로그인“ก็ดีนะคะ ฉันจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่อื่น”
“หึ”
ถึงจะทั้งหวั่นเกรงและหวาดหวั่นในอำนาจล้นฟ้าของผู้นำมาเฟียอย่างเขา ทว่าไม่รู้เพราะอะไรความดื้อรั้นและอยากลองเป็นฝ่ายชนะดูบ้างถึงชอบแทรกเข้ามา ท่ามกลางความหวาดหวั่นในใจทุกครั้ง
คนตัวเล็กหรี่ตามองคนตรงหน้าที่กระตุกยิ้มล้ำลึกยากจะคาดเดา พลางประเมินสถานการณ์ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามเขากลับไปบ้าง
“ขำอะไรเหรอคะ”
แทนที่จะตอบคำถาม มาเฟียหนุ่มกลับเอาแต่จ้องไปที่คนในปกครองด้วยสายตาที่ยากจะตีความ ทำให้คนที่กล้าเอ่ยถามยอกย้อนเขาเมื่อครู่เริ่มเสียวสันหลังวาบขึ้นมาเดี๋ยวนั้น
อ่า…
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลึก ๆ แล้วเธอกลัวเขามาก เพียงแค่สายตาคมดุคู่นั้นมองมา นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนก็หลุบลงมองพื้นพรมเบื้องล่าง พลางนึกก่นด่าตัวเองในใจที่ปากไว จนอาจจะนำพาความเดือดร้อนมาสู่ตน
ไม่ใช่ว่าเธอไม่สู้คน แต่กับเขา กับคนที่สามารถสั่งเป็นสั่งตายใครก็ได้ เพียงแค่ปรายตามองอย่างราฟาเอล ไม่มีทางเลยที่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะไม่เตือนให้เธอเกรงกลัวเขา
“มานี่มา” ร่างบางสะดุ้งเฮือก เมื่อเสียงแหบทุ้มเปี่ยมอำนาจเอ่ยสั่ง คนที่รู้ตัวว่าปฏิเสธไม่ได้จึงได้แต่สูดลมหายใจเข้าให้ลึกที่สุด เพื่อไล่ความกลัวออกไป แล้วหยัดตัวลุกขึ้นเดินไปหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้าของห้องอย่างว่าง่าย
“มานั่งนี่” น้ำเสียงราบเรียบเฉพาะตัวเอ่ยบอก พลางใช้สายตาคมลากมาหยุดที่หน้าขาแข็งแรงของตัวเองเป็นเชิงออกคำสั่งซ้ำ คนตัวเล็กกว่าจึงเดินไปนั่งบนตักแกร่งด้วยท่าทีประหม่า ทั้งที่นั่งมาแล้วไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
กลิ่นน้ำหอมบุรุษคุ้นเคยที่ลอยอบอวลใต้จมูกรั้น ยิ่งกระตุ้นความรู้สึกประหม่าให้ก่อตัวมากขึ้น
กลิ่นหอมหวานอบอุ่น ลุ่มลึกเจือกลิ่นไหม้ของควันไฟจาง ๆ ยิ่งเสริมเสน่ห์ให้มาเฟียหนุ่มดูน่าหลงใหล
ก็ถ้าตัดความน่ากลัวและเผด็จการออกไปน่ะนะ
ขณะที่กำลังพยายามตั้งสติ ปรับการหายใจให้เป็นปกติอยู่นั้น ร่างบางก็ต้องสะดุ้งเฮือก เมื่อมือแกร่งรวบผมยาวสีน้ำตาลอ่อนที่ปรกหลังอยู่มารวมกันไว้ที่ไหล่อีกฝั่ง เผยให้เห็นต้นคอขาวเนียนที่ยังมีร่องรอยสีแดงระเรื่อจาง ๆ ในบางจุดที่เขาเป็นคนทำไว้
เปลือกตาสีมุกค่อย ๆ พับลง ขณะที่ลมหายใจเริ่มขาดห้วงอีกครั้ง เมื่อสมองพาให้จินตนาการไปไกลว่าเขากำลังจะทำอะไรต่อจากนี้
ขอร้อง
ปากร้อน ๆ ของเขาอย่าเอามันมารังแกกันอีกเลยได้ไหม
เพราะถ้าเขาทำแบบนั้น ผลที่ออกมาคือเธอจะไม่มีทางต้านทานเขาได้เลย
ไม่มีทาง…
“อ๊ะ”
โดยไม่ทันตั้งตัว เสียงหวานร้องตกใจ เมื่อจู่ ๆ สร้อยเส้นเล็กก็ถูกส่งมาคล้องที่ลำคอระหง ก่อนที่มือแกร่งจะจัดการใส่มันให้อย่างเบามือ ไม่ได้จะรีดไถหรือรุกล้ำร่างกายเธออย่างที่จินตนาการไว้ก่อนหน้า
แย่ชะมัด
ราฟาเอลไม่ต่างจากสารเสพติดประเภทหลอนประสาท เขาสามารถทำให้คนอื่นประสาทหลอนจนเป็นบ้าได้ เพียงแค่เผลอเข้าใกล้หรือสบตา
และเมื่อครู่มันก็ออกฤทธิ์กับเธอ เพียงเพราะสัมผัสแผ่วเบาและกลิ่นอายของเขา
“เกร็งอะไรขนาดนั้น” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางจัดทรงผมให้กลับเข้าที่เข้าทาง ทำเอาคนบนตักที่เกร็งอยู่แล้วยิ่งเกร็งเข้าไปใหญ่
เพราะบทจะอ่อนโยนเขาก็…
“ให้…ทำไมคะ” นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนมองไปที่สร้อยสีเงินรูปพระจันทร์เสี้ยวที่อีกฝ่ายเพิ่งใส่ให้ พลางคิดถึงราคาของมันไปด้วยเพราะเครื่องหมายการค้าเล็ก ๆ บ่งบอกว่าของชิ้นนี้ไม่ใช่สิ่งของราคาถูก ๆ ธรรมดา
“ปลอกคอเธอไง…”
คำตอบที่ได้ทำให้หว่างคิ้วสีอ่อนเกิดรอยย่นจาง ๆ ที่ยากจะสังเกตเห็น
จำเป็นงั้นเหรอ
คนคนนี้จะลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของเธอไปถึงไหน
ความอ่อนโยนฉาบฉวยเมื่อครู่ถูกฝังกลบด้วยคำพูดร้ายกาจจนสิ้น
“…อย่าทำหาย” เขากำชับเสียงเรียบ
“ค่ะ” ขณะคนบนตักเอ่ยรับปากอีกฝ่ายส่ง ๆ ไป เพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดในประเด็นนี้ต่อ อีกทั้งไม่อยากอยู่ในสถานการณ์ล่อแหลมแบบนี้นาน ๆ
ทว่าพอจะลุกจากตักแกร่งกลับถูกแขนแข็งแรงรั้งไว้ มาเฟียหนุ่มโอบเอวเล็กให้ขยับเข้ามาแนบชิดอกว้างมากขึ้น
“คุณชาย นี่ที่ทำงานนะคะ” เสียงหวานเจือความตระหนกตกใจเอ่ยประท้วง เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสัมผัสใกล้ชิดเกินความจำเป็นในสถานที่ที่ไม่เหมาะสม
“แล้ว?” ทว่าดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร
“ปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวใครมาเห็น”
“แล้วมันยังไง”
จะบ้าตาย
“กรุณารักษาภาพลักษณ์นายเหนือหัวลูเธอร์ด้วยค่ะ”
เรื่องแค่นี้ทำไมถึงคิดเองไม่ได้นะ
“หึ”
“คุณชาย…” ท้ายประโยคถูกกลืนลงลำคอแห้งผากไป เมื่อจมูกโด่งของเขาเคลื่อนเข้ามาใกล้ลำคอขาวอมชมพูช้า ๆ คนบนตักหดลำคอหนีตามสัญชาตญาณ ทว่า…
จมูกโด่งแตะลงเบา ๆ บนผิวขาวบริเวณท้ายทอยอย่างถือวิสาสะ กระแสวาบหวามแล่นปราดไปทั่วทั้งร่างในวินาทีนั้น สมองคุณหนูตระกูลย่อยพลันพร่าเบลอไปชั่วขณะ อีกทั้งลมหายใจก็ขาดห้วงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ริมฝีปากร้อนของอีกฝ่ายทาบทับลงมาสัมผัสแผ่วเบาที่สร้อยคอบริเวณหลังคอ
“อย่าดื้อ” เสียงทุ้มเปี่ยมอำนาจเอ่ยขึ้นแผ่วเบาข้างใบหูซับสีระเรื่อเมื่อคนในอ้อมแขนแข็งแกร่งดิ้นขืนจะลงจากตักเขาให้ได้
“ฉันอยากกลับบ้านค่ะ”
“ยังไม่ถึงเวลา”
“ฉันอยากนอน”
“ก็นอนสิ”
ให้ตายเถอะ!
“ฉันหิวแล้ว”
“หึ ยัยเด็กเลี้ยงแกะ” สิ้นประโยคต่อว่ามาเฟียหนุ่มก็กระตุกเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบอกแกร่งมากยิ่งขึ้น
จมูกรั้นผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง เมื่อหมดหนทางหนีจากเขาโดยสมบูรณ์
ก็ได้
ไม่กลัวคนมาเห็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับตำแหน่งนายเหนือหัวตระกูลมาเฟียใหญ่ก็ตามใจ
ห้องทำงานผู้นำลูเธอร์ชั้นสามสิบเก้าตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งหลังสงครามเล็ก ๆ ระหว่างเจ้าของห้องและคนในปกครองแสนดื้อรั้นจบลง
เอกสารหลายแฟ้มบนโต๊ะทำงานถูกกางออกด้วยมือข้างขวาเพียงข้างเดียว เพราะมือซ้ายที่ควรจะช่วยกันทำงานกลับไม่ว่าง เนื่องจากเจ้าของมันดันเอาไปวางไว้ที่เอวบางของคนบนตัก อีกทั้งใบหน้าคมคายที่ควรจะจดจ่อกับงานตรงหน้า ก็เอาแต่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวข้างพวงแก้มซับสีระเรื่อและลำคอขาวของคนเด็กกว่าไม่หยุด
นี่มันสถานการณ์อะไร
นางทาสคนที่เขา 'ไม่โปรด' อย่างเธอถึงได้มานั่งตัวลีบอยู่บนตักเขาตอนทำงานแบบนี้
นัยน์ตาสีอัลมอนด์แอบเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของมาเฟียหนุ่มที่กำลังตั้งใจอ่านเอกสารตรงหน้า ทว่าก็ต้องรีบเบือนสายตาหลบ เมื่อจู่ ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาทั้งที่ดวงตาคู่คมยังคงวางไว้ที่งานไม่ละไปไหน
“อย่าคิดได้ใจว่าฉันจะพิศวาส...”
“...”
“ทั้งเนื้อทั้งตัวมีดีแค่กลิ่นหอม”
“…”
“ได้กลิ่นเธอแล้วฉันมีสมาธิ นั่งนิ่ง ๆ ฉันจะทำงาน” จบประโยคมือแกร่งข้างซ้ายก็รั้งเอวบางที่แอบขยับออกห่างให้กลับมาแนบอกแกร่งอีกครั้ง ขณะที่มือข้างขวาก็เปิดเอกสารบนโต๊ะเซ็นไปด้วย โดยไม่สนใจเลยว่าการกระทำของเขาจะทำให้คนบนตักรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องแค่ไหน
หัวใจดวงน้อยที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับกระตุกไหววูบในบางจังหวะ เมื่อลมหายใจร้อน ๆ ของอีกฝ่ายลากเฉียดไปมาที่พวงแก้มเห่อร้อน
แย่ชะมัด
ถึงเขาจะไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการนั่งทำงานก็เถอะ
แต่คนที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน มานั่งในท่าแบบนี้นี่มัน…
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“จูบมันหน่อยค่ะ” ภรรยาคนสวยทำตามคำขออย่างว่าง่าย ริมฝีปากนุ่มบรรจงจุมพิตเบา ๆ ที่ส่วนหยักโค้งฉ่ำเยิ้มอ่า…สัมผัสแผ่วเบา ทะนุถนอม กอปรกับดวงตากลมโตที่ช้อนมองขึ้นมาไม่ว่าจะเห็นภาพนี้กี่ครั้งเขาก็ยังใจเต้นแรงจนแทบบ้าทุกครั้งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมียเขาเซ็กซี่กว่าผู้หญิงคนไหนที่เคยเจอมา“เอานมทูนหัวมาทำแทนปากสิคะ” สายตาเชื้อเชิญที่เจือไปด้วยความร้อนแรง กอปรกับใบหน้าประณีต คมคายภายใต้แสงเงาสลัวจากดวงไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็ก ๆ ตรงหัวเตียง ทำให้มาเฟียหนุ่มดูเซ็กซี่ขึ้นเป็นเท่าตัว“แบบนี้เหรอคะ”“ดีค่ะ อืมมมม” ฝ่ายถูกเอาใจคำรามพร่าในลำคอแกร่งภาพมาเฟียหนุ่มที่เชิดหน้าขึ้นสูดปากระบายความเสียวซ่าน ยิ่งทำให้คนข้างล่างอยากเอาใจ ริมฝีปากเล็ก ๆ จึงจุมพิตที่ส่วนปลายหยักโค้งอีกครั้งก่อนจะเร่งจังหวะรูดรั้งตัวตนอุ่นร้อนที่โอบล้อมไปด้วยเส้นเลือดด้วยหน้าอกนุ่ม“เด็กดี อืมมม…” คนถูกปรนเปรอคำรามต่ำ พลางส่งมือแกร่งไปลูบกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้าแผ่วเบา ก่อนที่ท้องนิ้วจะเลื่อนลงมาคลึงที่ยอดอกสีสวยสองข้างเอาใจคนสวยขาของเขาบ้าง“อ๊ะ…” ยิ่งอีกฝ่ายเผยอปากสีสวย ครางหวานเขาก็ยิ่งอยากปริแตกเดี๋ยวนั้น“เสร็จใส่นมทูนหั
“ไปอุ้มโจไซอาห์มานอนด้วย” รอยยิ้มบางของคนรู้ทันผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาคมคายไม่แพ้กัน ก่อนจะลุกขึ้นเดินตามคนเป็นพี่ไปอย่างว่าง่ายหลังจากปารัณอุ้มนายน้อยลูเธอร์ที่กำลังหลับลึกออกจากห้องนอนใหญ่ไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มก็เอนลงไปนอนซ้อนหลังคนที่กำลังฝันดีในห้วงนิทรา มืออุ่นแทรกเข้าไปลูบไล้หน้าท้องนวลเนียนของคนรักแผ่วเบา“อื้อออ” คนโดนรบกวนส่งเสียงร้องประท้วงทั้งที่ยังหลับลึก กว่าจะรู้ตัวว่าแพนตี้ตัวบางถูกมือแกร่งรั้งออกไปจากเรียวขาสวย ก็ตอนที่ร่างกายสูงใหญ่แทรกเข้ามากลางกาย“ราล์ฟ…อื้อ” คำพูดเมื่อครู่อันตรธานไป เมื่อริมฝีปากร้อนบดจูบลงมาช่วงชิงเอาทุกสิ่งทุกอย่างกะทันหัน ขณะที่มือแกร่งสองข้างก็แทรกเข้าไปใต้เนื้อผ้า กอบกุมฐานเต้าอวบอิ่มสองข้างอย่างเอาแต่ใจไปพร้อม ๆ กับที่ตัวตนแข็งขืนจงใจเสียดสีส่วนบอบบางกลางกายที่เปลือยเปล่าของคนใต้อาณัติไปด้วยจูบล้ำลึกดำเนินไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสต่อรองราฟาเอลรุกไล่ กวาดต้อนเธอทุกทาง ทั้งเรียวลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาเกี่ยวกระหวัด ฝ่ามืออุ่นที่บีบเคล้นสองเต้าอวบ รวมถึงท่อนเนื้อใต้กางเกงที่เสียดสีกลางกลีบดอกไม้ฉ่ำเยิ้มนั่นทั้งหมดที่เ
7 ปีให้หลัง“ว่าไง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามคิริลล์ผ่านหูฟังบลูทูท ขณะที่ยืนกอดอกพิงผนังมองเบนจามินประเคนเท้าหนัก ๆ ให้ใครบางคนอยู่กลางโถงบ้านหลังใหญ่ใจกลางย่านเศรษฐกิจหลังหนึ่ง[มึงอยู่ไหนเสี่ย]“มึงก็รู้คิริลล์”[บ้านคู่กรณีเฮียขา?]“อืม”[บอกกูทีว่ามึงไม่ได้กำลังใช้ความรุนแรงจบปัญหา]“กูไม่ได้ใช้” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยตอบปลายสาย พลางจรดก้นบุหรี่นอกราคาแพงลงบนริมฝีปากได้รูป ก่อนที่เกลียวควันสีขุ่นจะฟุ้งไปในอากาศ[สมกับเป็นมึงเลยราล์ฟ]“แต่เบนจามินใช้”[ฉิบหาย] เสียงสบถจากปลายสายทำให้เรียวคิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อย เพราะคนอย่างคิริลล์ไม่น่าสบถเพียงเพราะเขาใช้กำลังสั่งสอนไอ้พวกเศษสวะไร้สำนึก มีแต่จะเห็นด้วยแล้วร่วมวงเสียมากกว่า“อะไร?” [ขอโทษนะเสี่ย]“เรื่อง?”[คือว่า…พวกกูไม่ได้ตั้งใจ แค่จะมาเรียกขวัญให้เฮียขาเฉย ๆ]“มาสอนอะไรพิเรนทร์ให้ลูกกูสิไม่ว่า เดี๋ยวนะ…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เมื่อมาเฟียหนุ่มเริ่มคาดเดาสถานการณ์บางอย่างจากคำพูดแปลก ๆ ของคุณชายสามได้[ครับเสี่ย]แม่ง…“บอกกูทีว่าเมื่อกี้ไม่ใช่การล่อซื้อ” [เมียมึงได้ยินทั้งหมดแล้วครับนายเหนือหัว]ฉิบหาย…คฤหาสน์ลูเธอร์แรงกดข่มเ
ราวสามชั่วโมงต่อมาการตรวจร่างกายเบื้องต้นเสร็จสิ้นก่อนที่มาเฟียหนุ่มที่ต้องออกไปสะสางงานด่วนเพิ่งจะกลับเข้าบ้านมา ช่วงขายาวรีบเดินตรงไปหาคนเป็นภรรยาด้วยหัวใจที่ว้าวุ่นกว่าปกติ“เป็นไงบ้างคะ หมอว่าไง” ภาพที่คนตัวเล็กนอนดูหนังเรื่องโปรดด้วยสีหน้าที่ดีขึ้นกว่าเมื่อตอนบ่ายทำให้เขาใจชื้นขึ้นมา ทว่ายังไม่ทันที่จะได้คำตอบจากอีกฝ่ายสูทสีเข้มและเนกไทก็ถูกคนสวยขาช่วยจัดการถอดออกอย่างที่เคยทำ พร้อมกับประทับจุมพิตแผ่วเบาที่แก้มเกลี้ยงเกลาแล้วเปรย“อาบน้ำก่อนนะคะ หนูเตรียมน้ำอุ่นไว้ให้แล้ว”“บอกก่อนว่าทุกอย่างโอเค”“หนูดีขึ้นแล้วค่ะ ไปอาบน้ำก่อนนะแล้วมาดูหนังกัน” นายเหนือหัวลูเธอร์ทำตามที่ภรรยาบอกอย่างว่าง่าย เขาใช้เวลาอาบน้ำคิดทบทวนสิ่งที่ค้างคาใจเกี่ยวกับอาการของคนรัก ทว่าที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปเนื่องจากหมอประจำตระกูลไม่ได้แจ้งอะไรมากไปกว่าภรรยาของเขาพักผ่อนน้อย ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือตั้งครรภ์จึงถูกชำระล้างไปพร้อมกับสายน้ำในที่สุดหนังเรื่องโปรดถูกเปิดคลอไป ขณะที่คนสองคนใช้เวลาส่วนตัวด้วยกันบนเตียงกว้าง ทว่าสมาธิที่ควรจะจดจ่ออยู่ที่หนังตรงหน้ากลับถูกรบ
สุสานสายลมเอื่อยของต้นฤดูหนาวพัดเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนให้พลิ้วไปตามแรงลมเบาบาง หญิงสาวหลับตาพริ้มประสานมือเล็กเข้าด้วยกันราวกับกำลังอธิษฐานกับหลุมศพสองหลุมตรงหน้าเป็นครั้งที่สามแล้วที่มาเฟียหนุ่มมองดูดวงหน้าหวานด้านข้างของภรรยาที่หลับตาพริ้มรำลึกถึงผู้ให้กำเนิดทั้งสองแม้ในอดีตผู้ล่วงลับทั้งคู่จะกระทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยกับตระกูลหลัก ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างถูกนายเหนือหัวอย่างเขาทิ้งไว้เบื้องหลังแล้วทั้งหมดตอนนี้สถานะของเขาคือสามีของลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อและคุณแม่ผู้ล่วงลับ นอกจากเขาจะสามารถเคารพหลุมศพของคนทั้งคู่ได้อย่างเต็มหัวใจแล้ว เขายังคงรักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ต่อหน้าผู้ล่วงลับในวันแรกที่มาขออนุญาตดูแลลูกสาวของคนทั้งคู่ได้เป็นอย่างดี“วันนี้คุยกับคุณพ่อคุณแม่นานกว่าทุกปี มีอะไรหรือเปล่าคะ” เสียงแหบทุ้มเอ่ยถามพลางส่งฝ่ามือแกร่งไปลูบศีรษะของภรรยาด้วยความรักใคร่อย่างที่ชอบทำ“เล่าเรื่องทั่วไปน่ะค่ะ แล้วก็…” ท้ายประโยคถูกเว้นว่างไว้เพียงครู่ก่อนที่รอยยิ้มสดใสบริสุทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคนตรงหน้าจะถูกส่งมาชโลมใจมาเฟียหนุ่ม“หืม แล้วก็อะไรคะ”“แล้วก็ ขอให้พวกท่านหมดห่วงจริง ๆ
“แรงอีกหน่อยสิคนดี” มันเร้าใจจนเขาอยากจับยัยเด็กอวดดีของเขากระแทกแรง ๆ จนเสร็จสมเดี๋ยวนั้น“แบบนี้…อ๊า เหรอคะ”“อ่า…ยั่วฉิบหาย” ด้วยความมันเขี้ยว กอปรกับแรงอารมณ์ที่โถมซัด คนมากกำลังจึงแกล้งกระแทกสะโพกสวนเอวบางอย่างไม่ผ่อนแรง“อะ…ลึก อื้ออออ” ฝ่ามือแกร่งจับยึดสะโพกนุ่มมือไว้เมื่ออีกฝ่ายทำท่าจะขยับหนี ดวงหน้าหวานที่เคยเชิดขึ้นฟุบลงบนบ่าแกร่ง เสียงครางหวานที่คล้ายเสียงสะอื้นไห้เข้าไปทุกทีดังประสานกับจังหวะเนื้อกระทบเนื้อถี่กระชั้น“อ๊า จะไม่ไหว…แล้…อื้อออ”โพรงอุ่นชื้นที่กระตุกรัดแน่นและถี่ขึ้นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่านางทาสคนโปรดของเขาใกล้จะเสร็จสมเต็มที ทั้งที่เพิ่งจะอวดดีขย่มเขาได้ไม่เท่าไหร่“ข้างในรัดผมแรงขนาดนี้จะเสร็จแล้วเหรอคะ” ฝ่ามือแกร่งข้างหนึ่งกอบกุมข้อมือเล็กสองข้างที่ถูกมัดไว้ ส่วนอีกข้างก็เลื่อนลงไปขยำสะโพกอวบนุ่มมือด้วยความมันเขี้ยว“อ๊ะ…จะ…เสร็จ”“ก็เสร็จสิคะ” น้ำเสียงต่ำพร่าที่มาพร้อมกับท้องนิ้วแกร่งที่เคล้นคลึงลงมาที่จุดรวมความกระสันเหนือกลีบดอกไม้ฉ่ำวาวทำคนบนตักแทบขาดใจ“อื้อออออ” ร่างเล็กกระตุกเกร็งเมื่อข้ามไปแตะขอบความปรารถนาในที่สุด ทว่ายังไม่ทันที่จะได้หอบเอาอากาศเข้าป
คำสั้น ๆ เมื่อครู่ไม่ได้ออกจากริมฝีปากได้รูปของคุณชายใหญ่ลูเธอร์ หากแต่เป็นคุณชายสามที่นั่งเคี้ยวขนมกร้วม ๆ ต่างหากที่พูดขึ้นน้ำชาอย่างดีถูกมือแกร่งยกขึ้นมาจิบ อีกทั้งใบหน้าคมคายของมาเฟียหนุ่มก็ยังคงไว้ซึ่งความนิ่งขรึมแม้จะถูกคุณชายสามไล่ตามความคิดทันคิริลล์กระตุกยิ้มมุมปากชอบใจ ขณะที่คุณหนูศิรวศ
ราวหนึ่งสัปดาห์ผ่านไปการดูแลคุณชายใหญ่ลูเธอร์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เขาทำตามที่รับปากเธอไว้เป็นอย่างดี การแตะเนื้อต้องตัวกันเกิดขึ้นเฉพาะตอนที่เธอต้องดูแลบาดแผลและอาบน้ำให้เขาเท่านั้น จะมีก็แค่สายตาคู่คมที่เอาแต่วางไว้ที่เธอไม่ซะส่วนใหญ่ ยกเว้นเวลาที่เขาต้องทำงาน“สายตามึงนี่ละจากเธอขาได้แค่เวลาท
เม็ดฝนที่จู่ ๆ ก็โหมกระหน่ำลงมา ดึงสติที่หลุดลอยไปไกลให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน ทว่าชั่วพริบตาที่สัญชาตญาณสั่งร่างกายให้หลีกหนีหยาดน้ำที่เทกระหน่ำลงมา ร่างทั้งร่างก็อยู่ภายใต้เสื้อสั่งตัดราคาแพงของใครบางคนอย่างรวดเร็ว ครั้นดวงหน้าหวานหันไปมองคนข้าง ๆ ก็พบว่ามาเฟียหนุ่มเหลือเชิ้ตสีดำห่มร่างท่อนบนเพียง
หลังจากคิดไตร่ตรองมาทั้งคืน เขาก็ได้คำตอบแล้วว่าควรต้องรีบปรับความเข้าใจ ส่วนอีกฝ่ายจะพร้อมหรือไม่พร้อมค่อยมารับมือหน้างานอีกทีราวสองชั่วโมงที่มาเฟียหนุ่มนั่งเฝ้าคนที่กำลังฝันหวานอยู่ในห้วงนิทรา ระหว่างนั้นเขาก็จัดการเคลียร์ปัญหาที่คาราคาซังระหว่างหวังกับลูเธอร์ไปด้วย เพื่อให้ทุกอย่างกลับเข้าที่เข







