอครับ” ไดมอนด์แหงนหน้ามอง “อีกหน่อยก็เจอกันบ่อยแล้ว เพราะช่วงนี้พ่อไม่ค่อยว่าง หวานกับแม่ทุ้กกก~วัน” “ไดมอนด์พูดถึงพ่อแบบนั้นไม่ได้” อาโปเอ่ยเตือน เขาดึงหลานชายตัวแสบให้ขยับไปใกล้ “แต่อีกหน่อยก็ได้เจอบ่อย ๆ แหละครับ” เขาบอกทั้งยังสบตากับเธอแน่นิ่ง “อ่ะ…อ่อค่ะ” “พี่ไข่มุกบ๊ายบายลุงอาโปเร็ว” ไดมอนด์ขยั้นขยอ “จ่ะ ๆ” เธอตอบรับคำขอของเขา ดวงตากลมโตเลื่อนมองหน้าหล่อของคนตัวสูงตรงหน้า ทั้งสองสบตากันนิ่ง “ขับรถดี ๆ นะคะ” “ขอบคุณครับ” อาโปตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เขาโบกมือให้เธอเบา ๆ ก่อนจะพาเด็ก ๆ เดินกลับไปที่รถ เด็กน้อยทั้งสามเดินไปกระโดดไปอย่างร่าเริง คนตัวโตหัวเราะตลอดทาง มีบ้างที่เผลอหันหลังกลับไปมองด้านหลังเผื่อจะเห็นครูสาวคนนั้นยืนอยู่ “ลุงอาโปมองพี่ไข่มุกเหรอ” ไดมอนด์ที่ถูกอาโปอุ้มอยู่เอ่ยถามขึ้น เพราะเห็นว่าลุงตัวเองหันกลับไปมองบ่อย ๆ “พี่ไข่มุกของผมนะ!” “อะไร ของไดมอนด์อะไร” อาโปขมวดคิ้วใส่หลานชาย “เขาไม่ใช่สิ่งของนะจะเป็นของไดมอนด์ได้ไง” “ไม่รู้ แต่ผมรักพี่ไข่มุก” เด็กชายพูดด้วยสีหน้าจริงจังทั้งยังกอดอกใส่เขาด้วย “หึ ให้โตก่อนเถอะค่อยจีบสาว” อาโปบอกก่อนจะขำเบา ๆ แต่กว่าไดมอนด์จะโต ไข่มุกก็คงไม่ใช่ของหลานแล้วล่ะมั้ง อาจจะเป็นของ…. “มองตาเยิ้มเชียว” ปลาดาว พี่สาวของไข่มุกเอ่ยทักหลังจากยืนดูมาสักพักหนึ่งแล้ว “ตาเยิ้มอะไร!” น้องสาวรีบหันไปแหวเสียงใส่ “นั่นน่ะคุณอาโป ลูกชายคนกลางของตระกูลฤทธิ์ศิลาเลยนะ” “แล้วยังไง…บอกทำไมเนี่ย” “เอ้า เผื่อสนใจไง” ปลาดาวกระแทกไหล่น้องสาวเบา ๆ “ดูเขาก็เหมือนจะสนใจแกอยู่น้า” “บ้า ไปคิดอะไรแบบนั้นกับผู้ปกครองนักเรียนได้ไง!” “แกไม่ใช่ครูสักหน่อย” “กะ…ก็นั่นแหละ” ไข่มุกตอบตะกุกตะกัก “เขาดูรวยมากเลยเนอะ” “อืม” ปลาดาวพยักหน้า “รวยมาก ทำธุรกิจหลายอย่างเลยล่ะ” “งั้นคงไม่เหมาะกับหนูหรอก” ไข่มุกตอบเสียงเรียบก่อนจะหันไปยิ้มให้พี่สาว “พี่เองก็เคยผ่านมาแล้วนี่ ความรักต่างฐานะน่ะ” “…” “มันเจ็บปวดมากเลยไม่ใช่หรือไง” “คนเราไม่เหมือนกันหรอกนะ” “ไม่เอาอะ ไม่อยากเอาใจลงไปเสี่ยงกับอะไรแบบนั้น” เธอตอบตัดบท “อยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” อยู่ไปวัน ๆ ไม่ต้องมีความรักก็ปลอดภัยกับหัวใจดีนะ…บทที่ 2“วันนี้เรียนสนุกไหมคะ” อาโปเอ่ยถามสมายด์หลานสาวที่กำลังนั่งกินเค้กกับน้อง ๆ อย่างเอร็ดอร่อย“สนุกมากค่ะ ครูปลาดาวสอนวาดรูปอมยิ้มด้วย” หลานสาวหันมาตอบก่อนจะลุกไปเปิดกระเป๋านักเรียนที่วางอยู่บนโซฟาอีกตัว “นี่ค่ะ”กระดาษเอสี่ที่มีภาพวาดจากฝีมือของเด็กน้อยถูกส่งยื่นให้คุณอาสุดแสนใจดีพร้อมกับรอยยิ้มสดใส สมายด์ปีนขึ้นนั่งโซฟาข้างกายอาโป ใบหน้าน้อย ๆ แนบชิดกับต้นแขนของเขา“สวยไหมคะ”“สวยมากเลยค่ะ หลานอาวาดรูปเก่งที่สุดเลย” อาโปหอมหัวสมายด์อย่างเอ็นดู“สมายด์อยากไปเรียนกับครูปลาดาวแล้วก็พี่ไข่มุกทุกวันเลยค่ะ”“ทำไมไม่เรียกพี่ไข่มุกว่าคุณครูล่ะคะ” อาโปเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเด็ก ๆ ต่างก็พากันเรียกเธอว่าพี่กันหมดไม่มีใครแทนสรรนามว่าคุณครูสักคน“เพราะพี่ไข่มุกไม่ใช่คุณครูไง” สไปร์ทหันมาตอบ ในปากยังเคี้ยวเค้กแจ๊บ ๆ อยู่“กินให้หมดก่อนพูดสิไปร์ท” สมายด์ดุน้อง “เดี๋ยวพ่อก็ดุเอาหรอก!”“พ่อไม่อยู่สักหน่อย” สไปร์ททำหน้าหงิกใส่ก่อนจะหันไปกินเค้กสลับกับดูการ์ตูนในหน้าจอโทรทัศน์ที่อาโปเลือกเปิดไว้ให้“พี่ไข่มุกเป็นน้องสาวครูปลาดาวค่ะ” สมายด์หันมาตอบคุณอา “ปกติพี่ไข่มุกจะมาช่วยตลอด มีแค
บทที่ 1ไข่มุก สาวสวยวัยยี่สิบห้าปี ที่อาสามาช่วยพี่สาวสอนวิชาศิลปะกับเด็ก ๆ ที่นี่เป็นประจำ เพราะเธอเรียนจบมาก็ยังไม่ได้งานทำเป็นหลักเป็นแหล่งสักที จึงเวียนมาช่วยพี่สาวอยู่บ่อยครั้ง จนแทบจะเป็นคุณครูสอนพิเศษให้เด็ก ๆ อีกคนแล้วกำลังล้างถาดสีกับถังพู่กันอยู่ดี ๆ ก็ดันบังเอิญไปชนกับผู้ปกครองของนักเรียนซะงั้น แล้วเธอดันหวังดีเทสีใส่ถาดเตรียมพร้อมให้เด็ก ๆ แต่ตอนนี้สีพวกนั้นมันเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาหมดแล้ว“ถอดเสื้อมาเลยค่ะ” ไข่มุกเอ่ยบอกเมื่อเดินนำมาถึงจุดล้างมือ เธอมองหน้าเขาตาแป๋ว“ถอดเลยเหรอครับ” อาโปเลิกคิ้วถาม “มันจะดีเหรอ นี่ในโรงเรียนนะครับ”“เอ่อ….คือ…แค่ถอดเสื้อล้างสีเอง คงไม่เป็นไรมั้งคะ” หญิงสาวพูดตะกุกตะกักเมื่อสบตากับเขาตรง ๆ คนตรงหน้ามองมาด้วยแววตาเป็นประกายทั้งยังยิ้มกริ่มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงชวนคิดไปไกล จนเธอรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้าเล็กน้อย“ถ้าคนอื่นมาเห็นเขาจะคิดไปไกลเอานะ” “งะ….งั้นล้างแบบนี้ก็ได้ค่ะ” ไข่มุกบอกเขา เธอเปิดก๊อกน้ำก่อนจะหันไปมองเขาอีกรอบ “ขยับมาใกล้ ๆ หน่อยสิคะ”คนตัวโตเดินเข้าไปใกล้จนทั้งคู่แทบจะแนบติดกัน ไข่มุกเงยหน้ามองเขาอย่างตกใจ
บทนำ“อ้าว จะไปรับหลานแล้วเหรอ” ปานวาดผู้เป็นมารดาเดินเข้ามาถามลูกชายที่ถือกุญแจรถกำลังจะออกจากบ้านไปอีกรอบหลังจากที่เพิ่งกลับมาจากบริษัทไม่ถึงชั่วโมง“ครับ” อาโปพยักหน้าตอบรับ“รับแต่หลานแล้วเมื่อไหร่จะได้รับลูกตัวเองบ้าง” ขายาวชะงักกึกเมื่อได้ยินผู้เป็นแม่เอ่ย “อายุเข้าเลขสามแล้วนะลูก หลาน ๆ ก็โตกันหมดแล้ว”“โตที่ไหนครับ เพิ่งไม่กี่ขวบเอง”“นั่นแหละ แกควรมีเมียมีลูกได้แล้วนะอาโป ดูอย่างศิลาสิ มันมีลูกตั้งสามคนแล้วนะ”“…” เขาเงียบไม่ได้ตอบอะไร“ไว้แม่จะหาผู้หญิงดี ๆ ที่เหมาะกับแกมาให้แล้วกัน”“ไม่เป็นไรครับ ผมยังไม่อยากมีใครตอนนี้ แค่งานที่บริษัทก็ยุ่งมากพอแล้ว”“ไม่ได้ แม่อยากเห็นลูก ๆ ของแกแล้ว” ปานวาดเอ่ยแทรก “ไว้แม่จะโทรบอกแล้วกัน”“ครับ งั้นผมขอตัว” อาโปตอบรับส่ง ๆ ก่อนจะหันหลังเดินมาที่รถของตัวเอง เขาพ่นลมหายใจเสียงดังกับสิ่งที่แม่ตัวเองเอ่ยบอกอาโป ชายวัยสามสิบสองปี ลูกคนกลางของตระกูลฤทธิ์ศิลา ตระกูลใหญ่ที่มากพร้อมไปด้วยอสังหาริมทรัพย์มากมาย ธุรกิจในเครือครอบครัวที่มากกว่าสิบอย่างและเขาก็ดูแลหลายส่วนจนแทบไม่มีเวลาหยุดพักทั้งพี่ชายคนโตและน้องคนเล็กก็พากันมีครอบครัว







