LOGINเมื่อเขามาถึงห้องพัก ก็ได้พบกับสิ่งที่น่าแปลกใจ...
ใครกันน่ะ
อาตม์ขมวดคิ้ว มองดูหญิงสาวที่อยู่ในชุดเดรสยาวสีขาว สายเป็นแบบสปาเกตตี้ผูกไว้ ตัวชุดบานยาวถึงข้อเท้า แบบของมันน่ารัก แต่คนใส่กลับทำให้มันดูเซ็กซี่ และไร้เดียงสาไปพร้อมๆกัน
หล่อนผมยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าสวยคม หล่อนหันมามองเขา แล้วยิ้มส่งให้ อาตม์เห็นว่ามันรอยยิ้มแบบลังเล กึ่งๆ เอาใจ เขาขมวดคิ้ว มองหล่อนอย่างวิเคราะห์ว่าเคยเห็นหล่อนที่ไหนกัน หรือว่า? หล่อนจะหลงบ้านพักกันนะ
เขามองจากกระเป๋าเดินทางที่วางอยู่หน้าห้อง มีพนักงานคนหนึ่งยืนอยู่กับหล่อน เมื่อเขาไปถึง พนักงานคนนั้นก็เอ่ยเสียงนอบน้อม
“เอ่อ คุณลูกค้าครับ คุณผู้หญิงท่านนี้บอกว่าเป็นเพื่อนกับคุณน่ะครับ”
“ครับ”
อาตม์มองจ้องหญิงสาวสวยเซ็กซี่ตรงหน้าอย่างงงงัน เขาไปรู้จักหล่อนตอนไหนกันนะ หล่อนลุกขึ้นยืน ยิ้มแหยให้เขา เขาสังเกตเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ที่ไหลลงมาของหล่อน มือหล่อนบีบเข้าหากัน ก่อนจะเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะ พี่อาตม์ หนูชื่อกานพลู หนูเป็นของขวัญของพี่ปรีดิ์ค่ะ”
“หืม”
ไอ้ปรีดิ์ เล่นงานกันเสียแล้ว...นี่ส่งอะไรมากันนะ พนักงานคนนั้นเมื่อเห็นว่าคนทั้งสองกำลังคุยกัน มองตากันอยู่ ก็ขอตัวแล้วหายแวบไป ทิ้งให้กานพลูอยู่กับหมอหนุ่มตามลำพัง
“อะไรนะครับ ของขวัญอะไร”
เขาถามย้ำเหมือนจะให้แน่ใจ ตามองใบหน้างามของอีกฝ่ายแบบจ้องเขม็ง ตาคมกริบของเขา ทำให้กานพลูรู้สึกแปลกๆ จนต้องก้มลงหลบตาเขา โอย...เธอจะหัวใจวายไหมหนอ ตาเขาดุมาก คมมาก แล้วทำไมเขาถึงหล่อ ดูดีกว่าในรูปอีกนะ เขาตัวสูงใหญ่ บังเธอแทบมิด การที่เขามายืนเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ มันยิ่งทำให้เธอเปรียบเทียบ แล้วคิดเตลิดไกลอยู่คนเดียว จนหน้าแดงก่ำ ไปหมดแล้วตอนนี้
“พี่ปรีดิ์ส่งหนูมาอยู่กับคุณสองอาทิตย์ค่ะ ในฐานะของขวัญ เอ่อ...หนู คือว่าหนูเป็นไซด์ไลน์น่ะค่ะ”
ประกาศบอกเขาไปแล้ว ยืนยันเจตนารมณ์การมาเยือนของตัวเองเสร็จ กานพลูก็ถอนใจโล่งอก มองหน้าเขาที่ทำหน้ามุ่ย ดูเหมือนจะไม่อยากต้อนรับเธอ โอ...เธอทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่านะ ถ้าเขาคืนงานเธอล่ะ เธอต้องคืนเงินเขาใช่ไหม คิดแล้วก็กลัวจริงๆ มือบางจับกระดุมชุดไว้ หรือบางทีเธอควรจะเปิดเสนอสินค้านะ หรืออะไรยังไงดีอะ ดูเขาจ้องสิ ตาจะดุไปไหนกัน มองแล้วก็ยิ่งขาสั่น หน้าร้อนทำอะไรไม่ถูก
อาตม์เห็นอาการหน้าร้อนของหล่อนแจ่มชัด ก็กระแอม แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือ ตั้งใจจะโทรหาเพื่อนตัวแสบ ทางนั้นกดรับทันที่เขากดโทรก็ว่าได้กระมัง แถมกรอกเสียงละล่ำละลักมาก่อนที่เขาจะทันทักเสียอีก
“ไอ้ปรีดิ์ คือ...”
“ไอ้หมออาตม์ช่วยกูด้วย งานเข้ากูแล้ว”
“หะ!”
ปลายสายชะงัก เขาตั้งใจจะมาจัดการเพื่อนตัวดีสักหน่อย เกี่ยวกับ ‘ของขวัญ’ หมอปรีดิ์คิดยังไงถึงได้ส่งของแบบนั้นมาให้เขากันนะ แล้วตอนนี้ของที่ว่า ก็นั่งตาแป๋วมองเขาอยู่นี่ เฮ้อ...
“กูต้องหมั้นกับยัยแมวมอมว่ะ”
“หืม?”
“ถ้ากูไม่หมั้นกับน้องกูก็ต้องหาคนรักไปแสดงตัวกับแม่ ตายเหอะงานนี้ กูมีแฟนที่ไหนวะไอ้หมอ กูจะทำยังไงดี”
“เอ่อ”
“เอ่อ...ทำไมกูคิดไม่ได้วะ กูควรจะไปคุยกับณาดู เผื่อเค้าจะช่วยกูได้ แค่นี้นะไอ้หมอ”
“เอ่อ...”
ทางนั้นทันแค่เอ่อ ไม่ทันได้ตอบอะไรต่อ เพราะหมอปรีดิ์ที่ร้อนผ่าวเหลือเกินตอนนี้จนไม่ทันฟังหรอกว่าเพื่อนจะตอบอะไร คิดอะไรได้ ก็รีบพุ่งทำไปก่อน ตามประสาคนมีเรื่องร้อน
“ไอ้บ้า”
อาตม์ได้แต่เอ่ยออกไปแบบนั้น ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง เขามองคนตรงหน้าที่ตอนนี้ยังคงทำตาแป๋วมองเขา หล่อนกัดริมฝีปาก แล้วเอ่ยเสียงสั่นๆ
“คุณ จะ จะ คืนงานหนูเหรอคะ?”
“ถ้าผมจะ...”
เขากลืนน้ำลาย เมินมองไปเสียทางอื่น ให้ตายเถอะ....คนตรงหน้าทำให้เขารู้สึกแปลกๆ เขาไม่ชอบ...อะไรแบบนี้มาก่อน ไม่เคยเที่ยวผู้หญิงแบบจริงจังเลยก็ว่าได้ตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่มมา เคยแต่แบบอื่น ที่ไม่ใช่แบบต้องซื้อหาอะไรแบบนี้ เขาเป็นคนค่อนข้างจริงจัง แม้กระทั่งเรื่องสัมพันธ์แบบนี้ หมออาตม์ก็จริงจัง ฉะนั้นเรื่องซื้อหามาใช้...ผ่อนคลายแทบไม่ได้อยู่ในความคิดของเขาเลย
“ผมจะคืนงานคุณล่ะ”
“ฮือ...”
เจ้าหล่อนปล่อยโฮออกมาเลยทันที เล่นเอาเขาถึงกับอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่เกาหัวแกรกๆ แล้วก็โบกมือห้ามไม่ให้หล่อนร้องไห้ เขาแพ้น้ำตาผู้หญิง เห็นแล้วมันมือไม้อ่อนอย่างไรพิกล
“เฮ้ อย่าร้องสิ อย่าร้อง”
“คุณต้องให้หนูทำงานนะคะ ถึงหนูจะไม่เคย แต่หนูก็ต้องทำ ต้องทำ” กานพลูใจเสีย เมื่อเขาพูดมาแบบนั้น จนถึงกับควบคุมอาการไม่ได้ ไม่ได้นะ เขาต้องไม่ไล่เธอกลับ เธอให้เขาไล่เธอกลับไม่ได้เด็ดขาด
โอย...ยิ่งฟังแบบนี้หมออาตม์ก็ยิ่งหนักใจ เขามองจ้องใบหน้างดงามของอีกฝ่าย แล้วทำอะไรไม่ได้นอกจากเกาหัวแล้วพยักหน้า
“เฮ้อ...เอางั้นก็ได้”
“มะ ไม่คืนงาน หนูไม่ต้องคืนเงินแล้วนะคะ”
หล่อนทำตาโต น้ำตาหยุดไหลยังกับเสกได้ เขาพยักหน้า หล่อนยิ้มกว้างส่งให้เขาทั้งน้ำตา เล่นเอาเขาถึงกับตะลึงกับรอยยิ้มสดใส ของอีกฝ่ายนั่น
หล่อนน่ารักจริงๆ แค่หล่อนยิ้มก็ทำให้เขา ‘ร้อน’ ขึ้นมาอย่างเหลือเชื่อ
“เอ่อ...อืม ว่าแต่หนูชื่ออะไร?แล้วอายุเท่าไหร่ ผมจะไม่ติดคุกใช่ไหม?”
“หนูชื่อกานพลู”
เจ้าหล่อนแนะนำตัว มองเขาแบบไม่หลบตาทั้งที่หน้าแดงก่ำ มือของหล่อนจับที่กระดุมชุดที่สวม แล้วเอ่ยต่อเสียงใส
“หนูจะทำงานได้เลยใช่ไหมคะ คุณ?”
หมออาตม์มองมือของเจ้าหล่อนแล้วกลืนน้ำลาย พอจะรู้ว่าหล่อนอาจจะกำลังปลดมันลง ก่อนจะรีบโบกมือห้าม
“เฮ้...คือ ยัง เรายังมีเวลา เอ่อ...เพื่อนผมเหมาหนูให้ผมตั้งอาทิตย์หนึ่ง คือผมไม่รีบ ไม่รีบเลยจริงๆ เราทำความรู้จักกันก่อนดีไหม”
คนพูดหน้าแดง
คนฟังก็หน้าแดง
มองตากันวูบหนึ่งแล้วต่างคนต่างหลบตากัน
หมออาตม์แอบถอนใจ เขาตั้งใจจะมาพักร้อน มารักษาแผลใจที่คนรักเก่าไปแต่งงาน แต่ไอ้เพื่อนกลับส่งอะไรมาให้เขาหนอ...
มันจะทำให้เขาวุ่นกว่าเดิมหรือเปล่านะ?
เขาถามตัวเองขณะที่มองหน้าใสๆ แดงก่ำนั่น แล้วไอ้เพื่อนรักมีเรื่องวุ่นวายอะไรทางโน้นนะ เอาเถอะ เดี๋ยวสติมันดีก็คงจะโทรมาอีกรอบ คอยดูนะเขาจะด่าให้...ไอ้หมอปรีดิ์นะไอ้หมอปรีดิ์ทำอะไรไม่ปรึกษากันเลย
เด็กบ้าน่าจับตีจริงๆ ไม่ยอมตอบข้อความเขาเลย อ่านแล้วไม่ตอบหมายความว่ายังไงกัน หมอหนุ่มหน้าบูดบึ้ง นึกเข่นเขี้ยวถึงยัยจอมดื้อของเขา เอาเถอะ เย็นนี้ล่ะ เขาจะฉุดพามาด้วยกันที่บ้านเสียเลย รักมันคับอกแน่นใจ จนทำอะไรไม่ถูกอีกแล้ว หงุดหงิดไปหมด แม้กระทั่งเสียงผิวปากของคนใกล้ๆ เขาหันขวับไปทางต้นเสียง ก่อนจะเปรยเสียงห้วนๆ “หน้าตาสดชื่นมากนะมึงน่ะ”หมออาตม์ที่ได้ยินเพื่อนผิวปากรื่นรมย์จึงเอ่ยแขวะขึ้นมา หมอปรีดิ์หันมองเพื่อนก่อนจะเลิกคิ้ว ตอนนี้สองหนุ่มกำลังนั่งทำรายงานสรุปกันอยู่ในห้องพักแพทย์ หน้าตาของหมออาตม์ ดูมุ่ย ดูเครียด เพื่อนรักเองก็พึ่งจะสังเกตเห็นว่าเพื่อนรักหน้าบูดยิ่งกว่าตูดลิง ก็เลยกระแอม เลิกฮัมเพลงเพราะเกรงว่าท่าจะไม่ดี ดูเหมือนเพื่อนรักพร้อมจะพานพาโล“ก็...มึงเป็นอะไรวะไอ้หมออาตม์”“เฮ้อ...” เพื่อนของเขายักไหล่ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากับรายงานเอกสารตรงหน้า หมอปรีดิ์แย่งปากกามาถือไว้ เลยโดนเพื่อนตวัดสายตาพิฆาตใส่ แต่ความที่สนิทกันมาขนาดนี้ ทำให้เขากล้าที่จะเจาะใจถามเพื่อน“เครียดเรื่องน้องไซด์ไลน์นั่น?”“เค้าไม่ได้ทำแล้ว”“เอ่อ...ก็ทำตอนกับมึงไง เฮ้ยๆ ไม่ต้องมามองกูตาเหมือนจะกิน
พรุ่งนี้พี่จะไปรับที่มหาวิทยาลัย เราจะต้องเคลียร์กัน พี่กลับไปก่อนเพราะมีเคสด่วนของคนไข้ ถ้าไม่อย่างนั้น พูลจะได้รู้ว่าพี่จะลงโทษคนดื้อที่ไม่ยอมรับสัมพันธ์จากพี่แบบไหนอีกแก้มสาวแดงก่ำ เมื่อเห็นภาพที่เขาส่งทิ้งไว้ มันเป็นภาพเขาก้มลงหอมแก้มเธอ เธอหลับไปแบบไม่รู้เรื่องจริงๆ ก็เขาน่ะ...โอย...เธอเพลียไปหมด จนลุกแทบไม่ไหว ร่องรอยรักของเธอและเขาปรากฏอยู่ทำให้เธออายมากกว่าเดิม ยัยไอ๊ซ์ ยัยตัวร้าย รู้เห็นเป็นใจกับพี่อาตม์แน่ๆ คิดจะไปเฉ่งเพื่อน แต่เพื่อนก็ดันมาเสียก่อน อลิสากลับมาที่ห้องในตอนบ่าย เพราะอาตม์ส่งข้อความไปขอบคุณเธอ เธอจึงนึกว่าทั้งคู่น่าจะเคลียร์กันได้เรียบร้อยแล้ว สายตาของเพื่อนที่เบิกมองเธอ ทำให้กานพลูอายม้วน แทบจะบิดเมื่อเพื่อนรักเอ่ยขึ้นเสียงแหลม“ตายแล้วยัยพูล เมื่อคืนนี้ฟ้าเหลืองไหมนั่นน่ะ พี่อาตม์ฟัดเธอทั้งคืนแน่ๆ หว๋าย...สภาพนี้โผล่กลับบ้านนะ แม่แก้วซักตายแน่ๆ”“บ้า อื้อ โอ๊ย ยัยบ้า” อายเพื่อนจนไม่รู้จะทำยังไง อลิสาหัวเราะขำ แล้วก็เดินเข้าไปในห้องของตัวเอง ค้นหาอะไรสักพัก ก็โผล่มาพร้อมเสื้อคอเต่าแขนยาว และกระโปรงยาวส่งให้เพื่อน สีหน้ารู้ทันจนกานพลูหน้าแดงแจ๋ เธอเอ
อาตม์ก้าวพรวดเดียวก็รวบตัวเด็กดื้อที่เพียรหนีเขามาตลอดไว้จนได้ กานพลูตัวแข็งเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดนี้ อ้อมกอดที่เธอเองก็โหยหา...เขาก้มลงตามองมาดหมายที่ปากอิ่มเผยอแย้มนิดๆ ของเธอ ริมฝีปากนั่นทำท่าจะขยับ หากเขาขู่เสียงดุชิดปากอิ่ม“ไม่ต้องพูด”“อื้ม”เขาปิดคำปฏิเสธ คำพูดใดๆ ที่จะคัดค้านจากเธอไว้ด้วยปากเขา เมื่อปากแตะปาก ก็ราวกับไฟไหม้ฟาง เธอและเขาจูบกันอย่างดื่มด่ำ กอดกันแนบแน่น มือของเขาลูบไล้ไปตามร่างเนียนละมุนที่แสนจะคิดถึง กานพลูเองก็ไม่อยากเอื้อนเอ่ยใดๆ เธออยากจะรู้สึก อยากจะกอดเขา ไม่มีข้อแม้ใดๆ อีกแล้วเสื้อผ้าของเธอและเขา ตกตามทางจนไปถึงเตียง ทั้งคู่ก็เปลือยเปล่า ริมฝีปากของเขาและเธอยังไม่เคลื่อนออกจากกัน มือร้อนผ่าวนั้นลูบไล้ไปตามทรวงอกอิ่ม เคล้นคลึงหยกเอินปลายยอด อีกมือไต่ลงไปยังส่วนนั้น กลีบกุหลาบคลี่แย้มรอคอย เขาแยกมันออกตัวเขาเองต้องการเธอจนแทบระเบิดแล้วตอนนี้ไม่มีการเล้าโลมมากมายใดๆ มีเพียงการเร่งด่วนที่อยากจะแนบแน่นเป็นของกันและกัน กานพลูเองเปิดรับเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ เมื่อเขาแทรกสอดเข้ามาจนสุดตัวตน เขาก็ถอนปากออก มองสบตาที่ปรือฉ่ำ แก้มแดงนิดๆ ของเธอ ภาพนี้คือภาพที่
เมื่อคืนนี้เขาเมา เมามากเลยล่ะ เมาแล้วเผลอไปบอกอะไรไอ้หมอปรีดิ์หรือเปล่าหว่า? หมอหนุ่มคิดอย่างสับสน เขาพูดอะไรไปบ้างวะมึงรักน้องเค้า...รักได้หรือวะไอ้อาตม์ เสียเป็นแสนนะโว้ยจะได้ใจหรือเปล่าเหอะ คิดใหม่ก็ดีนะเพื่อนอา...เพื่อนรักส่งข้อความมาแบบนี้แล้ว รู้ล่ะว่าตัวเองไปบอกอะไรบ้าง หมออาตม์เกาหัวเกาหูจนยุ่งไปหมด ก็มันรักไปแล้วนี่หว่า เวลาไม่เกี่ยง เกี่ยงที่ความรู้สึกล้วนๆอลิสาส่งข้อความมาเล่าเรื่องของกานพลูคร่าวๆ ให้เขาได้รับรู้ เขาเลยรู้ว่าการที่กานพลูยอมทำไซด์ไลน์เพราะเรื่องแม่ป่วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องโกหกตอแหลสร้างภาพอะไร เขาไปเช็คที่โรงพยาบาลด้วย แล้วเขาก็ยังฝากฝังเคสของแม่เธอกับนายแพทย์ที่รู้จักกันแล้วด้วย ว่าให้ช่วยดูแลให้หน่อย แต่เธอจ่ายค่าโรงพยาบาลไปแล้วนี่สิ ไม่อย่างนั้นเขาก็จะช่วยจ่ายเหมือนกันรักแล้วรักเลย รักแล้วก็อยากได้อีก น้องก็ทำมึนทำหนี เขาจะทำอย่างไรดีหนอ...ไอ้จะครั้นไปตามเฝ้าน้อง เขาก็ไม่ค่อยมีเวลา ด้วยหน้าที่การงานของเขาด้วยนั่นแหละ แถมยังพักร้อนไปตั้งนาน จะแว้บจะหายจะแลกเวรกับเพื่อนหมอด้วยกัน ก็ให้เกรงใจ ผอ. ตอนนี้ทุกคนดูจะให้กำลังใจเขา บางคนก็มาให้กำลังใจตรงๆ
วันนี้จะต้องไปทำงานแล้วสินะ แต่เขาไม่พร้อมเลย เมื่อเดินเข้าโรงพยาบาล ความไม่พร้อมก็จำต้องเป็นความพร้อม สมองของเขามันตัดแบบอัตโนมัติ ให้คิดแต่งานตรงหน้า แล้วเมื่อถึงเวลาพัก มันก็ตัดโหมดเข้ามาเรื่องของหล่อนอีกแล้วรัก...มันเร็วเกินไปไหมแต่ความรักมันคือความรู้สึก...คืออารมณ์อย่างหนึ่งเขากำลังครุ่นคิดอย่างหนัก ว่าควรเดินหน้าอย่างไร กับยัยตัวยุ่งนั่นดี เขาขอแอดไลน์เธอไปตามเบอร์โทรศัพท์ที่อลิสาให้ไว้ แล้วส่งข้อความบอกเธอไว้ ว่ากรุณารับแอดเขาด้วย เขาคิดถึง อยากคุย ไม่ได้อยากจะถามเรื่องซื้อขายอะไร แต่จนป่านนี้...หล่อนก็ยังไม่ได้รับแอด ไม่อ่าน เด็กบ้า...คอยดูนะ จะจับมาตีแล้วก็จะจับมาจูบเครียดก็เครียด ยังจะมีอารมณ์มาคิด...คิดทำอะไรกับเขาแบบนั้นอีกนะไอ้อาตม์เขาจะให้ทำหรือเปล่าล่ะ ถอยห่างเสียขนาดนั้น ติดต่อก็ไม่ยอมติดต่อกลับ อะไรแบบนี้กันนะ คอยดูเถอะ! คิดถึงหล่อนก็ทั้งขมทั้งหวานไปพร้อมๆ กัน นึกแล้วก็พาลไปถึงเพื่อนซี้ ที่จัดหาของขวัญแสนหวานมาให้เขาแบบนั้น ไอ้ปรีดิ์น่ะไอ้ปรีดิ์ เขาจะแช่งให้หมอนั่น กลุ้มใจเพราะเรื่องนี้เหมือนๆ กันกับเขา จะว่าไปยังไม่ได้เจอหน้ากันเลย เขาหลบมันด้วยนั่นแ
อาตม์อยากจะทำมากกว่านั่งมองเธออยู่อย่างนี้เขาอยากจะดึงเธอเข้ามากอด แล้วดึงให้ขึ้นรถเขาไปด้วยกันวางเธอลงบนเตียงแล้ว...“พี่อาตม์มีธุระอะไรกับหนูอีกคะ”คำถามจากคนที่นั่งก้มหน้าหลบสายตาเขา เล่นเอาหมอหนุ่มตื่นจากภวังค์หวาน เขาขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะมองเธออย่างสำรวจ กานพลูในชุดนักศึกษา เธอสวมเสื้อตัวใหญ่พอสมควร ไม่รัดรึง กระโปรงยาวกรอมข้อเท้า ผมรวบเป็นหางม้าเรียบร้อย หน้าแต่งอ่อนๆ แค่ลุ๊คของเธอที่เหมือนเด็กเรียน สาวเรียบร้อย มันก็ไม่เหมาะกับงานที่เธอรับทำเลยสักนิด เขาแอบส่องเธอ นั่นล่ะ ส่องต้องใช้คำนี้เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ แต่เขาจับตาดูความเคลื่อนไหวของเธอ ในยุคนี้ใครๆ ก็มักจะออกมาแสดงความคิดเห็น หรือชีวิต ไลฟ์สไตล์ของตัวเองผ่านโลกโซเชียล เขาก็ยังไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่กานพลู...หัดอัพสถานะ อัพรูปบ้างก็ดีนะ เฮ้อ...แม้กระทั่งรูปที่เขาถ่ายให้ แล้วขอให้เธอขึ้นใช้เป็นโปรไฟล์ เธอก็มีแค่รูปนั้นนี่แหละที่อัพเดตล่าสุด เขาไม่ได้อะไรจากการเฝ้าดูเธอผ่านโซเชียลเลย เขาอึดอัด หงุดหงิด พอกลับมาแล้วก็ยังไม่พร้อมทำงานขอลางานต่ออีกอาทิตย์หนึ่ง กลายเป็นโรคนอนไม่หลับ เพราะ...เพราะคิดถึง“มีสิ มีมากด้วย” เขาอึ







