Home / รักโบราณ / ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ / ตอนที่2คุณหนูผู้อ่อนหวาน

Share

ตอนที่2คุณหนูผู้อ่อนหวาน

last update publish date: 2026-09-10 12:07:50

มือคู่นี้เล็กบางและนุ่มนิ่มเกินไป ต่างจากฝ่ามือของลีลี่ที่เป็นนักต่อสู้และสายลับ ซึ่งมักจะมีรอยถลอกและตาปลาจากการฝึกฝนการต่อสู้ระยะประชิดอย่างหนักอยู่เสมอ

ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสายตาสอดส่องไปรอบกาย สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาลหรือกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างที่ควรจะเป็น ทว่ากลับเป็นห้องนอนสไตล์จีนโบราณที่ตกแต่งอย่างหรูหราทรงคุณค่า โต๊ะเครื่องแป้งไม้แกะสลัก ฉากกั้นห้องวาดลายทิวทัศน์ และกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานที่อบอวลอยู่ในอากาศ

“ข้ามภพมาหรือ หรือว่าฝัน”

ก่อนที่จะตั้งสติได้ ความทรงจำแปลกปลอมอันหลั่งไหลมหาศาลก็พุ่งพรวดเข้ามาในหัวดั่งสายน้ำท่วมทะลัก ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งนามว่าจางลีลี่บุตรสาวคนโปรดของแม่ทัพใหญ่จาง ผู้มีใบหน้างามล่มเมือง ทว่าจิตใจกลับงดงามอ่อนหวาน บริสุทธิ์ และใสซื่อจนเข้าขั้นโง่งม…เพราะท่านแม่ทัพปกป้องดูแลราวกับไข่ในหิน

และเพิ่งล้มป่วยด้วยไข้สูงเพราะโรคระบาด

จางลีลี่ยกมือขึ้นกุมศีรษะที่ปวดตุบๆ ริมฝีปากหยักรอยยิ้มเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อลำดับเรื่องราวทั้งหมดได้ ไม่ได้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนในโลกเดิม...แต่ดวงวิญญาณของลีลี่ มาเข้าร่างของสาวน้อยบริสุทธิ์ในยุคโบราณผู้นี้ต่างหาก

“แย่แล้วต้องวางตัวใหม่สินะ เรียบร้อยงดงามอ่อนหวานต้องแบบไหนกันนะ”

พริบตาที่จางลีลี่กำลังประมวลเรื่องราวในหัว เสียงฝีเท้าก็ดังก้องมาจากนอกห้อง พร้อมกับประตูไม้แกะสลักที่ถูกผลักเปิดออกอย่างเบามือ

“คุณหนู คุณหนูทะทะทท่าน”

สาวใช้ตัวน้อยนามเซียวหลิงในชุดสีชมพูอ่อนถือถาดน้ำอบเดินก้าวเข้ามา ทว่าเมื่อสายตาของนางปะทะเข้ากับร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนแท่นนอน ถาดไม้ในมือก็เกือบจะร่วงหลุดลงพื้น นัยน์ตาของเด็กสาวสว่างวาบด้วยความอัศจรรย์ใจ ออกมาอย่างปิดไม่มิด

"คุณหนูเจ้าขาาาาา คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ"

สาวใช้นามเซียวหลิงผู้นั้นทิ้งถาดในมือลงบนโต๊ะอย่างไม่แยแส ก่อนจะรีบวิ่งตรงเข้ามาข้างแท่นนอนด้วยความดีใจจนลืมกิริยา ย่อตัวลงกุมมืออันนุ่มนิ่มของจางลีลี่ไว้แน่น น้ำตาแห่งความดีใจโล่งอกคลอเบ้าตา

"ฟื้นแล้วจริงๆ ด้วย... คุณหนูของข้าน้อยฟื้นแล้ว"

ยังไม่ทันที่จางลีลี่จะทันได้ตั้งตัวหรือเอ่ยปากถามสิ่งใดเซียวหลิงก็หมุนตัววิ่งพรวดพราดกลับไปที่หน้าประตูห้อง นางผลักบานประตูออกกว้างแล้วส่งเสียงตะโกนแจ้งข่าวออกไปนอกเรือนด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นสุดขีด

"คุณหนูฟื้นแล้วววววววว ท่านแม่ทัพเจ้าขา คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ"

เสียงร้องตะโกนดังก้องไปทั่วทั้งเรือนหลังใหญ่ เสียงฝีเท้าเร่งรีบของผู้คนภายนอกที่เริ่มดังมุ่งตรงมายังห้องนอนแห่งนี้

ตำหนักบูรพา

กลิ่นคาวเลือดเจือกลิ่นกำยานอบอวลวิปลาสไปทั่วห้องลับใต้ดิน แสงเทียนวูบวาบสะท้อนเงาร่างสูงโปร่งที่กำลังโหมกระหน่ำความรุนแรงลงบนร่างบางของนางในอีกคน เรือนร่างบอบบางถูกพันธนาการแขนขาไว้กับแท่นนอนอย่างแน่นหนา เสียงร้องไห้โฮดั่งใจจะขาดถูกกลืนหายไปในลำคอด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ยามที่ไท่จือหมิงเฉิงกระแทกกระทั้นกายอย่างป่าเถื่อนไร้ความเมตตา

ดวงตาคมกริบของไท่จือทอประกายโหดเหี้ยมและพึงพอใจกับการได้เหยียบย่ำเหยื่อในกำมือ กระทั่งบทรักอันทารุณดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด เขาจึงส่งเสียงหอบต่ำในลำคอและเสร็จสมอารมณ์หมายบนเรือนร่างที่นิ่งสะอื้นนั้น

ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวลงจากแท่นนอน เสียงเคาะแผ่นหินลับด้านนอกก็ดังขึ้นเบาๆ เป็นรหัส พร้อมน้ำเสียงนอบน้อมทว่าแฝงความเร่งร้อนของขันทีตัวเค่อคนสนิท

"กระหม่อมขอพระราชทานอภัยโทษ...ไท่จือคนของเราจากตระกูลจางส่งข่าวมาว่า คุณหนูจางที่นอนไม่ได้สติมาหลายวัน บัดนี้ฟื้นคืนสติแล้วพ่ะย่ะค่ะ ท่านแม่ทัพยินดีเป็นอย่างยิ่ง เห็นทีไท่จือควรเสด็จไปเยือนตระกูลจางสักหน่อย เพื่อแสดงความห่วงใยพ่ะย่ะค่ะ"

ไท่จือหมิงเฉิงชะงักกึก นัยน์ตาอำมหิตฉายแววครุ่นคิดก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว 

เขาผุดลุกขึ้นยืนพลวดพราด ละทิ้งร่างที่สั่นเทาบนเตียงอย่างไม่ไยดี คว้าผ้าไหมนุ่มขึ้นมาเช็ดคราบคาวตามตัวอย่างหมดจด

"ฟื้นแล้วงั้นหรือ..ดีจังข้าอยากพบนาง"

ริมฝีปากเผยรอยยิ้มพราย ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวกลับคืนสู่ความนุ่มนวลสุภาพบุรุษดั่งเดิมในพริบตา เขาสวมชุดคลุมเนื้อดี ปรับกิริยาให้ดูเป็นองค์ชายผู้แสนดีและห่วงใยคู่หมั้นก่อนจะเอ่ยเสียงนุ่ม

"เตรียมรถม้า...ข้าจะไปเยี่ยมว่าที่ไท่จือเฟยของข้าเสียหน่อย"

ขบวนรถม้าหรูหราของตำหนักบูรพาเคลื่อนมาจอดลงที่หน้าจวนแม่ทัพอย่างสง่างาม

ไท่จือหมิงเฉิงก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสูงส่ง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติประดับด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเปี่ยมเมตตา โดยมีเหล่าองครักษ์ฝีมือดีและขันทีคนสนิทคอยก้าวเท้าตามหลังมาติดๆ ไม่ห่างกาย

ในเวลาเดียวกัน ณ สวนโบตั๋นอันร่มรื่นภายในจวน จางลีลี่กำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้า โดยมีเซียวหลิงสาวใช้ประจำตัวผู้มีใบหน้างดงามหมดจด คอยประคองแขนบางไว้อย่างระมัดระวัง

"คุณหนูเดินไหวจริงหรือเจ้าคะ ร่างกายเพิ่งฟื้นไข้ หากลมอุ่นปะทะจะชวนให้หน้ามืดเอาได้" เซียวหลิงเอ่ยพลางเอียงตัวบังลมให้ด้วยความห่วงใย

จางลีลี่หลุบตานิ่ง มองฝีเท้าตนเองที่ก้าวเดินอย่างอ่อนช้อย นึกถึงคำบอกเล่าที่นางเพิ่งเลียบเคียงถามเซียวหลิงมาเมื่อครู่…

คุณหนูจางลีลี่ น่ารักน่าเอ็นดู อ่อนหวานราวน้ำผึ้ง พูดจาแผ่วเบาแทบไม่พ้นริมฝีปากและมีกิริยางดงามเรียบร้อยที่สุด

อ่อนหวานราวน้ำผึ้งงั้นหรือ... สวมบทบาทสาวน้อยใสซื่อโง่งม คงไม่ยากเกินไปนักหรอก ลีลี่คิดในใจพลางปรับลมหายใจให้เบาบางลง เพื่อไม่ให้ใครจับพิรุธได้ว่าวิญญาณข้างในคือยอดนักสู้

"ลีลี่ ลีลี่ลูกพ่อ" เสียงตะโกนกังวานแฝงความตื่นเต้นดังขึ้น

พร้อมกับร่างหนาบึกบึนของแม่ทัพจางเว่ยเสวียนที่รีบก้าวเท้ายาวๆ ตรงเข้ามาหา ใบหน้าดุดันสมกับเป็นยอดรบกลางสนามรบยามนี้กลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างและความห่วงใยจนออกนอกหน้า เขาถลาเข้ามาจับไหล่บุตรสาว สำรวจเรือนร่างอย่างละเอียด 

“ฮึบ” ลีลี่ขืนตัวไว้โดยสัญชาตญาณ แต่กลับคิดได้ รีบผ่อนแรง

"ไหนให้พ่อดูเจ้าสิ โถ่ลูกพ่อ หัวใจของพ่อแทบจะขาดรอนๆ ยามที่เจ้านอนป่วยไข้ไม่ยอมตื่น เจ้าฟื้นขึ้นมาเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องมงคลยิ่งนัก พ่อจะต้องจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่ เอาให้ครึกครื้นไปทั่วทั้งเมืองหลวงเลย"

กิริยาท่าทางเห่อลูกสาวจนเกินงามของแม่ทัพผู้เกรียงไกร มองข้ามท่าทีแข็งขืนไปเสีย ทำให้จางลีลี่แอบอึ้งไปเล็กน้อยแต่ก็รีบปรับสีหน้าหลุบตาลงต่ำยิ้มละมุนละไม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบานุ่มนวลราวกับสายลมพัดผ่าน

"ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ...ที่คอยเป็นห่วงลูก"ก็ไม่ยากเท่าไหร่กับบทบาทใหม่ สายลับต้องรับได้ทุกบท คิดเสียว่ามาทำงาน

"โอ้ ไม่ต้องขอบคุณพ่อหรอกเจ้าหายดี จึงเรียกว่าขอบคุณ" แม่ทัพจางเว่ยเสวียนหัวเราะร่า เสียงหัวเราะดังกังวานไปทั่วสวน

"เจ้าอุตส่าห์ฟื้นคืนสติกลับมาได้ พ่อก็ดีใจจนแทบจะไปรำดาบแก้บนแล้ว"

เสียงก้าวเท้าอันมั่นคงดังขึ้นตามทางเดินหิน ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองก้าวผ่านซุ้มประตูเข้ามา

ใบหน้าหล่อเหลาหมดจดประดับด้วยรอยยิ้มละไม ดวงตาคมกริบทอแววอ่อนโยนดั่งสายน้ำฤดูใบไม้ผลิ รูปร่างสูงโปร่งผ่าเผยแผ่รัศมีสูงส่งทว่ากลับดูเข้าถึงง่ายและเปี่ยมด้วยเมตตา

"ท่านแม่ทัพ...ลีลี่"น้ำเสียงทุ้มนุ่มและอ่อนโยนดังขึ้น ไท่จือหมิงเฉิงหยุดก้าวพร้อมยิ้มรับกิริยาคารวะของคนตระกูลจาง ก่อนจะทอดสายตามองตรงมายังร่างบางของจางลีลี่ด้วยความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง

“โอ จางเว่ยเสวียนถวายพระพรไท่จือ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่38พี่เป็นคนดี

    หมิงเฉิงหลุบตา “เขาเป็นน้องของลูก เสด็จพ่อย่อมไม่อยากเห็นเราสองคนพี่น้องบาดหมางกัน”ประโยคสั้นๆ นั้นกลับทำให้ฮ่องเต้ยิ่งรู้สึกว่าหมิงเฉิงถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวด้านนอกตำหนัก ทหารยังคงเดินตรวจตราอยู่ แต่ห้องลับที่เคยเต็มไปด้วยหลักฐานกลับสะอาดจนแทบเหมือนไม่เคยมีใครใช้มาก่อนฮ่องเต้ฉีเฉิงยืนอยู่หน้าประตูห้องทรงอักษร มองจดหมายกล่าวหาที่วางอยู่บนโต๊ะ แล้วค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาอ่านอีกครั้งหากเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง คนที่ส่งจดหมายย่อมต้องการเปิดโปงหมิงเฉิงแต่หากเรื่องทั้งหมดเป็นเท็จ...คนที่ส่งย่อมกำลังพยายามสร้างความแตกแยกภายในราชวงศ์และในสายตาของฮ่องเต้ คนที่มีเหตุผลจะทำเช่นนั้นมากที่สุดในเวลานี้กลับมีเพียงคนเดียว หลี่เหวินเฉิงมือของฮ่องเต้ค่อยๆ กำจดหมายแน่นขึ้น“หรือเจ้ากำลังใช้เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นข้ออ้าง เพื่อแก้แค้นพี่ชายของเจ้า...จริงๆ”ตรัสเบาๆ ก่อนหันไปสั่งขันทีข้างกาย “จับตาดูตำหนักองค์ชายแปดให้ดี แต่อย่าเพิ่งทำอะไรเขา หากมีความเคลื่อนไหวผิดปกติแม้แต่น้อย ให้มารายงานข้าทันที”“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท”ฮ่องเต้ยังคงมองจดหมายในมือ เต็มไปด้วยความสงสัย เพราะยิ่งตรวจสอบมากเท่าไร

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่37จดหมายจากใครบางคน

    ยามเช้าในห้องทรงอักษร ฮ่องเต้ฉีเฉิงเพิ่งวางฎีกาฉบับหนึ่งลงบนโต๊ะ ก็มีขันทีชั้นในรีบเดินเข้ามาคุกเข่าถวายจดหมายฉบับหนึ่งด้วยสองมือ สีหน้าของขันทีผู้นั้นเคร่งเครียดผิดปกติจนฮ่องเต้ต้องเหลือบมอง“ผู้ใดส่งมา”“กระหม่อมไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ จดหมายถูกสอดเข้ามาทางช่องประตูห้องทรงอักษรเมื่อยามรุ่งสาง ไม่มีผู้ใดพบเห็นคนส่ง”ฮ่องเต้เปิดจดหมายออกอ่านเพียงไม่กี่บรรทัด สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เนื้อความกล่าวถึงตำหนักบูรพาและห้องลับที่ซ่อนอยู่หลังห้องหนังสือ บอกว่าภายในนั้นมีหญิงสาวถูกกักขังและทรมานมาเป็นเวลานาน ทั้งยังกล่าวถึงร่องรอยบางอย่างที่เชื่อมโยงไปถึงไท่จือโดยตรงฮ่องเต้กำกระดาษแน่น “เรียกหมิงเฉิงมาเดี๋ยวนี้”ไม่นานนัก หมิงเฉิงก็รีบเข้ามาคุกเข่าลงตรงหน้า สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย เมื่อได้ยินเนื้อความในจดหมายก็รีบส่ายหน้า “เสด็จพ่อ เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ ตำหนักบูรพาเป็นสถานที่ที่ลูกพักอาศัย จะมีห้องลับเช่นนั้นได้อย่างไร หากมีจริงลูกย่อมต้องรู้”“เพราะฉะนั้นจึงต้องไปตรวจสอบ”คำสั่งของฮ่องเต้ทำให้หมิงเฉิงเงียบไป เขาก้มศีรษะรับคำอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะรู้ดีว่าคนของตนเก็บกวาดทุกอย่างออกจ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่36รู้เขารู้เรา

    ภายในตำหนักบูรพา ใต้เท้าจางเฉวียนเว่ยเดินเข้ามาพร้อมพ่อบ้านประจำตระกูล สีหน้าของเขาดูเป็นห่วงบุตรสาวอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมาถึงก็รีบประสานมือคารวะหมิงเฉิง ก่อนจะหันไปมองลีลี่ที่กำลังนั่งอยู่ด้านข้างด้วยสายตาเป็นห่วง“ไท่จือ ข้าน้อยไม่อ้อมค้อมข้าน้อยมาวันนี้เพื่อจะบอกว่า ช่วงนี้ลีลี่ควรกลับไปพักรักษาตัวที่จวนตระกูลจางสักระยะด้วยหัวอกคนเป็นพ่อเห๋นลูกป่วยจึงอยากจะดูแลนางให้ดี” น้ำเสียงของใต้เท้าจางสุภาพ แต่หนักแน่นไม่น้อย “นางเพิ่งผ่านเรื่องวุ่นวายมาหลายครั้ง อีกทั้งร่างกายยังไม่ฟื้นดี หากอยู่ที่ตำหนักบูรพา ทุกครั้งที่อาการไม่ดีขึ้นก็ต้องให้หมอหลวงเข้ามาตรวจ และยังต้องขนยาเข้ามาอีกจำนวนมาก เกรงว่าจะยิ่งทำให้คนในตำหนักวุ่นวายโดยไม่จำเป็น ข้าน้อยจึงอยากจะพานางกลับไป”หมิงเฉิงที่ยืนอยู่ไม่ไกลขบกรามแน่นจนเห็นสันนูนขึ้นมาอย่างชัดเจน แต่เพียงชั่วพริบตา สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับไม่ได้รู้สึกขัดข้องแม้แต่น้อย“ได้” เขาตอบเสียงนุ่ม “หากท่านจางคิดว่าการกลับไปพักที่จวนจะทำให้นางฟื้นตัวเร็วขึ้น เช่นนั้นก็ให้นางกลับไปเถิด”ลีลี่เหลือบมองใบหน้าของหมิงเฉิงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงทำท

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่35แลก

    ภายในห้องหนังสือของตำหนักบูรพา หมิงเฉิงยืนอยู่กลางห้อง สีหน้าเคร่งเครียด ขณะที่เฉินเฟิงกับตั๋วเค่อคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ทั้งสองก้มหน้าลงไม่กล้าสบตา หลังจากกลับมารายงานว่าเซียวหลิงถูกคนชิงตัวไปต่อหน้าต่อตา“พวกเจ้าบอกข้าว่าอะไรนะ” เสียงของหมิงเฉิงต่ำลงทุกคำ “เจ้าสองคนนับว่าเป็นยอดฝีมือ กลับปล่อยให้คนเพียงคนเดียวชิงตัวเซียวหลิงไปได้แล้วยังไม่รู้อีกว่าคนผู้นั้นเป็นใคร”ไม่มีใครกล้าตอบ ว่าไม่ใช่แค่สู้ไมไ่ด้พวกเขายังพ่ายแพ้ย่อยยับ“พูดมา”หมิงเฉิงก้าวเข้าไป ก่อนสะบัดมือฟาดลงบนใบหน้าของเฉินเฟิงอย่างแรงจนใบหน้าของอีกฝ่ายหันไปตามแรงตบ “ข้าให้เจ้านำตัวนางออกไปจากตำหนัก ไม่ได้ให้เจ้าปล่อยให้นางถูกชิงตัวไป”เฉินเฟิงรีบก้มหน้าลง “เป็นความผิดของข้าน้อยขอรับ คนผู้นั้นลงมือรวดเร็วมาก อีกทั้งยังรู้จังหวะการคุ้มกันของพวกเราเป็นอย่างดี ข้าน้อยไม่ทันระวัง...จึงพลาดท่า”เพี๊ยะฝ่ามือของหมิงเฉิงฟาดลงบนใบหน้าของตั๋วเค่ออีกคน “แล้วเจ้าเล่า ยืนมองเขาพาตัวนางไปหรืออย่างไร”ตั๋วเค่อกุมแก้มตัวเอง ก่อนรีบก้มหน้าลง “ข้าน้อยสมควรตายขอรับ แต่...เซียวหลิงในตอนนี้แทบจะเหมือนคนใกล้ตายอยู่แล้ว นางไม่ได้สติ ร่างกาย

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่34เซียวหลิง

    หมิงเฉิงหันมามองเฉินเฟิง “เช่นนั้นก็อย่าให้นางหายไปต่อหน้าคนอื่น ทำให้เหมือนนางถูกส่งออกไปเพราะอาการป่วย แล้วจัดหาคนมารับช่วงต่อ หากมีใครถามก็บอกว่านางถูกส่งไปพักรักษาตัวนอกเมือง และมอบยาพิษให้นางเสียอย่าให้นางรอดหรืออาการดีขึ้นเด็ดขาด”“ขอรับ”หมิงเฉิงเดินลงบันไดไปสองสามก้าว ก่อนหยุดแล้วเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมา “จัดการให้เรียบร้อยภายในคืนนี้ ข้าไม่ไว้ใจใครเช่นนั้นพวกเจ้าสองคนจึงจะต้องลงมือด้วยตัวเอง” เฉิงเฟิงกับตั๋วเค่อสบตากัน ก่อนจะรีบก้มศีรษะรับคำพร้อมกัน “ขอรับ”หมิงเฉิงเดินเข้าไปในห้องลับเพียงลำพังอีกครั้ง ดวงตากวาดมองสิ่งของที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่ในห้องแห่งนี้ ก่อนกำมือแน่นแล้วกล่าวเสียงต่ำ “คราวนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครเหลือหลักฐานไว้เล่นงานข้าอีก”ด้านหลังเขา เฉิงเฟิงกับตั๋วเค่อเริ่มลงมือทันที ประตูทางลับค่อยๆ ปิดลง และเสียงฝีเท้าของคนทั้งสองก็ดังห่างออกไปตามทางเดินใต้ดินยามดึก ตำหนักบูรพาจมอยู่ในความมืด มีเพียงแสงโคมตามระเบียงที่ส่องเป็นช่วงๆ เหวินเฉิงในอาภรณ์สีดำสำหรับพรางตัวนั่งยองๆ อยู่บนหลังคา กระเบื้องเย็นเฉียบอยู่ใต้ฝ่ามือ ขณะที่สายตาหลังเลนส์แว่นจับจ้องไปยังห้องหนังสือขอ

  • ไท่จือเพคะ ข้าไม่ได้โง่นะ   ตอนที่33อาภรณ์พรางตัว

    ยามเช้า คนงานหลายคนถูกเรียกมายังสระบัวด้านหลังตำหนักบูรพา โจวชิงฉือยืนกอดอกอยู่ริมสระ คอยกำกับคนงานที่กำลังใช้เครื่องมือผูกเชือกและตักโคลนขึ้นจากก้นสระทีละส่วน เขาจงใจทำให้ดูเหมือนเป็นการลอกสระเพื่อทำความสะอาด“ระวังหน่อย ตักโคลนก็เอาขึ้นมาให้หมดให้สะอาดไท่จือเฟยอยากให้น้ำในสระใสสะอาด” โจวชิงฉือกำชับเสียงดัง ก่อนเหลือบมองไปยังประตูห้องพักของลีลี่ เมื่อเห็นร่างบางเดินออกมา เขาก็ก็รีบประสานมือ“ไท่จือเฟย เราจะปลูกดอกบัวให้มากหน่อยเพื่อให้ท่านได้ชมดอกบัว”ลีลี่เดินออกมาช้าๆ “ดีเลยจะได้เหมือนที่บ้านตระกูลจางของข้าที่นั่นมีสระบัวออกดอกงดงาม”โจวชิงฉือรีบหันกลับมาประสานมือ “พ่ะย่ะค่ะข้าน้อยตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น ขอรับ”ยังไม่ทันพูดจบ คนงานชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่กลางสระก็ร้องขึ้นมา “มีของอยู่ใต้โคลน”คนงานอีกสองคนรีบช่วยกันดึงเชือกขึ้น ก่อนจะมีผ้าสีดำเปียกชุ่มและเต็มไปด้วยโคลนถูกลากขึ้นมาจากก้นสระ เมื่อเปิดดูอย่างละเอียดกลับพบว่าเป็นอาภรณ์สีดำสำหรับใช้พรางตัว และที่ทำให้ทุกคนต้องมองหน้ากันก็คือมันไม่ได้มีเพียงชุดเดียว“มีอีกชุดขอรับ”ไม่นานอาภรณ์สีดำอีกชุดก็ถูกดึงขึ้นมาจากอีกด้านของสระ ทั้งส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status