เข้าสู่ระบบช่วงเย็นของวัน
“ทำไมวันนี้แต่งตัวเต็มยศเลยละครับคุณคราม” ขุนพลเอ่ยหยอกเพื่อนชายทันทีที่มาถึง เห็นครามอยู่ในชุดสูทภูมิฐานก็ดูไม่ค่อยจะชินตาเท่าไหร่
“ไปช่วยต้อนรับเพื่อนคุณไกรภพมาน่ะ ขืนแต่งตัวซอมซ่อไปก็โดนบ่นอีก นายก็รู้นี่ว่าพ่อฉันเรื่องมากขนาดไหน”
“จะเรียกพ่อหรือคุณไกรภพก็เอาสักอย่างสิ นายทำฉันสับสนนะ”
“จะคุณไกรภพหรือพ่อ ก็คนคนเดียวกันมั้ย” ชายหนุ่มเน้นเสียง
“งั้นก็แล้วแต่เรื่องพ่อของนายแล้วกัน” เพื่อนชายโต้กลับก่อนจะพากันหลุดขำออกมา
ครามชายหนุ่มวัย27ปี เป็นลูกชายคนรองของไกรภพ ความสัมพันธ์ของพ่อลูกนั้นไม่ค่อยจะลงรอยกัน ดูเหมือนว่าจะมีหลายเรื่องราวที่ทำให้ชายหนุ่มไม่ค่อยพอใจในตัวผู้เป็นพ่อเท่าไหร่นัก
ครามใช้เวลาอยู่กับขุนพลสักพักก็ขอตัวกลับ ชายหนุ่มออกจากคอนโดก็เห็นหญิงสาวคนคุ้นเคยยืนยิ้มให้จึงไม่รีรอที่จะเข้าไปทักทาย
“กลับมาแล้วเหรอมัท ทำไมไม่โทรบอกล่ะครามจะได้ไปรับ แล้วนี่มาหาขุนเหรอ”
“มัทมาหาครามต่างหาก มัทรู้ไงว่าครามต้องอยู่กับขุน แล้วนี่ครามจะกลับแล้วเหรอ”
“อืม แล้วมัทจะกลับเลยมั้ยเดี๋ยวครามไปส่ง หรือว่าจะเข้าไปหาขุนก่อน”
“กลับเลยดีกว่า แต่ก่อนกลับครามต้องเลี้ยงข้าวมัทนะ ตอนนี้มัดหิวมากๆ เลย”
“ได้สิ รถครามจอดอยู่ตรงนั้นน่ะ” ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะเดินนำไปยังรถที่จอดเอาไว้
มัทนาเป็นเพื่อนสาวคนสนิทของครามตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย นอกจากนั้นเธอยังตกหลุมรักชายหนุ่มอีกด้วยและครามก็รู้มาตลอดว่าหญิงสาวนั้นรู้สึกกับเขามากกว่าเพื่อน มัทนาเคยสารภาพรักกับเขามาแล้วหลายครั้งแต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้งเช่นกัน ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่หญิงสาวก็ไม่เคยท้อใจ เธอหวังแค่ว่าวันหนึ่งใจที่เย็นชาของครามจะเปิดรับเธอในสักวัน และอีกอย่างตอนนี้ได้อยู่ในสถานะเพื่อน ได้ใกล้ชิดกับชายหนุ่มแบบนี้เธอก็พอใจมากแล้ว
ช่วงค่ำของวัน
มินตากลับมาถึงห้องก็เห็นดาหวันนอนอยู่ที่โซฟา ใบหน้าเพื่อนสาวของเธอเต็มไปด้วยครีมพอกหน้า พอเห็นแบบนี้ก็อดขำออกมาไม่ได้
“ฉันรู้นะที่เธอลุกขึ้นมาดูแลตัวเองแบบนี้เพราะอยากให้คุณคริสประทับใจใช่มั้ยล่ะ เธอก็คงเหมือนสาวๆ ในบริษัทที่หลงใหลความหล่อของเขาสินะ”
“ไม่ใช่สักหน่อย ฉันแค่อยากดูแลตัวเองบ้างไม่ได้หรือไง” ดาหวันรีบปฏิเสธ ที่จริงที่เธอเริ่มมีความคิดอยากดูแลตัวเองเป็นเพราะคำพูดของครามที่เคยว่าเธอไม่มีเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิง และไหนจะคำพูดของคริสที่บอกว่าเธอสวยน้อยกว่าคนที่มาสัมภาษณ์งานวันนี้อีกด้วย พอถูกทักเรื่องหน้าตาติดต่อกันแบบนี้ก็เลยอยากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้นมาก็เท่านั้น
“ก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอน่ะลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัวบ้างก็ดี เวลาไปเป็นพี่เลี้ยงคุณครีมจะได้ไม่โดนดูถูก ยิ่งบ้านนั้นเขาเป็นผู้ดีเก่าด้วย ถ้าจะให้พูดกันตามตรงก็เป็นคุณหญิงคุณชายของบ้านนั่นแหละ ฉันเหมือนเคยได้ยินคนขับรถเรียกคุณคริสว่าคุณชายใหญ่ด้วยนะ แต่ก็นานมาแล้วล่ะ สมัยฉันเข้ามาทำงานแรกๆ น่ะ”
“ผู้ดีเก่าเลยเหรอ ฉันชักจะเกร็งๆ แล้วสิ”
“ไม่ต้องขนาดนั้นหรอก ถึงคุณคริสจะดูเนี้ยบไปบ้างแต่ใจดีมากเลยนะ”
“ใช่เขาใจดีมากจริงๆ” หญิงสาวยิ้มกว้างเห็นด้วย
“แนะ! ทำไมต้องยิ้มเวลาพูดถึงคุณคริสด้วย นี่อย่าบอกนะว่าเธอ…”
“เพ้อเจ้อน่า ฉันก็แค่เห็นด้วยว่าเขาใจดีอย่างที่เธอพูดจริงๆ”
“แต่ถ้าเธอจะจีบเขาฉันก็สนับสนุนนะ ถ้าวันหนึ่งเธอได้ดีเพื่อนคนนี้จะได้พึ่งใบบุญเธอได้ไง”
“เธอนี่ชักจะบ้าแล้วจริงๆ ฉันไปเป็นพี่เลี้ยงให้หลานเขาที่บ้านนะไม่ใช่ที่บริษัท กว่าเขาจะกลับถึงบ้านฉันก็เลิกงานแล้วมั้ย เรื่องจริงคือฉันกับเขาแทบจะไม่ได้เจอกันด้วยซ้ำ”
“เออใช่ ฉันลืมคิดไปเลย ว่าแต่ของของเธอมีแค่นี้เองเหรอ” มินตาเห็นแค่กระเป๋าเดินทางใบเดียวที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาเลยถามด้วยความสงสัย วันนี้เพื่อนสาวของเธอบอกจะย้ายของมาไว้ที่ห้องเธอแต่ทำไมกลับเห็นแค่กระเป๋าใบเดียว แล้วของอื่นๆ ทำไมถึงไม่มี
“ก็มีแค่นี้แหละ ส่วนของอื่นๆ ที่พอมีค่าฉันก็ให้เจ๊ก้อยเอาไปขายหมดแล้ว ก็เป็นค่าห้องที่ค้างจ่ายนั่นแหละ ฉันค้างค่าห้องตั้ง6เดือนเจ๊ก้อยไม่แจ้งความจับฉันก็บุญแล้ว”
“งั้นเธอก็อยู่ที่นี่กับฉันเลยสิไม่ต้องหาห้องใหม่หรอก”
“ไม่เอาเดี๋ยวกวนเธอเปล่าๆ บางวันเธอต้องเอางานออกแบบกลับมาทำต่อที่ห้องไม่ใช่เหรอ ขืนฉันอยู่ด้วยเธอคงไม่มีสมาธิทำงานแน่ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าฉันอยู่คนเดียวได้ ฉันเห็นตึกตรงข้ามเธอมีห้องว่างอยู่ว่าจะลองไปดูสักหน่อย ไว้เก็บเงินได้สักก้อนค่อยซื้อคอนโดห้องใกล้ๆ เธอดีมั้ย”
“จ้า แล้วแต่คุณเพื่อนเลย เธอรีบไปล้างหน้าเถอะจะได้ออกไปหาอะไรกินกันฉันหิวแล้ว” มินตาผลักเพื่อนสาวเบาๆ ให้ลุกไปล้างหน้าล้างตา เธอมองแผ่นหลังเพื่อนสาวที่เดินออกไปด้วยความเอ็นดู แม้ว่าดาหวันจะมีฐานะทางการเงินสู้เธอไม่ได้ แต่ที่ผ่านมาดาหวันก็ไม่เคยรบกวนขอความช่วยเหลือจากเธอเลยสักครั้ง ถือว่าหายากมากที่เธอจะเจอเพื่อนที่จริงใจเช่นนี้
ณ บ้านอิชญา
“คราม ขอคุยด้วยหน่อยสิ” คริสเอ่ยทักผู้เป็นน้องชายที่พึ่งกลับมาถึงบ้าน ชายหนุ่มเองก็มีเรื่องที่ต้องแจ้งให้ผู้เป็นน้องชายทราบด้วย
“มีอะไร”
“จันทร์หน้าจะมีพี่เลี้ยงครีมมาอยู่กับเรา ฉันแค่อยากบอกนายเอาไว้ ถ้านายเห็นเธอนายจะได้ไม่สงสัย”
“นายไม่ต้องบอกฉันก็ได้ ยังไงเรื่องในบ้านของนายก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว นายแค่บอกพี่เลี้ยงคนนั้นว่าอย่าเข้าไปยุ่งในพื้นที่ของฉันก็พอ”
“จะบ้านนี้หรือบ้านไหนก็บ้านของนายเหมือนกันนั่นแหละ ที่ฉันบอกเพราะฉันอยากให้นายมาเล่นกับครีมบ้าง ครีมคิดถึงนายมากเลยนะ”
“อืมเข้าใจแล้ว มีอะไรอีกมั้ย”
“เมื่อตอนบ่ายฉันเจอขุนมา ขุนบอกว่ากระเป๋าตังค์นายถูกขโมยเหรอ งั้นเดี๋ยวฉัน…”
“นายไม่ต้องยุ่ง เรื่องของฉันเดี๋ยวฉันจัดการเองได้ หรือคิดว่าฉันไม่มีเงินใช้ถึงขั้นต้องแบมือขอนายหรือไง”
“ทำไมต้องพูดขนาดนี้ด้วย ฉันเป็นพี่นายนะ”
“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ใช่สักหน่อย ไม่มีอะไรแล้วใช่มั้ยฉันจะได้กลับบ้าน หมายถึงบ้านที่เป็นบ้านของฉันจริงๆ” ชายหนุ่มเสียงเข้มเอ่ยบอกต่อผู้เป็นพี่ชายก่อนจะเดินจากไป ท่าทีของครามยังคงทำให้คริสไม่สบอารมณ์เหมือนทุกครั้ง
คริสชายหนุ่มวัย28ปี เป็นลูกคนกลางของบ้านอิชญา มีพี่สาวอีกคนคือคีรนาที่ปักหลักทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศกับผู้เป็นสามี ครีมก็คือลูกสาวของคีรนาที่จะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านอิญชาในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
หลายวันต่อมา
“ถึงแล้วครับ”
คนขับแท็กซี่แจ้งต่อดาหวันที่นั่งอยู่เบาะหลังให้ทราบเมื่อเดินทางมาถึงบ้านอิชญา หญิงสาวลงจากรถมองดูบ้านหลังใหญ่โตด้วยความรู้สึกประหม่า ที่มินตาเคยบอกว่าเป็นผู้ดีเก่านั้นไม่ผิดไปจากที่พูดเลย ดาหวันยืนมองบ้านหลังใหญ่โตอยู่สักครู่ก็มีแม่บ้านเดินมาต้อนรับพร้อมกับพาเธอเข้าไปนั่งรออยู่ข้างในบ้าน ตามคำขอของคริสผู้เป็นเจ้านายที่แจ้งไว้ก่อนหน้านี้
“คุณดาหวันนั่งรอก่อนนะคะคุณคริสกำลังไปรับคุณหนูครีมมา” หญิงแม่บ้านบอกต่อดาหวันพร้อมกับยกน้ำมาเสิร์ฟให้
“งั้นระหว่างรอฉันขอออกไปเดินเล่นสูดอากาศข้างนอกได้มั้ยคะ”
“ได้ค่ะ” หญิงแม่บ้านยิ้มพยักหน้ารับก่อนจะเดินกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อ
ดาหวันเมื่อได้รับอนุญาตก็เดินออกมารับบรรยากาศข้างนอกบ้าน หญิงสาวดูจะเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก เมื่อเดินลึกเข้าไปในส่วนท้ายบ้านก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่ายังมีบ้านอีกหลังตั้งอยู่ บ้านที่เธอเห็นนั้นเป็นบ้านไม้สีขาวชั้นเดียวปกคลุมไปด้วยต้นไม้และดอกไม้หลากหลายชนิด ซึ่งให้ความรู้สึกแตกต่างจากบ้านหลังใหญ่หรูหราที่เธอพึ่งเดินออกมาเป็นอย่างมาก
“สงบดีจัง ไม่คิดว่าจะมีที่แบบนี้ด้วย”
ดาหวันเดินเข้าไปใกล้ตัวบ้านให้มากขึ้น หญิงสาวตรงไปยังกระถางดอกไม้เล็กๆ ออกดอกสีม่วงอยู่แค่ดอกเดียวที่ตั้งอยู่ริมทางเดิน เธอหยิบกระถางนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวังเพื่อเชยชมก่อนจะปล่อยกระถางนั้นหลุดจากมือเมื่อได้ยินเสียงตะโกน"ทำอะไร!"ดังมาจากด้านหลัง ด้วยความตกใจทำให้กระถางดอกไม้ที่ถืออยู่ก่อนหน้าตกแตกในทันที
“คุณคราม!”
“นี่เธออีกแล้วเหรอ ครั้งนั้นก็กระเป๋าตังค์ฉันถูกขโมย ครั้งนี้ก็ยังมาทำลายดอกไม้ฉันอีก ฉันพึ่งจะเอาลงกระถางเมื่อกี๊เอง” ชายหนุ่มตวาดไปที่ดาหวันอย่างไม่สบอารมณ์ ดูท่าการได้เจอหญิงสาวต้องมีเรื่องราวทุกครั้งไป
“คุณเป็นคนงานอยู่ที่นี่เหรอ” ดาหวันเอ่ยถามเมื่อสำรวจการแต่งกายของชายหนุ่ม วันนี้ทั้งชุดทั้งหมวกสานที่เขาสวมใส่ไหนจะเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสี ถ้าจะให้เดาคงเป็นคนงานที่บ้านอิชญาอย่างแน่นอน
“ตาถั่วชะมัด” ชายหนุ่มตวาดไปที่หญิงสาวอีกครั้ง
“ก็แค่ดอกไม้ต้นเดียวเองเดี๋ยวฉันใช้คืนให้ก็ได้ อีกอย่างฉันไม่ได้ตั้งใจสักหน่อยเป็นเพราะคุณนั่นแหละที่เสียงดังฉันเลยตกใจ เจอคุณก็ดีแล้ว ทั้งเรื่องครั้งก่อนรวมกับเรื่องวันนี้เดี๋ยวเงินเดือนฉันออกฉันจะชดใช้ให้ก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันได้งานเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่นี่ ต่อไปก็มีเงินคืนเงินให้คุณแล้ว”
“เธอเองเหรอที่จะมาเป็นพี่เลี้ยง หน้าตาก็ตรงตามที่พี่คีย์บอกอยู่”
“คุณหมายความว่าไง หน้าตาฉันเกี่ยวอะไรกับการเป็นพี่เลี้ยงด้วย”
“ก็เธอไม่สวยไง เพราะถ้าสวยเธอก็คงไม่ได้งานนี้หรอก ออกไปได้แล้วต่อไปอย่ามาที่นี่อีก ไม่งั้นเธอได้ตกงานแน่ ไปสิ!”
“ก็กำลังจะออกไปแล้วเนี่ย งดน้ำตาลหรือไงถึงได้ดุขนาดนี้” หญิงสาวโต้กลับก่อนจะหันหลังกลับแล้วรีบเดินจากไป
ชายหนุ่มเองหลังจากดาหวันเดินออกไปก็หลุดขำออกมา เห็นหญิงสาวตื่นกลัวเขาแบบนี้ก็ดูจะพอใจเป็นอย่างมาก
“ยับบ๊องเอ๊ย!”
ช่วงค่ำของวัน คอนโดพรีเลช“ดาหวันเกินไปแล้วนะ วันหยุดก็ยังจะเอางานมาทำอีกเก็บได้แล้ว” ครามดึงกองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟาออก วันหยุดทั้งทีชายหนุ่มก็อยากให้หญิงสาวได้ผ่อนคลายบ้างไม่ใช่มัวแต่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องงาน“ไม่เห็นเป็นไรเลยงานก็ไม่ได้เครียดสักหน่อย”“ไม่ได้ก็คือไม่ได้ ฉันอยากให้ลูกของฉันได้พักผ่อน”“นี่พึ่งจะทุ่มหนึ่งเองนะคะ”“ก็นั่งเฉยๆ ไปไม่ต้องทำอะไรไง เดือนหน้าแม่ใหญ่อยากให้เราย้ายไปอยู่ที่บ้านอิชญาน่ะ เธอเองก็ท้องโตทุกวันถ้าอยู่คอนโดไม่ค่อยสะดวกด้วย ไว้ปรับปรุงบ้านเสร็จเราก็ค่อยย้ายอีกที”“แล้วคุณเห็นด้วยกับแม่คุณหรือเปล่า ถ้าคุณโอเคฉันก็โอเค ฉันอยู่ที่ไหนก็ได้ขอแค่มีคุณอยู่ด้วยก็พอ”“ฉันก็เห็นด้วยกับแม่ใหญ่นะ อยู่บ้านอิชญาจะได้มีคนคอยช่วยดูแลเธอ”“งั้นก็ตามนั้นค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ ก่อนจะลุกจากโซฟาตรงไปยังภาพวาดที่เธอถือช่อดอกแคสเปียที่แขวนไว้ตรงผนัง พอได้มองภาพนั้นความรู้สึกมากมายก็เข้ามา“ฉันที่อยู่ในภาพนี้ดูไร้เดียงสาจังเลยนะคะ แต่ตอนนี้กลับเป็นผู้หญิงที่มีภาระมากมายที่ต้องแบกรับ ถ้าไม่มีคุณฉันยังนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเลือกเดินทางไหน”“ไม่ว่าตอนไหนเธอก็เหมือ
1 เดือนต่อมา ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง“แม่คะพอได้แล้วจะเอาไปถมบ้านหรือไง” คีรนาเอ่ยหยอกผู้เป็นแม่ที่ช้อปปิ้งเลือกดูของใช้ให้หลานคนที่สองของบ้าน“แม่ว่ายังไม่พอนะ เอาไปหลายๆ แบบก็ดี”“หลานพึ่งจะได้เดือนกว่าเองนะคะหญิงหรือชายก็ยังไม่รู้เลยแม่จะตื่นเต้นทำไม ยังมีเวลาให้เลือกตั้งเยอะ”“ความสุขของแม่คีย์อย่าขัดใจแม่นักเลย แม่ว่าเราไปดูแปลนอนดีกว่า”“แม่!” คีรนาตะโกนตามผู้เป็นแม่ ดูท่าว่าไม่สามารถหยุดผู้เป็นแม่ของเธอได้แล้วในตอนนี้บริษัทอิชญา จิวเวลรี่“ถูกใจมากเลยเดี๋ยวจะเพิ่มโบนัสให้นะ” ครามบอกต่อมินตาที่ออกแบบเซตเครื่องประดับได้ถูกใจเขา เครื่องประดับชุดนี้ชายหนุ่มตั้งใจจะให้ดาหวันเป็นของหมั้นหมาย ในเมื่อเธอจะเข้ามาเป็นสะใภ้อิชญาแล้วก็ต้องได้รับสิ่งที่คู่ควร ส่วนแหวนแต่งงานชายหนุ่มจะเป็นคนออกแบบเอง“ขอบคุณค่ะคุณคราม ว่าแต่คุณคริสจะรีบไปไหนคะยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย” มินตาเห็นท่าทีเร่งงีบของคริสก็เกิดความสงสัย ปกติชายหนุ่มมักจะทำงานจนถึงค่ำถึงได้กลับ แต่วันนี้ดูรีบร้อนเป็นพิเศษ“รีบไปเตรียมตัวสู่ขอสาวพรุ่งนี้มั้ง”“คุณทิชาเหรอคะ”“ก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ เห็นว่าได้ฤกษ์แต่งปลายปีนี้”."ปลา
มินตายืนชะเง้อมองหาคริสด้วยความตื่นเต้น เห็นผู้เป็นเจ้านายปรากฏตัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็ดูจะตื่นเต้นยกใหญ่ พอเห็นมาวินเดินมาก็รีบเข้าไปถามไถ่ในทันที“คุณวินแล้วคุณคริสล่ะ”“อยู่ห้องรับรองกับคุณทิชาน่ะ”“คุณทิชาก็กลับมาด้วยเหรอ งั้นก็แปลว่าคุณคริสง้อคุณทิชาสำเร็จแล้ว”“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเรื่องของเจ้านายไม่ค่อยอยากยุ่งน่ะ”“นี่คุณว่าฉันยุ่งเรื่องของเจ้านายเหรอ” มินตาตีไปที่แขนมาวินโทษฐานที่ชายหนุ่มพูดหยอกเธอ ความสนิทสนมของทั้งคู่ทำให้ฟิลิปที่เดินมาเห็นเข้าพอดีดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์นัก“คุณฟิลิปออกไปกินกาแฟด้วยกันมั้ย กว่าจะเข้าห้องประชุมอีกตั้งชั่วโมง” มาวินเหลือบเห็นฟิลิปกำลังเดินมาก็รีบชวนออกไปดื่มกาแฟด้วย“ไม่ดีกว่าครับผมต้องไปหาคุณครามและก็คงไม่ได้เข้าประชุมด้วย ขอตัวก่อนนะครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินจากคนทั้งคู่ไป“คุณครามนี่คัดผู้ช่วยเหมือนตัวเองเปี๊ยบเลยเนาะ คุณฟิลิปเดินผ่านผมทีไรผมหนาวไปทั้งตัวเลย เวลาคุยงานกับเขาผมนี่ตัวเกร็งเชียว”“นี่คุณวินกำลังนินทาเรื่องเจ้านายอยู่นะคะ เดี๋ยวฉันก็เอาไปฟ้องคุณครามหรอก ตามสบายนะคะฉันขอตัวก่อน” พูดจบมินตาก็รีบวิ่งตามฟิลิปออกไป“คุณฟิลิปเ
บ้านอิชญา“คุณมนัสมาคุยอะไรกับคุณคะ” ดุจดาวถามผู้เป็นสามีหลังจากที่มนัสกลับออกไปแล้ว การมาของมนัสเธอรู้ดีว่าต้องมีเรื่องบางอย่างแอบแฝง“คุณมนัสอยากให้ครามกับหนูเชอรีนคบกันน่ะเลยอยากให้ผมไปคุยกับคราม ถ้าไม่ตกลงก็จะพิจารณาเรื่องถอนทุนโปรเจกต์”“แล้วคุณตอบว่าไงคะ”“ผมเคยทำผิดกับครามแล้วและก็จะไม่ทำผิดอีก ถ้าเขาจะถอนการลงทุนออกจริงๆ ผมก็ทำอะไรไม่ได้”“ค่อยโล่งใจหน่อย คุณมนัสก็เหลือเกินสมัยไหนแล้วยังเอาเรื่องธุรกิจมาต่อรองอีก เดี๋ยวนี้เขาไม่บังคับลูกแต่งงานเชื่อมธุรกิจกันแล้ว ฉันเริ่มจะไม่ชอบหนูเชอรีนแล้วสิ รู้ทั้งรู้ว่าลูกชายเรามีแฟนแล้วก็ยังจะอยากได้อีก”“ใจเย็นๆ สิคุณ”“เย็นไม่ไหวแล้วค่ะ สะใภ้รองบ้านอิชญาต้องเป็นหนูดาหวันเท่านั้น คุณก็รู้ที่ครามกลับมายอมเปิดใจให้พวกเราก็เพราะหนูดาหวัน ฉันไม่อยากเห็นลูกต้องทนทุกข์ใจอีกแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ครามจะรับมือไหวเหรอคะ พรุ่งนี้คุณก็ไปเป็นเพื่อนลูกหน่อยสิ มีคุณอยู่ด้วยคุณมนัสคงไม่กล้าเท่าไหร่”“งานนี้เป็นส่วนรับผิดชอบของลูกเรา ผมเองก็ลาพักร้อนตั้งแต่ครามเข้าไปช่วยงานที่บริษัทแล้วจะไปออกหน้ารับแทนได้ยังไง แบบนั้นเขาก็ยิ่งมองว่าลูกเราเป็นลูกแหง่คอยแต่จ
“อะไรนะคะ ฉันท้อง!”“ค่ะ สองสัปดาห์แล้ว”“แน่ใจนะคะหมอ เป็นไปได้ไงฉันกินยาคุมฉุกเฉินแล้วนี่”“แล้วยาที่คุณกินได้ซื้อตามร้านเภสัชมั้ย บางทีพวกร้านขายทั่วไปมักจะมียาที่หมดอายุค้างสต๊อกอยู่ ตอนขายให้ลูกค้าก็ไม่ได้ตรวจดู หมอเองก็เจอเคสนี้บ่อยเหมือนกัน”“มันจะบังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอคะ”“ทุกอย่างเป็นไปได้หมดแหละงั้นจะมีคำว่าพลาดกันเหรอ ถ้ายังไม่พร้อมลองปรึกษากับสามีดูนะคะว่าจะยุติการตั้งครรภ์มั้ย”“ขอบคุณค่ะ” ดาหวันออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้าสับสน ไม่คิดว่าคำพูดโกหกของเธอที่บอกเชอรีนไปจะเป็นเรื่องจริง แล้วตอนนี้เธอต้องทำยังไงต่อ หรือจะบอกแฟนหนุ่มเรื่องที่เธอท้องไปเลย แต่พอมาคิดดูแล้วปิดไว้ก่อนดีกว่า เดี๋ยวค่อยหาโอกาสบอกอีกที“ดาหวันหมอบอกว่ายังไงบ้าง” ขุนพลรีบเดินตรงมาถามหญิงสาวด้วยความร้อนใจ“หมอบอกฉันพักผ่อนน้อยค่ะไม่เป็นไรมาก คุณขุนรับปากนะคะว่าจะไม่บอกคุณคราม ฉันไม่อยากให้เขากังวลจะได้ทำงานอย่างสบายใจ”“ก็ได้ งั้นพรุ่งนี้เธอก็พักแล้วกันไม่ต้องไปทำงานหรอก”“ได้ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับ บางทีรอให้โปรเจกต์งานจบก่อนค่อยบอกครามแล้ว ถึงตอนนั้นท้องของเธอก็น่าจะยังไม่โตมากจนผิดสังเกตบริษัทอิชญา จิ
เวสต์มิดแลนด์ ประเทศอังกฤษ“โอเคเข้าใจแล้ว งั้นอาทิตย์หน้านายบินมาหาฉันที่เวสต์มิดแลนด์ได้เลย เอาแผนงานมาด้วย” คริสบอกต่อมาวินผู้ช่วยหนุ่มที่รายงานถึงสถานการณ์ของบริษัทให้ฟัง“บริษัทมีปัญหาเหรอคะ งั้นพี่ก็ควรกลับได้แล้ว” ทิชาเห็นคริสคิ้วขมวดสีหน้าค่อนข้างจริงจังก็อดเป็นกังวลไม่ได้ แทนที่ชายหนุ่มจะตามเธออยู่แบบนี้สู้ไม่กลับไปแก้ไขปัญหาเรื่องบริษัทเสียดีกว่า“ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงหรอกแค่นี้ครามจัดการได้อยู่แล้ว ก็พี่บอกแล้วไงว่าถ้าทิชาไม่กลับไปพร้อมพี่ พี่ก็ไม่กลับ”“ทำไมพี่ดื้อขนาดนี้”“งั้นก็กลับกับพี่สิ”“ไม่ค่ะ”“งั้นพี่ไม่กลับ ไม่ต้องห่วงหรอกน่าพี่เชื่อครามเอาอยู่ ถ้าจะมีผลกระทบก็แค่ต้องถอนทุนโปรเจกต์คืน ไม่เสียหายมากหรอก”“นี่ยังไม่เสียหายอีกเหรอคะ พี่คริสรีบกลับไปช่วยพี่ครามเถอะค่ะ โปรเจกต์นี้เป็นแผนงานที่พี่ตั้งใจทำมาก พี่จะยอมให้มันพังไปจริงๆ เหรอ ทิชาไม่ได้บอกว่าพี่ครามไม่มีความสามารถ แต่พี่ครามจะรู้จุดด้อยจุดเด่นของแผนงานเท่ากับคนคิดโปรเจกต์ได้ไง”“งั้นทิชากลับพร้อมพี่ได้มั้ย นะครับ นะ” ชายหนุ่มเว้าวอน ทิชาเองก็เหมือนตกที่นั่งลำบากเพราะที่คริสทำอยู่นั้นเหมือนกับการเอาปัญหาของบริ







