Masukบ้านศิรวศิน
หลังจากที่ธารเดือนหอบสังขารและจิตใจที่บอบช้ำกลับมาที่บ้านได้ ความเฮงซวยในชีวิตก็ยังไม่หยุดพุ่งเข้าใส่ เบื้องหน้าเธอมีบุคคลคุ้นหน้าคุ้นตานั่งรออยู่ด้วยท่าทีวางอำนาจ ราวกับว่านี่เป็นบ้านของตน
“ปล่อยให้ผู้ใหญ่รอมันเสียมารยาทไม่รู้หรือไง” ทันทีที่เห็นหน้าคุณหนูของบ้าน คำพูดค่อนแคะก็ดังแหวกอากาศมากระทบโสตประสาทพ่วงด้วยนัยน์ตาตำหนิอย่างไม่คิดปิดบัง
วันเฮงซวยยังไม่จบสินะ
เจ้าของบ้านลอบถอนหายใจ พลางเดินเข้าไปนั่งบนโซฟาฝั่งตรงข้ามแขกที่ไม่ได้เต็มใจรับเชิญ ก่อนจะเอ่ยเข้าประเด็นทันทีเพราะไม่อยากเห็นหน้าผู้เป็นอานาน ๆ
“มีธุระอะไรคะ” ก่อนหน้านี้ระหว่างทางที่ธารเดือนจะกลับมาถึงบ้าน ผู้เป็นอาได้ติดต่อมาหาเพราะต้องการคุยธุระด่วน
เดิมทีเธอไม่อยากเจอหน้าญาติพี่น้องของเธอเลยสักคน ทว่าครั้งนี้ต่างออกไป เธออยากรู้เหมือนกันว่าคนพวกนี้จะเข้าหาเธอด้วยเรื่องอะไร อีกอย่างการที่มีคนของลูเธอร์รายล้อมอยู่ใกล้ ๆ ทำให้เธอมั่นใจในระดับหนึ่งว่าคนพวกนี้จะไม่กล้าแตะต้องเธอมากนัก
“คนของลูเธอร์เต็มบ้านเลยนี่” น้ำเสียงกวนอวัยวะเบื้องล่างเอ่ยขึ้นพลางกวาดสายตามองบรรดาการ์ด ที่ราฟาเอลสั่งให้มาดูแลความปลอดภัยภายในบ้านหลังนี้ทันทีที่เธอร้องขอให้คุ้มครอง
“แปลว่าข่าวลือมีเค้าความจริง”
“เข้าประเด็นเลยได้ไหมคะ” เสียงเรียบนิ่งเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยเอ่ยบอกผู้เป็นอา ที่เอาแต่วางท่าพูดเรื่องที่ไม่ใช่ธุระ ทว่าคนอายุมากกว่าเพราะเกิดนานยังคงโน้มตัวเข้ามากระซิบถามเรื่องอื่นต่อ โดยไม่ได้สนใจท่าทีเหนื่อยหน่ายของเจ้าของบ้านเลยสักนิด
“ที่คุณชายใหญ่ยอมยื่นมือเข้ามาช่วยแบบนี้ เพราะเธอเอาตัวเข้าแลกมาเหรอ” คำถามไร้มารยาทถูกพ่นออกมาเรียกโทสะสายหนึ่งในส่วนลึก ก่อนคนตัวเล็กตรงหน้าจะกดเสียงต่ำบอกญาติผู้ใหญ่ที่ไม่ควรค่าจะเคารพ
“ไม่ใช่เรื่องที่อาจะต้องรู้หรอกค่ะ”
“หึ อวดดีฉิบหาย” สายตาตำหนิถูกส่งมาให้เจ้าของบ้านอย่างไม่ลดละ
“ถ้าไม่พูดธุระ หนูขอตัวนะคะ” ครั้นร่างบางทำท่าจะลุกขึ้น ประเด็นสำคัญจึงได้หลุดออกมาจากปากสุนัขของอีกฝ่ายเสียที
“อาอยากให้เธอช่วยคุยกับคุณชายใหญ่ เรื่องการสนับสนุนพรรค”
ว่าแล้วเชียว
คนประเภทที่แม้แต่พ่อแม่เธอตาย ยังไม่เคยเอ่ยปลอบใจเธอเลยสักคำ ทว่าพอเห็นประโยชน์ในตัวเธอเข้าหน่อยกลับสไลด์หน้ามาหาถึงที่บ้าน
ทุเรศสิ้นดี
“นักการเมืองอย่างอาเข้าหาคนใหญ่คนโตเก่งนี่คะ”
“ไม่เอาน่า ถ้าอาได้เก้าอี้รัฐมนตรีเมื่อไหร่ อาจะไม่ยุ่งวุ่นวายกับเธอเลย”
แน่นอนว่าธารเดือนไม่มีทางเชื่อ
“สมบัติของพ่อเธอสักบาทอาก็จะไม่ยุ่ง”
คนพวกนี้แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คิดว่าเธอรู้ไม่ทันหรือไงว่าอยากปีนขึ้นที่สูง ๆ ไปเพื่ออะไร
“คิดจะรวยทางลัดเหรอคะ”
“ใคร ๆ เขาก็ทำกันนี่”
“โลภมากจังเลยนะคะ สมบัติพ่อหนูก็อยากได้ ตำแหน่งรัฐมนตรีก็อยากได้ ถึงขนาดมาขอร้องให้หนูช่วยนี่จนตรอกแล้วเหรอคะ”
เพียะ!!
สิ้นเสียงที่ฝ่ามือหนาฟาดลงบนใบหน้าหวาน บรรดาคนของลูเธอร์ก็ชักอาวุธสีดำเงาวับมาจ่อที่ศีรษะแขกของบ้าน ทว่าคุณหนูศิรวศินกลับยกมือห้ามเป็นเชิงบอกว่าไม่เป็นไร มือขวาคนสนิทของราฟาเอลอย่างเบนจามินจึงส่งสายตาให้ลูกน้อง เพียงเท่านั้นชายใส่สูทสีดำสี่คนก็ลดอาวุธลงและถอยห่างออกไป ทว่ายังคงไว้ซึ่งความระแวดระวัง
“หึ ปากดีก็ต้องเจอแบบนี้” ปลายกระบอกปืนในมือเบนจามินหันมาทางศีรษะแขกปากมอมอีกครั้ง ส่งผลให้มันยอมหุบปากกลืนทุกคำพูดพร้อมน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างอยากลำบาก เมื่อเห็นทีท่าว่าครั้งนี้คนของลูเธอร์อาจจะเอาจริง
ขณะที่ธารเดือนเลือกที่จะไม่สนใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูด คนตัวเล็กหยัดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เพื่อเผชิญหน้ากับผู้เป็นอาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์
“หนูภาวนาให้อาได้ขึ้นไปสูง ๆ อย่างที่หวังนะคะ”
“…”
“แต่ก็ระวังเวลาตกลงมาด้วยแล้วกันค่ะ เดี๋ยวจะตายเอา” จบประโยคร่างบอบบางก็เดินขึ้นห้องไป โดยทิ้งญาติผู้ใหญ่ไว้เบื้องหลังกับคนของลูเธอร์ เสียงด่าทออย่างไม่กลัวตายตะโกนไล่หลังมาเพียงครู่ ก่อนจะเงียบหายไปพร้อมกับที่ประตูห้องนอนปิดลง
ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะผิวบอบบางจนต้องยกมือขึ้นมากอดตัวเอง ขณะปล่อยความคิดฟุ้งซ่านกระจัดกระจายในห้วงภวังค์
ฉับพลันท้องฟ้าก็เกิดประกายวาบสายหนึ่ง ก่อนที่ม่านฝนจะกระหน่ำโปรยลงมา พร้อมกับหอบเอาพายุหม่นหมองซัดถาโถมเข้าใส่คนตัวเล็กที่หมดแรง เพราะเจอเรื่องหนักมาทั้งวัน
ร่างบางทรุดลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจ พลางเอาแต่ครุ่นคิด
ที่เธอทำอยู่มันดีแล้วใช่ไหม
พ่อของเธอทรยศตระกูลหลักจริงหรือไม่
แล้วทำไมคนที่ต้องอยู่รับกรรมถึงเป็นเธอคนเดียว
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเรียกสติที่จมดิ่งในภวังค์ของธารเดือนให้กลับคืนมา มือบางจัดการปาดหยาดน้ำตาที่ไหลตอนไหนไม่รู้ออก พร้อมกับลุกไปเปิดประตูให้คนที่รออยู่ข้างนอกทันที
“เป็นอะไรไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างนึกเป็นห่วง เพราะคนตัวเล็กตรงหน้าเพิ่งถูกผู้เป็นอาตบเข้าไปที่หน้าอย่างจัง คุณหนูของบ้านส่ายศีรษะเบา ๆ แทนคำตอบก่อนเปรย
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเบนไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับคุณชายนะคะ เดี๋ยวจะโดนดุเอา” มือขวาคนสนิทของมาเฟียหนุ่มไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ขณะที่คิดในใจว่าไม่ทันแล้ว
เขารายงานผู้เป็นนายก่อนจะได้รับคำสั่งให้ขึ้นมาดูคุณหนูของบ้าน แน่นอนว่าเขาโดนคาดโทษจากคุณชายใหญ่ลูเธอร์เรียบร้อย และความฉิบหายนี้จะไม่ได้มาเยือนเขาแค่คนเดียวแน่นอน
“นายท่านสั่งให้ผมพาคุณหนูไปโรงพยาบาลครับ”
“คุณเบน”
“ผมต้องรายงานตามหน้าที่ครับ”
“แล้วจะไม่โดนดุแย่เหรอคะ”
“โดนครับ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่คุณหนูจะต้องสนใจ ไปโรงพยาบาลกันก่อนเถอะครับ” ทันทีที่จบประโยคชายหนุ่มก็เตรียมจะเดินนำไป ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้ความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็น
“วันนี้เดือนเหนื่อยเกินไปแล้วค่ะ ขอนอนเลยแล้วกันนะคะ”
“แต่…”
“เจอกันพรุ่งนี้ค่ะ” จบประโยคธารเดือนก็ปิดประตูหนีอีกฝ่ายทันทีก่อนจะตรงเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการชำระล้างความเหนื่อยล้า และร่องรอยที่คนใจบาปจงใจทิ้งไว้ออกให้หมด
สายน้ำอุ่นไล่ชำระความเหนื่อยอ่อนที่สั่งสมมาทั้งวัน ทว่ามีสิ่งหนึ่งที่ยังคงปรากฏเด่นชัดในนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน
ร่องรอยสีแดงจาง ๆ ที่ถูกมาเฟียหนุ่มประทับไว้บนเนินอกอวบสองข้าง กระตุกหัวใจคนตัวเล็กให้ไหววูบทุกครั้งที่เผลอมองมัน ทุกสัมผัสของเขายังคงเด่นชัดในความทรงจำ
เจอกันเพียงสองครั้งทว่าคนคนนี้กลับฝังตัวตนให้หยั่งรากลึกลงไปในใจเธอได้อย่างง่ายดาย
ตัวตนที่คอยย้ำเตือนให้เธอจำไว้ ว่าชีวิตเธอต่อจากนี้จะมีเขาเป็นร่มคันใหญ่เพียงคันเดียว ที่สามารถบดบังเธอจากพายุโหมกระหน่ำนี้ได้
ไคเซอร์คลับ ชั้น 11
เอกสารหลายแฟ้มถูกเปิดอ่านกลางดึก ที่มีม่านฝนโปรยปรายลงมา เรียกฟ้าหม่นให้ปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองใหญ่
เปรี้ยง!
มือที่กำลังเซ็นเอกสารอยู่ชะงักค้างกะทันหัน เมื่อท้องฟ้าพลันสว่างวาบ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงคำรามก้องกังวาน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เสียงเรียกเข้าสมาร์ตโฟนดังขึ้น มือแกร่งจึงวางปากกาลงแล้วกดรับสาย
[คุณธารเดือนเข้านอนแล้วครับ] หลังแกร่งเอนพิงโซฟา พลันหว่างคิ้วก็ปรากฏรอยขมวดจาง ๆ ที่ยากจะสังเกตเห็น
“ไม่ไปโรงพยาบาล?”
[ครับ]
“ไม่ได้เรื่อง” เสียงกดต่ำเอ่ยตำหนิมือขวาคนสนิทไป ทว่าอีกฝ่ายกลับสวนกลับมาอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร เนื่องด้วยรู้ดีว่าผู้เป็นนายไม่ได้คิดตำหนิจริงจัง
[นายท่านมาบังคับเองดีไหมครับ]
“ช่างเถอะ ปล่อยให้นอนไป”
สิ้นเสียงราฟาเอลก็โยนโทรศัพท์ไปที่พื้นที่ว่างข้างตัว ก่อนจะก้มหน้าอ่านเอกสารในมือต่อ แน่นอนว่าการกระทำเมื่อครู่อยู่ในสายตาใครอีกคนที่นั่งไขว่ห้างจิบไวน์อยู่ฝั่งตรงข้ามมาตั้งแต่ต้น
“กลิ่นไม่โชยไปเตะจมูกหมามันแย่แล้วเหรอ” นัยน์ตาสีอำพันละจากเอกสารตรงหน้า ก่อนจะเบนไปสบเข้ากับนัยน์ตาสีเทาลึกลับของคุณชายตระกูลหลักอีกคนอย่าง เนธาน ธำรงอัศววัฒน์
“กูตั้งใจ” เสียงราบเรียบเปรย ก่อนจะก้มลงอ่านเอกสารในมือต่อ
“แล้วมึงแน่ใจได้ไงว่าหมามันจะงับเนื้อที่มึงเอาล่อ” มาเฟียหนุ่มยกยิ้มล้ำลึกยากจะคาดเดา เมื่อได้ยินประโยคนั้นของคุณชายรอง
“คนชอบเอาชนะอย่างมันมีเหรอจะไม่ลองเสี่ยงมางาบ”
“ทำอะไรซับซ้อนเสียเวลา พาคนไปจัดการก็จบ”
“ยิงปืนนัดเดียวมันต้องได้นกหลายตัว”
“พ่อแม่เขาก็ตายแล้วมึงจะอะไรนักหนาราล์ฟ”
“มึงก็รู้ว่ากูไม่เคยยอมขาดทุน”
“ตามใจ พรุ่งนี้อย่าเลทก็แล้วกัน”
คนที่ไม่ได้ใส่ใจฟังนักพยักหน้ารับ ขณะกำลังอ่านเอกสารในมือต่อทว่าประโยคถัดมาของรองบอส กลับทำให้เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตาคนพูดอีกครั้ง
“แล้วก็อย่าให้มีคราบอะไรต่อมิอะไรติดมาประชุมล่ะ” คุณชายใหญ่ลูเธอร์ยกยิ้มบาง ก่อนจะจิบไวน์ปีเก่าราคาแพงด้วยอารมณ์หลากหลายกว่าปกติ
คุณธารเดือนบาดเจ็บครับ
ประโยครายงานจากมือขวาคนสนิทฉายวนซ้ำเข้ามาในหัวอีกครั้งตอกย้ำว่าแผนของเขาสำเร็จไปอีกขั้น
ยัยคุณหนูตระกูลในปกครองเล่นไปตามเกมที่เขาวางไว้ทุกอย่าง
น้ำหมักสีสวยถูกกลืนลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่นัยน์ตาสีอำพันลึกลับฉายแววหลากหลายจนไม่สามารถคาดเดา
ปากกาหรูในมือถูกควงไปมา ขณะที่ผู้เป็นเจ้าของกำลังดำดิ่งลงไปในห้วงภวังค์ความคิด
ยัยเด็กนั่นรั้นกว่าที่เขาคิดไว้มาก
นางทาสผู้ภักดีของเขาที่ทั้งยอมเจ็บตัว และยอมละทิ้งศักดิ์ศรีกล้าขัดคำสั่งเขา?
เข้านอนทั้งที่ไม่ยอมไปโรงพยาบาล
“พรุ่งนี้กูอาจจะเลทหน่อยนะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยบอกคุณชายตระกูลหลักอีกคน ที่ยังคงนั่งจิบไวน์ปล่อยความคิดเงียบ ๆ รอยยิ้มบางผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เมื่อไล่ตามความคิดของคุณชายใหญ่ลูเธอร์ทัน
“เนื้อมันจะเปื่อยคามือก่อนถึงปากหมาเอานะ”
“กูก็ไม่ได้ตั้งใจจะเอาเนื้อดี ๆ ให้มันอยู่แล้ว”
“หึ ไม่ยอมขาดทุนจริง ๆ สินะ”
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
ปัง! ปัง! ปัง!เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมงที่นายเหนือหัวลูเธอร์เลือกที่จะมาระบายมวลอารมณ์หงุดหงิดในห้องซ้อมยิงปืนชั้นใต้ดินที่ออกแบบมาให้เก็บเสียงได้เป็นอย่างดีเพื่อไม่ให้รบกวนแขกที่เข้าพักหรือลูกค้าที่กำลังเสี่ยงดวงอยู่เต็มพื้นที่ในโซนต่าง ๆ ของตึกสูงสี่สิบชั้นแห่งนี้ครืดดดลูกปืนนัดสุดท้ายพุ่งทะลุ
ลูเธอร์ กาสิโน“ตำแหน่งสุดท้ายของเครื่องติดตามอยู่ในถิ่นหวังครับนายท่าน” ไทเลอร์เอ่ยรายงานหลังจากให้คนตรวจสอบตำแหน่งสุดท้ายของเครื่องติดตามก่อนที่สัญญาณจะขาดหายไป“หมางาบเนื้อแล้วสิ” คิริลล์ที่นั่งเล่นเกมในแล็ปท็อปอยู่ไม่ไกลเอ่ยขึ้นทั้งที่ตาคมยังคงวางไว้ที่หน้าจอสี่เหลี่ยมในมือ“เบนมันมัวทำอะไรอยู่
“พูดบ้าอะไรของคุณ”“ออกรถ” จบประโยครถหรูกันกระสุนก็แล่นออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดินของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง พร้อมกับเสียงโวยวายของคนที่ไม่เต็มใจไปด้วยนัก ทว่าไม่มีทีท่าว่ารถหรูจะชะลอหรือจอดให้ตามที่ร้องขอ กลับยิ่งเพิ่มความเร็วราวกับไม่มีรถคันอื่นบนท้องถนน เมื่อเห็นว่าโวยวายไปแล้วไร้ประโยชน์ธารเดือนจึง
“พ่อเธอไม่ได้บอกชื่อคนที่…”เพียะ!!!โดยไม่ทันตั้งตัวฝ่ามือเรียวก็ฟาดเข้าที่ใบหน้าคมคายจนเกิดรอยแดง ทำเอาคนถูกทำร้ายร่างกายกะทันหันหัวอุ่นขึ้นมาทันที เปลือกตาสีอ่อนพับลงหวังกดข่มโทสะที่พวยพุ่ง ขณะที่ลิ้นร้อนก็ดุนกระพุ้งแก้มข้างที่ชาด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ยากจะระงับ“สารเลว มัจจุราชควรเอาแกไปแทนพ่อแม่







